เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 152 สายฟ้าโลกาวินาศ 3


            “ปะ..เป็นไปไม่ได้!”

            “ได้ยังไง?นี่ข้ากำลังฝันอยู่รึเปล่า? พลังของหัวหน้ากำลังถูกดันกลับเนี่ยนะ!?!?”

            เหล่าคนของกองกำลังอสูรทมิฬอ้าปากค้างยืนตัวแข็งเมื่อเห็นดวงอาทิตย์สีดำของมาแชลที่กำลังปะทะกับลำแสงสายฟ้าของแกรนด์กำลังค่อยๆถูกดันกลับเข้าหาผู้เป็นเจ้าของแม้จะไม่อยากเชื่อแต่สิ่งที่ปรากฏชัดอยู่เบื้องหน้านั้นคือความจริง พลังท่าไม้ตายของแกรนด์นั้นเหนือกว่าอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ไม่ใช่เพียงแค่มาแชลที่รู้สึกแบบนั้น ร่างสถิตทุกคนที่จับจ้องไปที่มันก็รับรู้ได้เช่นเดียวกันพวกเขาต่างยอมรับแต่โดยดีว่าตนในตอนนี้ก็ไม่มีทางต้านรับท่าแบบนั้นของแกรนด์ได้แน่

            “ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นพลังที่ปล่อยออกมาจากคนๆเดียว”

            กาเซลเอ่ยขึ้นขณะที่มองการปะทะต้านพลังอย่างไม่ละสายตาลูเซียสกับเดร็คที่ยืนดูอยู่ข้างๆเองก็ไร้คำใดที่จะเอ่ยออกมา ด้านฝั่งแจ็คตอนนี้ระเบิดเสียงหัวเราะร่าพลางปรบมืออย่างออกนอกหน้าไม่แคร์สายตาใครขณะที่พลังของแกรนด์ดันพลังมาแชลกลับ

            “อึ๊ก!”

            มาแชลกัดฟันแน่นความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งประหลาดใจและตื่นตะลึงคาดไม่ถึงที่แกรนด์มีท่าไม้ตายก้นหีบแบบนี้เตรียมเอาไว้สำหรับเผด็จศึกแม้ไม่อยากจะยอมรับ หากแต่ก็เห็นกันอยู่ว่าอีกไม่กี่อึดใจพลังของเขาต้องถูกดันกลับอย่างสมบูรณ์และแน่นอนว่าเขาย่อมไม่อาจไขว่คว้าชัยชนะและรักษาคำสัตย์ที่ให้ไว้กับเทพพอสูรได้ ตอนนี้ร่างกายทุกส่วนของมาแชลเกินกว่าคำว่าเจ็บปวดกระทั่งกลายเป็นไร้ความรู้สึกประหนึ่งถูกตัดอวัยวะทุกส่วนให้แยกออกจากกัน ถึงจะยอมรับแต่โดยดีว่าท่าของตนสู้ไม่ได้แต่ไม่ได้หมายความว่ามาแชลจะยอมแพ้สัตย์สาบานที่เคยกล่าวต่อเทพอสูรในวันที่ก้าวข้ามขีดจำกัดดังก้องในโสตประสาทอีกครั้งเพื่อย้ำเตือนความทรงจำประหนึ่งว่าเขาได้กล่าวคำเหล่านี้เมื่อวาน สิ่งนี้กระตุ้นและดึงสติของมาแชลให้กลับมาเขากำหนดลมหายใจพร้อมกับผ่อนคลายแขนขวาลง นั่นส่งผลให้พลังของมาแชลยิ่งถูกดันกลับมาใกล้ตัวเขาเร็วกว่าเดิมหลายเท่าผู้ชมทั่วทั้งสนามส่งเสียงร้องอื้ออึง มาแชลยอมรับความพ่ายแพ้แล้วกระนั้นหรือ?

            “ระ..รึว่าหัวหน้าจะ..”

            คนของกองกำลังอสูรทมิฬที่มีสีหน้าตื่นตะลึงในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกเมื่อคิดถึงสิ่งที่หัวหน้าของพวกตนกำลังจะทำมาแชลใช้มือข้างที่ผ่อนคลายลงมากำหมัดพร้อมกับเกร็งนิ้วโป้งและหันเข้าหาตน

            “เพลิงกาฬอสนีผสานรวมเป็นหนึ่ง”

            ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก! ปึ๊ก!

            มาแชลใช้นิ้วโป้งของเขาสกัดไปที่หน้าอกตรงจุดหัวใจหลายครั้งก่อนจะกำมือที่ควบแน่นไปด้วยสายฟ้าทมิฬและใช้มันทุบลงซ้ำที่จุดเดิม ในตอนนั้นเองเลือดสีแดงฉานก็พวยพุ่งออกจากปากของมาแชลทั่วร่างบิดเกร็งร้อนรุ่มจนควันคละคลุ้งออกจากผิวหนัง โดยเฉพาะภายในทรวงอกที่ตอนนี้มาแชลรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกย่างอยู่ท่ามกลางไฟนรกร้อนแรงพร้อมกันนั้นกล้ามเนื้อทุกส่วนของมาแชลก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นหัวใจของมาแชลตอนนี้หลอมรวมเข้ากับพลังของหอกเพลิงเรียบร้อยแล้วผลทำให้แกนกลางดวงอาทิตย์สีดำหลอมรวมกับสายฟ้าทมิฬที่ห่อหุ้มอยู่ภายนอกสายฟ้าและเพลิงที่หลอมรวมกันส่งผลให้เกิดการขยายพลังพร้อมกับปลดปล่อยรังสีความร้อนออกมาเพิ่มมากขึ้นขนาดของดวงอาทิตย์ที่มาแชลสร้างจึงขยายใหญ่มากกว่าเดิมถึงสองเท่า นี่เป็นการทุ่มสุดตัวครั้งสุดท้ายของมาแชลขณะที่เขายังคงสติอยู่พลังและขนาดที่เพิ่มขึ้นของดวงอาทิตย์ทมิฬทำให้มันสามารถดันลำแสงสายฟ้าของแกรนด์กลับไปได้อย่างง่ายดาย

            “ฮ่าห์!!!”

            แกรนด์เปิดโหมดวอริเออร์ฟอร์ซและทุ่มพลังเข้าไปอีกเพื่อต้านทานพลังที่เพิ่มมากขึ้นของคู่ต่อสู้ทำให้ดวงอาทิตย์ทมิฬและลำแสงสายฟ้าในขณะนี้เข้าปะทะด้วยพลังที่เท่าเทียมกันอยู่กึ่งกลางสนามพลังที่เพิ่มขึ้นทำให้สะเก็ดที่เกิดจากการปะทะมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

            โพล๊ะ!!! แคร๊ก!!! เปรี๊ยะ!!!

            และแล้วบาเรียสนามในตอนนี้เหมือนว่ามันจะเริ่มฟื้นฟูตัวเองไม่ทันเสียแล้วรอยร้าวน้อยใหญ่ไม่อาจผสานกันได้อีก

            “ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!”

            ทั้งแกรนด์และมาแชลปลดปล่อยพลังสุดตัวพร้อมกับคำรามก้องจุดปะทะของพลังที่งสองสายที่กึ่งกลางสนามในตอนนี้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว สะเก็ดระเบิดสายฟ้าไร้ทิศทางที่เกิดจากการปะทะต้านหายไปแทนที่ด้วยจุดที่พลังทั้งสองสายปะทะต้านขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คุมกฎทั้งหลายต่างเหาะมาใกล้บาเรียสนามพร้อมกับตั้งท่าเตรียมจะผนึกป้องกันด้วยสีหน้าตื่นตระหนกหากเจ้าสิ่งนี้ระเบิดขึ้น นี่คงเป็นดั่งการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ใจกลางเมืองหลวงเผ่ามนุษย์แน่แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร พวกเขาก็ต้องถอยห่างออกมาจากจุดที่ตนเตรียมผนึกเหตุเพราะเหล่าผู้คุมกฎรู้สึกได้ถึงออร่าพลังที่อ่อนโยนสายหนึ่งและออร่านี้คล้ายจะบอกกับพวกเขาว่าให้ถอยห่างออกมา

            บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

            พลังที่ปะทะกันยังกึ่งกลางสนามพลันเกิดระเบิดขึ้นมันเป็นการระเบิดสายฟ้าที่รุนแรงจนคล้ายกับทุกคนได้เป็นสักขีพยานในวันสิ้นโลกแม้แต่ผู้ชมที่ดูผ่านจอถ่ายทอดสดตามเมืองต่างๆยังรู้สึกหวาดหวั่นเพราะความรุนแรงของมันบ้างถึงกับอ้าปากค้างมือเท้าเย็นเฉียบด้วยความกลัว ไม่ต้องพูดถึงผู้ชมที่อยู่ภายในโคลอสเซียมพวกเขาได้รับประสบการณ์ในการสัมผัสถึงแสงสีเสียงเต็มหูเต็มตาแบบรอบทิศทาง

            เพล้ง!!!

            แรงระเบิดที่เกิดขึ้นส่งผลให้บาเรียสนามของโคลอสเซี่ยมอันเลื่องชื่อได้แตกออกทำให้ตอนนี้อัฒจันทร์หลายล้านที่นั่งไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ และรัศมีระเบิดกำลังแผดพุ่งทำลายล้างเข้าหาผู้ชม

            วูม!

            เสี้ยววินาทีนั้นเองบาเรียสีส้มก็ปรากฏกางครอบขึ้นแทนที่บาเรียเดิมที่แตกไปซึ่งบาเรียใหม่นี้ไม่เพียงแต่ป้องกันแรงระเบิดได้อย่างสมบูรณ์ หากแต่มันยังดูดซับพลังทำลายล้างไม่ให้ส่งผลใดๆต่อสนามแม้แต่แรงสั่นสะเทือนที่ควรจะเกิดขึ้นยังถูกดูดซับหายไปด้วย

            “หวา..กำลังรอจังหวะนี้อยู่เลยไม่ว่าจะเห็นอีกกี่ครั้งๆก็ยังงดงาม อ่าห์..เจ้าทำให้ข้าตกหลุมรักรอบที่หกแล้ว”

            ทูตจากเผ่าจิ้งจอกเอ่ยขึ้นพลางส่งสายตาเย้ายวนไปให้ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ลีโอนาโดแน่นอนว่าทูตจากทุกเผ่าย่อมรู้จักบาเรียที่ทรงพลังนี้ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเมื่อมันถูกกางขึ้นพลังทำลายล้างแทบทุกอย่างเป็นต้องไร้ผล และบาเรียนี้มันเป็นยังถูกจดจำในฐานะทักษะประจำตัวของลีโอนาโดอีกด้วย

            แปะ! แปะ! แปะ!

            “ทำหน้าที่ในฐานะผู้รับผิดชอบสนามได้ยอดเยี่ยมจริงๆ”

            โดโนแวนปรบมือพลางเอ่ยชื่นชมแต่น้ำเสียงของเขากลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนโดโนแวนกำลังแซะลีโอนาโดมากกว่าขณะเดียวกันฝุ่นควันเริ่มจางลง ปรากฏในเห็นภูมิทัศน์ภายในสนามผู้ชมทั่วทั้งทวีปต่างตะลึงงันเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สถานที่ที่เคยเป็นแดนหิมะเมื่อไม่กี่นาทีก่อนตอนนี้แปรสภาพไปจากเดิมจนแทบจำไม่ได้ มันกลายเป็นพื้นที่โล่งเตียนมีหลุมขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ใจกลางคล้ายเพิ่งถูกอุกกาบาตจากนอกโลกพุ่งลงมาชนแต่ความสนใจหลักของทุกคนหาใช่สนามที่แปรสภาพไปไม่ แต่เป็นผู้ชนะในการปะทะครั้งนี้ต่างหากใครกันที่ยืนหยัดอยู่บนสนามในตอนนี้? แกรนด์หรือมาแชลกันแน่?ผู้ชมต่างลุ้นและภาวนาให้ฝ่ายที่ตนเชียร์ได้รับชัยชนะ หากแต่เพราะความกว้างของสนามที่มีรัศมีกว่าสองกิโลเมตรและสภาพพื้นที่ที่เปลี่ยนไปทำให้การจะมองหาใครสักคนนั้นยากเย็นนัก ครั้นเงยหน้าขึ้นไปมองจอถ่ายทอดสดก็ไม่เห็นจอไหนจับภาพผู้เข้าแข่งขัน

            ตึ๊ง!

            ท่ามกลางความเงียบงันของผู้ชมที่จอภาพพลันปรากฏชื่อของมาแชลขึ้นพร้อมกับคะแนนที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง

            “124 แต้ม!!!!!!”

            เสียงอุทานของผู้ชมทั้งในสนามและตามเมืองต่างๆดังลั่นขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายนี่เป็นคะแนนที่ทำลายสถิติเดิมของสนามที่แล้วไปอย่างขาดลอย และคาดว่าจะเป็นสถิติสูงสุดของการแข่งขันรอบที่สองนี้ด้วยโดยชื่อของมาแชลโชว์หราเด่นเป็นสง่าอยู่บนสุด ถัดลงมาด้านล่างมีชื่ออีกห้าคนที่ได้ไปคนละแต้มสองแต้มคนเดียวจัดการผู้เข้าแข่งขันรอบสองไปเกือบครึ่งสนามเลยหรือ? ไม่ใช่! มาแชลไม่ได้จงใจทำให้คนเหล่านี้ออกจากสนามและเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนทำให้ใครบ้างออกนอกสนาม แต่แต้มที่เขาได้ทั้งหมดมาจากลูกหลงต่างหาก!การต่อสู้ที่ระเบิดพลังเต็มพิกัดระหว่างเขากับแกรนด์ทำให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆโดนลูกหลงไปด้วย! 124 แต้มคือผู้เข้าแข่งขันส่วนที่โดนลูกหลงพลังของมาแชลส่วนจำนวนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆอีกนับร้อยที่ไม่ปรากฏแต้มขึ้นมานั้นเป็นของแกรนด์แต่เพราะถูกแบนคะแนนทำให้แต้มของแกรนด์ที่ทำได้ทั้งหมดไม่ถูกนับรวมอยู่ด้วยนั่นหมายความว่าในรอบนี้ ผู้ที่ได้รางวัล MVP ไปครองคือมาแชล!

            “เฮ้!!!!!!!!!!”

            กลุ่มผีพนันถึงกับถอดเสื้อขึ้นเหวี่ยงไปบนอากาศพลางกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจเมื่อเห็นแต้มที่ปรากฏขึ้นทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องได้ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆมันก็กลั้นความดีใจไม่อยู่เงินที่ทุ่มลงไปจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัวเพื่อแทงข้างมาแชลก่อนหน้านี้กำลังจะแปรเป็นเงินก้อนจำนวนมหาศาลเช่นเดียวกับสมาชิกกองกำลังอสูรทมิฬที่โห่ร้องอย่างดีใจเมื่อเห็นชื่อของหัวหน้าพวกตนปรากฏบนจอแต่อย่างไรเสียพวกเขาก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าไอ้พวกศัตรูฝ่ายตรงข้ามที่นั่งอยู่ใกล้ๆกันมันจะโห่ร้องดีใจไปกับพวกเขาด้วยทำไม?

            “ยินดีด้วยๆขอบคุณจริงๆ รวย! รวย! รวย!”

            “หัวหน้ามาแชลแข็งแกร่งสมคำร่ำลือไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ”

            “ยินดีด้วยไว้มีโอกาสข้าจะเลี้ยงเหล้าขอบคุณนะ”

            “อูกิอูกี้!”

            ครีทเวนไฮร์ บ็อบ อูกิ สมาชิกกลุ่มผีพนันเดินเรียงคิวไปจับมือแสดงความยินดีและขอบคุณกับเหล่าสมาชิกกองกำลังอสูรทมิฬส่งผลทำให้พวกเขายิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ ได้แต่จับมือรับคำขอบคุณไปแบบมึนๆ

            “การแข่งขันในรอบที่สองผู้เข้าแข่งขันสนามแดนหิมะที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงตอนนี้ 0 คน!!!”

            “หืมมมมมมมมมมมม???”

            เสียงประกาศของผู้คุมกฎดั่งฟ้าผ่ากลางวันแสกๆคิ้วของทุกผู้คนล้วนขมวดไปทิศเดียวกันด้วยความสงสัย ไม่มีผู้เข้าแข่งขันคนไหนอยู่บนสนามแล้ว?

     

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน