บทที่ 7
เด็กส่งซาลาเปา
คว้าเอากล่องซาลาเปาได้แล้วฟางหนิงฮวาก็ออกจากบ้านที่แรกที่ต้องไปก็คือสถานศึกษาเพราะว่าใกล้กลับร้านซาลาเปามากที่สุดจากร้านของนางเดินไปยังสถานศึกษาใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อไปถึงแล้วก็ส่งซาลาเปาให้กับลูกมือในครัวส่วนค่าซาลาเปานั้นนางต้องไปเก็บเอากับอาจารย์ผู้ทำหน้าที่ดูแลบัญชีของสถานศึกษา
"เข้ามาสิเ้ามาเก็บค่าอะไรกัน" อาจารย์ผู้ดูแลบัญชีเอ่ยถามเนื่องจากไม่เคยเห็นหน้าฟางหนิงฮวามาก่อนปกติแล้วจะเป็อารองของนางที่ทำหน้าที่นี้
"ข้ามาเก็บค่าซาลาเปาเ้าค่ะ" ฟางหนิงฮวาตอบอย่าร่าเริง
"ที่ร้านซาลาเปาเปลี่ยนคนส่งของอย่างนั้นหรือ" อาจารย์ผู้นั้นถามอย่างแปลกใจ
หญิงสาวตอบกลับด้วยเสียงสดใส "ไม่ได้เปลี่ยนหรอกเ้าค่ะพอดีว่าท่านอาของข้ากลับบ้านกะทันหันข้าก็เลยต้องมาส่งแทนชั่วคราว"
อาจารย์ผู้นั้นพยักหน้าเล็กน้อยเห็นหญิงสาวดูท่าทางกระตือรือร้นเช่นนี้ก็ยิ้มออกมาเขาควักเงินจากถุงเป็จำนวนที่พอดีกับค่าซาลาเปาของวันนี้แล้วมอบให้กับนาง "ดีแล้ว เ้าเองก็ขยันทำงานเข้าล่ะร้านซาลาเปาของเ้าจะได้รุ่งเรือง"
"ขอบคุณเ้าค่ะ" ฟางหนิงฮวารับเงินแล้วก็ไปต่อยังจวนของคหบดีค้าหยก
นางไม่รู้จักจวนคหบดีค้าหยกเพราะว่าไม่เคยมาเลยสักครั้งจึงได้ถามทางเอากับชาวเมืองที่ผ่านไปผ่านมาหน้าสถานศึกษาเมื่อได้คำตอบแล้วก็มุ่งหน้าไปทันทีที่นี่ไม่มีอะไรมากเพียงแค่ส่งมอบซาลาเปาให้เด็กรับใช้จากนั้นก็รับเงินมาเป็อันว่าเรียบร้อยเด็กรับใช้ไม่ได้สงสัยอะไรแล้วก็คงไม่สนใจด้วยว่าวันนี้มีเด็กส่งซาลาเปาคนใหม่มาเขาเพียงแค่รับซาลาเปาไปตามหน้าที่ของเขาเท่านั้น
ที่สุดท้ายเป็จวนของท่านเ้าเมืองที่นี่ไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก เ้าของร่างเดิมก็เคยเดินผ่านจวนเ้าเมืองอยู่บ้างอีกทั้งยังคุ้นเคยกับพ่อครัวใหญ่ของจวนนี้เพราะบางครั้งเวลามีงานเลี้ยงที่จวนเขาก็ไปสั่งซาลาเปาด้วยตัวเองถึงที่ร้าน
จวนเ้าเมืองถู่หยางกว้างขวางใหญ่โตยิ่งแบ่งออกเป็เรือนหลัก เรือนนอนของท่านเ้าเมือง เรือนรับรอง เรือนสำหรับบ่าวในจวนส่วนโรงครัวนั้นตั้งอยู่ไกลออกไปทางด้านหลังทำให้ฟางหนิงฮวาต้องเดินไกลสักหน่อยกว่าจะเอาซาลาเปาไปส่งถึงที่ได้
"พ่อครัวใหญ่ซาลาเปามาแล้วเ้าค่ะ" ฟางหนิงฮวาทักทายพ่อครัวใหญ่ด้วยท่าทางกระตือรือร้น
พ่อครัวใหญ่ได้เห็นฟางหนิงฮวาแล้วก็ประหลาดใจเล็กน้อยเพราะหญิงสาวผู้นี้ตอนอยู่ที่ร้านไม่ได้ดูสดใสแข็งแรงถึงเพียงนี้อีกทั้งเขาเองก็รู้มาจากบิดามารดาของนางว่านางมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงมาแต่กำเนิดเหตุใดวันนี้ถึงได้ดูไม่เหมือนคนป่วยเลยแม้แต่น้อย
"อ้าว…หนิงฮวาวันนี้เหตุใดจึงได้มาส่งซาลาเปาเองเล่า ว่าแต่เ้าหายป่วยแล้วอย่างนั้นหรือ" พ่อครัวใหญ่ถามไถ่ด้วยความเป็ห่วงพลางมองดูหญิงสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับบุตรสาวของตนเองอย่างเอ็นดู
"พอดีท่านอาต้องกลับบ้านที่นอกเมืองเ้าค่ะข้าก็เลยต้องมาส่งให้เป็การชั่วคราว" ฟางหนิงฮวาตอบ
"ดีแล้วเ้าได้ออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้างก็ดี จะได้สดชื่นอยู่แต่ในบ้านอุดอู้ทั้งวันเมื่อไรอาการป่วยจะดีขึ้น เ้าว่าจริงหรือไม่" พ่อครัวใหญ่วางมือจากเนื้อที่กำลังหั่นจากนั้นจึงไปหยิบถุงเงินที่แบ่งไว้เป็ค่าซาลาเปาเอามาให้นาง
ฟางหนิงฮวารับเงินค่าซาลาเปานั้นมาแล้วเก็บไว้ในอกเสื้อ "ขอบคุณเ้าค่ะตอนนี้ข้าได้ออกมาข้างนอกรู้สึกดีขึ้นมากเลยทีเดียว"
รับเงินแล้วก็จากมาตามประสาของคนขายของฟางหนิงฮวาเดินจากห้องครัวผ่านด้านข้างของเรือนรับรองมาจนถึงหน้าเรือนหลักกลับรู้สึกว่าที่จวนเ้าเมืองวันนี้ดูผิดปกติเพราะทุกครั้งแล้วยามที่นางเดินผ่านก็มักจะเห็นว่าที่นี่มีเหล่าทหารเดินกันมากมายขวักไขว่หรือไม่ก็มีเหล่าขุนนางและผู้มาเยือนบ้าง แต่ว่าวันนี้กลับไม่มีเลยเท่าที่เห็นแล้วนอกจากในครัวแล้วก็เหลือเพียงทหารองค์รักษ์ที่เฝ้าอยู่ที่เรือนนอนของท่านเ้าเมืองสองคนกับที่เฝ่้าอยู่หน้าประตูใหญ่อีกสองคนเท่านั้นหรือว่าวันนี้ทุกคนในจวนนี้จะพากันไปทำธุระที่อื่น
ฟางหนิงฮวาเดินตัดผ่านลานหน้าจวนออกมาจนเกือบจะถึงประตูใหญ่ก็สวนกับชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีท่าทางสุขุมยิ่งเขาถือล่วมยาอันใหญ่เข้าไปด้วยอีกทั้งยังสวมชุดสีขาวจึงสามารถคาดเดาได้ไม่ยากว่าชายผู้นี้จะต้องเป็หมออย่างแน่นอนแต่ว่าหมอมาทำอะไรที่จวนของเ้าเมืองเล่า ฟางหนิงฮวาเห็นแล้วก็เกิดความสงสัยขึ้นในทันที
แต่ก็เพียงแค่สงสัยเท่านั้นนางไม่ได้อยากรู้อะไรไปมากกว่านี้เพราะเดิมทีก็ไม่ใช่คนที่จะไปสอดรู้สอดเห็นเื่ของชาวบ้านค่อนข้างที่จะสันโดษและไม่ค่อยสนใจใครเสียด้วยซ้ำในเมื่อมีหมอมาที่นี่ก็คิดไปว่าที่จวนนี้อาจจะมีคนป่วยก็เท่านั้นจากนั้นจึงเดินต่อไปยังประตู่ใหญ่เพื่อที่จะกลับบ้าน
ยังไม่ทันได้ถึงประตูใหญ่ก็มีเสียงบ่าวรับใช้พูดคุยกันดังมาจากทางไหนก็ไม่รู้แต่คาดว่าน่าจะอยู่ไม่ไกล
"เ้าว่าท่านเ้าเมืองได้รับาเ็ในครั้งนี้จะรอดหรือไม่" เสียงบ่าวผู้ชายกล่าวขึ้นดังมาเข้าหูของฟางหนิงฮวา
ทีแรกคิดว่าจะไม่สนใจแล้วแต่จนแล้วจนรอดบ่าวพวกนี้ก็มาพูดให้ได้ยินจนได้
"เ้าอย่ามาปากเสียนะท่านเ้าเมืองออกจะแข็งแรงถึงปานนั้นย่อมต้องไม่เป็ไรเป็แน่" คราวนี้เป็เสียวของสาวใช้ที่ค้านขึ้นมาบ้าง
บ่าวผู้ชายถอนหายใจออกมาอย่างเป็กังวลก่อนจะกล่าวต่อ "แต่ว่าตอนนี้ท่านเ้าเมืองยังไม่ฟื้นเลยาแก็เต็มตัวไปหมดคาดว่าจะเสียเืไปมาก ข้าเป็ห่วงเขาเหลือเกินพวกเราจะทำอย่างไรเพื่อช่วยท่านเ้าเมืองได้บ้าง"
"ตอนนี้หมอที่เก่งที่สุดในเมืองถู่หยางก็มาแล้วอย่างไรท่านหมอหลิวจะต้องรักษาท่านเ้าเมืองให้หายได้เป็แน่" สาวใช้ตอบ
"ต้องโทษพวกโจรูเานั่นถ้าพวกมันไม่สร้างปัญหาท่านเ้าเมืองก็คงไม่ต้องเป็เช่นนี้" บ่าวผู้ชายกล่าวอย่างโกรธแค้น
แท้จริงแล้วที่บ่าวผู้ชายคนนี้โกรธแค้นก็เป็เพราะว่าเขาเป็บ่าวข้างกายของท่านเ้าเมืองจึงรักเป็ห่วงท่านเ้าเมืองมากเป็พิเศษยิ่งพอเห็นเ้านายของตนาเ็สาหัสถึงเพียงนี้ก็ทั้งกลัวทั้งเสียใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ได้ยินที่บ่าวผู้นั้นกับสาวใช้คุยกันความทรงจำก็ผุดขึ้นมาก่อนหน้าที่เ้าของร่างเดิมจะเสียชีวิตนั้นมีเหตุหมู่บ้านที่รอบนอกหลายหมู่บ้านถูกโจรูเาเข้ามาปล้นพวกมันปล้นเงินทองรวมทั้งเสบียงไปมากมายอีกทั้งจุดไปเผาหมู่บ้านจนวอดวายอีกด้วยทำให้ชาวบ้านได้รับความทุกข์แสนสาหัสไม่มีที่อยู่อาศัยจนต้องอพยพเข้ามาอยู่ที่พื้นที่ช่วยเหลือของเมืองถู่หยางเป็จำนวนมาก
ปัญหานี้เป็ความรับผิดชอบของเ้าเมืองถู่หยางดังนั้นเขาจึงนำกำลังไปปราบเขาพร้อมกองกำลังกว่าครึ่งขี่ม้ารุดขึ้นเหนือเพื่อไปต่อสู้กับพวกโจรูเาแต่ก็ไม่คิดว่าพวกโจรูเาจะมีกองกำลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้จนสามารถต้านทานกองทัพเล็กๆ ของเมืองถู่หยางได้ และทำให้ท่านเ้าเมือถึงกับได้รับาเ็สาหัสกลับมา
จะว่าไปแล้วก็แปลกไม่น้อยเพราะหากเป็โจรูเาธรรมดาที่ก่อเหตุบุกปล้นแย่งชิงก็ไม่จำเป็ต้องมีกำลังมากมายถึงเพียงนี้แต่ทว่าพวกมันมีมากกว่ากองกำลังของเมืองถู่หยางหลายเท่าจนเ้าเมืองเองก็อดสงสัยมิได้ว่าพวกมันอาจจะมีเบื้องลึกเื้ับางทีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องถึงแคว้นศัตรูที่อยู่ทางเหนือก็เป็ได้เขาคิดว่าหากปราบพวกมันได้แล้วก็จะเขียนฎีกาเสนอเื่นี้ต่อฮ่องเต้แต่ทว่ายังไม่มันได้เขียนเขาก็มีสภาพเป็เช่นนี้ไปเสียก่อน