ระหว่างทางกลับบ้าน เย่ชิงหรั่นไม่มีอารมณ์ชื่นชมบรรยากาศชนบทของจีนในยุค 60 เหมือนตอนเข้าเมือง
เธอนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานของฉีหงซิงอย่างประหม่า เพราะั้แ่ออกจากร้านอาหารจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เปิดปากพูดกับเธอสักคำเลยน่ะสิ!
เธอพยายามตั้งสมาธิ และใช้เซลล์สมองด้านความรักอันน้อยนิดของเธอ คิดหาคำอธิบายเื่ของซ่งกวงิคนรักเก่าของเ้าของร่างเดิม
ถ้าเธอบอกว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว ฉีหงซิงจะหายโกรธไหม? หรือโกหกไปว่าเขาเป็แค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดาดีล่ะ?
อย่างไรก็ตามด้วยธรรมเนียมของคนจีนในยุคนี้ ไม่มีคำว่าแฟน เพื่อนชายคนสนิท หรือคู่เดต เหมือนในยุคปัจจุบันของเรา มีแต่สหายร่วมชาติเท่านั้น
ก่อนแต่งงานไม่มีการคบหาดูใจ อย่างมากก็เห็นหน้าและพูดคุยกันเล็กน้อยผ่านการนัดบอด หรือบางคู่พ่อแม่พูดคุยกันแล้วตกลงกันได้ ก็แต่งงานกันเลยเหมือนคู่ของเธอ
เย่ชิงหรั่นและซ่งกวงิดูไร้เดียงสาจริงๆ เมื่อเทียบกับคู่รักตัวน้อยที่เธอเคยเห็นมา พวกเขาไม่เคยจับมือกันเลยด้วยซ้ำ แค่พูดคุยกัน มองตากันด้วยความรัก และส่งจดหมายถึงกัน
เอาล่ะ! เย่ชิงหรั่นตัดสินใจได้แล้วว่าจะอธิบายอย่างไร
เธอเอื้อมมือไปโอบกอดเขาจากด้านหลัง “เห้อ สามีของฉันกลายเป็ใบ้ไปแล้ว ฉันควรทำอย่างไรดี?”
ฉีหงซิงรู้สึกถึงมือเล็กๆ ที่กอดเอวของเขาไว้แน่น ถ้าเป็ก่อนได้ยินเื่ซ่งกวงิ เขาคงมีความสุขมาก แต่ตอนนี้หัวใจของเขามีแต่ไฟแห่งความหึงหวง เธอมีผู้ชายในใจอยู่แล้ว ทำไมเธอถึงแต่งงานกับเขา? อืม เขาจะสอบสวนเธออย่างลึกซึ้งแน่นอน
เขาตบมือที่กำลังลูบหน้าท้องของเขาเบาๆ “นั่งดีๆ ถึงบ้านแล้วค่อยคุยกัน”
เย่ชิงหรั่นแอบกลอกตา แค่ได้ยินชื่อผู้ชายคนอื่นก็หึงจนเป็แบบนี้ ถ้าเขารู้ว่าเธอเห็นผู้ชายเปลือยมากมาย เขาจะรู้สึกอย่างไร? ฮิฮิ ถึงแม้จะเป็การเห็นผ่านโทรศัพท์ ก็ถือว่าเป็ผู้มีประสบการณ์ใช่ไหม? ไม่อย่างนั้นเธอผู้ไม่เคยมีแฟนมาก่อน จะบริการเขาอย่างดีได้อย่างไร
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เย่ชิงหรั่นลงจากจักรยาน แล้วเดินตามฉีหงซิงเข้าบ้านอย่างสงบเสงี่ยม เหมือนภรรยาตัวน้อยที่น่าสงสาร
แอ๊ด
ฉีหงซิงปิดประตูห้องนอนและล็อคประตู บรรยากาศในห้องเหมือนห้องปกครองที่เอาไว้สอบสวน เมื่อนักเรียนทำอะไรผิด
เขานั่งลงอย่างเงียบๆ เธอนั่งลงข้างเขาและเอนตัวไปซบหน้าอกของเขา แน่นอนว่าเขาไม่ได้ผลักเธอออกไป แต่เอามือมาโอบไหล่ของเธอ
“คุณทำให้ฉันกลัว” เธอพูดเบาๆ และพยายามบีบน้ำตาออกมา “คุณโกรธจนไม่คุยกับฉัน และไม่ยอมให้ฉันเกาะเอวคุณด้วยซ้ำ”
ฉีหงซิงรู้สึกถึงน้ำตาที่ซึมเข้ามาที่เสื้อของเขา หัวใจของเขาอ่อนลง และสงสารเธอขึ้นมาทันที ทำไมเขาถึงต้องเ็ากับเธอ? เขาเป็แค่ผู้ชายที่เธอรักก่อนแต่งงานไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้พวกเขาแต่งงานกันและมีใบทะเบียนสมรส ใครกล้าทำลายการแต่งงานของทหาร? เขาจะเป็คนที่อยู่กับเธอไปตลอดชีวิต ไม่ใช่คนอื่น ฉีหงซิงยิ้มออกมา โอบกอดเธอแน่นขึ้น "ผมไม่ได้โกรธคุณ"
เย่ชิงหรั่นก้มหน้าลงและเบ้ปากเบาๆ ฮึ่ม! ผู้ชายปากแข็ง เธอด่าเขาในใจ แต่ปากของเธอก็พูดอย่างออดอ้อน "จริงนะ" และเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งน้ำตา
ฉีหงซิงเห็นใบหน้าที่สวยงามของภรรยาตัวน้อยเต็มไปด้วยน้ำตา ความโกรธของเขาอยู่ที่ไหน? มันหายไปหมดแล้วเหลือแค่ความสงสัยเท่านั้น "จริงสิ แต่คุณบอกผมได้ไหมว่า ซ่งกวงิคือใคร?"
"เขาคือเพื่อนที่โตมาด้วยกันกับฉัน พวกเราเรียนห้องเดียวกันมาตลอด พ่อแม่ของพวกเรา เห็นว่าเราดูเหมาะสมกัน จึงอยากจัดงานแต่งหลังจบชั้นมัธยมปลาย"
"แต่หลังจากเรียนจบ ซ่งกวงิป่วยหนักมานาน จนเขาทนไม่ไหวและเสียชีวิต"
เมื่อพูดจบเย่ชิงหรั่นก็ก้มหน้าลงร้องไห้ออกมาจากใจจริงๆ เธอมีความทรงจำของเ้าของร่างเดิม แน่นอนว่าเธอััได้ถึงความเศร้าและความสิ้นหวัง เมื่อซ่งกวงิเสียชีวิต
เธอบอกฉีหงซิงจริงครึ่งหนึ่งเท็จครึ่งหนึ่ง เพื่อไม่ให้วันหนึ่งเขาได้ยินเื่ที่เธอเคยจะแต่งงานจากกับซ่งกวงิจากคนอื่น แล้วทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาสะดุดลง
ในเื่ของความรู้สึก เธอไม่กล้าบอกเขาตามความเป็จริง เธอกลัวว่ามันจะเป็หนามในหัวใจของเขา และในอนาคต ใครจะรู้? เขาอาจจะนำเื่ที่เธอเคยรักซ่งกวงิมาทะเลาะกับเธอก็ได้
ดังนั้นเธอจึงบอกแค่ว่าพวกเขาเป็เพื่อนที่โตมาด้วยกัน ร้องไห้เสียใจที่เพื่อนเสียชีวิตก็ถูกต้องแล้วใช่ไหม?
ฉีหงซิงตบหลังของเย่ชิงหรั่นเบาๆ เพื่อปลอบโยน “อย่าร้องไห้เลย ถ้าพรุ่งนี้คนอื่นเห็นตาบวมของคุณ เขาจะคิดว่าผมรังแกคุณอีก”
เย่ชิงหรั่นหัวเราะออกมา และเอากำปั้นทุบหน้าอกเขาเบาๆ “อืม คุณรังแกฉันจริงๆ”
ฉีหงซิงโล่งใจจริงๆ ที่พวกเขาเป็แค่เพื่อนกัน และคิดอย่างโหดร้ายว่า โชคดีที่ซ่งกวงิเสียชีวิตก่อนที่จะแต่งงานกับเธอ ไม่อย่างนั้นเขาจะหาภรรยาแบบนี้ได้จากไหน?
เขายิ้ม ลุกจากเตียง และอุ้มเธอขึ้นมาทั้งตัวอย่างรวดเร็ว
“อุ๊ย” เย่ชิงหรั่นะโด้วยความใ และเอามือโอบคอเขาอย่างรวดเร็ว
“อุ้มฉันทำไมคะเนี่ย?”
“ผมจะอาบน้ำให้คุณ” เขาอุ้มเธอออกไปที่ห้องน้ำ
หลังจากนั้นห้องน้ำในบ้านใหม่ของคู่บ่าวสาวป้ายแดง ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงกระซิบแ่เบา