บทที่สิบสาม
ครอบครัวที่เคยหายไป
ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่มีเพียงคุณหมอและเด็กหนุ่มที่นอนรออยู่บนเตียงนอนของคนป่วย ทั้งสองแสดงท่าทางเหมือนกับว่าตัวของพวกเขากำลังรอคอยอะไรสักอย่างอยู่
ไม่นานนักภายในห้องอันเงียบงัน ประตูบานเดิมซึ่งเป็ทางเข้าเดียวของห้องนี้ก็มีเสียงเปิดออกอีกครั้งหนึ่ง แอ๊ด!!!
ทั้งดวงตาของเอ็กซ์และดวงตาของคุณหมอคนนั้นได้หันมองไปที่ประตูบานนั้นอย่างทันที
ผู้ที่ปรากฏตัวมาหลังประตูบานนั้นคือผู้ชายที่มีอายุน่าจะราวๆสักประมาณสี่สิบ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและผมสีน้ำตาลเข้ม ร่างกายที่ดูผอมแต่ไม่ถึงกับที่จะเรียกว่าผอมแห้ง เขาสวมใส่เสื้อแขนยาวสีน้ำตาลและกางเกงขายาวสีดำที่แสนจะธรรมดา
ชายวัยสี่สิบนั้นได้วิ่งเข้ามาภายในห้องแห่งนี้อย่างร้อนรน แต่เขาก็ต้องหยุดวิ่งเมื่อเห็นร่างของเอ็กซ์ที่ลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงแล้วกำลังส่งสายตาจ้องมองมาที่เขา
น้ำตาของผู้เป็พ่อนั้นไหลรินออกมาจากดวงตาทั้งสองของเขา หยดน้ำตาได้ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองแล้วค่อยๆไหลลงมาชโลมที่แก้มทั้งสองข้างที่มีรอยตีนกาปรากฏอยู่อย่างประปราย
เขาเห็นลูกชายของตนเองที่สลบไปหลายอาทิตย์ตื่นขึ้นมาเช่นนี้ จะไม่ให้เขาดีใจเป็พิเศษได้อย่างไร ความรู้สึกที่ดีใจจนทำให้น้ำตานั้นไหลออกเช่นนี้แน่นอนว่ามันเป็สายสัมพันธ์ของพ่อลูกเท่านั้นที่จะทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้
ชายวัยประมาณสี่สิบปีที่ทั่วทั้งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำตา เขาได้วิ่งตรงเข้าไปหาลูกชายของตนเองที่นั่งอยู่บนเตียง
พ่อของเอ็กซ์สวมกอดเข้ามาที่ร่างของเขาทันที การกระทำนั้นทำให้เอ็กซ์นั้นทำหน้าใอยู่ไม่น้อย ดวงตาทั้งเบิกกว้างและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความใ
“ พ…พ่อ ” เด็กหนุ่มวัยสิบแปดเปล่งเสียงออกมาอย่างเบาๆ
“ พ่อคิดว่าแกจะไม่ฟื้นแล้วซะอีก ” ผู้เป็พ่อที่กำลังสวมกอดลูกชายของตนเองได้กล่าวออกมาทั้งน้ำตาแห่งความปิติดีใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นมุมปากทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มก็เผยรอยยิ้มของตนเองออกมา เขานั้นกำลังดีใจกับหลายๆเื่ที่เกิดขึ้นกับตัวของเขา
เขานั้นได้พบหน้ากับพ่อของตนเองอีกครั้งไม่เพียงเท่านั้น ในขนาดที่พ่อของเขานั้นกำลังสวมกอดอยู่นั้นเอง เสียงฝีเท้าอีกฝีเท้าหนึ่งได้ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ดวงตาของเอ็กซ์มองตรงไปทางด้านหลังประตู คนที่ปรากฏตัวออกมาอีกคนก็เป็คนที่ตัวของเขาคุ้นเคยเป็อย่างดี
หญิงที่มีวัยประมาณสี่สิบปีเธอได้เดินผ่านประตูบานนั้นเข้ามา ผมสีดำเช่นเดียวกับสีผมของเขาใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นแต่ว่าดูมีอายุไปสักหน่อยเพียงแค่มองก็ััได้เพราะว่าทั่วทั้งใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทั้งกายสวมใส่ชุดโดรสสีฟ้าอ่อนเช่นเดียวกับสีของห้องนี้
ผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงที่ตัวของเขารักที่สุดในชึวิต คือแม่ของเขาเอง ไม่ว่าจะกี่สิบปีแล้วที่พ่อและแม่ของเขาจากไป แต่ว่าตัวของเขาก็ยังคงจำใบหน้าของพวกท่านได้เป็อย่างดีแล้วไม่มีทางลืมเลือนไปได้
ผู้หญิงที่เดินผ่านประตูเข้ามาเธอใช้วิธีการเดินเร็วแทนการวิ่ง เมื่อเห็นว่าสามีของเธอกำลังสวมกอดลูกชายของตนที่ตื่นขึ้นมาแล้ว
เธอนั้นไม่รอช้าผู้เป็แม่นั้นก็มีความรู้สึกเช่นเดียวไม่ต่างจากผู้เป็พ่อ น้ำตาได้ไหลรินออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอ
ผู้เป็แม่เธอรีบวิ่งตรงเข้าไปสวมกอดลูกอีกคนนึง หลังจากถูกสวมกอดจากผู้ที่เป็ที่รักของตนเองทั้งสองแล้ว
ใบหน้าของเอ็กซ์เต็มไปด้วยปิติดวงตาทั้งสองของเขาเริ่มมีน้ำตาแห่งความปิติไหลรินออกมาอีกครั้ง นานมากขนาดไหนแล้วที่ตัวของเขาไม่ได้ถูกสวมกอดด้วยพ่อและแม่ของเขาเช่นนี้
หลังจากที่ทั้งสามนั้นสวมกอดกันอยู่สักพัก ผู้เป็พ่อนั้นได้ปล่อยมือของตนเองจากลูกชาย เขานั้นได้หันไปหาหมอที่เป็รุ่นน้องของตนเอง
“ ขอบใจมากที่ช่วยรักษาลูกของฉัน ” เขานั้นกล่าวขอบคุณด้วยน้ำตา
“ ไม่หรอกครับพี่ตัวของผมไม่ได้ทำอะไรเลย ลูกของพี่ฟื้นขึ้นมาเอง ” คุณหมอนั้นกล่าวตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
มือของชายที่มีอายุประมาณสี่สิบนั้นได้ยื่นไปวางไว้ที่หัวไหล่ของคุณหมอ “ ไม่หรอก… ” เขานั้นกล่าวพลางส่ายหัว ก่อนที่จะกล่าวต่อ “ อย่างไงซะฉันก็ต้องขอบคุณแกจริงๆที่ดูแลลูกของฉันเป็อย่างดี ”
“ ครับ… ” คุณหมอตอบกลับไปด้วยเสียงเบาๆ
“แต่ว่าลูกสาวของพี่ ” คุณหมอนั้นตอบกลับไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความละอายใจ
มันเกิดอะไรขึ้นเมื่อได้ยินและได้เห็นบทสนทนาของทั้งสองเด็กหนุ่มวัยสิบแปดที่ถูกแม่ของตนเองนั้นสวมกอดได้หันมองอย่างทันควัน
ใช่ตัวของเขานั้นมีน้องสาวเขานั้นรู้ดีว่าตนเองนั้นมีน้องสาวที่อายุห่างกันสามปี แต่บทสนทนาของทั้งสองคืออะไรกัน น้องสาวของเขานั้นเป็อะไรทำไมทั้งสองถึงทำสีหน้าเช่นนั้นออกมา
เด็กหนุ่มที่ภายในใจของเขานั้นกำลังเต็มไปด้วยความปิตินั้นเริ่มตั้งข้อสงสัยกับบทสนทนา
“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือครับ ” เด็กหนุ่มนั้นเอ่ยถาม
พ่อได้หันมาหาลูกชายของตนเองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า
“ ยัยมิน… ” ผู้เป็พ่อกล่าวออกมาด้วยความลำบากใจ
………………..
อีกหนึ่งห้องพักฟื้นภายในโรงพยาบาล ห้องกระจกที่มีผู้ป่วยมากมายนอนเรียงรายกันเป็แถว ผู้ป่วยเหล่านี้ทุกคนนั้นล้วนหลับใหลกันหมด
เอ็กซ์และพ่อกับแม่ของเขานั้นกำลังเดินตามหลังคุณหมอที่เป็เ้าของไข้ของเขาอยู่ ทั้งสามนั้นเดินตามคุณหมอไปอย่างติดๆ
สถานที่ที่คุณหมอนั้นพาทั้งสามมานั้นก็คือห้องผู้ป่วยแห่งนี้ มันเป็ห้องที่ทุกมุมของห้องนั้นทุกล้อมรอบด้วยกระจก มันทำให้ผู้คนนั้นเห็นได้จากภายนอกว่าด้านในเป็เช่นไร ผู้ป่วยมากมายนั้นกำลังนอนเรียงรายกันอย่างไร้สติ
เมื่อเห็นภาพนั้นดวงตาของเอ็กซ์นั้นก็เบิกกว้างขึ้น เขาประหลาดใจกับภาพที่เห็นตรงหน้าของเขา เขาไม่คิดว่าตัวของเขานั้นจะเห็นภาพเช่นนี้
ท่ามกลางความใของเขาเด็กหนุ่มดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ เขาเห็นร่างของน้องสาวตนเองที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
เด็กหนุ่มนั้นใเขารีบพุ่งตรงเข้าไปใกล้ๆจุดที่สามารถมองเห็นร่างของน้องสาวอย่างชัดเจน
เด็กหญิงที่มีวัยเพียงสิบห้าปีเธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงนอนคนป่วยที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของกระจกอย่างไร้สติ
“ คนพวกนี้นั้นหลับไปหลังจากเหตุการณ์ในค่ำคืนปริศนาค่ำคืนนั้นไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง ชีพจรปกติลมหายใจปกติ ตอนนี้ทางการแพทย์ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ว่าเราคิดว่ามันน่าจะใกล้เคียงกับโรคเ้าหญิงนิทรา ” เสียงของคุณหมอนั้นดังขึ้นมาจากทางด้านข้าง เขานั้นพยายามอธิบายให้กับเด็กหนุ่มผู้นี้ฟัง
ดววตาของเด็กหนุ่มนั้นเบิกกว้างขึ้นแล้วสะท้อนภาพร่างของน้องสาวที่นอนนิ่งอยู่ที่เตียง เขานั้นไม่ได้สนใจกับคำที่คุณหมอพูดเลยสักนิด
ตัวของเขาที่มาจากอนาคตอีกยี่สิบปีนั้นรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องสาวของตนเองคืออันใด
“ นี่มัน....ไม่จริงใช่มั้ย ” เอ็กซ์เอ่ยออกมาอย่างใ
จบบท