สามีบำเรอหมอปีศาจสาว (มีอีบุ๊ค MEB)

    50. ชะตาไม่อาจร่วมทาง

                    หลี่เจี่ยหลิงตีเขา“ตามข้าเข้าไปคุยกันในห้องนอน”

                    จ้าวห่าวหลินลุกพรวดจับมือหญิงสาวเดินนำเข้าห้องนอน“แล้วก็ไม่บอกว่ารีบ”

                    “เจ้าคิดอะไรของเจ้า”

                    วิ้ดวิ้ว...

                    พวกลูกสมุนเอี้ยวตัวมาเห็นทั้งสองมุ่งหน้าเข้าห้องนอนก็อดที่จะผิวปากแซวไม่ได้

                    “ถ้าไม่อยากโดนเย็บปากก็เงียบไปซะ”หลี่เจี่ยหลิงถลึงตาใส่พวกเขารีบเอามือปิดปากตัวเองแล้วรีบวิ่นวนล้อมชุนเชียงเพื่อช่วยเหลืองานครัวทันที

                    จ้าวห่าวหลินไม่ได้สนใจพวกเขาเขาเพียงแค่จูงมือหญิงสาวเข้าไปในห้อง

                    หลงลิ่วเย่ที่แอบมองจ้าวห่าวหลินเองก็ตกใจเช่นกัน...ว่าที่พระชายาผู้นี้ช่างอาจหาญยิ่งนัก ร้ายจริง ๆ

                    จ้าวห่าวหลินจูงหลี่เจี่ยหลิงไปนั่งบนเตียงเตา“เจ้านั่งรอข้าหน่อย วันนี้ข้าออกไปข้างนอกทั้งวัน คงต้องอาบน้ำสักหน่อย”

                    หลี่เจี่ยหลิงกระชากเขาลงมานั่งข้างกันชายหนุ่มยิ้มกริ่ม “รีบร้อนเพียงนี้เชียว”

                    “คิดอะไรของเจ้า”หลี่เจี่ยหลิงถลึงตาใส่เขา

                    จ้าวห่าวหลินหัวเราะเล็กน้อยเป็นสัญญาณว่าเขาจะเลิกล้อเล่นแล้ว“ตกลงเจ้ามีเรื่องใดหรือ?”

                    “ห่าวหลิน...”หลี่เจี่ยหลิงจับใบหน้าของชายหนุ่มให้หันมามองสบตานาง “บอกข้ามาว่า....เรื่องของเราเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป?”

                    จ้าวห่าวหลินมองเห็นแววตาเป็นกังวลแต่แน่วแน่คู่นั้นเขาเชื่อว่าหากเขาลังเลแม้แต่น้อยหญิงสาวตรงหน้าก็ไม่ลังเลเลยที่จะจากเขาไปทันทีหลังจากรักษาเขาจนหายดีแล้ว

                    ใครจะไปเชื่อเล่าว่าอ๋องผู้ครองแคว้นจะต้องยื้อหญิงสาวตัวน้อยไว้ข้างกายเพื่อเป็นพระชายาตน

                    เขาจับมือนางออกมากุมไว้ที่หน้าขาแทน“หลิงเอ๋อร์ ข้าเคยสัญญากับเจ้าแล้วว่าหากเจ้าสามารถรักษาข้าจนหายดีได้ข้าจะมอบให้เจ้าทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ตำแหน่งฮูหยินของข้า”

                    “และข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าหากเจ้ามีข้า จะต้องมีข้าเพียงผู้เดียว”

                    “ย่อมเป็นเช่นนั้นมีอะไรหรือ?”

                    เขาไม่เข้าใจความหมายที่หญิงสาวตรงหน้าต้องการสื่อออกมา

                    หลี่เจี่ยหลิงมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นเพื่อตรวจสอบบางอย่างสังเกตทุกการเคลื่อนไหว

                    “เจ้าเป็นถึงท่านอ๋องผู้ได้ปกครองเป่ยเฉิงวังหลังยิ่งใหญ่ของตำหนักอ๋องของเจ้า...”

                    “มีเพียงเจ้า”จ้าวห่าวหลินสวนขึ้นมาทันที “ข้างกายข้ามีแต่คนต้องการทำร้ายข้าข้าไม่ต้องการอสรพิษมากมายเตรียมเรือนหลังข้าเพียงต้องการคนที่พร้อมอยู่ข้างกายข้าอย่างแท้จริง เป็นครอบครัวของข้าข้าต้องการเพียงเจ้า เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ”

                    น้ำเสียงของชายหนุ่มมีความกรุ่นโกรธเล็กน้อยความน้อยใจและความหงุดหงินผสมกัน ทำให้หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกผิดเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังต้องการพูดเรื่องนี้ให้ชัดเจน

                    “เจ้าอย่าคิดว่าข้าเป็นคนโง่เชียวข้ารู้ว่าการจะเป็นพระชายาอย่างถูกต้องได้ต้องได้รับการยินยอมจากเชื้อพระวงศ์สลักชื่อในอวี้เตี๋ยก่อน หากไม่เป็นเช่นนั้นข้าจะต่างอะไรกับฮูหยินนอกจวนที่อยู่อย่างหลบซ่อนเล่า”

                    เมื่อจ้าวห่าวหลินได้ยินก็หัวเราะผ่อนคลาย

                    หลี่เจี่ยหลิงทุบอกเขาไปทีหนึ่ง“เจ้าคิดว่าตลกนักหรือ?”

                    “ฮูหยินเจ้าเข้าใจข้าผิดไปแล้ว”เขากุมมือที่ทุบอกไว้แน่น สบสายตาหญิงสาวตรงหน้าอย่างอ่อนโยนความละมุนในสายตาคู่นั้นทำให้หญิงสาวหยาบกร้านเช่นหลี่เจี่ยหลิงยังไม่อาจต้านทานได้

                    “เช่นนั้นเจ้าก็อธิบายมาหากเจ้า...”

                    “ข้ารู้”จ้าวห่าวหลินรวบหญิงสาวตัวน้อยช้อนขึ้นมานั่งตักตัวเองอย่างห้ามใจไม่ไหวเกยคางบนไหล่มนสูดดมกลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ ที่โชยออกมาจากตัวหญิงสาว

                    “พูดดีๆ อย่ารุ่มร่าม”

                    จ้าวห่าวหลินกระชับอ้อมแขนกอดหญิงสาว“ครั้งตอนที่ข้าถูกแต่งตั้งให้เป็นรุ่ยอ๋องเสด็จพ่อได้มอบพระราชโองการฉบับหนึ่งไว้ให้ข้าในพระราชโองการได้ระบุอย่างชัดเจนว่าเรื่องการแต่งตั้งพระชายาและสนมทั้งหมดของข้าล้วนอยู่ในการตัดสินใจของข้า พระองค์หรือเชื้อพระองค์ใดก็ไม่มีสิทธิเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะอย่างนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลหลังจากที่ข้าถอนพิษได้แล้วข้าจะส่งจดหมายแจ้งให้เสด็จพ่อเขียนชื่อเจ้าลงไปในอวี้เตี๋ยในฐานะพระชายาเอกเพียงคนเดียวของข้าทันที”

                    เขากลัวว่าหญิงสาวจะคิดมากจึงเอ่ยเสริมต่อ“เจ้าอย่าได้น้อยใจคิดว่าข้าแต่งงานกับเจ้าเพียงเพื่อแทนคุณเชียวที่ข้าต้องการแต่งกับเจ้าหลังจากถอนพิษได้แล้วเพราะข้าไม่อยากให้เจ้าแต่งงานกับข้า แล้วข้า....”

                    หลี่เจี่ยหลิงไม่อาจทนฟังคำพูดต่อมาของเขาได้นางหมุนตัวคว้าคอของชายหนุ่มลงมาจูบเนิ่นนานดูดดึงดูดกลืนอย่างเร้าร้อนจนรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงของเขานางถึงได้ถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง

                    “ข้าบอกแล้วหากมีข้าอยู่ ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็รอด”

                    “ทั้งร่างกายนี้และหัวใจดวงนี้ล้วนเป็นเจ้าที่ควบคุมรบกวนท่านหมอแล้ว”

                    มือบางวางทาบบนอกด้านซ้ายของเขารับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจของเขา “เจ้าอยู่ในกำมือข้าแล้ว”

                    “ใช่ข้าอยู่ในกำมือเจ้าแล้ว”

                    .......

                    เดือน9 วันที่ 28 ไท่โจวปีที่ 50

            สองสามวันผ่านไปอย่างสงบ

                    พวกอี้โยวยังคงรวบรวมสมุนไพรโดยด่วนทางหอไห่ตงชิงและหุบเขาสมุนไพรเองก็ได้สมุนไพรบางส่วนมาแล้วทยอยกันส่งมาให้ทางหลี่เจี่ยหลิง รายชื่อสมุนไพรที่ต้องการลดน้อยลงทำให้หัวใจที่แขวนบนเส้นด้ายของพวกอี้โยวเบาลงพอสมควร

                    หลี่เจี่ยหลิงคอยจัดการปรุงสมุนไพรและเตรียมการวางแผนสำหรับการปรุงยาถอนพิษและยังส่งหอไห่ตงชิงส่วนหนึ่งมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาลั่วซานก่อนเพื่อระบุตำแหน่งของดอกเกล็ดหิมะทั้งหมดก็เพื่อไม่ให้เสียเวลาและไม่ให้เกิดเรื่องผิดพลาดตามมา

                    การจัดการของหญิงสาวไม่ได้ปกปิดพวกอี้โยวแม้แต่น้อยทำให้อี้โยวพึงพอใจกับน้องสะใภ้ผู้นี้อย่างมาก

                    จ้าวห่าวหลินใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายเพื่อตามหาสมุนไพรมุ่งหน้าไปยังโรงตีเหล็กตาเฒ่าหวางเพื่อจัดการเรื่องเครื่องเรียงพิมพ์ส่งให้ทางร้านตำราตระกูลจาง

                    เพราะเขาต้องการจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดจึงจ้างตาเฒ่าหวางด้วยเงินสามสิบตำลึงและพวกลูกสมุนอีกคนละห้าตำลึงช่วยกันสร้างเครื่องเรียงพิมพ์ทั้งหมดยี่สิบเครื่องส่งให้กับร้านตำราตระกูลจาง

                    หลงลิ่วเย่เห็นท่านอ๋องตีเหล็กก็ตกใจแทบหงายท้องอยากจะกระโจนออกไปห้ามยิ่งนัก แต่ไม่กล้า

                    ให้ตายเถอะ...ท่านจะทำให้ข้าหัวใจวายหรือไรขอรับ ท่านเป็นอ๋องอยู่ดี ๆ เหตุใดต้อง เฮ้อ...

                    อีกด้านหนึ่งนกพิราบสื่อสารตัวน้อยก็บินกลับมาถึงตำหนักอ๋องในที่สุด

                    เด็กรับสารรีบปลดกระบอกข่าวและหยิบธัญพืชกำมือวางให้นกพิราบพร้อมกับน้ำอีกเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินตัวปลิ้วจากไป

                    จ้าวเฉินกงได้รับกระบอกสื่อสารก็รีบคลี่เปิดออกอ่านอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบออกจากห้องหนังสือของตนเช่นเดียวกัน

                    ชายผู้เป็นใหญ่แห่งตำหนักอ๋องในยามนี้ไม่ใช่รุ่ยอ๋องที่หายตัวไปแต่เป็นเป่ยเฉิงโหว อดีตแม่ทัพใหญ่ผู้กวาดกล้างแดนเหนือกลิ่นอายเข่นฆ่าของเขามากมายจนกดดันผู้คนรอบข้างส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องทั้งอึมครึ้มวังเวงและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นราวกับติดอยู่ในถ้ำน้ำแข็งภายในห้องกว้างใหญ่มีเพียงเขาที่นั่งอยู่ตรงหลังโต๊ะหนังสือเพียงลำพัง

                    ในมือของเขากำลังกำแผ่นหยกสีเข้มประจำตัวดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเย็นชาราวกับซากศพยิ่งเขามองหยกในมือนานเท่าไรกลิ่นอายการฆ่าฟันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามอารมณ์

                    หยกก้อนนี้เป็นหยกที่เขาได้รับโดยบังเอิญในโลกหล้านี้มีเพียงเขาที่ครอบครอง และมีเพียงสองคนเท่านั้นที่มีหยกพกที่ทำจากหยกชนิดนี้เพียงแต่ครึ่งหนึ่งของมัน ยามนี้ได้หายไป หายไปตลอดกาล และเขาไม่อาจตามกลับมาได้

                    ตลอดชีวิตเกือบห้าสิบปีของเขามีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่ข้ารู้สึกเสียใจ

                    จ้าวเฉินกงเปิดประตูห้องหนังสือเข้ามาเพ่งมองไปยังหลังโต๊ะหนังสือเห็นพี่ใหญ่กำลังมองหยกประจำตัวในมือก็ถอนหายใจยาว

                    “ด้วยสัญญาระหว่างพี่สะใภ้กับหมิงกุ้ยเฟยตำแหน่งพระชายานี้แท้จริงแล้วควรเป็นของอาหลิง”

                    ครั้งหมิงกุ้ยเฟยตั้งครรภ์องค์ชายแปดสร้างความยินดีทั่วใต้หล้า เพราะเป็นครรภ์ที่ได้มาตอนชราไม่ว่าจะเป็นฮ่องเต้หรือไทเฮาต่างก็เฝ้ารอคอยเด็กในครรภ์ยิ่ง

                    ฮูหยินแม่ทัพหลี่ภรรยาของหลี่ฮ่านในตอนนั้นนับเป็นสหายผ้าเช็ดหน้า[1]กับหมิงกุ้ยเฟยได้กล่าวขึ้นมาล้อเล่นว่าหากครรภ์นี้ของหมิงกุ้ยเฟยเป็นพระโอรสนางขอจองให้กับบุตรีของนาง

                    แท้จริงแล้วเดิมทีเป็นเพียงแค่คำล้อเล่นระหว่างสหายทั้งสองแต่ไทเฮากับฮ่องเต้เห็นเป็นจริงเป็นจังนักสุดท้ายก็ให้คำสัญญาว่าหากประสูติพระโอรสจะยึดถือการหมั้นหมายนี้ตามสัญญาหากเป็นพระธิดาก็จะให้บุตรีฮูหยินแม่ทัพหลี่เป็นสหายร่วมเรียนขององค์หญิง

                    แต่น่าเสียดาย....เรื่องราวมากมายล้วนไม่ได้เป็นไปดังใจต้องการ

                    ชะตาของเด็กทั้งสองไม่อาจร่วมทางกันได้

                    หลี่ฮ่านหลับตาเก็บหยกพกแขวนกลับเข้าข้างเอวตัวเองดังเดิมยืดตัวมองไปยังจ้าวเฉินกง

                    “เจ้ามาที่นี่มีอะไรก็พูดมา”

                    “พี่ใหญ่ทายสิว่าตอนนี้หมอปีศาจอยู่ที่ไหน?”

                    แววตาของหลี่ฮ่านไหววูบ“เลิกพูดเหลวไหล แล้วบอกมาเสียว่านางอยู่ที่ไหน?”

                    “ก็อยู่ข้างกายอาหลินนะสิ”จ้าวเฉินกงเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะท่าทางสบาย ๆ “แท้จริงแล้วอาหลินไม่ได้ถูกสวรรค์ทอดทิ้งเสียทีเดียวใครจะไปคิดเล่าว่าหมอปีศาจที่ตามหาแทบพลิกแผ่นดิน ที่แท้คือหลานสะใภ้ท่าน”

                    หลี่ฮ่านกระตุกยิ้มไม่คิดว่าวาสนาของหลานชายเขาผู้นี้จะดีไม่น้อย “หากมีวาสนาแม้ห่างกันพันลี้ยังได้พบหน้าหากไร้วาสนาแม้อยู่ใกล้ก็ไม่เจอกัน”

                    “ใช่ๆ นับว่าหลานชายมีวาสนาดียิ่ง” จ้าวเฉินกงแย้มยิ้มอารมณ์ดีก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นน้อยส่งให้หลี่ฮ่าน “นอกจากหลานสะใภ้จะเป็นหมอปีศาจแล้วยังมีความสามารถยิ่ง เพียงแค่ไม่นานก็สามารถระบุพิษของอาหลินและคิดค้นตำรับยาถอนพิษได้แล้ว”

                    หลี่ฮ่านพยักหน้ายิ้มมากขึ้น“ดี ดียิ่ง!”

                    เขาเอารายชื่อสมุนไพรมาอ่านกวาดตัวคร่าวๆ เท่านั้น “ส่งคนกระจายตัวกันออกไปตามหาสมุนไพรส่งให้อี้โยว”

                    “ข้าสั่งการไปแล้วสมุนไพรที่ต้องการมีสิบห้าชนิด แต่ชนิดสุดท้ายเป็นตัวยาสำคัญอยู่ที่เทือกเขาลั่วซาน”

                    “อาการของเขาเป็นเช่นไรบ้าง?”ไม่ได้รับการสะกัดเส้นลมปราณมานานเพียงนี้แล้ว เขาเองก็รู้สึกไม่วางใจนักแม้ว่าจะบอกว่าหมอปีศาจอยู่ข้างกายแล้วก็ตาม

                    “ดูเหมือนว่าหลานสะใภ้คอยติดตามอาการอาหลินตลอดย่อมไม่น่าเป็นห่วง”

                    “เช่นนี้ก็ดี”ใจที่แกว่งของหลี่ฮ่านสงบลงก่อนจะคิดอะไรบางอย่างได้“ไม่ใช่ว่าเจ้าเคยบอกว่าเส้นทางจากเมืองเมืองฉางไปยังเขตเหนือมีรังโจรหรือ?”

                    จ้าวเฉินกงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ท่าทางเบื่อหน่าย“ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าพวกนี้เป็นเพียงโจรกระจอกไม่ควรค่าแก่การสนใจอีกทั้งเจ้าพวกนี้ก็เลือกปล้นเฉพาะคนรวยไม่สนใจชาวบ้าน ข้าจึงไม่ได้ใส่ใจนักใครจะไปคิดว่าสุดท้ายเจ้าพวกนี้จะกำเริบเสิบสานใหญ่โต จากรังโจรเล็ก ๆตอนนี้กลายเป็นโจรภูเขาไปเสียแล้ว”

                    “ข้าได้ส่งทหารเข้าไปราบปรามหลายครั้งแล้วแต่เจ้าพวกนี้ราวกับลิงภูเขา เข้าออกวิ่งเล่นในภูเขาได้อย่างชำนาญราวกับสวนหลังบ้านสุดท้ายการปราบปรามก็ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า”

                    หลี่ฮ่านเหนื่อยใจกับความขี้เล่นของชายตรงหน้าอายุเกือบห้าสิบอยู่แล้ว แต่ชอบทำตัวเอ้อละเหยและเล่นสนุกราวกับเด็กน้อยอยู่อีก

                    “เจ้านำคนเร่งเดินทางไปจัดการเส้นทางไปยังเขตเหนือให้พร้อมข้าไม่อยากให้เกิดปัญหาระหว่างที่อาหลินเดินทางอีก”

                    “เข้าใจแล้วพี่ใหญ่ข้าจะเตรียมคนให้พร้อม แล้วสั่งการให้นำหน้าไปจัดการก่อน”

                    “เจ้าไปด้วยตัวเองไปสมทบคอยคุ้มกันอาหลินเดินทางเข้าเทือกเขาลั่วซาน”

                    จ้าวเฉินกงรู้สึกว่าคำพูดของพี่ใหญ่มีเหตุผลเทือกเขาลั่วซานเป็นเทือกเขาที่อันตรายมากมาย และหากไม่ระวังอาจจะทำให้ติดอยู่ในเมือกเขาหรืออาจจะตายเพราะพิษอยู่ภายในนั้นได้

                    “เช่นนั้นข้าควรจะพาหมอไปด้วย?”

                    แววตาของหลี่ฮ่านราวกับมองคนโง่“หลานสะใภ้เป็นหมอปีศาจ เจ้ายังต้องกังวลสิ่งใด”

                    “อ่า! เป็นข้าที่โง่เขลาเสียแล้ว”

                    “หญ้าเหล่ากู่”หลี่ฮ่านเกริ่นขึ้นมาแล้วหยุดไป

                    จ้าวเฉินกงมีสีหน้าตื่นเต้นทันที“พี่ใหญ่ ท่านรู้หรือว่าอยู่ที่ไหน อี้โยวบอกว่าตอนนี้พวกเขากำลังสืบหาเรื่องนี้แต่ไม่รู้ว่าหญ้านี้อยู่ที่ไหน?”

                    “เทือกเขาลั่วซาน”หลี่ฮ่านเอ่ยอย่างไม่ลังเล พอเห็นสีหน้าเป็นเชิงถามเขาจึงต้องอธิบายต่อ “หญ้าเหล่ากู่นับเป็นสมุนไพรถอนพิษที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมยามนั้นเจ้าสำนักเต๋าบอกข้าเรื่องนี้ ข้าจึงส่งคนออกตามหา แต่สุดท้ายข้าก็รู้เพียงว่าอยู่ที่เทือกเขาลั่วซานแต่ไม่อาจระบุตำแหน่งได้เช่นกัน”

                    “อืม...แค่นี้ก็ดีแล้วสมุไพรหลักอีกตัวคือดอกเกล็ดหิมะ ก็อยู่ที่เทือกเขาลั่วซานหากเร่งหาอีกสิบสามชนิดพบก็สามารถออกเดินทางไปยังเทือกเขาลั่วซานได้เร็วขึ้นเช่นนั้นก็จะปรุงยาถอนพิษให้อาหลินได้ไม่ใช่หรือ?”

                    หลี่ฮ่านรู้สึกว่าจ้าวเฉินกงคิดง่ายเกินไปเทือกเขาลั่วซานกว้างใหญ่เพียงนั้นจะเดินสะดุดเจอสมุนไพรล้ำค่าสองตัวได้ง่ายเพียงนั้นได้อย่างไร

                    แต่สุดท้ายก็แล้วแต่โชคชะตาและวาสนาของอาหลินหวังเพียงว่าสวรรค์ยังพอมีเมตตาหาเส้นทางรอดให้เขาบ้างสักครั้ง

                    “รีบแจ้งข่าวกลับไปหาอี้โยว”

    ----------------------------------------------

    [1] สหายผ้าเช็ดหน้าคือ เพื่อนที่สนิทสนม เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก

    คล้ายกับเรื่องสามีบำเรอหมอปีศาจสาว (มีอีบุ๊ค MEB) ที่คุณอ่าน