ซากปรักหักพังของนครหลวงแห่งจักรวรรดิที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร บัดนี้แปรสภาพกลายเป็นเพียงสุสานคนเป็นที่ถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดงฉานของโลหิต เปลวเพลิงสีดำที่เกิดจากปราณมารและปราณปฐมกาลลุกโชนเผาผลาญพระราชวังทองคำและวิหารเทพสุริยันจนเหลือเพียงตอไม้ตอตะโก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วชั้นบรรยากาศ ผสมผสานกับกลิ่นเถ้าถ่านและความตายที่ลอยวนเวียนอยู่เหนือน่านฟ้า
บนยอดภูเขาซากศพของทหารองครักษ์เกราะทองและแม่ทัพจักรวรรดินับหมื่นชีวิตที่สุมทับกันสูงเสียดฟ้า ร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางสายลมที่พัดกระหน่ำพาให้เส้นผมสีเงินสว่างของเขาปลิวไสวไปด้านหลัง ชุดเกราะเบาสีดำลึกลับที่เขาสวมใส่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดที่เริ่มแห้งกรัง ทว่ามันกลับไม่อาจบดบังรังสีอำมหิตและความเยือกเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากดวงตาสีเทาลึกล้ำคู่นั้นได้เลยแม้แต่น้อย
หลินเฟย... มารไร้ลักษณ์ผู้บดขยี้ความฉ้อฉลของลัทธิเทพสุริยัน และเพิ่งจะกวาดล้างกองทัพทั้งหมดของจักรวรรดิที่โง่เขลาและยอมเป็นเครื่องมือให้กับพวกสุนัขรับใช้บนสวรรค์
ในมือขวาของเขา 'ศัสตราไร้ลักษณ์' ที่บัดนี้มีความยาวและรูปทรงคล้ายดาบยาวสีดำสนิท กำลังเต้นตุบๆ ประดุจมีหัวใจเป็นของตนเอง มันกำลังกลืนกินเศษซากปราณวิญญาณและพลังชีวิตที่หลงเหลืออยู่ในอากาศอย่างตะกละตะกลาม พลังงานที่ถูกดูดซับไหลผ่านด้ามดาบเข้าสู่จุดตันเถียนของหลินเฟย ช่วยฟื้นฟูพละกำลังที่สูญเสียไปจากการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง
"พวกมนุษย์ที่ยอมก้มหัวให้กับภาพลวงตา... ช่างอ่อนแอและน่าสมเพชเสียนี่กระไร" หลินเฟยพึมพำกับตนเอง สายตาเย็นชาทอดมองซากศพขององค์จักรพรรดิที่ถูกเขาตัดหัวขาดกระเด็นไปเมื่อครู่ "พวกมันคิดว่าการสวดภาวนาและมอบพลังชีวิตให้กับสิ่งที่มองไม่เห็น จะช่วยให้พวกมันได้รับความเมตตา... แต่สัจธรรมของโลกใบนี้ มีเพียงผู้ที่ถือดาบเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดชะตากรรม"
ทว่า ในขณะที่หลินเฟยกำลังจะก้าวลงจากภูเขาซากศพเพื่อออกเดินทางไปทำลายวิหารสาขาอื่นที่เหลืออยู่ บรรยากาศรอบด้านก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน!
ครืนนนนนนนนนน!
ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงที่เคยมืดครึ้มไปด้วยควันไฟ พลันเกิดเสียงกึกก้องกัมปนาทราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย มวลเมฆถูกฉีกกระชากออกเป็นรอยแยกขนาดมหึมา แสงสว่างสีทองคำที่เจิดจ้าและบริสุทธิ์จนแสบตา สาดส่องลงมาจากรอยแยกนั้น คลุมทับนครหลวงที่ล่มสลายประดุจแสงแห่งการชำระบาป ทว่าสำหรับหลินเฟย แสงสว่างนั้นไม่ได้นำมาซึ่งความอบอุ่น แต่มันนำมาซึ่ง 'แรงกดดัน' ที่หนักอึ้งจนน่าสะพรึงกลัว!
ตึง!
เพียงแค่แสงสว่างนั้นสาดส่องลงมากระทบผืนดิน พื้นหินรอบๆ ภูเขาซากศพก็ยุบตัวลงไปลึกกว่าสามจั้ง! แรงกดดันนี้ไม่ได้เกิดจากพลังปราณธรรมดา แต่มันคือ 'กฎเกณฑ์ของมิติที่สูงกว่า' มันคือความกดดันของยอดฝีมือที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของขอบเขตแก่นแท้ (Golden Core) และก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งความเชื่อมโยงกับสวรรค์... ขอบเขต 'วิญญาณแรกกำเนิด' (Nascent Soul)!
"มดปลวกชั้นต่ำจากโลกมนุษย์... บังอาจทำลายแท่นบูชาและเครื่องสังเวยของตำหนักเก้าสวรรค์ ความผิดของเจ้านั้น แม้จะสับร่างเป็นหมื่นชิ้นก็ไม่อาจชดใช้ได้!"
เสียงที่ดังกังวานและเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งยโสดุจเทพเจ้าที่กำลังทอดพระเนตรลงมามองหนอนแมลง ดังก้องมาจากรอยแยกบนท้องฟ้า ร่างของบุรุษหนุ่มในชุดคลุมยาวสีขาวขลิบทองค่อยๆ ลอยตัวลดระดับลงมา รอบกายของเขามีวงแหวนแสงสีทองสว่างไสวสามวงหมุนวนอยู่เบื้องหลัง บ่งบอกถึงสถานะอันสูงส่งและพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งจนสามารถบดขยี้ภูเขาได้ด้วยมือเปล่า
เขาคือ 'ตัวแทนจากภพเซียน' ทูตสวรรค์ที่ถูกส่งลงมาเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของการขาดหายไปของพลังชีวิตที่วิหารเทพสุริยันส่งขึ้นไปถวาย
หลินเฟยหรี่ตาลง นัยน์ตาสีเทาทอประกายเย็นเยียบ เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของพลังอย่างชัดเจน ตัวเขาในตอนนี้อยู่ในขอบเขตแก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุด แม้จะมีพลังปฐมกาลและศัสตราไร้ลักษณ์ที่ทำให้เขาสามารถสังหารผู้ที่อยู่เหนือกว่าหนึ่งหรือสองขั้นได้ ทว่าช่องว่างระหว่างแก่นแท้ทองคำและวิญญาณแรกกำเนิดนั้น ไม่ใช่แค่ระดับพลัง แต่มันคือความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของฟ้าดิน
"ตัวแทนจากภพเซียนงั้นรึ?" หลินเฟยแค่นเสียงหัวเราะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดูแคลน "ข้าก็นึกว่าสุนัขรับใช้ตัวใหญ่จะหน้าตาเป็นอย่างไร... ที่แท้ก็แต่งตัวซะหรูหรา แต่กลิ่นเหม็นเน่าของพวกปรสิตที่สูบเลือดสูบเนื้อคนอื่น ก็ยังคลุ้งออกมาอยู่ดี"
"สามหาว!"
ทูตสวรรค์โกรธจัด ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโทสะ ไม่เคยมีมนุษย์คนใดกล้าจาบจ้วงเขาเช่นนี้มาก่อน "ข้า 'เฉินเฟิง' ทูตพิทักษ์กฎแห่งตำหนักเก้าสวรรค์ ได้รับบัญชาให้มาชำระล้างความสกปรกของโลกเบื้องล่าง! กลิ่นอายในร่างของเจ้า... และอาวุธในมือของเจ้า... มันคือ 'สิ่งต้องห้าม' ที่บ่อนทำลายสัจธรรม! จงคุกเข่าลงและส่งมอบศัสตรานั่นมาให้ข้า แล้วข้าจะเมตตาส่งวิญญาณของเจ้าไปเกิดใหม่ในภพภูมิของเดรัจฉาน!"
"อยากได้ดาบของข้างั้นรึ?" หลินเฟยยกศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้นชี้หน้าทูตสวรรค์ "ก็เข้ามาเอาเองสิ... ถ้าแกคิดว่าคอของแกแข็งพอที่จะไม่ถูกมันสับจนขาด!"
"รนหาที่ตาย!"
เฉินเฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป เขาสะบัดชายเสื้อคลุมเบาๆ พลังปราณระดับวิญญาณแรกกำเนิดก็ระเบิดออก ก่อให้เกิดพายุทอร์นาโดสีทองขนาดยักษ์สามลูกพุ่งทะยานเข้าหาหลินเฟย พายุแต่ละลูกอัดแน่นไปด้วยคมมีดวายุที่สามารถตัดขาดเหล็กกล้าได้อย่างง่ายดาย แรงกดดันของวิญญาณแรกกำเนิดล็อกเป้าหมายและปิดกั้นพื้นที่รอบตัวหลินเฟย ทำให้ไม่สามารถหลบหนีได้
ทว่า หลินเฟยไม่คิดจะหนีอยู่แล้ว!
"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่สอง... ผ่าจันทร์ดับสูญ!"
หลินเฟยแผดเสียงคำราม ปราณปฐมกาลในจุดตันเถียนระเบิดออก ไหลทะลักเข้าสู่ศัสตราไร้ลักษณ์จนใบดาบเปล่งแสงสีเทาเข้ม เขาตวัดดาบฟาดฟันเข้าใส่พายุทอร์นาโดสีทองทั้งสามลูกสุดแรงเกิด คลื่นกระบี่สีเทารูปจันทร์เสี้ยวพุ่งแหวกอากาศออกไป ปะทะกับพายุทองคำอย่างจัง!
เปรี้ยงงงงงง!
คลื่นพลังสองสายปะทะกันจนเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงสั่นสะเทือน พายุสีทองถูกคลื่นกระบี่สีเทาผ่าออกเป็นสองซีก ทว่าพลังของวิญญาณแรกกำเนิดนั้นแข็งแกร่งเกินไป แม้พายุจะถูกผ่า แต่เศษซากของคมมีดวายุก็ยังคงพุ่งเข้ามากระแทกเกราะสีดำของหลินเฟย
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
หลินเฟยถูกกระแทกถอยหลังไปหลายสิบก้าว เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากมุมปาก เกราะเบาสีดำปรากฏรอยแตกร้าวเล็กน้อย นี่คือความห่างชั้นของขอบเขตพลังที่แท้จริง!
"ฮ่าๆๆ! ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์! ต่อหน้าพลังแห่งสวรรค์ การต่อต้านของเจ้าก็เป็นเพียงแค่การดิ้นรนของมดปลวกในกองเพลิง!" เฉินเฟิงหัวเราะอย่างหยิ่งผยอง เขายื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ควบแน่นพลังปราณสีทองให้กลายเป็น 'หอกเทวะ' ขนาดมหึมาที่แผ่รังสีการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว "จงแหลกสลายไปพร้อมกับอาวุธต้องห้ามของเจ้าซะ!"
หอกเทวะสีทองพุ่งทะลวงฝ่าอากาศด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าเสียง ทิ้งร่องรอยการไหม้เกรียมไว้กลางอากาศ เป้าหมายของมันคือหัวใจของหลินเฟย!
'อันตราย! เด็กน้อย! พลังของการโจมตีนี้แฝงไปด้วยกฎเกณฑ์ของมิติสวรรค์ ร่างกายของเจ้าในตอนนี้รับไม่ไหวแน่!' เสียงของจิตวิญญาณศาสตราตะโกนเตือนอย่างร้อนรน
นัยน์ตาสีเทาของหลินเฟยหรี่ลงจนสุด เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่พุ่งตรงเข้ามา ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ความหวาดกลัวกลับไม่ปรากฏขึ้นในใจของเขาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความโกรธแค้นและความบ้าคลั่งที่เดือดพล่านขึ้นมาจนถึงขีดสุด!
"กฎเกณฑ์สวรรค์งั้นรึ?... ข้าไม่สน! สิ่งใดที่มาขวางหน้าข้า... ข้าจะกลืนกินมันให้หมด!"
หลินเฟยไม่หลบหลีก ทว่าเขากลับพุ่งทะยานสวนทางเข้าหาหอกเทวะสีทองอย่างบ้าบิ่น! เขายกศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้นมาเบื้องหน้า ปลดปล่อยเจตจำนงทั้งหมดของปราณปฐมกาลเข้าสู่ตัวดาบ ศัสตราไร้ลักษณ์ตอบสนองต่อความบ้าคลั่งของผู้เป็นนาย มันสั่นพ้องอย่างรุนแรงก่อนจะแปรสภาพใบดาบให้กลายเป็นคล้าย 'ปากของสัตว์ประหลาด' ที่มีรอยแยกสีดำมืดมิด!
"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่สี่... กลืนกินสวรรค์!"
ซวบบบบบบ!
หอกเทวะสีทองพุ่งเข้าปะทะกับรอยแยกสีดำบนใบดาบของศัสตราไร้ลักษณ์ แทนที่จะเกิดการระเบิด พลังทำลายล้างและกฎเกณฑ์สวรรค์ที่อัดแน่นอยู่ในหอก กลับถูก 'ดูดกลืน' เข้าไปในความมืดมิดนั้นอย่างตะกละตะกลาม!
"อะไรกัน!?" เฉินเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด "มันดูดกลืนพลังของวิญญาณแรกกำเนิดได้อย่างไร! เป็นไปไม่ได้!"
ทว่า การฝืนดูดกลืนพลังที่เหนือกว่าขอบเขตของตนเอง ย่อมต้องจ่ายด้วยราคาที่แสนแพง พลังงานมหาศาลที่ถูกกลืนกินเข้าไป ตีรวนและระเบิดอยู่ภายในศัสตราไร้ลักษณ์และสะท้อนกลับเข้าสู่ร่างกายของหลินเฟย
กร๊อบ! อั่ก!
กระดูกแขนขวาของหลินเฟยปริแตก เลือดกระอักออกจากปากอย่างรุนแรง อวัยวะภายในบอบช้ำสาหัส ร่างของเขาร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นดินจนเกิดหลุมลึก ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย สภาพของเขาปางตาย
"หึ... อวดดีไม่เข้าเรื่อง สุดท้ายก็ทำลายตัวเองสินะ" เฉินเฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้จะตกใจกับพลังของดาบนั่น แต่เมื่อเห็นหลินเฟยหมดสภาพ เขาก็เผยรอยยิ้มเยาะเย้ย "ข้าจะลงไปเก็บกู้ศัสตรานั่น และนำวิญญาณของเจ้ากลับไปรับโทษที่ตำหนักเก้าสวรรค์"
ทูตสวรรค์ค่อยๆ ลอยตัวลงมาที่หลุมอุกกาบาต เขามองเห็นร่างของเด็กหนุ่มที่นอนจมกองเลือดอยู่ก้นหลุม ทว่า...
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจที่เต้นอย่างหนักหน่วงและแปลกประหลาด ดังลอดออกมาจากร่างที่เต็มไปด้วยเลือดนั้น เลือดสีแดงสดที่ไหลนองพื้น กลับไม่ได้ซึมลงดิน ทว่ามันกำลัง 'ไหลย้อนกลับ' และถูกดูดซับเข้าไปในศัสตราไร้ลักษณ์ที่หลินเฟยยังคงกำไว้แน่น!
"ตำหนักเก้าสวรรค์... ที่แท้... ก็เป็นแค่พวกเหลือบไรที่สร้างค่ายกล 'กลืนโลก' เพื่อสูบพลังชีวิตของมนุษย์ไปยืดอายุขัยของตัวเองสินะ..."
เสียงแหบพร่าทว่าเย็นเยียบดุจน้ำแข็งทะลวงวิญญาณ ดังขึ้นจากร่างของหลินเฟย เขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ บาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายกำลังถูกสมานด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า! พลังงานวิญญาณแรกกำเนิดที่เขากลืนกินเข้าไปเมื่อครู่ ผสมผสานกับปราณปฐมกาลในจุดตันเถียน กำลังบีบอัดและทำลายขีดจำกัดของขอบเขตแก่นแท้ทองคำ!
"เจ้า...! เจ้ารู้เรื่องค่ายกลกลืนโลกได้อย่างไร!" เฉินเฟิงหน้าถอดสี ความลับสูงสุดของสวรรค์ ไม่ควรมีมนุษย์คนใดล่วงรู้
"ข้ารู้... เพราะข้าจะไปพังมันด้วยมือของข้าเองไงล่ะ!"
หลินเฟยเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีเทาของเขาบัดนี้มีประกายแสงสีทองคำของวิญญาณแรกกำเนิดเจือปนอยู่ พลังของเขาพุ่งทะยานทะลุเพดานของแก่นแท้ทองคำ และก้าวเข้าสู่สถานะ 'ครึ่งก้าววิญญาณแรกกำเนิด' อย่างสมบูรณ์แบบ!
ฟุ่บ!
หลินเฟยใช้วิชาก้าวพริบตา ความเร็วของเขาในยามนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมิติ เขาปรากฏตัวขึ้นประชิดร่างของเฉินเฟิงในเสี้ยววินาที ทูตสวรรค์ตกใจสุดขีด รีบยกแขนขวาขึ้นมาป้องกันพร้อมกางม่านพลังสีทอง
"ช้าไป!"
ฉับ!
ศัสตราไร้ลักษณ์ที่แผ่รังสีแห่งการทำลายล้างสูงสุด ตวัดฟาดฟันลงมาอย่างไร้ความปรานี คลื่นกระบี่สีเทาพุ่งทะลวงม่านพลังสีทองประดุจตัดกระดาษ และตัดฉับเข้าที่แขนขวาของเฉินเฟิงจนขาดสะบั้น!
"อ๊ากกกกกก!"
เฉินเฟิงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เลือดสีทองของเซียนพุ่งกระฉูด เขาพยายามจะถอยหนี แต่หลินเฟยไม่เปิดโอกาส เขาพุ่งตามติด มือซ้ายของเขายื่นออกไป ทะลวงผ่านหน้าอกของทูตสวรรค์ และคว้าจับ 'วิญญาณแรกกำเนิด' (Nascent Soul) ที่เป็นแก่นแท้ของพลังในร่างของอีกฝ่ายเอาไว้!
"มะ... ไม่นะ! ได้โปรด... ข้าคือทูตของตำหนักเก้าสวรรค์... ถ้าเจ้าฆ่าข้า... มหาเทพจะไม่ปล่อยเจ้าไว้!" เฉินเฟิงอ้อนวอนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"มหาเทพ? สุนัขจ่าฝูงของพวกเจ้า ข้าก็จะสับคอมันเช่นกัน!"
กร๊อบ!
หลินเฟยออกแรงบีบมือ กระชากวิญญาณแรกกำเนิดสีทองคำออกจากร่างของเฉินเฟิงอย่างโหดเหี้ยม ร่างไร้วิญญาณของทูตสวรรค์ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างไร้ค่า หลินเฟยมองดูวิญญาณแรกกำเนิดที่กำลังดิ้นรนในมือ ด้วยดวงตาที่หิวกระหาย ก่อนที่เขาจะเปิดใช้อำนาจของศัสตราไร้ลักษณ์และปราณปฐมกาล 'กลืนกิน' วิญญาณของทูตสวรรค์เข้าไปทั้งหมด!
ซ่าาาาา!
พลังวิญญาณมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ร่างของหลินเฟย ชำระล้างและยกระดับรากฐานของเขาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีกขั้น เขาหลับตาซึมซับพลังและความทรงจำที่ได้มา เขารับรู้ถึงที่ตั้งของประตูสวรรค์ และความยิ่งใหญ่ของศัตรูที่แท้จริงที่รออยู่เบื้องบน
เมื่อหลินเฟยลืมตาขึ้น เขาแหงนหน้ามองรอยแยกบนท้องฟ้าที่ยังคงเปิดกว้าง รอยยิ้มอำมหิตปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนเลือด
"ตำหนักเก้าสวรรค์... เตรียมตัวรอรับความตายที่ข้าจะนำไปมอบให้ได้เลย!"
ร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงินพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ พุ่งตรงเข้าสู่รอยแยกมิติ ทิ้งโลกมนุษย์ที่พังทลายไว้เบื้องหลัง การเดินทางเพื่อล้างบางสวรรค์และเปิดโปงพระเจ้าจอมปลอม ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!