“เซวียนเซวียน เจ้าวางใจ แม้อวิ๋นเอ๋อร์กับเผิงเฟยจะกลายเป็นลูกของภรรยาเอกแล้ว ข้าก็จะมิละเลยเจ้า เจ้ายังเป็นลูกสาวคนโตของข้าเหมือนเดิม” ซย่าหลี่จวินทำเช่นนี้ เพราะอยากเพิ่มความยุ่งยากให้จิ่นเซวียน และเหลือทางรอดให้ตนเอง เวลานี้เขาเหลือลูกเพียงสองคน เขามิอยากไร้ที่พึ่งตอนแก่เฒ่า
“ท่านพ่อ มิมีการต่อรองเรื่องรับลูกบุญธรรมเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนโกรธพ่อเฮงซวยมากยิ่งนัก ซย่าจิ่นอวิ๋นกับซย่าเผิงเฟยคือลูกของมือที่สาม ซย่าหลี่จวินยังอยากให้พวกเขาเป็นลูกบุญธรรมในนามแม่ของนางอีกหรือ เขามันเพ้อเจ้อเกินไปแล้ว
มีนางอยู่ นางจะมิปล่อยให้แผนชั่วของพ่อเฮงซวยสำเร็จเด็ดขาด นางต้องหาทางให้พ่อเฮงซวยเขียนหนังสือสัญญาหย่าท่านแม่ให้ได้ แม้ท่านแม่ของนางจะตายไปแล้ว แต่ก็เจรจาหย่าได้ และนางเชื่อว่าท่านแม่ถูกบังคับให้แต่งงานกับพ่อเฮงซวยแน่ มิเช่นนั้นคนปราดเปรื่องเช่นท่านแม่จะมองพ่อเฮงซวยหรือ
“เซวียนเซวียน พ่อของเจ้าทำเช่นนี้ก็เพื่ออวิ๋นเอ๋อร์กับเผิงเฟย เจ้ามิสู้ตกลงไปเล่า” ซย่าชุนอวิ๋นกลัวซย่าหลี่จวินจะเปิดโปงภูมิหลังของจิ่นเซวียน นางจึงอยากให้จิ่นเซวียนตอบรับคำขอของเขา
ท่านอาเล็กกลัวสิ่งใดกันแน่?หรือมันจะเกี่ยวข้องกับนางจริงๆ?
“ท่านอาเล็ก หากเผิงเฟยกับอวิ๋นเอ๋อร์มิใช่ลูกของเกาเจินเจิน ข้าคงมิถือสาที่จะให้พวกเขาเป็นลูกของท่านแม่ เรื่องนี้จะมิมีการต่อรองกันอีกเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนมิต้องการให้พ่อเฮงซวยใช้ประโยชน์จากแม่ผู้ล่วงลับของนาง นางจึงยืนกรานว่ามิเห็นด้วยกับเรื่องนี้
“เจ้า เจ้ามันมิรู้จักผิดชอบชั่วดี” ซย่าหลี่จวินถูกจิ่นเซวียนยั่วโทสะอีกหน
“มิใช่ว่าข้ามิรู้จักผิดชอบชั่วดี แต่ท่านทำเกินไปเจ้าค่ะ ทั้งที่ท่านก็รู้ว่าท่านแม่ของข้าถูกเกาเจินเจินฆ่าตาย ท่านยังอยากให้ลูกของนางมาเป็นลูกบุญธรรมของท่านแม่อีก ท่านจะให้ท่านแม่นอนตายตามิหลับหรือเจ้าคะ?”
จิ่นเซวียนดูถูกเหยียดหยามซย่าหลี่จวินยิ่งนัก เจ้าเฉินซื่อเหม่ย[1] เนรคุณ นอกใจท่านแม่แล้วยังทำตัวมีคุณธรรมอีก แม้ว่านางอาจจะมิใช่ลูกสาวของเขา นางก็มิคิดจะอ่อนข้อให้ บนผังตระกูลซย่า ท่านแม่ของนางยังเป็นภรรยาคนแรกของพ่อเฮงซวยอยู่
“พี่ใหญ่ ท่านกลับไปก่อน ให้ข้าค่อยๆ คุยกับเซวียนเซวียนเอง” ซย่าชุนอวิ๋นกลัวเรื่องจะเลวร้ายขึ้น นางจึงรีบบอกให้ซย่าหลี่จวินกลับไป เมื่อเทียบกับอนาคตของจิ่นเซวียนแล้ว ให้พวกอวิ๋นเอ๋อร์เป็นลูกบุญธรรมของพี่เนี่ยนเนี่ยนถือเป็นเรื่องเล็ก
“ชุนอวิ๋น เจ้าโน้มน้าวเซวียนเซวียนดีๆ ข้ากลับก่อนแล้วจะมาหาพวกเจ้าคราหลัง” ซย่าหลี่จวินเห็นว่าน้องสาวยังสนใจเขา เขาจึงยอมฟังความคิดเห็นของนาง และยอมกลับไปก่อน
ภรรยาตัวน้อยของเขาเป็นลูกของผู้ใดกัน ดูจากการแสดงออกของซย่าหลี่จวินกับซย่าชุนอวิ๋นแล้ว พวกเขาน่าจะรู้เรื่องนี้!
หากซย่าชุนอวิ๋นมิรู้ภูมิหลังของภรรยาตัวน้อย นางคงมิช่วยซย่าหลี่จวินเช่นนี้
“ท่านอาเล็ก ข้าโตแล้ว ข้ามีสิทธิ์รู้ภูมิหลังของข้าเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนถามซย่าชุนอวิ๋นอย่างจริงจังถึงภูมิหลังของนาง มิว่าความจริงจะโหดร้ายเพียงใด นางก็ต้องรู้ให้ได้
“เซวียนเซวียนเอ๋ย เจ้าอย่าไปฟังที่พ่อของเจ้าพูดจาเหลวไหลเลย เจ้าคือลูกหลานของพวกเราตระกูลซย่า สิ่งนี้เป็นความจริง” ซย่าชุนอวิ๋นหลบเลี่ยงที่จะตอบ ที่นางกับท่านพ่อมิยอมบอกความจริงกับจิ่นเซวียน ก็เพื่อประโยชน์ของนางเอง
บุคคลที่มิรู้จักบิดาของตนเองจะโดนรังเกียจเดียดฉันท์ ปีนั้นพี่เนี่ยนเนี่ยนก็ถูกหลอกเช่นกัน นางมิรู้ว่าผู้ใดชิงความบริสุทธิ์ของนางไป
“ท่านอาเล็ก ท่านอย่าหลอกข้าเลยเจ้าค่ะ ท่านต้องรู้ความจริงแน่” จิ่นเซวียนยังอยากรู้ภูมิหลังของนาง ท่านอาเล็กต้องรู้ความจริงของเรื่องนี้แน่ ท่านปู่เองก็ย่อมรู้ด้วยเช่นกัน ในเมื่อพวกเขารู้ว่านางมิใช่คนในครอบครัวของพวกเขา เหตุใดถึงยังดีกับนางเช่นนี้เล่า
“อาเฉวียน พวกเราออกไปหาพวกหยวนหยวนกันเถิด” ซ่งจื่อเฉินบอกให้ซ่งเฉวียนออกจากบ้านของซย่าชุนอวิ๋นไปด้วยกันกับเขา เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับจิ่นเซวียนและซย่าชุนอวิ๋น
“ภรรยา เซวียนเซวียนโตแล้ว นางมีสิทธิ์ที่จะรู้ภูมิหลังของตนเอง มิว่าจะจริงหรือไม่ เจ้าบอกนางไปเถิด” หูเหยียนซูเข้าใจจิ่นเซวียน เขาจึงเกลี้ยกล่อมภรรยาให้บอกความจริงกับจิ่นเซวียน
“ท่านอาเล็ก ท่านพ่อบอกว่าข้ามิใช่ลูกของเขา เช่นนั้นข้าคือลูกของผู้ใดกันเจ้าคะ?” จิ่นเซวียนเห็นซย่าชุนอวิ๋นยังลังเล นางจึงเปลี่ยนวิธีหยั่งเชิงซย่าชุนอวิ๋น ซย่าชุนอวิ๋นถอนหายใจเบาๆ นางจึงยอมบอกความจริงว่าจิ่นเซวียนมิใช่ลูกหลานของตระกูลซย่าจริงๆ
“เขามิได้โกหกเจ้า เจ้ามิใช่ลูกสาวของเขาจริงๆ เรื่องนี้เขารู้มาตั้งแต่แรกแล้ว ปีนั้นเพื่อให้ได้แต่งงานกับแม่ของเจ้า เขาโกหกว่าจะรักแม่ของเจ้าเพียงผู้เดียว ที่ไหนได้หลังจากแต่งงาน เขากลับเผยธาตุแท้เช่นนี้ และเปลี่ยนไปไร้หัวจิตหัวใจมากขึ้นเรื่อยๆ”
“ท่านปู่รู้เรื่องนี้หรือไม่เจ้าคะ?” จิ่นเซวียนซักถาม
“ท่านปู่กับท่านยายของเจ้าเป็นคู่รักกันมาตั้งแต่เล็ก หากมิใช่เพราะท่านย่าของเจ้าเข้ามาแทรกแซง พวกเขาคงจะได้อยู่ด้วยกันนานแล้ว บางทีอาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกผิดกับท่านยายของเจ้า ถึงได้ดีกับแม่ของเจ้ามากเช่นนั้น” จิ่นเซวียนตกใจกับเรื่องราวที่ซย่าชุนอวิ๋นบอกเล่า ที่แท้ท่านปู่ของนางก็มีอดีตเช่นนี้ มิน่าเล่าเขาถึงทนการมีอยู่ของนางได้
“แล้วพ่อของข้าคือผู้ใดหรือเจ้าคะ?” จิ่นเซวียนอยากรู้ว่าพ่อแท้ๆ ของนางเป็นผู้ใด?
“แม่ของเจ้าก็มิรู้พ่อของเจ้าคือผู้ใด สิบสี่ปีก่อนในคืนเทศกาลหยวนเซียว[2] นางถูกคนปริศนาชิงความบริสุทธิ์ไป ตอนที่นางอยู่ในอาการสะลึมสะลือ คนปริศนาผู้นั้นทิ้งแหวนปานจื่อหยกขาวไว้วงหนึ่งและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ในเวลานั้นแม่ของเจ้าตกใจกลัวยิ่งนัก นางจึงขังตัวเองอยู่แต่ในบ้านไปช่วงหนึ่ง จนกระทั่งท่านยายของเจ้าพบว่านางท้อง นางถึงได้บอกเรื่องนี้กับท่านยาย”
ซย่าชุนอวิ๋นบอกทุกอย่างที่นางรู้กับจิ่นเซวียน นอกจากท่านพ่อและนางที่รู้ภูมิหลังของจิ่นเซวียนแล้ว ยังมีสวี่ติ้งหรงอีกคนที่รู้เรื่องนี้
“เซวียนเซวียน พวกเรามิบอกเจ้าก็เพื่อให้เจ้าได้ดี” ซย่าชุนอวิ๋นจับมือปลอบโยนจิ่นเซวียนด้วยเสียงแผ่วเบา
“ท่านอาเล็ก ท่านกับท่านปู่ดีกับข้ายิ่งนัก ชั่วชีวิตนี้ข้ามิอาจจะตอบแทนพวกท่านได้หมดเจ้าค่ะ” ทั้งๆ ที่ท่านปู่กับท่านอาเล็กรู้ภูมิหลังของนาง แต่พวกเขาก็ยังมองนางเป็นคนในครอบครัว นางซาบซึ้งใจยิ่งนัก
“จริงด้วย เซวียนเซวียน แหวนปานจื่อหยกที่พ่อแท้ๆ ของเจ้าทิ้งเอาไว้อยู่กับท่านย่าเล็ก ก่อนจะจากไปแม่ของเจ้านำแหวนปานจื่อหยกให้นางเก็บไว้ เดิมทีพวกเราคิดจะปิดบังเจ้าไปตลอดชีวิต มิคิดเลยว่าพ่อของเจ้าจะเปิดเผยออกมาเช่นนี้” ซย่าชุนอวิ๋นถอนหายใจ
“สิ่งนี้อาจจะถูกลิขิตไว้นานแล้ว ท่านอาเล็ก ท่านมิต้องห่วงข้า ข้ามิเป็นไรเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนจับมือของซย่าชุนอวิ๋น นางมิใช่ลูกของพ่อเฮงซวย ถือเป็นเรื่องดีสำหรับนาง
“เจ้าสัญญากับข้ามาว่าเจ้าจะรู้เรื่องนี้เพียงผู้เดียว อย่าบอกคนบ้านซ่ง มิเช่นนั้นพวกเขาอาจจะดูถูกเจ้า” ในใจของซย่าชุนอวิ๋นนึกถึงเพียงจิ่นเซวียน จิ่นเซวียนรู้สึกตื้นตันยิ่งนัก มิว่านางจะเป็นลูกสาวของตระกูลซย่าหรือไม่ นางจะกตัญญูต่อท่านอาเล็ก และพาให้ท่านอาเล็กมีชีวิตที่สะดวกสบายไปด้วยกัน
“ท่านอาเล็ก ข้าสัญญากับท่าน ข้าจะมิบอกผู้ใดจนกว่าจะมีการสืบหาเรื่องนี้จนกระจ่างเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนเข้าใจเจตนาของซย่าชุนอวิ๋น สถานภาพของสตรีในยุคสมัยนี้ต้อยต่ำอย่างยิ่ง หากคนบ้านซ่งรู้ว่านางเป็นลูกสาวนอกสมรส พวกเขาต้องดูถูกนางแน่
“เจ้าไปหาซ่งจื่อเฉินก่อนเถิด ข้าจะไปทำอาหาร” ซย่าชุนอวิ๋นวางใจเมื่อได้รับการยินยอมจากจิ่นเซวียน
.......
ณ บ้านซย่าหลี่จวิน ซย่าหลี่จวินกับเกาซื่อตรงไปที่ห้องหนังสือ เกาซื่อซักไซ้ถึงภูมิหลังของจิ่นเซวียนทันที
“ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าปิดบังข้า รีบบอกความจริงกับข้ามา”
ท่านแม่เป็นคนปากสว่าง หากเขาบอกความจริงกับนาง แล้วนางหลุดปากไป จะทำอย่างไรเล่า
“ลูกเอ๋ย เด็กนั้นมันเลี้ยงมิเชื่อง เจ้าก็อย่าช่วยนางปกปิดอีกเลย ครานั้นหากมิใช่เพราะว่านฉินกับว่านเนี่ยนเนี่ยน พ่อของเจ้าคงมิเกลียดพวกเราแม่ลูกเช่นนี้” ว่านฉินคือยายของจิ่นเซวียน เกาซื่อนึกถึงนางเมื่อใดก็จะกัดฟันด้วยความแค้นเมื่อนั้น
เชิงอรรถ
[1] เฉินซื่อเหม่ย หมายถึง ตัวละครในเรื่องเปาบุ้นจิ่นที่เกิดในครอบครัวยากจน อยู่กับภรรยาและลูกๆ อีกสองคนอย่างมีความสุข ภรรยาทำงานหนักหาเงินให้เขาไปสอบจอหงวน แต่เมื่อเขาไปก็ขาดการติดต่อไปหลายปี จนภรรยาพาลูกๆ ออกตามหาเพราะเป็นห่วง สุดท้ายเจอหน้ากลับทำเป็นจำพวกนางมิได้
[2] เทศกาลหยวนเซียว หมายถึง เทศกาลแขวนโคมไฟ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน วันนี้คนจะออกมาชมโคมไฟและกินบัวลอย