ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ตอนที่ 89 ท่านผู้นำตระกูลโดนวางยาพิษ

    ลมหายใจของนักฆ่าผู้นี้คล้ายกับลมหายใจของนักฆ่าผู้มาลอบปลิดชีพนางที่ป่าเทียนหวงครั้งที่แล้วมาก เพียงแต่ความแข็งแกร่งของสามคนนั้นไม่ถึงขั้นจอมยุทธ์ด้วยซ้ำ ทว่านักฆ่าผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นถึงราชายอดยุทธ์


    มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้น “ในเมื่อเจ้าโดนจับได้เช่นนี้แล้ว เจ้าบอกข้ามาตรง ๆ เถอะว่าใครเป็นคนส่งเจ้ามาฆ่าข้า และเจ้าเป็นคนของใคร ?”


    เหงื่อเย็นที่แผ่นหลังทะลุเสื้อของนักฆ่าจนเปียกชื้น ทว่าเขายังคงกัดฟันก่อนจะกล่าวว่า “เป็นนักฆ่าก็ต้องมีกฎของนักฆ่า ข้ามิอาจ...”


    -- ฟุ่บ! --


    จู่ ๆ เข็มพิษพุ่งมาทางมู่เฉียนซี


    “โล่มังกรวารี!” 


    มู่เฉียนซีตะโกนพลันหลบอย่างเร็ว


    -- ฟุ่บ! --


    เข็มยาพุ่งออกจากมือมู่เฉียนซีและจมไปในร่างของเขาทันที


    “เจ้า! คงต้องให้ความตายมาเยือนก่อนรึถึงจะทำตาม”


    เข็มพิษของตนเองไม่เข้าเป้า กลับโดนเข็มพิษของมู่เฉียนซี ทันใดนั้นความเจ็บปวดอันท่วมท้นทำลายจิตใจที่แน่วแน่ของเขาแตกเป็นเสี่ยง ๆ 


    “อ๊าก!” เขากรีดร้องขึ้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นไปทั่วทั้งร่าง รูม่านตาเบิกกว้าง ดวงตาเริ่มปูดโปนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า


    มู่เฉียนซีแค่นเสียง กล่าวอย่างเยือกเย็น “บอกมาว่าใครเป็นคนส่งเจ้ามาทำร้ายข้า ?”


    “คะ... คุณหนูใหญ่ตระกูลโอวหยาง โอวหยางเหว่ย”


    “คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าโอวหยางเหว่ยจะไม่ยอมพ่ายแพ้ น่ารำคาญจริงเชียว!” ดวงตาดำขลับของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นชา นางถามต่ออีกว่า “แล้วเจ้าเป็นคนของใคร สำนักไหน ?”


    “เหยียนหลัวเหมิง”


    “เหยียนหลัวเหมิงคือสำนักมือสังหารในแคว้นจื่อเยี่ยมิใช่รึ ? เหตุใดจึงเป็นสำนักมือสังหารของแคว้นใกล้เคียง...แคว้นชิง ?”


    เพื่อที่จะปลิดชีพนาง โอวหยางเว่ยถึงกับจ้างนักฆ่าจากแคว้นชิงเลยรึ ?!


    มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยสบตากันอย่างเข้าใจว่าจะต้องทำลายศพนักฆ่าผู้นี้ให้สิ้นซาก  ทันใดนั้นนักฆ่าไม่มีโอกาสแม้จะกรีดร้อง ร่างของเขากลายเป็นกระดูกทันที ก่อนจะหายวับไปภายในชั่วพริบตาเดียว


    มู่เฉียนซีก้มศีรษะลงเพื่อที่จะหยิบเข็มยาพิษของนักฆ่าผู้นั้น จิ่วเยี่ยคว้ามือนางเอาไว้หวังจะห้ามปราม ทว่านางก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “จิ่วเยี่ย เข็มยาพิษเล็กน้อยแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”


    รอยยิ้มของสตรีตรงหน้าผู้นี้ช่างเย้ายวนใจบุรุษอย่างจิ่วเยี่ยยิ่งนัก เรื่องยาพิษเรื่องโอสถ นางรู้ดีกว่าผู้ใดและมั่นใจกว่าใครอื่น ดวงตาที่เปล่งประกายและเชื่อมั่นของนางทำให้จิ่วเยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นเขาค่อย ๆ ปล่อยมือนาง


    มู่เฉียนซีค่อย ๆ หยิบเข็มยาพิษขึ้นมา นางมองดูมันอย่างละเอียดถี่ถ้วน 


    ทันใดนั้น!


    .

    .

    .

    .


    “เหอะ! เข็มยาพิษของเหยียนหลัวเหมิงมีปัญญาทำได้แค่นี้รึ ? ทางที่ดีพวกเจ้ารีบวางมือเสียเถอะ มิเช่นนั้นแล้วข้าจะส่งยาพิษของข้าไปฝังพวกเจ้าทั้งเป็น”


    เมื่อก่อนมีคนเคยซื้อตัวสำนักมือสังหารเนื่องด้วยปรารถนาจะไปปลิดชีพหมอปีศาจ นี่เป็นเหตุที่ทำให้นางต้องคิดค้นยาพิษที่มีพิษร้ายแรงขึ้นมาและกำจัดสำนักนักฆ่าเหล่านั้น นับจากนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีสำนักมือสังหารสำนักใดกล้าลงมือฆ่าหมอปีศาจอีกเลย


    -- ฟุ่บ! --


    ทันใดนั้นเอง เงาร่างสีดำปรากฏตัว คุกเข่าอยู่บนพื้น


    “ท่านผู้นำได้โปรดยกโทษให้พวกเราด้วย พวกเราไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่ามีนักฆ่าลอบเข้ามาจึงทำให้ท่านผู้นำตกใจเช่นนี้”


    มู่เฉียนซีโบกมือ กล่าวว่า “ข้าไม่โทษพวกเจ้าหรอก ฝีมือของมันแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้ามาก ดูเหมือนว่าพวกเจ้าต้องเร่งฝึกวิชาให้เป็นราชาแห่งภูตกับราชายอดยุทธ์โดยเร็ว”


    มู่อีได้ยินวาจานางเช่นนี้ก็ทำอะไรไม่ถูก พวกเขาติดอยู่ที่ปรมาจารย์ภูตระดับเก้ามาสักระยะหนึ่งแล้ว หากราชาแห่งภูตสามารถทะลวงง่ายดายเช่นนั้น ป่านนี้ทั้งแคว้นจื่อเยี่ยก็คงมีราชาแห่งภูตเดินเพ่นพ่านไปมาทั่วทั้งแคว้นแล้ว


    “ท่านผู้นำขอรับ ท่านผู้นำ ได้เรื่องแล้วขอรับ!” มู่เอ๋อร์ผู้รับผิดชอบในการสืบข่าวเข้ามาส่งข่าวด้วยความตื่นเต้น


    “เหล่าเอ๋อร์ ต่อหน้าท่านผู้นำ เหตุใดถึงได้หยาบคายเช่นนี้เล่า” มู่อีกล่าวเตือนมู่เอ๋อร์


    “ท่านผู้นำ ได้ข่าวหยกจันทราชิงหลานกับดอกขี้เหล็กอำพันแล้วขอรับ” มู่เอ๋อร์ยังคงตื่นเต้นไม่หาย


    “จริงรึ ?” มู่เฉียนซีก็ตื่นเต้นขึ้นมาเช่นกัน คิ้วงามของนางเลิกขึ้นทันที


    สมุนไพรวิญญาณสองชนิดนี้เป็นยาสมุนไพรวิญญาณที่สำคัญอย่างมาก สามารถรักษาดวงตาของท่านอาเล็กให้หายได้ หากมีสมุนไพรวิญญาณสองชนิดนี้ นางก็สามารถปรุงยาแก้พิษได้ และดวงตาทั้งสองข้างของท่านอาก็จะกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง


    “แล้วสมุนไพรวิญญาณสองชนิดนี้อยู่ที่ไหนกัน ?”


    มู่เอ๋อร์ “ท่านผู้นำ มันอยู่ที่หุบเขาราชาโอสถขอรับ อยู่กับราชาโอสถ”


    จิ่วเยี่ยได้ยินเช่นนี้ก็กำลังจะหายตัวไปนำมาให้นาง ทันใดนั้นมู่เฉียนซีตะโกนห้าม “ช้าก่อนจิ่วเยี่ย! ข้ามีแผนของข้าแล้ว เรื่องนี้เจ้าอย่าลำบากช่วยข้าเลย... นะ...”


    แม้บุรุษเยือกเย็นในชุดดำจะไม่ปริปากพูดอะไร มู่เฉียนซีก็รู้สึกมีความเป็นไปได้มากว่าเขาจะต้องไปสังหารราชาโอสถ และแย่งชิงสมุนไพรวิญญาณทั้งสองชนิดมาเป็นแน่


    ถึงแม้ว่าจิ่วเยี่ยจะเต็มใจช่วยนาง ทว่านางนั้นไม่ต้องการเป็นหนี้บุญคุณเขามากไปกว่านี้อีกแล้ว อย่างไรก็ตาม หมอปีศาจก็ใช้ชีวิตอย่างสง่าผ่าเผย หากต้องการให้ผู้อื่นช่วยเรื่องใด ก็ต้องตอบแทนเขาผู้นั้น ไม่มีการเอาเปรียบใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะหนี้บุญคุณเป็นหนี้ที่ชดใช้ยากยิ่งนัก


    นางไม่คิดเลยว่าเมื่อได้มาอยู่ในโลกที่แข็งแกร่งอันแปลกประหลาดเช่นนี้ กลับพบเจอกับบุรุษผู้แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่เช่นเขา และผู้ที่แข็งแกร่งเยี่ยงเขา นางก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ   มาจนถึงตอนนี้ หนี้บุญคุณของเขานั้นก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ


    ตระกูลมู่กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในแคว้นจื่อเยี่ย ดังนั้นเรื่องใดที่นางจัดการเองได้นางก็จะทำ ไม่อยากยืมมือเขามาช่วยเลย


    ท้ายที่สุดจิ่วเยี่ยก็มิได้หายตัวไปแต่อย่างใด เช่นนี้จึงทำให้มู่อีและมู่เอ๋อร์ต่างก็ผงะกันไปครู่หนึ่ง


    ซวนหยวนจิ่วเยี่ยฟังผู้นำตระกูลมู่


    เรื่องเยี่ยอ๋องกับท่านผู้นำตระกูลไปมาหาสู่กัน แน่นอนว่าองครักษ์เงาอย่างพวกเขารู้ดีอยู่แล้ว ทว่าผู้ที่เหี้ยมโหดเด็ดเดี่ยว ทั้งยังน่าเกรงขามมาโดยตลอดอย่างเยี่ยอ๋อง คิดไม่ถึงเลยว่าจะฟังคำพูดของท่านผู้นำตระกูลของพวกเขา 


    นี่มันเรื่องแปลกประหลาดอันใด ?


    ช่างเหลือเชื่อเสียจริง ๆ!


    “มู่เอ๋อร์ เจ้าไปกระจายข่าวให้ทั่วว่าข้าโดนลอบทำร้าย ถูกยาพิษ ให้หมอยามาดูอาการของข้า!” มู่เฉียนซีกล่าวสั่ง


    “ขอรับ” 


    ถึงแม้จะไม่รู้ว่าท่านผู้นำตระกูลคิดจะทำการใด ทว่าตนเป็นข้ารับใช้ ถึงอย่างไรแล้วก็ต้องฟังคำสั่งของท่านผู้นำตระกูล แจ้งข่าวท่านผู้นำตระกูลมู่ถูกวางยา ถูกยาพิษเล่นงาน เข้าใจว่าเป็นเรื่องเท็จ ทว่าเขาก็เต็มใจไปกระจายข่าวตามคำสั่งของนาง


    หลังจากที่มู่เฉียนซีสั่งการเสร็จ นางหันไปกล่าวกับจิ่วเยี่ย “ข้าจัดการได้แน่ เจ้ากลับไปก่อนเถอะ”


    “ไม่... เจ้าโดนยาพิษ ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้า” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา


    “แต่ข้าไม่ได้โดนยาพิษจริง ๆ” นางกล่าวด้วยสีหน้างุนงง จิ่วเยี่ยเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ?


    “เจ้าเป็นคนบอกเองว่าเจ้าถูกพิษ”


    “มันเป็นเรื่องเท็จ ข้ากุเรื่องขึ้นมา มันเป็นแผนการ มันไม่...”


    “เจ้าบอกเองว่าถูกพิษ”


    มู่เฉียนซีลอบถอนหายใจ ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่สามารถโต้เถียงกับบุรุษเอาแต่ใจอย่างจิ่วเยี่ยชนะ นางกล่าวอย่างจำใจ “เจ้าอยากอยู่ก็อยู่เถอะ ถึงอย่างไรข้าก็จะนอนแล้ว”


    จิ่วเยี่ยรู้สึกปีติในใจ เขาไม่ถูกบอกให้กลับไป ก็อยู่เฝ้านางจนนางหลับ หลังจากที่นางหลับสนิทเขาถึงจะกลับจวนเยี่ยอ๋อง


    ......


    รุ่งอรุณวันใหม่  ข่าวผู้นำตระกูลมู่โดนลอบทำร้าย ถูกยาพิษ หมอยาประจำตระกูลมู่หมดซึ่งหนทางรักษาก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วแคว้น


    เมื่อเยวี่ยเจ๋อรู้ข่าวก็รีบไปจวนตระกูลมู่ทันที แม้แต่เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ยังสวมใส่ไม่เรียบร้อยเลย


    “พี่ใหญ่!” เยวี่ยเจ๋อกำลังจะพรวดพราดเข้าไปด้านใน กลับโดนมู่อีห้ามเอาไว้เสียก่อน 


    “คุณชายเยวี่ย ท่านผู้นำกำลังนอนพักผ่อนอยู่ หากคุณชายเข้าไปรบกวน ท่านผู้นำอาจจะโกรธเอาได้นะขอรับ”


    “กำลังนอนอยู่รึ ?” ใบหน้าของเยวี่ยเจ๋อไม่สู้ดีนัก เขาเกิดความฉงนสงสัย


    “คุณชายเยวี่ยอย่าหุนหันพลันแล่นไปเลย คุณชายคิดว่ามียาพิษใดสามารถทำร้ายท่านผู้นำตระกูลของพวกเราได้หรือ ?”


    เยวี่ยเจ๋อได้ยินเช่นนี้แล้วก็กระจ่างขึ้นมาเล็กน้อย เขาครุ่นคิดในใจ ‘ไม่มียาพิษของผู้ใดที่จะทำร้ายพี่ใหญ่ได้ นอกเสียจากว่าพี่ใหญ่ปรุงยาแล้วโดนยาพิษเสียเอง อา...’


    “ดูเหมือนข้าจะหุนหันพลันแล่นไปจริง ๆ” เยวี่ยเจ๋อกล่าวพลางทอดถอนใจ


    มู่อี “คุณชายเยวี่ย ในเมื่อคุณชายรู้ความจริงแล้ว คุณชายก็ต้องแสดงละครตบตาต่อไปนะขอรับ อย่าให้ผู้ใดจับได้เป็นอันขาด ท่านผู้นำตระกูลมีแผนการบางอย่างจึงให้กระจายข่าวออกไปเช่นนั้น”


    “ข้าทราบแล้ว ขอบใจเจ้ามากที่บอกข้า”


    ส่วนทางด้านท่านอาอย่างมู่อวู่ซวงคงไม่ต้องให้มู่อีไปแจ้ง ถึงอย่างไรผู้แข็งแกร่งอย่างมู่อวู่ซวงก็พอจะเดาออกว่าหลานสาวของตนคิดทำการใดอยู่ สมกับที่เป็นท่านอากับหลานสาวผู้เป็นที่รักจริง ๆ


    หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวก็แพร่สะพัดออกมาจากจวนตระกูลมู่อีกครั้งว่านายท่านสามแห่งตระกูลมู่ทุ่มเงินทองหลายเหรียญทองคำเพื่อหานักปรุงยามากฝีมือมารักษาแก้พิษให้หลานสาวผู้เป็นท่านผู้นำตระกูล


    ขอเพียงแค่สามารถแก้พิษให้ผู้นำตระกูลมู่ได้ ไม่ว่าอยากได้อะไรนายท่านสามจักตอบแทนให้! นายท่านสามแห่งตระกูลมู่เป็นผู้ที่รักหลานสาวมาก เพื่อหลานสาวของเขาแล้ว เขาสามารถทำให้ได้ทุกอย่าง


    ถึงแม้ว่านักปรุงยาที่มีชื่อเสียงหลายคนปรารถนาจะได้เงินทองจากตระกูลมู่ แต่เมื่อรู้ผลตรวจพบเจอพิษของนาง ทุกคนต่างพากันส่ายหัวทันที


    “ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าท่านผู้นำตระกูลโดนพิษอะไรมา ข้าไร้ซึ่งหนทางรักษาจริง ๆ”


    “เฮ้อ... หวังว่าสวรรค์จะช่วยท่านผู้นำให้รอดพ้นจากพิษนี้”

    .

    .

    .

    คล้ายกับเรื่องท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ ที่คุณอ่าน