ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่17 โอ่งเก็บจันทรา


    หม้อเก้ามังกร เป็นดั่งสมบัติวิเศษจากสวรรค์ ถูกหลอมสร้างโดยช่างฝีมือแห่งใต้หล้า เพียงแค่มันตั้งอยู่ในครัวก็สร้างความโดดเด่นจนเครื่องครัวชุดอื่นมัวหมองไม่น่าหยิบจับ เวลานี้ต้มจนน้ำซุปเดือดปุดๆ ความร้อนจากเตาแก๊สทำให้หม้อเก้ามังกรคล้ายกับมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะลวดลายมังกร ดั่งว่าตัวของมันกำลังแหวกว่ายบนเมฆหมอก เหินทะลุท้องฟ้า คว้าสุริยันต์จันทรามาโยนเล่นทิ้งน้ำซุปให้เดือด เดินออกไปนอกครัว ตะโกนออกไปว่า “ดาว ลิง เดี๋ยวมาช่วยผมในครัวหน่อยนะ”ความจริงในตลาดสดนายังมีน้ำจิ้มสำหรับหมูกระทะขายอยู่หลายเจ้า สำหรับคนขี้เกียจทำไม่เป็นทางเลือกหนึ่งอย่างคือซื้อน้ำจิ้มสำเร็จแต่ด้วยความที่เจมส์เปิดร้านหมูกระทะ หากน้ำจิ้มสูตรสำเร็จไม่มีเอกลักษณ์จะเป็นที่สนใจได้ยังไง ดังนั้นนอกจากเนื้อหมูและผัก เขายังซื้อพริก มะนาว ผักชี ฯลฯ สำหรับทำน้ำจิ้มโดยเฉพาะ“ครับ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ” ลิงตะโกนตอบ ส่วนดาวขานรับทำนองเดียวกันลิงเป็นชายหนุ่มวัย 23 ปี ทำผมสีชมพู ระเบิดหูทั้งสองข้าง ใบหน้าค่อนข้างไปทางกลมบานแต่โชคดีมีดั้งจมูกโด่ง ไม่งั้นคงเหมือนกับลูกชิ้นหนึ่งลูกลิงเข้ามาในครัวพร้อมดาว อีกฝ่ายเป็นสาวสวย ใบหน้าคมคาย ส่วนเขาตัวเล็กเปี้ย รูปร่างไม่สมวัยชาตรี“ล้างพวกนี้แล้วก็ช่วยผมเด็ดก้านพริก ปลอกกระเทียม หั่นมะนาว……” เจมส์สั่งงานเมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาในครัวลิงพยักหน้า ถึงเขาจะไม่เคยทำอะไรทำนองนี้นอกจากเสิร์ฟหรือเก็บโต๊ะ แต่ไม่ใช่ว่าไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะนี่เป็นงานที่ทำแล้วได้เงิน ถึงจะเหนื่อยบ้างมีแต่ต้องสู้“เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ ค่อยนำไปปั่นในเครื่องปั่น” เจมส์ไม่คิดทำทุกอย่างคนเดียว จริงอยู่ที่เขาฉีดเซรุ่มหมายเลข 1 ไปแล้ว ทำให้ร่างกายอึดถึกทนแต่ถึงอย่างนั้นร่างกายของคนเราย่อมมีขีดจำกัด เหมือนกับการพักผ่อนที่เพียงพอนั่นแหละ อีกอย่างหนึ่งเจมส์ไม่ได้มีถึงสามสี่มือ เขามีเพียงสองมือและต้องการคนช่วยในครัว“จัดไปครับเจ้านาย” ลิงพยักหน้าให้เจมส์ ถึงอีกฝ่ายจะอายุไม่ต่างจากเขามากหรือเป็นน้อง ยังคงต้องให้ความเคารพเพราะสถานะนายจ้างเครื่องปั่นของจ่าอี๊ดจากที่ดูๆ น่าจะมีราคาไม่ถึงพันบาท น่าจะสักราวๆ แปดเก้าร้อยบาท ของราคาไม่แพงมากปั่นทีเนี่ยเสียงดังอย่างกับโรงสีขาว แถมพริกยังไม่ละเอียดมาก ทำให้เจมส์ต้องจดไว้ในโน๊ต หากมีเงินจะซื้อของดีมาใช้ แถมตัวเครื่องยังมีขนาดเล็กมากอีกด้วย ปั่นได้ทีละนิดหน่อยไม่พอยาไส้เลยสักนิดปล่อยให้ลูกน้องสองคนล้างวัตถุดิบสำหรับทำน้ำจิ้มปั่นพริกไป ส่วนเขาหันกลับมาสนใจหม้อเก้ามังกรทันทีที่เจมส์เปิดฝาหม้อสแตนเลสของจ่าอี๊ด กลิ่นหอมน้ำซุปแทบจะทำให้เขาโบยบิน มันช่างเป็นกลิ่นหอมหวานเหมือนกับยกทุ่งดอกไม้มาไว้ในครัว เป็นกลิ่นอันคุ้นเคยคล้ายกับที่แม่ดวงแก้วเคยทำให้ทานบ่อยๆ ตอนเป็นเด็ก แต่เป็นกลิ่นที่หอมละมุนยิ่งกว่านั้นนี่ต้องเป็นผลของหม้อเก้ามังกร ไม่อย่างนั้นกลิ่นคงไม่หอมปะทุในครัวแบบนี้หรอก“หอมจังเลย ทำเอาผมท้องร้องจ๊อกๆ” ลิงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย แต่ไม่คิดติดเล่นในครัว รีบทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างขยันขันแข็งดาวมีท่าทีไม่ต่างจากเพื่อนร่วมงาน นั่นคือกลืนน้ำลายลงคอ หล่อนทำงานร้านหมูกระทะจ่าอี๊ดได้ 6-7เดือน วันๆได้กลิ่นหมูกระทะจนเอียน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่กระเพาะบอกว่า อยากลองชิมน้ำซุปในหม้อเหลือเกินเห็นปฏิกิริยาตอบสนองลูกน้องสองคนในครัว เจมส์พยักหน้าพึงพอใจ หันกลับมาตั้งอีกหม้อ โดยหม้อที่เขาตั้งไฟใหม่เป็นหม้อธรรมดา ไม่ใช่ของวิเศษจากหนังสือจริงอยู่ที่เจมส์สามารถนำอะไรออกมาจากหน้าหนังสือก็ได้ แต่นั่นไม่ใช่ว่าเขาต้องนำออกมาทั้งหมด สมบัติหรือของใช้ทุกชนิดมีผลกระทบด้านลบไม่มากก็น้อย ยกตัวอย่างเช่น'จี้แห่งความสำเร็จ'ใช้งานแปบเดียวไม่ตายก็พิการดังนั้นจะเห็นว่าของส่วนใหญ่เจมส์เลือกซื้อเข้ามาในร้านแทนการนำออกมาจากหน้าหนังสือ สิ่งนี้ไม่เพียงทำให้ลูกค้าปลอดภัย แต่ยังรวมถึงชีวิตตัวเองที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายด้วยตัดมาที่การนำน้ำจิ้ม เมื่อพนักงานชายหญิงปั่นวัตถุดิบจนละเอียด เจมส์เริ่มขั้นตอนถอดไปทันที เปิดไฟตั้งน้ำใส่หม้อ เทน้ำเปล่าลงไปพอประมาณ ใส่งาขาวราคาไม่แพงมากตามไปด้วย เสร็จจากงาขาวเจมส์ฉีกซองน้ำกระเทียมดอง เทลงไปทั้งถุงอย่างนั้น รวมถึงหัวกระเทียมดองด้วย ใส่ไปทั้งหมดไม่ต้องเหลือทิ้ง จัดการเสร็จเจมส์ยื่นมือไปเอากระเทียมที่ถูกปั่นในชามใบใหญ่ คุณภาพของกระเทียมไม่ละเอียดมาก เช่นเดียวกับพริก ด้วยคุณภาพเครื่องปั่นราคาไม่กี่ตังค์แค่ปั่นแล้วไม่พังก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้วใส่ทั้งพริกและกระเทียมปั่นหยาบลงไป จนน้ำเนี่ยเปลี่ยนเป็นสีแดงโร่ ตามด้วยซอสพริกยี่ห้อโดกิโดกิความจริงมีซอสพริกอีกหลายยี่ห้อในตลาด แต่ด้วยความที่ยี่ห้อนี้ราคาถูกกว่าเจ้าอื่นเจมส์จึงเลือกโดกิโดกิ พอใส่ซอสพริกจนหมดถุง หยิบกระบวยที่แขวนอยู่บนผนังห้องครัว เริ่มคนส่วนผสมให้เข้ากัน ในด้านของการทำน้ำจิ้มหลังจากนี้ ดาวและลิงไม่ได้อยู่ช่วย อีกอย่างหนึ่งทั้งสองไม่รู้วิธีทำ รู้แค่ว่าต้องล้างยังไงหรือปั่นยังไงเท่านั้น พอเสร็จจึงออกไปช่วยชัยกับต้นหน้าร้านเจมส์คนส่วนผสมให้เข้ากันได้ระยะหนึ่ง สีสันเริ่มน่ารับประทาน จึงใส่เกลือลงไป 4ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 4กระบวย ปิดฉากด้วยน้ำตาลทรายแดงคนวัตถุดิบให้เข้ากัน ยิ่งคนยิ่งน่ารับประทาน แค่เห็นก็นึกถึงหมูกระทะย่างบนเตาถ่าน มันหมูเยิ้มแสนอร่อย ตักน้ำจิ้มขึ้นมาชิมเล็กน้อย พยักหน้าให้กับผลงานของตัวเอง ปิดเตาแก๊สเสร็จจากน้ำจิ้ม เจมส์หันไปตะโกนบอกลูกน้องข้างนอกว่า ให้มาช่วยยกน้ำจิ้มหน่อยภาชนะที่เขานำมาใส่น้ำจิ้มย่อมไม่ใช่ภาชนะธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในเครื่องครัววิเศษในเรื่อง ทะลุมิติ ไปเป็นยอดเชฟสะท้านพิภพ ที่ตัวเอกอย่างฮงบินยูมักจะนำมาทำน้ำจิ้มหรือไม่ก็จำพวกเหล้าตัวภาชนะเป็นสีดำสนิท คล้ายกับโอ่งแบบมินิมอล ใบหนึ่งจุได้ 5 ลิตรเป็นอย่างต่ำ มีลวดลายจันทร์เสี้ยว ถึงจะอยู่ในรูปลักษณ์ของโอ่งแต่มันกลับดูเก๋ไก๋ ไม่โลคลาสเลยสักนิด'โอ่งเก็บจันทรา มีคุณสมบัติวิเศษทำให้น้ำเปล่าที่ถูกใส่ลงไป กลายเป็นน้ำหวานไม่ต่างจากน้ำเชื่อม หรือทำให้คุณภาพของน้ำที่ถูกใส่ลงไป มีความอร่อยเพิ่มขึ้น แทรกความหวาน กลมกล่อม' 'หรือต่อให้เป็นน้ำครำหากใส่ลงไปในโอ่งเก็บจันทรา ก็จะกลายเป็นน้ำหวานใสสะอาดน่ารับประทาน''ผลเสียด้านลบ เมื่อกินของที่อยู่ในโอ่งเก็บจันทรา ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ร่างกายจะรู้สึกกระหาย ต้องการกินอีกเป็นครั้งที่สอง'นั่นคือคุณสมบัติโอ่งเก็บจันทรา ด้วยเหตุนั้นเองเจมส์จึงใช้เป็นภาชนะใส่น้ำจิ้ม ทำให้รสชาติน้ำจิ้มอร่อยยิ่งขึ้น รวมถึงผลเสียด้านลบที่ได้มาอย่างบังเอิญ มันช่างเป็นข้อดีไม่ต่างจากกัญชา เพียงแต่ให้ผลลัพธ์ดีกว่านั้นปล่อยให้เด็กๆ ยกน้ำจิ้มหมูกระทะไปใส่โอ่ง จากนั้นเจมส์กลับมาในครัว ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับปิ้งย่าง ยิ่งร้านของเขาเป็นร้านอาหารทะเลซีฟู้ดแบบเป็นๆ นอกจากความสดของวัตถุดิบสิ่งที่ขาดไม่ได้คือน้ำจิ้มซีฟู้ดเจมส์เติบโตมากับทะเลตั้งแต่จำความได้ เกิดมาได้กินแต่อาหารทะเลจนเอียนและน้ำจิ้มซีฟู้ดหลากชนิด ดังนั้นเขาจึงคุ้นชินกับมันเป็นอย่างดี ชนิดที่ว่าดีเสียยิ่งกว่าน้ำจิ้มหมูกระทะเจมส์หันมาทำสิ่งแรกสำหรับน้ำจิ้มนั่นคือต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บลงไปในชามที่ถูกเตรียมไว้ ผงชูรส เกลือแทนน้ำปลาเพื่อตัดคาวพอน้ำเดือดได้ที่ ปิดเตาแก๊สไฟดับสนิท ใช้กระบวยใหญ่ตักน้ำร้อนมาใส่ชามที่มีน้ำตาลปี๊บเตรียมอยู่ก่อน จากนั้นคนให้เข้ากัน คนจนให้น้ำตาลปี๊บแตกละเอียดส่วนที่ทำไมเจมส์ถึงไม่ใช้น้ำตาลทรายแดงอย่างน้ำจิ้มหมูกระทะ นั่นเป็นเพราะว่าน้ำจิ้มต่างกันวิธีการทำย่อมต่างกัน รวมถึงเขาอยากให้น้ำจิ้มซีฟู้ดของร้านถูกพูดถึงปากต่อปาก ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามีน้ำเปล่าที่ถูกใส่ลงไปในหม้อเก็บจันทราก่อนหน้านี้ ถูกใส่ลูกไปในชามเพิ่มเป็นอีกอย่าง ซึ่งนั่นจะให้ผลลัพธ์ต่างจากน้ำจิ้มที่เคยทานก่อนหน้านี้ ตามด้วยน้ำมะนาวขวดราคาถูกเสร็จจากขั้นตอนดังกล่าว มาถึงการปั่นโดยการผสมวัตถุดิบทั้งหมดลงไป โดยเจมส์ใช้พริกขี้หนูสวน พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ เพื่อความเผ็ดร้อนของซีฟู้ด ตามด้วยรากผักชี กระเทียมแกะเปลือกจนสะอาด นำทุกอย่างเทลงไปในเครื่องปั่น หมุนสวิชต์รอให้ปั่นจนละเอียดเครื่องปั่นก็อย่างที่บอก มันทำหน้าที่ได้ไม่ค่อยดีนัก ทำให้เจมส์อยากจะโยนทิ้งแล้วซื้อเครื่องใหม่เสียเดี๋ยวนี้ แต่ด้วยความที่เงินในบัญชีร่อยหรอ มีแต่ต้องทนใช้ไปก่อน สิ้นเดือนได้กำไรค่อยซื้อสักเครื่องสองเครื่อง ชิมน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ถูกปั่นแบบหยาบ เจมส์พยักหน้าพึงพอใจ จากนั้นยกไปเก็บไว้ในโอ่งเก็บจันทร์ทราอีกใบ ซึ่งแน่นอนด้วยผลของถุงมือฟ้าประทาน หากดึงของออกจากหน้าหนังสือสิ่งนั้นจะหายไป ทำให้ต้องซื้อหนังสือเล่มใหม่เปลืองเงิน

    แต่เจมส์มีวิธีฉลาดกว่านั้น นั่นคือการถ่ายเอกสารก่อนใช้งานถุงมือ