ท่ามกลางผืนป่าทึบอันเขียวขจีที่ขนาบข้างเส้นทางมุ่งสู่เมืองหลวงแคว้นจ้าว ทั้งสามคนหยุดพักแรมริมลำธารใสสะอาด หลี่ิ นั่งเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่พลางมองดู เย่ฟาน ที่กำลังจัดระเบียบดาบคาตานะเล่มใหม่ และ หลิวรั่วเฉิน ที่พยายามโคจรปราณเพื่อทำความเข้าใจกับข้อมูลวิชาที่เพิ่งได้รับถ่ายโอนมาผ่านทางหน้าผาก
แม้หลี่ิจะมอบ "พิมพ์เขียว" หรือวิธีการฝึก เนตรส่องสถิต (ฮาคิสังเกต) ให้ทั้งคู่ไปแล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่าหากปล่อยให้ฝึกกันเองตามยถากรรม กว่าจะใช้งานได้จริงคงต้องรอจนผมหงอก ซึ่งมันขัดกับหลักการ "ี้เีรอ" ของเขาเป็อย่างมาก
"มานี่สิพวกเ้าทั้งสอง" หลี่ิเอ่ยเรียกเสียงเนือย ๆ พลางหยิบผ้าป่านสีดำเก่า ๆ ออกมาสองผืน
"พี่หลี่ มีอะไรหรือเ้าคะ?" หลิวรั่วเฉินถามด้วยความสงสัย
"วิถีการฝึกทั่วไปมันช้าเกินไป ข้าไม่มีเวลาว่างมานั่งดูพวกเ้าฝึกไปอีกสิบปีหรอก" หลี่ิชูผ้าดำขึ้น "เนตรส่องสถิต ไม่ใช่การมองด้วยตา และไม่ใช่การััด้วยปราณ แต่มันคือการ 'ฟัง' เสียงของเจตจำนงที่แฝงอยู่ในโลกใบนี้ หากพวกเ้ายังพึ่งพาประสาทััทั้งห้า พวกเ้าก็จะมองเห็นเพียงสิ่งที่โลกอยากให้เห็นเท่านั้น"
หลี่ิโยนผ้าให้คนละผืน "ปิดตาซะ... แล้วห้ามใช้พลังปราณแม้แต่นิดเดียว หากข้าจับได้ว่าใครแอบใช้ปราณััแทนตา ข้าจะดีดหน้าผากให้ร่วงตรงนี้แหละ"
เย่ฟานรับผ้ามาด้วยความมุ่งมั่น เขาพันผ้าปิดตาทันทีโดยไม่ลังเล ส่วนหลิวรั่วเฉินทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตาม ความมืดมิดเข้าปกคลุมวิสัยทัศน์ของคนทั้งสองในพริบตา
"บทเรียนแรก... หลบให้พ้น"
สิ้นเสียงของหลี่ิ บรรยากาศรอบตัวของเย่ฟานและหลิวรั่วเฉินก็เปลี่ยนไป พวกเขาไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า ไม่ได้ััถึงลมปราณที่เคลื่อนไหว แต่ทว่า... เปรี้ยง! กิ่งไม้เล็ก ๆ ดีดเข้าที่หน้าผากของเย่ฟานอย่างแม่นยำจนเขามึนหัว
"โอ๊ย! อาจารย์ ผมยังไม่ทันตั้งตัวเลย" เย่ฟานคราง
"ในสมรภูมิ ศัตรูไม่รอให้เ้าตั้งตัวหรอก" หลี่ิกล่าวพลางเด็ดใบไม้จากข้างตัวมาถือไว้ "ทำใจให้สงบ อย่าไปควานหาว่าข้าอยู่ที่ไหน แต่จงััถึง 'รังสี' ที่พุ่งออกมาจากวัตถุ"
หลี่ิเริ่มขว้างกิ่งไม้และใบไม้ใส่ทั้งคู่จากทิศทางที่คาดเดาไม่ได้ หลิวรั่วเฉินพยายามใช้โสตประสาทหูฟังเสียงแหวกอากาศ แต่หลี่ิกลับใช้วิชาบางอย่างทำให้กิ่งไม้เ่าั้ไร้เสียงโดยสิ้นเชิง ผลคือทั้งคู่โดนเคาะหัว เคาะแขน เคาะขา จนระบมไปทั้งตัว
"อย่าเพ่งเล็ง... จงโอบรับ" เสียงของหลี่ิดังมาจากทุกทิศทาง
เย่ฟานเริ่มนิ่งขึ้น เขาหยุดพยายามจะ 'มอง' ในความมืด แต่เริ่มปล่อยตัวให้ไหลไปกับความเงียบ ทันใดนั้นเขาััได้ถึงเส้นสีขาวบาง ๆ ที่พุ่งวาบเข้ามาในมโนภาพ เขาเบี่ยงตัวหลบทางซ้าย กิ่งไม้เฉียดใบหูเขาไปเพียงนิดเดียว!
"ดี... เริ่มเป็รูปร่างแล้ว" หลี่ิยิ้มมุมปาก "แต่นั่นยังแค่เด็กเล่น เตรียมตัวสำหรับของจริงได้แล้ว"
หลี่ินำคนทั้งสองที่ยังปิดตาอยู่ เดินลึกเข้าไปในโซนอันตรายที่ชาวบ้านละแวกนั้นเรียกว่า "หุบเขาอสูรคลั่ง" ที่นี่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับต่ำและกลางที่ดุร้ายและมักจะซุ่มโจมตีเหยื่อจากเงามืด
"กติกาง่าย ๆ ... เดินไปข้างหน้าจนกว่าข้าจะบอกให้หยุด ใครถอดผ้าออก ข้าจะเตะโด่งกลับไปเมืองจินไห่ทันที"
เย่ฟานและหลิวรั่วเฉินก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ความกดดันมหาศาลจู่โจมหัวใจพวกเขา ทุกเสียงกิ่งไม้หักหรือเสียงคำรามในระยะไกลทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งสูงถึงขีดสุด ทันใดนั้น หมาป่าเขี้ยวโลกันตร์สามตัวกระโจนออกมาจากพุ่มไม้!
เย่ฟานััได้ถึง "กลุ่มก้อนความกระหายเื" ที่พุ่งเข้ามา เขาชักดาบคาตานะนิรันดร์มืดออกมาครึ่งฝักแล้วเบี่ยงตัวหลบคมเขี้ยวได้อย่างหวุดหวิด ส่วนหลิวรั่วเฉินใช้ความพริ้วไหวหลบหลีกการตะปบโดยใช้เพียงประสาทััที่เพิ่งตื่นขึ้น
เนตรส่องสถิตพื้นฐานของทั้งคู่เริ่มทำงานท่ามกลางสถานการณ์เป็ตาย พลังแฝงในตัวถูกกระตุ้นจนเริ่มเห็นรูปร่างของศัตรูในจิตใจเป็สีแดงจาง ๆ
หลี่ิเดินตามหลังมาห่าง ๆ ด้วยท่าทางสบาย ๆ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกข้างหยิบถั่วทอดขึ้นมาเคี้ยว ทว่าดวงตาของเขากลับกลายเป็สีเข้มขึ้นเล็กน้อย นี่คือการเปิดใช้งาน "เนตรส่องสถิตขั้นสูง"
ในสายตาของหลี่ิ โลกไม่ได้เป็ปัจจุบันอีกต่อไป เขามองเห็น "อนาคต" ที่ซ้อนทับอยู่ล่วงหน้าประมาณ 5 วินาที
เขาเห็นภาพอนาคตว่าเย่ฟานจะถูกอสรพิษเกล็ดเหล็กที่พรางตัวอยู่บนต้นไม้ฉกเข้าที่คอในอีก 3 วินาทีข้างหน้า ซึ่งเป็ระยะที่เย่ฟานในตอนนี้ยังััไม่ถึง หลี่ิก้มลงหยิบกรวดเล็ก ๆ ขึ้นมาลูกหนึ่ง เขาใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้หนีบมันไว้ พลางอัดฉีด "เกราะจิตตานุภาพ" (ฮาคิเกราะ) เข้าไปจนก้อนหินธรรมดากลายเป็สีดำขลับประดุจเหล็กกล้าและแผ่ไอความร้อนออกมาเล็กน้อย
ฟิ้ว!
หลี่ิดีดนิ้วเพียงเบา ๆ ก้อนหินสีดำพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง ทะลวงหัวอสรพิษตัวนั้นจนะเิเป็ผุยผงก่อนที่มันจะทันได้อ้าปากฉกเย่ฟาน ร่างของมันหล่นลงพื้นเสียงดัง ตุบ ทิ้งให้เย่ฟานชะงักไปครู่หนึ่งเพราะััได้ถึงพลังงานมหาศาลที่เฉียดหัวเขาไป
ตลอดเส้นทาง หลี่ิทำหน้าที่เป็มือสังหารไร้เงา ดีดก้อนหินปลิดชีพสัตว์อสูรนับสิบตัวที่แอบซุ่มอยู่ในจุดบอดของลูกศิษย์อย่างแม่นยำ ทุกตัวถูกเจาะทะลุจุดตายเพียงจุดเดียวด้วยก้อนหินเล็ก ๆ ที่หนักแน่นยิ่งกว่าะุปืนใหญ่
"หยุดได้" เสียงของหลี่ิดังขึ้นอย่างนุ่มนวล
เมื่อเย่ฟานและหลิวรั่วเฉินถอดผ้าปิดตาออก พวกเขาถึงกับต้องทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความเหนื่อยล้าทางจิตใจ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องอ้าปากค้างคือภาพเบื้องหน้า... รอบกายพวกเขามีซากสัตว์อสูรร้ายกระจายอยู่เต็มไปหมด ทุกซากมีรอยรูเล็ก ๆ ที่กลางหน้าผากหรือหัวใจ และข้าง ๆ ซากเ่าั้มีเพียงก้อนกรวดสีดำแตกละเอียดตกอยู่
"อาจารย์... นี่ท่าน..." เย่ฟานมองก้อนหินในมือาุโด้วยความยำเกรง เขารู้ทันทีว่าความรอดพ้นจากความตายหลายครั้งเมื่อครู่ไม่ได้มาจากเขาเพียงอย่างเดียว แต่มาจากอาจารย์ที่คอยคุ้มกันอยู่เื้ั
หลิวรั่วเฉินมองหลี่ิด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความี้เีที่นางเคยค่อนขอด บัดนี้ถูกกลบด้วยภาพลักษณ์ของยอดคนที่ปกป้องผู้อื่นได้โดยไม่ต้องขยับตัวแม้แต่ก้าวเดียว
"เนตรส่องสถิตขั้นต้นถือว่าสอบผ่าน" หลี่ิหาวหวอดใหญ่ "พวกเ้าเริ่มััโลกได้แล้ว ต่อไปก็แค่หัดใช้มันให้ชินเหมือนการหายใจ... เอาล่ะ ข้าหิวแกงป่าแล้ว เย่ฟาน ไปล่ากวางมาสักตัวสิ หลิวรั่วเฉิน เ้าไปหาฟืน ข้าจะนอนรอตรงนี้"
เขาล้มตัวลงนอนบนโขดหินอย่างไม่สนใจโลก ทิ้งให้ศิษย์ทั้งสองที่เพิ่งผ่านความเป็ตายมาได้แต่มองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา... แม้อาจารย์จะประหลาด แต่ความเทพของเขานั้นคือของจริง