ปี พ.ศ.2535
“คุณศานต์ไปไหนมาคะ” หญิงสาววัยสามสิบห้าส่งเสียงไม่พอใจถามสามีที่พึ่งกลับบ้านเธอวางหนังสือในมือลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิดลุกไปหาเื่เขา
ฝ่ายสามีมองด้วยความรำคาญสนใจแกะกระดุมเสื้อที่ข้อมือมากกว่าจะตอบ
“ฉันว่าถามคุณไปไหนมา”
“ดื่มกับเพื่อนเขาพานักธุรกิจต่างชาติมาแนะนำให้รู้จักเลยคุยกันยาว”
“ดื่มเหรอไม่เห็นมีกลิ่นเหล้า มีแต่กลิ่นคาวโลกีย์ที่คุณไปมั่วกับอีนั่นมา” ภรรยาที่เข้ามาใกล้แล้วไม่ได้กลิ่นเหล้าโมโห จะโกหกกันไปถึงไหน
“ไม่เชื่อแล้วถามทำไมเลิกขี้หึงแบบนี้สักทีผมเบื่อ แทนที่กลับมาบ้านจะได้พักผ่อนดี ๆกลับต้องมาฟังคุณพล่ามอะไรไม่รู้ ไร้สาระ”ศานต์ตอบแล้วเมินไปทางอื่นถึงจะหาว่าภรรยาขี้หึงเกินเหตุแต่ตัวเขาก็ใช่จะบริสุทธิ์ใจข้อกล่าวหาที่นิลตาว่ามาเป็ความจริงทุกอย่าง เพียงเขาไม่ยอมรับว่าทำเท่านั้น
“คุณเคยทำตัวให้มันน่าเชื่อถือบ้างไหมล่ะ” เธอเถียงกลับถึงจะแต่งงานกันโดยไม่ได้รักก็น่าจะเอาใจใส่ให้เกียรติกันบ้างตอนแรกเธอก็ไม่ได้ชอบเขาเหมือนกัน แต่พอเป็สามีภรรยาแล้วทุกอย่างที่ทำก็เพื่อเขาแต่เขาล่ะจะทำตัวเป็สามีที่ดีบ้างไม่ได้เชียวหรือ
“ผมเหนื่อยไม่อยากทะเลาะกับคุณ” ชายหนุ่มไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเดี๋ยวนิลตาจะกรีดร้องโวยวายจนคนในบ้านแตกตื่น
“คุณศานต์คุณจะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะคุณศานต์ คุณศานต์”เธอร้องตามเขาที่หนีขึ้นห้องนอนอย่างเจ็บใจ มือสองข้างกำเข้าหากันแน่น
“คอยดูนะฉันต้องรู้ให้ได้ว่าอีผู้หญิงชั้นต่ำนั่นมันเป็ใคร”
ศานต์กลับเข้าห้องนอนด้วยความเหน็ดเหนื่อยเขาหยิบรูปจากกระเป๋าเสื้อสูทออกมาถือไว้ก่อนจะทิ้งเสื้อใส่ตะกร้าไม่สนว่ามันลงไปอยู่ในตะกร้าหรือไม่
ภาพอัลตราซาวด์ทารกอายุครรภ์ประมาณสองเดือนคนจะได้เป็พ่อเห็นแล้วทั้งดีใจทั้งกังวลนิลตาขี้หึงขนาดนี้ไม่มีทางปล่อยแม่กับลูกไปแน่ที่สำคัญกว่านั้นเขาเลิกกับเธอไม่ได้
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนเตียงวางแผ่นรูปไว้บนอกยกมือก่ายหน้าผาก
“ทำไงดีนะชีวิตที่ต้องมาผูกติดอยู่กับคนที่ไม่ได้รักมันช่างไม่เป็อิสระ”หากไม่ใช่เพราะตอนนั้นบริษัทของครอบครัวเขาและนิลตาถูกคู่แข่งเอาชนะจนต้องหาทางรอดด้วยการควบรวมกิจการเขากับเธอคงไม่ถูกจับแต่งงานกัน
เพราะผู้บริหารของแต่ละฝ่ายขาดความเชื่อใจกันพ่อของเขากับพ่อนิลตาจึงหาทางออกโดยการให้ลูก ๆ แต่งงานกันตอนนี้บริษัทที่รวมกันสามารถไปต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพผิดกับความสัมพันธ์ของเขาและนิลตา ทั้งที่อยู่ด้วยกันมาห้าปีแล้วแต่ก็ยังหมางเมิน
ศานต์ได้แต่ท้อใจที่เลิกกับนิลตาไม่ได้บิดาของเธอกุมอำนาจสำคัญในบริษัท ยิ่งเมื่อสองปีก่อนคุณพ่อเขาด่วนจากไปศานต์ที่อายุยังน้อยยิ่งต้องพึ่งบารมีพ่อตาเื่จะหย่ากับลูกสาวเขานั้นเป็ไปไม่ได้เลย
“คุณศานต์เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ” เสียงแว้ด ๆ ดังหน้าห้องทำใหศานต์ลุกขึ้นมาถอนหายใจเขาเก็บรูปลูกไว้ในลิ้นชักให้มิดชิดก่อนออกไปเปิดประตู
“เสียงดังไปทำไมเนี่ยเดี๋ยวคุณพ่อก็ตื่นหรอก”
“แล้วคุณจะล็อกห้องทำไม”
“ผมลืม” ตอบไปพลางคิดว่าอนาคตจะต้องแยกห้องนอนให้ได้แต่ตอนนี้ก็ได้แต่คิดแล้วเหลือบตามองนิลตาขึ้นไปนอนบนเตียง
“มองอะไรไปอาบน้ำสิ” ภรรยาแว้ดใส่อีกศานต์เดินส่ายหัวไปหยิบผ้าเช็ดตัวพลางนึกในใจ นิลตาหน้าตาสะสวยแต่นิสัยของเ้าหล่อนทำเอาความสวยที่มีไร้ความหมายไปเลย
“นี่คุณคะ” นึกว่าจะหลับแล้วแต่พอออกจากห้องน้ำมาก็ยังได้ยินเสียงอยู่เช่นเดิมเขาไม่ตอบเพราะอย่างไรเธอก็จะพูดต่ออยู่ดี
“วันนี้ฉันแอบได้ยินคุณพ่อคุยกับคนสนิทว่าอยากให้คนๆ นึงเข้ามาทำงานในบริษัท ฟังไปฟังมาเหมือนจะเป็ลูกที่เกิดจากเมียน้อยคุณพ่อ”
ศานต์ฟังพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ“นี่คุณจะมาไม้ไหน”
“อะไรของคุณฉันซีเรียสนะคิดว่าฉันเป็ลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อมาตลอด อยู่ ๆจะมีน้องชายที่ไหนไม่รู้โผล่มามีส่วนร่วมในสมบัติจะให้อยู่เฉยได้ไง”
“บอกแล้วให้หัดไปดูงานในบริษัทบ้างไม่ใช่คิดแต่จะใช้ผมทำแทนส่วนของคุณ”
“ชิจะได้มีเวลาไปอยู่กับเมียน้อยละสิ” พูดพลางพลิกตัวมาคุยกับเขา
ชายหนุ่มส่ายหน้าเปลี่ยนใส่ชุดนอนพร้อมบ่นไปด้วย
“เลิกพูดเื่นี้สักทีได้ไหมหรือคุณจะปล่อยให้ใครที่ไหนไม่รู้มาแย่งบริษัทเราไปั้แ่คุณพ่อตายพวกน้องชายผมก็แปลก ๆ คงคิดว่าต่อไปคุณพ่อจะให้ผมดูแลบริษัทแทนพวกเขาเริ่มหาทางเลื่อยขาเก้าอี้ผมแล้ว”
“พวกนั้นโง่หรือเปล่ามาเลื่อยขาเก้าอี้คุณแล้วมีประโยชน์อะไร”
“ก็คุณไม่เคยเข้าไปดูเลยว่าบริษัทมีการชิงดีชิงเด่นกันมากแค่ไหนศินแต่งงานกับลูกสาวกรรมการะ แถมยังสนิทกับผู้ถือหุ้นใหญ่หลายคนถ้ามีผู้บริหารอีกสักคนสองคนไปเข้าข้างมัน ผมหลุดจากตำแหน่งได้เลยคุณพ่อคุณอายุมากแล้วพวกเขายิ่งไม่เกรงใจ”
“ความหมายของคุณคืออยากให้ฉันไปเป็แรงหนุนของคุณอย่างนั้นเหรอ”
“ยังไงพวกเราก็มีผลประโยชน์ร่วมกันผมได้ก็เท่ากับคุณได้ คุณได้ก็เท่ากับผมได้”ศานต์คิดว่าหากนิลตาเข้าไปทำงานจะไม่มีเวลามาจับผิดเขาทั้งจะเป็ประโยชน์ต่ออนาคตของพวกเขา
“ดูใช้คำพูดแทนที่จะพูดว่าเราเป็ผัวเมียกันกลับมาใช้คำว่าผลประโยชน์อาการของคุณนี่มันออกหมดแล้วนะว่านอกใจ”
ชายหนุ่มถอนหายใจเข้ามาเอนตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยหน่าย“เนี่ยคุณยิ่งควรไปทำงานจะได้เลิกฟุ้งซ่านสักทีจะได้รู้ว่าวัน ๆ ผมยุ่งแค่ไหนเอาเวลาไหนไปมีเมียน้อย”
“ถ้าอย่างนั้น” อยู่ ๆ เสียงเอาแต่ใจก็เปลี่ยนมาเป็เอาใจแถมยังกระเถิบตัวเข้ามาใกล้สามียื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของเขาลูบแผ่นอกเย็นของคนพึ่งอาบน้ำ
“แผนมีลูกต้องเลื่อนออกไปอีกแล้วเหรอ” หลายปีก่อนนิลตาเคยตั้งท้องแต่เพราะเธอเครียดที่ความสัมพันธ์กับสามีไม่ราบรื่นสุขภาพไม่ดีจนเด็กหลุดไป
“ตรวจร่างกายมาเป็ไงบ้างล่ะ”
“ปกติดีค่ะ”
“งั้นก็ดีถ้าเรามีลูกคุณพ่อคงจะสบายใจขึ้น”พอได้ยินสามีพูดอย่างนั้นนิลตาก็เอามือออกจากตัวเขา จ้องหน้าไม่พอใจ
“ในใจคุณไม่ว่าจะคุยจะทำอะไรกับฉันมันเป็ผลประโยชน์ไปหมดเลยใช่ไหม”
ศานต์ขยับตามเข้าไปกอดง้อเธอ“ผมอยู่กับเื่พวกนี้ทุกวันมันลืมตัวน่ะ ขอโทษนะ” ไม่ว่าเปล่ายังพรมจูบไปทั่วไหล่บางด้วย
“ความจริงผมก็ละเลยคุณไปมากแต่คุณคือบ้านที่ผมต้องกลับมาเสมอนะ”
“หลังจากที่คุณไปเหลวไหลมาน่ะเหรอ” น้ำตาหญิงสาวคลอหน่วย คนมีชนักติดหลังเห็นแล้วรู้สึกผิดเขาไม่ตอบอะไรเชยคางเธอขึ้น โน้มหน้าจุมพิต
“ถ้าคุณอยากมีลูกงานที่บริษัทผมทำคนเดียวไปก่อนได้” บอกแล้วก้มลงจูบอีกรอบนิลตาโอบรับััของสามีที่ห่างหายไปนาน
“อือ” เสียงเธอดังขึ้นแ่เบาเมื่อเขาจูบดูดดื่มที่ซอกคอถึงไม่ได้รักแต่ศานต์ยอมรับว่าเธอคือภรรยาเขาไม่ปฏิเสธการมีสัมพันธ์ทางกายกับนิลตาหากความ้าตรงกันอีกทั้งผู้หญิงอีกคนที่ซ่อนเอาไว้ก็ไม่ได้หลับนอนด้วยเป็เดือนแล้ว
“นานแล้วที่ไม่ได้เห็นคุณหน้าแดงแบบนี้” ชายหนุ่มเงยหน้าจากซองคอเนียนมองคนใต้ร่างตัวเองนิลตาทั้งเขินทั้งงอนไม่มอหน้าเขาเลยแต่นอนเฉยจนปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกทุกเม็ดแล้วกลับเข้าไปถอดชุดนอนของเธอ
ผิวพรรณของนิลตายังเปล่งปลั่งเหมือนครั้งแรกไม่เปลี่ยนทรวงอกยังเต่งตึงรอรับััจากมือคนเป็สามี
“อย่าบีบแรงนะฉันเจ็บ” ไม่ทันไรศานต์ก็หยุดมือเลิกบีบคลึงเต้าคับแน่นเปลี่ยนวิธีปรนเปรอมันด้วยการครอบดูดแทน
“อ๊ะอื้อ”หญิงสาวยกมือปิดปากอายเพราะความเป็กุลสตรีที่ถูกอบรมมาศานต์เงยหน้าเล็กน้อยยิ้มเอ็นดู
“จะอายทำไมคะ” ชายหนุ่มกลับขึ้นไปกระซิบข้างหู จับมือหญิงสาวออกมาจุมพิตหนึ่งที “มีแต่เวลาแบบนี้ที่เราไม่ทะเลาะกัน เพราะงั้นให้พี่เห็นหน้าน้องชัด ๆได้ไหม”
นิลตาทั้งเขินทั้งโมโหนิสัยเ้าชู้แพรวพราวไม่เคยเปลี่ยนดีว่ามีงานต้องรับผิดชอบเยอะเลยเพลาลงบ้างเป็สมัยก่อนแต่งงานที่เธอสืบมาได้นะ ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็เสร็จเขาหมด
เมื่อคนในอ้อมกอดไม่ตอบอะไรศานต์จึงกรีดนิ้วไปตามขาอ่อนของเธอวนอยู่แถวนั้นสักพักค่อยเลี้ยวเข้าทางแยกกลีบกุหลาบ
“อื้ออ๊ะ”ร่างกายตรงหว่างขานิลตาบิดเข้าหากันเพราะสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาเธอเม้มปากอายขณะสบตาเขาที่กำลังยิ้มเยาะว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า
“ทำไมไม่ยิ้มเลยนะ”มือข้างที่ให้เธอหนุนยกขึ้นมาแตะริมฝีปากนุ่มศานต์ลูบไล้มันไปมองเธอไปด้วยสายตาเ้าเล่ห์
ปากน้อยได้รูปนี้เวลาพูดทำให้แสบแก้วหูนักแต่ถ้าอยู่นิ่งจะน่าจูบที่สุดคิดแล้วก็ไม่รอช้าจุมพิตฉกหาความหวานจากริมฝีปากแสนสวยของนิลตา
ละจาก้าออกมาให้หายใจหายคอสักนิดก็ถึงเวลาของหวานที่อดใจรอมานานสักทีศานต์แยกขานิลตาออกกว้าง ก้มหน้าลงลิ้มรสและดูดกลืนความสุขจากตรงนั้นหูฟังเสียงครวญครางจากภรรยาสาวไปด้วย
ใบหน้าที่แดงแล้วแดงอีกของนิลตาถูกใจสามีนักเขาสุขสมกับน้ำหวานหยาดเยิ้มของเธอแล้วจึงยกตัวขึ้นมาข้างบนพรมจูบทั่วใบหน้าสวยแดงเรื่อให้เธอผ่อนคลาย ส่วนทางด้านล่างก็ค่อย ๆขยับความเป็ชายเข้ากลางใจที่ชุ่มฉ่ำของหญิงสาว
“อ๊ะ!” นิลตาร้องเสียงดังพลางกัดปาก เล็บมือจิกลงแผ่นหลังสามีเพราะไม่มีอะไรกันนานท่อนร้อนของเขาที่สอดใส่เข้ามาจึงเสียดสีมากไปหน่อยแถมขนาดมันยังเป็ที่ภาคภูมิใจของเขาด้วย ยากจะห้ามความเ็ปไม่ให้เกิดขึ้น
“เดี๋ยวจะเบาๆ แล้วกันนะคะ”
นิลตาคิดว่าคำพูดเขาเชื่อไม่ได้ไม่ทันขาดคำศานต์ก็ขยับส่วนกลางลำตัวเข้ากายสาวของเธออย่างย่ามใจ
“อื้อไหนบอกจะทำเบาๆ ไง” เธอร้องประท้วง เล็บจิกแผ่นหลังกว้างจนเป็รอยลึก
“คุณอย่างเกร็ง” คนเป็สามีบอก ขยับร่างกายช้าลงเพราะเห็นหยดน้ำคลอดวงตาภรรยาเขาหยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราว ตระกองหญิงสาวขึ้นไว้ในอ้อมกอดริมฝีปากเคลื่อนเข้าหาริมฝีปากอีกฝ่ายจูบให้เธอผ่อนคลาย
นี่เป็อีกสาเหตุที่ศานต์กับนิลตาเข้ากันไม่ค่อยได้แต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าพยายามแค่ไหนการมีสัมพันธ์ทางกายของทั้งคู่ก็มีปัญหาติดขัดตลอดบวกกับไม่ได้รักเป็ทุนเดิมยิ่งทำให้เื่บนเตียงน้อยลงไปอีก
“เราจะเป็อย่างนี้ตลอดเลยหรือเปล่าคะ” พอสามีถอนจูบออกมานิลตาก็เอ่ยเสียงเศร้า ศานต์ส่ายหน้าเล็กน้อยยิ้มพลางปัดปอยผมออกจากใบหน้าเธอ
“ไม่หรอกมาลองกันอีกทีนะ”
หญิงสาวยิ้มแล้วหลบตาแขนโอบกอดรอคอเขาไว้ริมฝีปากจุมพิตไปตามแนวไหล่กว้าง
ศานต์ช่วยลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอให้ผ่อนคลายก่อนน้ำหนักตัวจะทาบทับเธอลงบนเตียงกว้างอีกครั้ง
มือใหญ่ลูบคลึงหน้าอกสักพักจึงเลื่อนลงหว่างขาเขาใช้นิ้วสอดใส่ให้หญิงสาวหายเกร็งก่อนแทรกความแข็งแกร่งของตนเข้าไปใหม่
“เจ็บไหม”
ใบหน้ารูปไข่ส่ายไปมาพร้อมทั้งหลบสายตาอายชายหนุ่มจับขาข้างหนึ่งยกขึ้นโอบเอว ดันสะโพกเข้าออกเป็จังหวะ
“อื้อ” ความกระสันที่เกิดขึ้นทำเอาสามีภรรยาเก็บเสียงสวาทไม่อยู่
“อ๊าคุณศานต์”
“อือเห็นไหมว่าเราเข้ากันได้”
“บ้า” นิลตาก้มหน้าแอบยิ้มแม้รู้ว่าไม่อาจซ่อนมันไว้ได้
“บ้าอะไรนี่มันสุดยอดมากต่างหาก”คนอยู่บนว่า
“อาไม่ได้เป็แบบนี้มานานแล้วนะ” ปากพูดและเอวขยับชนชนเข้ากลีบดอกไม้เสียงดังตับๆ
“อ๊าฉันจะไม่ไหวแล้วค่ะ” นิลตากัดริมฝีปากฝืนพูดออกมา
“ได้” เสียงกระเส่ามาพร้อมจังหวะกระแทกที่แรงมากขึ้น
“อ้า” นิลตายิ่งร้องดังหนักขึ้น พอเห็นสามีมองก็รีบเม้มปาก
“เราผัวเมียกันไม่ต้องอายน่า” เสียงของเขาฟังไม่ได้ศัพท์เพราะเร่งจังหวะสอดใส่เร็วและแรงไม่นานความสุขสมก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ชายหนุ่มร้องออกมาอย่างพึงพอใจถอนอาวุธออกมาจากร่างเล็กทิ้งตัวลงนอนข้างเธอฟังเสียงหอบหายใจของตนเองกับนิลตาจนหลับใหลไปด้วยความอ่อนเพลีย
ดอกเข็มนอนคิดถึงคนรักพร้อมลูกในท้องอย่างเดียวดายความกลัดกลุ้มของหญิงสาวทำให้ข่มตานอนไม่หลับ
ตอนกลางวันศานต์พาเธอไปฝากครรภ์สีหน้าของเขาตอนเผลอเต็มไปด้วยความกังวล แม้ปากบอกจะจัดการทุกอย่างให้เองขอให้เธอแค่ทำใจให้สบายดูแลตัวเองกับลูกก็พอ
แต่จะไม่ให้คิดมากได้อย่างไรเขามีภรรยาอยู่แล้วทั้งคนต่อไปเธอกับลูกจะอยู่อย่างไร ลำพังเธอยอมลำบากเพราะความรักก็ไม่เท่าไหร่แต่เด็กคนนี้ที่กำลังจะเกิดมาล่ะหากภรรยาตัวจริงของศานต์รู้ว่ามีเด็กที่กำลังจะเกิดจากผู้หญิงคนอื่นจะยอมปล่อยไปหรือเปล่า
“ใครบอกให้ไปเป็เมียน้อยเขาล่ะ” หญิงสาวตัดพ้อตัวเองพร้อมน้ำตา “ไม่รู้จักหักห้ามใจเอง”
เธอจะต้องหาทางปกป้องตัวเองและลูกให้ได้แม้ว่าต้องแยกทางกับเขาก็จำเป็ต้องทำเพื่อให้ลูกได้มีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย
แม้ดอกเข็มจะคิดอย่างนั้นแต่เธอมืดแปดด้านมากไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจากนี้คงต้องใช้เวลาที่ยังไม่ถูกนิลตาจับได้หาทางออกให้ตัวเอง