บทที่ 48 เฉินเฉินอยากเรียน
สองพี่น้องจูงมือกันมาที่ริมลำธารเล็ก ๆ
‘เสี่ยวเถา เนื้อหมูขายหมดแล้วหรือยัง?’
เสี่ยวเถาตอบอย่างภาคภูมิใจว่า [ขายหมดแล้ว! แต่ยังมีลูกค้าถามอยู่เลยว่าเจ้ายังมีอีกหรือไม่ อาหารธรรมชาติแบบนี้หายากมากในพื้นที่แห่งนั้น]
‘แล้วข้าจะใช้เงินพวกนี้ซื้อเครื่องปรุงได้หรือไม่?’ ทันใดนั้นหน้าจอเสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินเถียนเถียน เฉินเฉินยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่รู้อันใด เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่มองเห็น
ในนั้นมีเครื่องปรุงหลากหลายชนิดปรากฏขึ้นมาทันทีทั้งที่ผลิตจากสังเคราะห์และจากธรรมชาติ เช่น ใบกระวาน โป๊ยกั๊ก เป็นต้น เฉินเถียนเถียนเลือกสองอย่างง่าย ๆ จากนั้นก็ทิ้งเฉินเฉินไว้ที่ริมลำธาร ตัวเองหลบไปอีกทางหยิบหม้อเหล็ก เครื่องปรุงพวกนี้และเครื่องในหมูออกมา
เฉินเฉินมองตาปริบ ๆ อย่างงงงวยเห็นได้ชัดว่าหลินชุนฮวาไม่ได้ขู่เข็ญเขาเลย ตอนนี้ออกมาข้างนอกเลยดูเก็บมือเก็บเท้า
“ถ้าอยากกินก็มาช่วยข้าทำ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวสุกแล้วจะไม่ให้เจ้ากิน”เฉินเถียนเถียนว่าจบก็สั่งให้เด็กตัวแสบนี่ไปเก็บฟืน ส่วนตัวเองก็เริ่มใช้หินวางเรียงเป็นเตาง่าย ๆ
เครื่องในหมูล้างสะอาดแล้วพอใส่น้ำลงในหม้อร้อนเพื่อต้ม สิ่งนี้สุกง่ายกว่าปลาย่าง สักพักกลิ่นหอมก็ลอยกระจายออกไป เฉินเฉินเด็กตัวแสบนี่ถึงกับกลืนน้ำลายเสัยงดังไม่น้อย
เฉินเถียนเถียนยังแอบเก็บไว้บางส่วนด้วย เพราะตอนแรกได้สัญญากับอวิ๋นเคอไว้ว่าจะให้เขาได้ลองชิมดู ถึงแม้อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้ใส่ใจแต่ตัวนางก็ต้องทำให้ได้
เฉินเฉินตาโตเท่าไข่ห่านมองพี่สาวตัวเองราวกับแสดงมายากล อีกสักพักเนื้อที่มีกลิ่นหอมก็ปรากฏขึ้นในหม้อ ไม่มีชาม ไม่มีตะเกียบ เฉินเถียนเถียนจึงหักกิ่งไม้มาแทน ทั้งสองคนก็กินกันไปจากหม้อ เนื้อทั้งหม้อหมดลงอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่ทุกคนกำลังทำงานอยู่ในทุ่งนาเฉินเถียนเถียนก็แอบย่องกลับมาที่เรือน วางหม้อที่ล้างจนสะอาดแล้วคืนที่ เฉินเฉินก็กลับไปที่ห้องของตัวเอง หลังจากนั้นเฉินเถียนเถียนเดินไปที่ถ้ำ
มาถึงในถ้ำนางก็หาชามใบหนึ่งแล้วก็ย้ายเครื่องในหมูออกมาจากพื้นที่เก็บของ ยังไม่มีผู้ใดกลับมา เฉินเถียนเถียนเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อเพื่ออันใดเลยลงจากภูเขาตรงกลับเรือน
พอดีกับที่อวิ๋นเคอกลับมา แต่เดิมเขากลับมาถึงถ้ำก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เครื่องในหมูที่ยังอุ่น ๆ อยู่ ก็ส่งกลิ่นหอมโชยมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่หาถ้ำนี่เจอได้ก็มีแค่หญิงสาวคนนั้น
เดิมทีเขามีอาการคิดมากอยู่เล็กน้อย ของที่ไม่รู้ที่มาเช่นนี้เขาไม่เคยกิน แต่แล้วเหมือนมีเทพเจ้าบังคับ เขาจึงยอมหาตะเกียบมาคู่หนึ่งแล้วลองชิมดู
“รสชาติไม่เลวเลย” อวิ๋นเคอถึงแม้จะไม่รู้ว่าในนี้ทำจากอะไรกันแน่ แต่ของสิ่งนี้อร่อยจริง ๆ โดยไม่รู้ตัวของในชามก็หมดลง ช่างเถอะในเมื่อข้าได้กินของของหญิงสาวคนนี้ไปแล้ว ครั้งหน้าข้าจะไม่ให้นางเสียเปรียบก็แล้วกัน
วันนี้เฉินผิงอันอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นการเล่นพนันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าแพ้มาก ๆ เข้า ก็สะสมเป็นเงินก้อนไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงแม้เขาจะชอบเห็นดวงตาที่ตื่นเต้นของหลินชุนฮวาเวลาที่ตัวเองชนะพนัน
แต่เขากลับไม่ชอบสายตาผิดหวังของหญิงสาวคนนั้นเวลาที่ตัวเองแพ้พนัน เช่นนั้นหลายครั้งที่แพ้พนันเขาจึงปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ เหมือนอย่างวันนี้ เขาไม่เพียงแต่เสียเงินเหรียญเงินที่ติดตัวมาจนหมด แม้กระทั่งยังไปยืมเงินครึ่งเหรียญจากอันธพาลในหมู่บ้านมาเล่นอีกด้วย
เฉินผิงอันคิดในใจว่าวันนี้ไม่ต้องบอกหลินชุนฮวาก็ได้ รอให้วันหน้าชนะพนันค่อยเอาเงินไปใช้คืนก็แล้วกัน ถึงแม้ในใจจะตัดสินใจเช่นนั้น แต่เฉินผิงอันกลับรู้สึกร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก
กลับมาถึงประตูห้องทุกบานปิดสนิท มีเพียงประตูใหญ่ที่เปิดอ้า แค่ดูก็รู้ว่าอย่างน้อยสามคนนั้นต้องอยู่เป็นแน่ เฉินเฉิงเยี่ยก็ช่างเถอะอย่างไรเสียก็ไม่ใช่บุตรชายในสายเลือดของเขา ระหว่างเรายังมีระยะห่างอยู่บ้าง เฉินผิงอันจึงไม่อยากไปหาเขา
ส่วนเด็กสาวคนนั้นพอนึกถึงก็รู้สึกโมโหเต็มท้อง เพราะเธอ ช่วงนี้ตัวเขาเสียหน้าไม่น้อยเลยในหมู่บ้าน พอหันมาคิดถึงเด็กเล็ก ๆ คนนั้น ถึงแม้จะรู้สึกเสียดายที่เขาขี้ขลาดไปสักหน่อย แต่สุดท้ายก็ยังเป็นบุตรชายแท้ ๆ ของตัวเอง
เฉินผิงอันจึงเดินเข้าไปหาเฉินเฉินที่กำลังหลับฝันดี ฝันว่าพี่สาวพาเขากินเนื้อชามโต
“พี่สาว! ข้าอยากกินเนื้อ!” แต่เฉินผิงอันในความเป็นจริงนั่นก็ขัดใจไม่น้อย เจ้าเด็กนี่ถึงกับเรียกพี่สาวเชียวหรือ และยังดูสนิทสนมกันมากด้วย แต่สุดท้ายก็เป็นแค่เด็กฝันไป เฉินผิงอันเลยไม่ได้ตั้งใจจะใส่ใจให้มากความ
“เฉินเอ๋อร์! เฉินเอ๋อร์!” เฉินเฉินที่ตื่นจากความฝันก็ดีใจที่พบว่าบิดานั่งอยู่ข้างเตียง
“ท่านพ่อ! ท่านกลับมาแล้วหรือ?” เฉินผิงอันได้ยินประโยคนี้แล้ว ในใจก็รู้สึกดีใจขึ้นมาบ้าง วันนี้เจ้าเด็กนี่กล้าขึ้นมากเลยนะ
“เฉินเอ๋อร์ อยากไปเรียนเหมือนพี่ชายของเจ้าหรือไม่?” ทันใดนั้นดวงตาของเฉินเฉินก็เป็นประกาย ถึงแม้จะยังเด็กแต่เขาก็เข้าใจว่าพี่ชายเป็นคนอ่านออกเขียนได้ถึงได้แตกต่างจากผู้อื่น จริง ๆ แล้วเขาก็อยากไปอ่านตำราดูบ้าง แต่ว่า… ช่างเถิดในเมื่อยามนี้ท่านพ่อถามแล้ว เฉินเฉินก็ต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว
“ข้าอยากไป ท่านพ่อข้าจะไปอ่านตำรา ข้าจะเป็นเหมือนพี่ชาย” แต่พอกล่าวถึงพี่ชายคนนี้ สายตาของเด็กน้อยก็หม่นแสงลงถึงแม้เขาจะเคารพพี่ชายของตัวเอง แต่พี่ชายกลับไม่เคยใส่ใจเขาเลยแม้แต่น้อย
“ดี! พ่อจะส่งเจ้าไปศึกษาเล่าเรียนพอท่านแม่ของเจ้ากลับมา ข้าจะไปปรึกษากับนางเอง” เฉินเฉินกระโดดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
"โอ้! ช่างดีจริง ๆ ข้าจะได้ไปเรียนแล้ว!” เสียงร้องด้วยความดีใจนี้ได้ยินไปถึงหูของเฉินเฉิงเยี่ยที่อยู่ในห้องตำรา ช่างเป็นเสียงที่แสบแก้วหูนัก ดูเหมือนว่าเฉินผิงอันจะมีความคิดที่จะส่งเด็กอันธพาลนี่ไปเรียนจริง ๆ
เฉินเฉิงเยี่ยมีแต่ความมืดมนในดวงตา เฉินเถียนเถียนได้ยินเช่นกัน แต่นางกลับหัวเราะเย็นชาเพียงครั้งเดียว เฉินผิงอันคงจะคิดไปเอง หากต้องการส่งเด็กนี่ไปเรียน เพียงด่านหลินชุนฮวาก็ไม่ง่ายที่จะผ่านไปได้
ช่วงเวลานี้ก็ถือว่าเห็นกันแล้ว ว่าหลินชุนฮวาไม่มีใจให้บุตรชายคนเล็กผู้นี้เลย
หากเฉินผิงอันนี้มีความกล้าหาญบ้าง ก็คงนับถือเขาว่าเป็นลูกผู้ชายเลยทีเดียว แต่ก็ต้องรอดูหลินชุนฮวาถึงจะโง่ แต่ก็มีเฉินเฉิงเยี่ยที่พอมีสมองอยู่บ้างจากการเรียน
เฉินเฉินเหมือนจะนึกอะไรได้บ้างในใจน้อย ๆ ของเขา สีหน้าตื่นเต้นดีใจก็ค่อย ๆ จางหายไป
“แต่ท่านแม่จะยินยอมหรือ?”
“ต้องยอมสิ ตระกูลเฉินของพวกเราได้มีบัณฑิตออกมาอีกคน นั่นเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเพียงใด ท่านแม่ของเจ้าจะไม่ตกลงได้อย่างไร”
เฉินผิงอันอุ้มลูกชายของตนเองอย่างอ่อนโยนเป็นกันเอง ชั่วขณะหนึ่งความอบอุ่นแปลกใหม่ก็แผ่ซ่านไปทั่วระหว่างพ่อลูก เพียงแต่ช่วงเวลาที่ดีงามเช่นนี้จะยืนยาวไปได้อีกนานเท่าใด
หลินชุนฮวากลับมาแล้ว! ถึงแม้นางจะไปพบกับชายชู้จริง ๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปตามอาจารย์ให้เฉินเฉิงเยี่ย