นางปีศาจจ้องตาเขม็ง ใบหน้าที่งดงามเยือกเย็น แฝงไว้ด้วยความโเี้
“หึ!!! ไม่ได้หรอก...ข้าจะอยู่ในร่างของนางเช่นเดิม หากพวกเ้าคิดไม่ซื่อ ข้าจะเอาชีวิตฟางหนิงเอ๋อไปทันที!!”
“แต่ว่า...” แม่ชีพยายามจะพูดขอร้อง
นางปีศาจหันขวับไปทางประตูบานใหญ่ ดวงตาสีแดงเพลิงของนางเป็ประกายวาววับ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้า หันมาคุยกับแม่ชี
“หมดเวลาต่อรองแล้ว!! ข้าจะมาถือศีลที่นี่ในคืนวันเพ็ญเช่นเคย ถึงเวลาที่ข้าต้องไปเสียที”
เมื่อสิ้นคำ ฟางหนิงเอ๋อทรุดลงไปนอนที่พื้น แม่ชีเข้าไปประคองนางให้นอนหนุนตัก
...
หวังลู่เอินและลุงจาง เห็นอาคารไม้หลังหนึ่งเปิดไฟสว่างไสว จึงเดินเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มเห็นสาวน้อยที่กำลังตามหา นอนอยู่กลางห้อง หัวใจของของเขาหล่นไปอยู่ที่พื้น
“ฟางหนิงเอ๋อ!!!” เสียงทุ้มของชายหนุ่ม ที่ะโเรียกชื่อ ทำให้เ้าอาวาสและแม่ชีหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน
“พวกเ้าเป็ใครกัน!!!” แม่ชีถามด้วยความใ เพราะยังไม่หายหวาดหวั่นจากการปะทะกับนางปีศาจ
“พวกเรามาตามหาฟางหนิงเอ๋อ นางเป็อะไรทำไมนอนเช่นนั้น” หวังลู่เอินถามแม่ชี
“นั่งลงก่อนเถิด นางไม่ได้เป็อะไรหรอก นางเพียงแค่เป็ลม” เ้าอาวาสพูดด้วยท่าทีที่สงบ ทำให้คุณชายใจเย็นลง
“ท่านคือ...คุณชายหวังใช่หรือไม่ หนิงเอ๋อเล่าให้พวกเราฟังบ้างแล้ว” แม่ชีนึกถึงเื่ราวที่ฟางหนิงเอ๋อเล่าให้ฟัง คุณชายผู้ใจดี
“ใช่..ข้าคือหวังลู่เอิน ส่วนนี่ คือ ลุงจาง” คุณชายก้มคำนับ ด้วยความสำรวม
เ้าอาวาสสังเกตชายหนุ่มั้แ่ก้าวเข้ามา อะไรบางอย่างแทรกเข้ามาในห้วงความคิด
“คุณชายมารับฟางหนิงเอ๋อกลับบ้านใช่หรือไม่” ผู้ทรงศีลถาม
“ใช่แล้วท่านผู้ทรงศีล” ชายหนุ่มตอบสำรวม
“คุณชายช่างเมตตานางเหลือเกิน รู้จักกันเพียงไม่นาน ก็อุตส่าห์ออกตามหาท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายเช่นนี้” เ้าอาวาสส่งยิ้ม
“...เอ่อ...คือ ข้าขอถามอะไรสักหน่อยได้หรือไม่” ชายหนุ่มรู้สึกแปลก ๆ กับคำพูดนั้น จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ถามมาเลย ข้าจะตอบเอง” แม่ชีพูดสบตาชายหนุ่ม
“ทำไมฟางหนิงเอ๋อถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“เื่มันยาว ข้าว่า...พาฟางหนิงเอ๋อไปนอนที่กระท่อมของข้าก่อนดีกว่า แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง” แม่ชีตอบ
หวังลู่เอินช้อนอุ้มตัวสาวน้อยอย่างระมัดระวัง พลางคิดในใจ...ตัวเบาหวิวเชียว ไม่รู้ว่าได้กินข้าวกินปลาบ้างหรือเปล่า...
หลังจากที่แม่ชีดูแลฟางหนิงเอ๋อเรียบร้อยแล้ว จึงออกมาคุยกับหวังลู่เอินที่ด้านนอก แล้วเล่าเื่ราวของสาวน้อยให้ชายหนุ่มฟัง
“ฟางหนิงเอ๋อ อยู่กับแม่ั้แ่แบเบาะ พ่อนางตายด้วยเหตุอะไรไม่แน่ชัด แม่พาหนิงเอ๋อไปทำงานดูแลผู้ป่วย พอได้มีข้าวกิน มีที่ซุกหัวนอน เมื่อหนิงเอ๋ออายุสิบปีแม่ของนางก็ป่วยตาย ข้านึกเวทนา จึงรับนางมาเลี้ยงั้แ่บัดนั้น” แม่ชีบอกเล่ารวบรัด หลีกเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงนางปีศาจ
หวังลู่เอินรับฟังเื่ราวด้วยท่าทีสงบ พลางถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ
“ท่านสอนนางอ่านเขียนใช่หรือไม่”
“ใช่”
“แล้ว...ท่านสอนนางเื่อื่น ๆ ด้วยใช่หรือไม่”
“คุณชายหมายถึงอะไร” แม่ชีสงสัยที่คุณชายถามแปลก
“อย่างเช่น...สอนการใช้พืชสมุนไพร”
“ใช่..ข้าเป็คนสอนนางเอง ข้าอยากให้นางมีวิชาความรู้ติดตัวไป ให้มีช่องทางทำมาหากิน” แม่ชีตอบด้วยความภาคภูมิใจ
หวังลู่เอินพยักหน้าพึงพอใจในที่ได้รู้
“นี่ก็ดึกมาแล้ว ข้าขออาศัยนอนที่นี่สักคืน พรุ่งนี้ข้าจะพาฟางหนิงเอ๋อกลับไปด้วยกัน”
“ได้...คืนนี้คุณชายและคุณลุงไปพักที่กุฏิที่ว่างก็ได้ ...เอ่อ...ที่บ้านคุณชายดูแลหนิงเอ๋อเป็อย่างดีใช่หรือไม่” แม่ชีถามสบตาชายหนุ่ม
ลุงจางได้ยินคำถามนั้น ก็เกิดอาการไม่พอใจ
“ท่านหมายความอย่างไร คุณชายของเราเป็ผู้มีเมตตา ที่บ้านก็เปิดโรงบำบัดสำหรับรักษาคนป่วยผู้ยากไร้ ฟางหนิงเอ๋อทำหน้าที่ช่วยคุณชายดูแลผู้ที่มาบำบัด มีข้าวให้กิน มีที่หลับที่นอน ไม่ได้ให้นางทำงานยากลำบากหรือพานางไปทรมานสักหน่อย ท่านรู้หรือไม่ว่า ท่านปู่ของคุณชายเป็ถึง....”
หวังลู่เอินยกมือห้าม ไม่ให้ลุงจางพูดต่อ แม่ชีเห็นลุงจางหัวเสีย จึงรีบอธิบายต่อ
“ข้าขออภัยที่ถามเช่นนั้น...ข้ารักฟางหนิงเอ๋อดั่งลูก โปรดเข้าใจในความห่วงใยของข้าด้วย”
“ข้าเข้าใจ...ท่านไม่ต้องกังวล นางทำงานที่บ้านข้า นางจะได้ใช้วิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา และข้าก็จะสอนนางให้มีวิชาเพิ่มมากขึ้น” หวังลู่เอินอธิบายเพื่อให้แม่ชีคลายความกังวล
วันรุ่งขึ้น ฟางหนิงเอ๋อตื่นขึ้นมาก็รีบสำรวจตัวเอง เมื่อพบว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ ก็เหมือนยกูเาออกจากอก ยิ้มแก้มปริ แต่เมื่อนางเปิดเสื้อก้มมองที่กลางหว่างอก รอยยิ้มนั้นก็หายไป ...รอยปานแดงยังคงอยู่ ... นางปีศาจยังไม่หายไปจากชีวิตข้าหรือนี่??
ฟางหนิงเอ๋อเดินเข้ามากอดแม่ชีที่กำลังจัดหาอาหารอยู่ในครัว
“เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้าง ท่านเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่”
แม่ชีดึงตัวฟางหนิงเอ๋อเข้ามากอดแนบอก จูงมือมานั่ง จับมือไว้มั่น
“นางปีศาจขออยู่ในตัวเ้าอีกหนึ่งปี แล้วจะปล่อยให้เ้าเป็อิสระ” แม่ชีไม่ได้พูดถึงเื่ข้อแลกเปลี่ยนสามชีวิต เพราะหากฟางหนิงเอ๋อรู้เช่นนั้น นางคงไม่ยอมแน่
“เพียงแค่นั้นเองรึ? แล้วทำไมถึงต้องแฝงอยู่ในตัวข้าหนึ่งปี” ฟางหนิงเอ๋อรู้สึกแปลก ๆ
“เอ่อ...นางปีศาจ้าสวดมนต์บำเพ็ญบารมีทุกคืนเพ็ญเช่นเคย จึงขอแฝงร่างต่อไป...เ้า..อดทนหน่อยนะ...อีกเพียงแค่ปีเดียว เ้าก็หลุดพ้นจากนางปีศาจแล้ว” แม่ชีกลืนน้ำลาย ...ผิดศีลข้อมุสาเสียแล้ว ...แต่ก็ไม่อาจพูดความจริงได้ทั้งหมด