“ทุกแสงมีเงา แต่บางเงาก็เติบโตจากาแของตัวเอง”
หลังบอร์ดมีมติให้ คังแทจุน พ้นตำแหน่งชั่วคราว
ข่าวลือเกี่ยวกับ KJ Group กระจายเร็วกว่าตอนมีข่าวฉาวเสียอีก
“บริษัทกำลังสั่นคลอน!”
“ประธานถูกทิ้งเพราะเื่ผู้หญิงจริงไหม?”
“หรือว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน?”
แสงเมืองยามค่ำสะท้อนบนถนนเปียกฝน
ดูสว่าง
แต่สำหรับแทจุน—มันทึบจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า
เขานั่งอยู่ในลานจอดรถของคอนโด
เครื่องยนต์ดับไปแล้ว แต่เขายังไม่ออกจากรถ
มือจับพวงมาลัยแน่น
นิ่งจนจีฮุนต้องพูดขึ้นเบา ๆ
“ท่าน…จะกลับขึ้นไปพักไหมครับ”
แทจุนตอบช้า ๆ
“ฉันไม่รู้…ว่าควรพักยังไง ในเมื่อทุกอย่างกำลังพัง”
เสียงนั้นเหมือนคนที่ต่อสู้มามากพอแล้ว
มากจนไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนตรง
สุดท้ายเขาลงจากรถ
เดินเข้าคอนโดโดยไม่พูดอะไรอีก
ไฟในคอนโดติดขึ้นอย่างช้า ๆ
ความว่างเปล่าในห้องทำงานส่วนตัวของเขาตอกย้ำทุกอย่าง
บนโต๊ะกลาง มีเอกสารจำนวนหนึ่งวางไว้
รวมถึงสมุดสเก็ตช์ของมินอาที่เธอลืมไว้ ngàyนำเสนอครั้งแรก
รอยนิ้วเธอยังอยู่บนหน้ากระดาษ
เขาแตะมันเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว
เหมือนหวังว่าัันั้นจะทำให้เธอโผล่มาตรงหน้าสักครั้ง
“ทำไมคุณถึงต้องหายไป…ตอนที่ผม้าคุณที่สุด”
เสียงเขาเบาจนเหมือนยอมแพ้ต่อความคิดถึง
โต๊ะที่เคยมีแก้วกาแฟสองใบ
วันนี้เหลือเพียงหนึ่งใบ
วางเดียวดายจนหัวใจเขาเจ็บแปลบ
อีกมุมหนึ่งของเมือง
ชั้น 30 โรงแรมหรู
ห้องชุดที่มีแสงไฟหรูหราส่องกระทบแก้วไวน์สีแดง
ยูอินซอก นั่งรอที่โต๊ะ
ตรวจสัญญาร่วมทุนกองใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะกระจก
ประตูเปิด ชเวยุนอา เดินเข้ามาในชุดสูทสีเข้ม
ผมถูกรวบอย่างเรียบร้อย
แต่ใบหน้าซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ไม่มิด
อินซอกยิ้ม
“มีข่าวดีมาเล่า— นักลงทุนต่างชาติอนุมัติโครงการ Y Group แล้ว”
ยุนอาเดินไปนั่งอีกฟาก
ไม่ยิ้ม ไม่ดีใจ เพียงเอียงหน้าเล็กน้อย
“ฉันได้ยินมาว่า…เขาถูกปลดจริง ๆ”
“ใช่” อินซอกเทไวน์เพิ่ม
“ผลจากข่าวที่เราปล่อย… กับหลักฐานที่คุณช่วยดึงมานั่นแหละ”
เขายื่นแท็บเล็ตให้เธอดูภาพบทวิเคราะห์ข่าว
ภาพแทจุนเดินออกจากอาคาร
ภาพเขานิ่งเหมือนหิน
แต่ดวงตาชัดเจนว่ากำลังเจ็บ
อินซอกหัวเราะในลำคอ
“ผู้ชายที่มั่นคงที่สุดในบริษัท ถูกผู้หญิงคนเดียวทำให้พังได้…น่าสนใจดีนะ”
แต่ยุนอากลับพูดช้า ๆ
เหมือนคำแต่ละคำเจ็บกว่าที่คิด
“เธอไม่ได้ทำให้เขาพัง…
เขาพัง เพราะเขาเลือกปกป้องเธอมากกว่าตัวเองต่างหาก”
อินซอกเลิกคิ้ว “คุณอิจฉาเธอเหรอ?”
ยุนอาคลี่ยิ้มเจื่อน
เหมือนไม่ชอบยินคำนี้ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
“ไม่ใช่ว่าฉันอิจฉา…
ฉันแค่ไม่เข้าใจว่า ทำไมตอนนั้นเขาไม่ยอมปกป้องฉันแบบนั้นบ้าง”
เธอมองภาพแทจุนในแท็บเล็ตอีกครั้ง
ท่ามกลางนักข่าวที่ะโถามคำถามไม่หยุด
“บางที…ฉันอาจโทษเธอเพราะง่ายที่สุด
ทั้งที่จริงฉันโทษตัวเองมาตลอดต่างหาก”
อินซอกจิบไวน์
“คุณกำลังลังเล?” เธอส่ายหัว “ฉันแค่เหนื่อย
แต่การล้มเขา…ยังจำเป็อยู่”
เขายิ้ม “ดี งั้นเราจะเริ่มขั้นต่อไป”
ภาพสองคนในกระจกสะท้อนซ้อนทับกัน
หนึ่งคือคนที่เคยเสีย
อีกหนึ่งคือคนที่อยากเอาคืน
และเงาของทั้งคู่กำลังใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
เช้าวันต่อมา
จีฮุนเรียกฝ่ายไอทีที่ไว้ใจได้มาพบลับ ๆ
ใช้เวลาเกือบทั้งวัน
กว่าจะดึงหลักฐานจากระบบเซิร์ฟเวอร์ได้ครบ
เมื่อเขาถือเอกสารทั้งหมดเดินเข้าไปในคอนโดของแทจุน
ดวงตาแทจุนที่อิดโรยกลับมีประกายขึ้นนิดเดียว
“คุณเจอแล้ว?” จีฮุนพยักหน้า
“ทั้งหมดนี้ชี้ชัดว่าแบบแปลนถูกดึงจากเครื่องหัวหน้าแผนกชเวยุนอา แล้วถูกส่งต่อไปยังบริษัทที่เชื่อมโยงกับยูอินซอกครับ”
แทจุนพลิกกระดาษทีละหน้า
สีหน้าเขานิ่งกว่าเดิม
แต่มือสั่นเล็กน้อย “แปลว่า…
เธอไม่เกี่ยวเลยั้แ่แรก”
“ครับ ท่าน ไม่แม้แต่นิดเดียว”
คำว่า “เธอ” ชัดเจนว่าเป็ใคร
และแทจุนสูดลมหายใจลึก
เหมือนแบกโลกไว้บนบ่าแล้วเพิ่งเจอเหตุผลให้ยืนไหวอีกครั้ง
แต่สิ่งที่เจ็บที่สุดคือ—
“แล้วเธอรู้ไหมว่าเื่ทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของเธอ?”
จีฮุนไม่กล้าตอบ เพราะเขาเห็นจากข่าวแล้วว่า
ตอนนี้ทั้งประเทศเชื่อว่าเด็กฝึกงานคนนั้น “เจาะไฟล์–ใช้เส้น–ทำประธานพัง”
แทจุนกดนิ้วลงบนแฟ้ม
เสียงกระแทกดังลั่น
เหมือนคนกำลังพยายามระงับอารมณ์ตัวเองให้ได้
“เธอไม่ควรถูกด่าทั้งประเทศ
ระหว่างที่คนทำจริง ๆ กำลังดื่มไวน์ในห้องโรงแรม”
เสียงเขาแข็งกว่าเดิม
แต่แววตา…สั่น จีฮุนลังเล
ก่อนพูดเบา ๆ
“ท่าน…จะทำยังไงต่อครับ”
แทจุนมองกระดาษในมือ
มองความจริงที่เขามี
มองความเจ็บที่เธอได้รับ
และพูดเพียงประโยคเดียว
“ผมจะคืนชื่อให้เธอ…ไม่ว่าผมจะยังเป็ประธานหรือไม่ก็ตาม”
และนั่น— คือจุดเริ่มต้นของการกลับมาของแสงหนึ่งดวง
ที่ะเืถึงตอนถัดไป