ในขณะที่สถานการณ์ของห้องโถงนั้นได้จบลงแล้วไปพร้อมๆ กับการตายของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ร่างของเซนและองครักษ์ฝ่ายซ้ายได้ปรากฏตัวยังสถานที่แห่งหนึ่งในโลกใต้พิภพซึ่งแน่นอนว่ามันค่อนข้างจะไกลจากห้องโถงที่พวกเขาอยู่ก่อนหน้านี้
ร่างของทั้งสองลอยอยู่กลางอากาศก่อนที่จะตกลงมายังพื้นอย่างช้าๆ
“ที่นี่ที่ไหนกัน?”
เซนมองไปรอบๆ บริเวณและเห็นว่าสถานที่ที่เขาอยู่นั้นไม่คุ้นตาเลยแม้แต่นิดเดียว ที่เขายังรู้สึกได้ว่าเขายังอยู่ในโลกใต้พิภพ รอบกายของเขายังคงเหมือนกับสถานที่อื่นๆ ในโลกใต้พิภพนั่นคือมันเต็มไปด้วยโครงกระดูกจำนวนมาก อย่างไรก็ตามโครงกระดูกที่กองอยู่ในที่แห่งนี้นั้นมากกว่าที่อื่นๆ
สิ่งเดียวที่เป็จุดเด่นในบริเวณนี้ก็คือรูปปั้นของหญิงสาวที่ดูเหมือนกับเทพธิดาซึ่งมือของทั้งสองของเธอกำลังถือลูกแก้วบางอย่างอยู่มันไม่ได้ดูมีค่ามากนักมันเหมือนจะทำจากแก้ว รูปปั้นเทพธิดานั้นดูเหมือนจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อหากมีใครไปััมัน
เซนไม่รู้ว่ามันอยู่ในที่นี้มานานแค่ไหนแต่จากสภาพของมัน มันนับว่าเป็การค้นพบทางประวัติศาสตร์ได้ ในขณะที่เซน้าจะหันไปถามเ้าโครงกระดูกที่ได้พาเขาวาร์ปมาที่นี่นั้น เขาก็ค้นพบว่าโครงกระดูกตนนั้นได้จากโลกนี้ไปตลอดการเสียแล้ว หลังจากใช้เวทมนตร์ต้องห้าม ซึ่งเวทย์ต้องห้ามนี้นั้นจำเป็ต้องใช้เครื่องสังเวยเป็ชีวิตของตนเองแลกเปลี่ยน
“แล้วฉันจะออกจากที่นี่ได้ยังไง?”
ในขณะที่เซนกำลังคิดอยู่นั้น เสียงพูดของใครบางคนที่เป็เสียงของผู้หญิงที่ไพเราะก็ได้ดังขึ้นข้างหูของเขา
“ท่าน้ากลายเป็นักเล่นแร่แปรธาตุที่ยิ่งใหญ่หรือไม่?”
“ใครกำลังพูดกับฉัน?”
เซนกล่าวขึ้นด้วยความใเพราะเขานั้นไม่สามารถััได้ถึงสิ่งมีชีวิตสักชนิดรอบตัวเขา เขามั่นใจว่าตนเองนั้นไม่ได้หลอนไปเองแน่นอน เขาจึงหันไปมองที่รูปปั้นเทพธิดาที่น่าสงสัยและในตอนนี้รูปปั้นที่ไร้ชีวิตกลับทำตัวราวกับมีชีวิตโดยมันได้ใช้สายตาที่ทอประกายสีทองั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้จ้องมองมายังชายหนุ่มและเสียงก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง
“ท่าน้ากลายเป็นักเล่นแร่แปรธาตุที่ยิ่งใหญ่หรือไม่?”
เซนนั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจความหมายของนักเล่นแร่แปรธาตุมากนัก เขาเคยอ่านในหนังสือการ์ตูนและได้ยินมาว่านักเล่นแร่แปรธาตุนั้นสามารถทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็การสร้างยารักษา ของวิเศษ และสร้างแร่ธาตุหรือวัตถุที่ทรงพลังขึ้นมาได้ รวมถึงการใช้เวทมนตร์อีกด้วย
อย่างไรก็ตามในโลกแห่งนี้นั้นเซนไม่รู้ว่านักเล่นแร่แปรธาตุนั้นจะเหมือนกับในหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า
“นักเล่นแร่แปรธาตุคืออะไร?”
เซนกล่าวถามออกมาหลังจากจมอยู่ในความคิดของตนเองมาเป็เวลานาน ซึ่งเสียงของรูปปั้นก็ได้ดังขึ้นและตอบคำถามของเขาทำให้เซนได้รู้ว่ามันไม่ใช่ข้อความอัตโนมัติแต่เป็สิ่งที่มีจิตสำนึกจริงๆ กำลังตอบโต้อยู่กับเขา
“นานมาแล้ว…ในจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ แต่ในความยิ่งใหญ่นั้นกลับซ้อนเอาไว้ด้วยความเน่าเฟะอยู่ภายใน ย้อนกลับไปก่อนที่จะมีการก่อตั้งจักรวรรดิโบราณขึ้น ใครจะรู้กันว่าตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างจักรพรรดิของจักรวรรดิแห่งนั้นจะเคยเป็ขอทานมาก่อน”
“??”
เซนรู้สึกแปลกใจ และสงสัยว่าเหตุใดรูปปั้นจึงได้เอ่ยเื่นี้ออกมา แต่เขาก็ยังคงตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ เพราะมันมีเื่เกี่ยวกับจักรวรรดิโบราณที่เขาได้ค้นพบอารยธรรมที่ถูกทิ้งเอาไว้ในห้องโถงก่อนหน้า
“เมื่อจักรพรรดิมนุษย์ได้เติบโตขึ้น เขาได้กลายเป็แร๊งค์เกอร์ด้วยความมานะบากบั่นของเขาและรับใช้จักรพรรดิองค์เก่า จนในที่สุดเมื่อมีอำนาจเพิ่มขึ้นเขาก็ถูกอำนาจนั้นครอบงำจนทำให้มันเปลี่ยนเขาไปตลอดกาล ในคืนหนึ่งเขาได้ลอบเข้าไปและสังหารจักรพรรดิที่เขารับใช้จากนั้นได้ปฏิวัติและครองบัลลังก์ในเวลาต่อมา”
“เื่ราวค่อนข้างจะเหมือนกับพล็อตหนังเก่าๆ เลยทีเดียว”
เซนกล่าวขึ้นในขณะที่ได้รับฟังถึงส่วนนี้ จากนั้นรูปปั้นก็ได้กล่าวเล่าต่อ
“แต่การจะครองบัลลังก์โดยที่ตนเองไม่ใช่คนที่มีเชื้อสายของจักรพรรดินั้นนับว่าเป็เื่ยาก มีขุนนางและประชาชนมากมายต่อต้านเขา มีนักฆ่ามากมายถูกจ้างให้มาสังหารเขาทำให้เขาเกือบที่จะต้องทิ้งชีวิตตัวเองเพราะตำแหน่งจักรพรรดิ”
“…แต่แล้ววันหนึ่งจักรพรรดิองค์ใหม่คนนี้ก็ได้รับบุตรบุญธรรมคนหนึ่งมาเลี้ยงเอาไว้จนเติบโตกลายเป็จอมเวทที่ทรงพลัง และนี่เองเป็จุดกำเนิดของนักเล่นแร่แปรธาตุคนแรกของโลก”
“แล้วเป็เช่นไรต่อ?”
เซนในตอนนี้ดูเหมือนจะเริ่มสนุกกับเื่ราวที่รูปปั้นได้เล่าเสียแล้ว รูปปั้นนั้นนิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่จะเริ่มกล่าวเล่าเื่ราวต่อ
“นักเล่นแร่แปรธาตุซึ่งเป็บุตรบุญธรรมของจักรพรรดินั้น เมื่อเห็นว่าบิดาของตนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากทางการเมือง จึงได้สร้างบางอย่างขึ้นมา มันเป็ดาบที่มีชื่อว่าเอ็กคาริเบอร์! อย่างไรก็ตามดาบเอ็กคาริเบอร์นั้นเป็ดาบศักดิ์สิทธิ์และมีกฎข้อห้ามในการใช้นั่นคือห้ามใช้ดาบสังหารผู้คนโดยเด็ดขาด”
“ทำไมถึงห้ามใช้ดาบสังหารผู้คน ดาบเป็อาวุธไม่ใช่เหรอมันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย”
เซนแย้งออกมา ในขณะเดียวกันรูปปั้นเทพธิดาก็ดูเหมือนจะรับฟังคำถามของชายหนุ่ม เธอได้กล่าวขึ้นมาว่า
“เอ็กคาริเบอร์นั้นทำมาจากแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่อาบน้ำศักดิ์สิทธิ์มาเป็เวลาหลายร้อยปี หากใช้มันได้อาบเืมนุษย์มันจะลงโทษผู้ใช้โดยการกลืนกินผู้ใช้”
“และแน่นอนว่าจักรพรรดินั้นไม่ฟังเขาได้ใช้อำนาจของดาบนั้นในการสังหารผู้คนและปกครองผู้คนด้วยความกลัว จนทำให้บุตรบุญธรรมของเขาต้องรู้สึกถึงความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ดังนั้นเขาจึงได้พยายามจะแก้ไขมันโดยการจัดการทำลายดาบเอ็กคาริเบอร์ไปตลอดกาล”
“….อย่างไรก็ตามนางกลับถูกบิดาที่ตนมอบความภักดีและเคารพสุดหัวใจตลบหลัง ถูกดาบที่ตนเองสร้างขึ้นสังหารอย่างง่ายดายโดยไม่มีโอกาสได้ป้องกันหรือขัดขืน จักรพรรดินั้นเห็นว่าพลังของบุตรตนนั้นมีมากเกินไปจนตนยังต้องรู้สึกหวาดกลัวและถูกคุกคามดังนั้นจึงได้ชิงสังหารบุตรของตนก่อน”
“และในเวลานั้นเองสุสานแห่งบรรพชนแห่งนี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมกับพิธีสังเวยเืให้แก่ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ตอนหลังกลายเป็ดาบปีศาจ”
เซนได้ฟังเื่ราวเขาก็รู้สึกสงสารนักเล่นแร่แปรธาตุอยู่ไม่น้อย จริงๆ แล้วตัวตนของเขานั้นไม่ได้เป็ภัยอะไรเลยกับจักรพรรดิ เขาแค่ไม่้าให้จักรพรรดิปกครองจักรวรรดิด้วยความกลัวเท่านั้น แต่สุดท้ายแล้วอำนาจกลับทำให้คนเปลี่ยนไป แม้แต่กับบุตรบุญธรรมของตนเองก็ยังสังหารได้อย่างเืเย็น
“เื่ราวยังไม่จบเพียงแค่นั้น หลังจากผ่านไปหลายร้อยปีจักรพรรดิได้ปกครองและสร้างจักรวรรดิขึ้นมาใหม่ด้วยดาบปีศาจแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ถูกิญญาของลูกหลานลงโทษ ในพิธีบูชายัญ ิญญาของนักเล่นแร่แปรธาตุนั้นยังคงสถิตอยู่ในที่แห่งนี้และได้เสียสละิญญาของตนเองกักขังจักรพรรดิจอมโลภไปตลอดกาล”
รูปปั้นเทพธิดากล่าวจบเื่ราว ก่อนที่จะใช้สายตาที่ราวกับพระเ้ามองดูมนุษย์ตัวจ้อยมองมายังเซน ซึ่งมันน่าเหลือเชื่ออย่างมากแม้แต่เซนเองก็ยังรู้สึกกดดัน
“ข้าของถามท่านอีกครั้ง ท่านจะลุ่มหลงในอำนาจหรือไม่หากมีอำนาจเหมือนกับจักรพรรดิในเื่เล่า?”
เซนกลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนที่จะกล่าวตอบด้วยสีหน้าท่าทางลำบาก
“แน่นอนว่าฉันไม่เป็เหมือนกับเขา เพราะตอนนี้ฉันคิดว่าตนเองมีอำนาจมากกว่าเขาแล้ว!”
เซนคิดว่าอำนาจที่แท้จริงนั้นไม่ใช้ฐานะหรือสถานะที่จักรพรรดิในเรื่่องโหยหา แต่เป็ความแข็งแกร่งของตนเองต่างหากที่เป็อำนาจที่ยั่งยืนที่แท้จริง
“ท่าน้ากลายเป็นักเล่นแร่แปรธาตุที่ยิ่งใหญ่หรือไม่?”
“ฉัน้า!”
เซนตอบอย่างไม่ลังเลเขาเป็นักขุดเหมืองมานานแน่นอนย่อม้าจะเป็ผู้วิเศษบ้าง