เวลา 5 วันช่างรวดเร็วจนซินกวงแทบลืมเลือนแล้วว่าตนเองต้องจากไป แต่ร่างกายเขาทนทานมาก หรือเป็เพราะได้ภรรยาคอยปรนนิบัติทุกวันกระมัง เขาจึงไม่นอนซมป่วยไข้เหมือนคนใกล้จะสิ้นลมเลย เขาไม่รู้เลยว่าเขาจะจากไปได้อย่างไรทั้งที่ดูแข็งแรงเช่นนี้ คนผู้นั้นจะมารับิญญาเขาด้วยตนเองอย่างนั้นหรือ?
ทั้งบุตรสาวตัวน้อยของเขาก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาต้องจากนางไปแล้วในวันนี้ เขาเพียงบอกภรรยาไว้ว่าให้บอกซินอี๋น้อยว่าเขาไปล่าสัตว์ยังที่ห่างไกลมากเท่านั้น และคงไปนานมากกว่าจะกลับมา จนกว่านางจะรู้ความกว่านี้เขาจึงจะให้ฉู่ลี่บอกนางว่าเขาตายจากโลกนี้ไปแล้ว
วันนี้เขาตั้งใจจะเดินทางเพื่อไปยังสุสานของตนเอง ที่เขาขุดไว้เป็ที่ฝังร่างของเขา เขาแอบมาขุดเอาไว้อยู่ห่างออกมาทางด้านหลังเรือนสักมากหน่อยได้หลายวันแล้ว ด้วยกลัวว่าซินอี๋น้อยจะมาเห็น และวันนี้เขาตั้งใจจะให้ฉู่ลี่วางยาสลบซินอี๋ให้นางนอนแต่หัวค่ำหน่อย เพื่อให้ฉู่ลี่มากลบดินฝังร่างเขาเพียงลำพัง ปกติภรรยาของเขาจะไม่ออกไปไหน แต่เมื่อเขาบอกว่าหากวันนี้เขาสิ้นใจแล้วกลัวว่าจะมีสัตว์ร้ายมากัดกินร่างของเขา อยากให้นางช่วยฝังกลบเขาสักหน่อยก่อนจากกัน นางจึงรับปากว่าจะติดตามมาทีหลัง เมื่อนางวางยาสลบบุตรสาวเรียบร้อยแล้ว บางทีอาจจะให้ซินอี๋น้อยนอนถึง่สายของวันพรุ่งนี้เลยก็ได้ เพราะเขาไม่รู้ว่าวันสุดท้ายนี้จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้าง เขาเพียงอยากให้ภรรยาของเขาอยู่ใน่วาระสุดท้ายของเขาเท่านั้น เขาไม่อยากให้บุตรสาวเขาต้องโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของเขา ให้นางโตกว่านี้ก่อนค่อยให้นางรับรู้ว่าเขาสิ้นลมแล้วคงดีกว่า
“ท่านพี่เ้าคะ ข้ากลัว กลัวว่าพอไม่มีท่านแล้วข้าจะทำอะไรไม่ถูก ข้าจะทำอย่างไรดีเ้าคะ”
ฉู่ลี่เอ่ยปากบอกซินกวงที่กำลังแต่งกายด้วยชุดที่เขาชอบที่สุด เมื่อวันนี้ต้องถูกฝังร่างลงไปในสุสานของตนเองแล้ว เขาจึงเลือกชุดที่จะอยู่กับเขาจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตอย่างประณีต เขาเพียงขุดหลุมลึกลงไปพอให้ใส่โลงที่เตรียมไว้ใส่ร่างของเขาได้เท่านั้น อย่างน้อยเขาคงไปนอนรอลมหายใจสุดท้ายของตนเองในนั้น เพื่อให้ภรรยาได้ฝังเขาง่ายหน่อย
“เ้าอย่ากังวลไปเลย ข้าเขียนแผนการทุกอย่างไว้ให้เ้าแล้วในแต่ละ่อายุของลูกสาวเรา ทั้งยังเขียนไว้เผื่อเ้าด้วย เ้าเพียงต้องเข้มแข็งฝ่าฟันทุกอย่างด้วยตนเอง ข้าไม่อยู่เพียงร่างกาย แต่ใจของข้าอยู่ที่เ้าและลูกเสมอ จงจำไว้เพียงแค่นี้ก็พอ เข้าใจหรือไม่”
ฉู่ลี่กุมมือตนเองพลางบีบไปด้วย มือของนางทั้งสั่นและเย็นเยือกขึ้นทุกที ยิ่งใกล้พลบค่ำนางก็ยิ่งตื่นกลัว ที่ผ่านมานางคิดว่าคงทำใจได้แล้ว แต่พอถึงวันนี้จริงๆ นางกลับทำใจไม่ได้ นางไม่อยากปล่อยสามีของนางไปเลย นางจะทำเช่นไรดี!?
“ท่านพี่ แต่ว่า ข้า....”
ฉู่ลี่พูดได้เพียงแค่นี้ก็ถูกซินกวงประทับรอยจูบลงที่ปากบางของนางทันที
“เ้าเลิกคิดมาก เลิกพูดถึงเื่ไม่ดี การจากกันของเราไม่ได้เลวร้าย เ้าเพียงใช้ชีวิตต่อไปให้ดี ดูแลลูกของเราแทนข้าด้วย นับจากนี้ข้าจะไปยังโลกอื่นเท่านั้น เ้าเองอยู่ที่นี่ดูแลตนเองให้แข็งแรงไวๆ รักษาลูกเราให้หายดีด้วย”
ซินกวงได้แต่ดึงสติภรรยาตนเองด้วยวิธีนี้ นางคงกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเท่านั้น แต่มีสิ่งที่นางต้องห่วงใยมากกว่าคือบุตรสาวของพวกเขา หากนางรักลูก นางต้องเข้มแข็งขึ้น ไม่เช่นนั้นใครจะเป็หลักยึดเหนี่ยวให้ซินอี๋น้อยกัน
“ข้าเข้าใจแต่จิตใจข้าก็ยังหวั่น วันนี้ข้ากลัวการจากลาจากท่านมาก กลัวใจข้าจะสลายยามเห็นท่านสิ้นลมหายใจ”
ฉู่ลี่กล่าวไปตามจริง นางไม่คิดว่าตนเองจะมีอาการเช่นนี้ คิดเพียงว่าต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนตามที่เคยพูดคุยกันทุกวัน ว่าเขาต้องไปยังโลกอื่นเพราะเหตุจำเป็ นางเองต้องอยู่กับบุตรสาวเพื่อให้นางเติบโตอย่างดี แต่ว่า...พอถึงวันนี้แล้วนางกลับทำใจไม่ได้อย่างที่คิด
“เอาเถอะ อย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้น เ้าเพียงรับมือมันให้ได้ ตอนนี้เ้าค่อยตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วไปวางยาสลบซินอี๋น้อยซะ ใกล้มืดแล้ว ข้าไม่รู้ว่าข้าจะจากเ้าไปตอนไหน ไว้เ้าจุดโคมไฟแล้วตามข้าไปยังสุสานของข้าก็พอ ที่เหลือแล้วแต่บุญแต่กรรมแล้ว ข้าหวังว่าข้าคงไม่ทรมานมากนัก”
ซินกวงได้แต่กล่าวปลอบใจภรรยาและตัวเองไปในที เขาเป็ชายชาตรีย่อมไม่กลัวตาย เพียงเสียดายที่ต้องจากภรรยาและบุตรสาวรวดเร็วเกินไปเท่านั้น
“เ้าค่ะท่านพี่ ข้าจะรีบตามท่านไปนะเ้าคะ ได้เวลาอาหารของซินอี๋น้อยแล้ว ข้าจะเอายาสลบผสมให้นางสักเล็กน้อย ยานี้ฤทธิ์แรง เพียงนิดเดียวน่าจะสลบทั้งคืนเ้าค่ะ”
ซินกวงพยักหน้าให้ภรรยา เขาเองไม่อยากทำเช่นนี้แต่มันจำเป็
ทั้งสองแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ต่างคนต่างคิดไปหลายเื่ราวมากมายระหว่างที่เดินไปข้างหน้า แม้สายตาจะมองไปทางข้างหน้าแต่ดูเหม่อลอยยิ่งนัก ภาพเหตุการณ์เื่ราวต่างๆ ล้วนเข้ามาในหัว ทั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นและเื่ราวที่ผ่านมา ในหัวหมุนวนเวียนภาพเ่าั้จนแทบเวียนหัว ฉู่ลี่เกิดอาการคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียนกับสิ่งที่นางกำลังจะเผชิญ แต่ก็ได้แต่ทำใจและอดกลั้นเอาไว้
ฉู่ลี่เข้าไปเตรียมอาหารให้ซินอี๋น้อยและหยอดยาสลบลงในอาหารเล็กน้อยเพื่อหวังว่าบุตรสาวจะหลับสบายและไม่รู้เื่ราวใดๆ ของบิดาตน อย่างน้อยให้นางมีความสุขอีกนานหน่อย ไม่ต้องทนทุกข์ถึงการจากไปของบิดานาง
“ซินอี๋มาทานอาหารได้แล้ว แม่จะไปเก็บข้าวของแล้วนะ บิดาเ้าจะไปล่าสัตว์อีกแล้วพรุ่งนี้ เ้ากินอาหารคนเดียวไปก่อนนะ ถ้าง่วงก็เข้านอนเลย แม่จะมาเก็บสำรับอาหารเอง”
ฉู่ลี่ตกลงกับซินกวงแล้วว่านางจะบอกซินอี๋น้อยว่าพรุ่งนี้เขาจะไปล่าสัตว์ หากนางตื่นขึ้นมาไม่พบเจอย่อมไม่รู้สึกอันใด ไว้นางเติบโตขึ้นมากกว่านี้ค่อยบอกกล่าวนางให้เข้าใจ
“เ้าค่ะท่านแม่ ซินอี๋จะรีบทานอาหารแล้วไปนอนเ้าค่ะ ท่านแม่ช่วยท่านพ่อจัดเตรียมสัมภาระเถิดเ้าค่ะ”
“ซินอี๋ช่างรู้ความนัก แม่ช่างโชคดีเหลือเกินที่มีเ้าเป็บุตรสาว หากต่อไปเ้าต้องอยู่โดยไร้บิดามารดา เ้าคงจะเอาตัวรอดได้ใช่หรือไม่?”
ฉู่ลี่ลองเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิงว่าบุตรสาวของนางจะคิดเห็นเช่นไร
ซินอี๋มองมารดาตาแป๋วอย่างงุนงงกับคำถาม แม้จะเข้าใจว่ามารดาคงอยากให้นางสามารถทำอะไรได้ด้วยตนเองลำพัง แต่การบอกว่าจะไม่มีพวกท่านอยู่ก็ทำให้นางชะงักไป
“ซินอี๋เก่ง! ซินอี๋อยู่ได้เ้าค่ะ! แต่ข้าอยากให้ท่านพ่อท่านแม่อยู่กับข้ามากกว่า ข้าจะทำทุกอย่างด้วยตนเองไม่ให้ลำบากพวกท่านเลยเ้าค่ะ ขอเพียงพวกท่านยังอยู่กับข้า ต่อไปข้าจะดูแลพวกท่านเอง”
ซินอี๋น้อยยืดอกเพื่อแสดงความเก่งกาจของตนเอง หลายวันมานี้นางเรียนรู้จากบิดามากมาย นางคิดว่านางเอาตัวรอดได้ ทั้งยังรู้จักหาอาหาร เก็บพืชผักผลไม้ ล่าสัตว์ได้แล้ว การทำอาหารแม้นางจะยังไม่ค่อยรู้เื่แต่ทำอะไรง่ายๆ อย่างจุดไฟหุงข้าวนางก็พอทำได้แล้ว นางต้องดูแลบิดามารดาได้อย่างแน่นอนหากพวกท่านแก่ชรา
แม้คำพูดของซินอี๋น้อยจะพูดไปโดยไร้เดียงสา แต่มันกลับทิ่มแทงใจของฉู่ลี่มาก หากนางไม่มีบิดามารดาอยู่ด้วยคงเคว้งคว้างกระมัง
ยังดีที่นางคิดค้นยารักษาอาการพิษได้แล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยทดลองปรุงยา ด้วยไม่มีเวลาไปหาสมุนไพรหายากมาเพิ่ม เพราะซินกวงเหลือเวลาอยู่ด้วยอีกไม่กี่วันเท่านั้น นางเพียงรอให้เขาจากไปอย่างสงบก่อนแล้วจะออกเดินทางหาสมุนไพรมารักษาตัวนางและบุตรสาว หลังจากนั้นคงต้องสอนสั่งนางให้เอาตัวรอดใช้ชีวิตคนเดียวให้ดี หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นซินกวงอีกบุตรสาวนางจะได้รับมือได้ และเข้มแข็งมากกว่านาง