ตอนที่ 3 สำรวจพื้นที่
เยี่ยนฟางตื่นั้แ่เช้าเพราะเธอตื่นเต้นที่จะได้ใช้ชีวิตในยุคโบราณ
อยากจะออกไปดูผู้คนบ้านเมืองถนนต้นไมู้เาใบหญ้า เยี่ยนฟางอยากรู้ว่ายุคโบราณกับโลกอนาคต สภาพแวดล้อมต่างๆ จะแตกต่างกันมากหรือไม่
พอเธอลุกขึ้นจากที่นอน ลี่อินที่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในห้องก็ได้รู้ว่าคุณหนูของเธอตื่นแล้วจึงได้ยกอ่างน้ำเข้ามาเพื่อให้คุณหนูของเธอล้างหน้า
“คุณหนูตื่นแต่เช้าจังเลยเ้าค่ะ ตอนนี้ข้างนอกยังไม่สว่างเลย คุณหนูนอนต่ออีกสักพักไหมเ้าคะ” ลี่อินบอกคุณหนูของนางด้วยความเป็ห่วงสุขภาพของคุณหนู ที่เพิ่งฟื้นจากอาการป่วยหนักมากลัวว่าคุณหนูของเธอจะกลับมาป่วยอีกครั้ง
“ข้าสบายดีแล้วพี่ลี่อิน ข้าอยากตื่นขึ้นมาสูดอากาศยามเช้า อากาศยามเช้าเป็ผลดีต่อสุขภาพของข้านะเ้าคะ” เยี่ยนฟางตอบบ่าวรับใช้ไปเพราะมองเห็นสายตาที่ห่วงใยของนาง
“ข้าแค่อยากเดินดูรอบๆ บ้านสักหน่อย ั้แ่ถ้ามาถึงที่นี่ข้ายังไม่ได้เห็นอะไรเลย เพราะข้าดันป่วยซะก่อน”
“ตอนนี้ยังมืดอยู่เลยเ้าค่ะ เดี๋ยวสายๆ บ่าวจะพาคุณหนูเดินสำรวจเองเ้าค่ะ” เมื่อลีอินได้ยินคุณหนูของนางพูดแบบนั้นก็รู้สึกสงสารคุณหนูขึ้นมาจึงรับปากคุณหนูของนางด้วยความเต็มใจ
เยี่ยนฟางเดินออกมาจากห้องนอน ได้มองไปรอบๆ บ้านดินก็พบว่าเป็บ้านดินหลังเล็กๆ ที่มีห้องนอนอยู่ 2 ห้อง ห้องครัว 1 ห้อง ห้องโถงขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังพอดีสำหรับ 2-3คน อีก 1 ห้อง
ส่วนห้องน้ำแยกอยู่ทางด้านหลังบ้าน
พอเดินออกมาถึงห้องโถงของบ้าน ก็เจอกองผ้าที่มีเข็มและได้ปักไว้ จึงหยิบขึ้นมาดูเป็ผ้าปักรูปดอกไม้เล็กๆ มองดูแล้วเหมือนกับผ้าเช็ดหน้า
“พี่ลี่อินปักดอกไม้ได้สวยมากเลยเ้าค่ะ” เยี่ยนฟางพูดชมเพราะลี่อินมีฝีมือในการปักผ้าจริงๆ
“ถ้ามีลายดอกไม้ที่สวยกว่านี้จะปักออกมาสวยขนาดไหนนะ” เยี่ยนฟางเห็นแล้วก็คิดลวดลายดอกไม้ที่เคยเห็นในโลกอนาคตจึงอยากจะวาดลวดลายออกมาให้ลี่อินปัก
“บ่าวกำลังปักผ้าเช็ดหน้า เพื่อส่งขายร้านผ้าในเมืองเ้าค่ะ วันก่อนบ่าวได้สอบถามป้าจางที่บ้านอยู่ในหมู่บ้านว่ามีร้านผ้ารับซื้องานปักเ้าค่ะ”
“เงินที่เราได้มาจากนายท่าน เราก็ใช้ในการเดินทางมาเหลือไม่ถึงร้อยตำลึงแล้วเ้าค่ะ”
เมื่อเยี่ยนฟางฟางเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก็รู้สึกว่านางจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วเพื่อหาเงินเข้าบ้านอย่างน้อยตอนนี้ก็ช่วยวาดรูปดอกไม้สวยๆ ให้พี่ลี่อินปักดีกว่า เพราะเมื่อสมัยที่อยู่ในโลกอนาคตงานอดิเรกของเยี่ยนฟางก็คืองานวาดรูปเพราะเป็ความชอบของเธอนั่นเอง
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะวาดลายปักที่สวยงามให้พี่ลี่อินเองเ้าค่ะ รับรองในเมืองนี้ยังไม่มีลายนี้แน่นอนเ้าค่ะ” อย่าว่าแต่เมืองนี้เลยต่อให้ทั้งแคว้นนี้ก็ไม่มีรายนี้หรอกเพราะมันเป็รายที่มาจากอนาคตศตวรรษที่ 21 โน่นแบบนี้เราก็ต้องรวยแล้วสิ ฮ่าๆๆ เราจะรวยแล้วสิรวยๆ เยี่ยนฟางคิดในใจ
“ข้าขอกระดาษและพู่กันด้วยเ้าค่ะ” เยี่ยนฟางก็ลงมือวาดรูปอย่างตั้งใจ ก็ได้รูปดอกไม้ที่ทั้งสวยงามและอ่อนช้อยมาทั้งหมด 3 รูป
“3 นี้ มีดอกเหมยกุ้ย (ดอกกุหลาบ) ดอกคางหน่ายซิน (ดอกคาเนชั่น) ซินดอกยูจินเชียง (ดอกทิวลิป) สวยไหมเ้าคะพี่ลี่อิน”
“สวยงามมากเลยเ้าค่ะคุณหนู เป็ดอกไม้ที่สวยงาม และมีความอ่อนช้อย ข้าไม่เคยเห็นดอกไม้แบบนี้มาก่อนเลยเ้าค่ะ”
“ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือเ้าค่ะ ข้าก็เลยวาดตาม “เยี่ยนฟางก็คิดในใจว่าจะรู้จักได้ยังไงมันเป็ดอกไม้ของโลกอนาคต และไม่กล้าบอกด้วยว่าวาดตามแบบที่เคยเห็นในอนาคต ได้แต่โกหกไปว่าเคยอ่านเจอในหนังสือ เพราะเยี่ยนฟางคนเก่าเป็คนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว
“พี่ลี่อินสามารถปักได้ตามนี้ไหมเ้าคะ ถ้าปักออกมาแล้วต้องสวยแน่ๆ เลยเ้าค่ะ”
“บ่าวปักตามได้เ้าค่ะ ขอแค่มีแบบบ่าวคิดว่าจะต้องขายดีมากแน่ๆ เลยเ้าค่ะ” ลีอินยืนชื่นชมภาพวาดดอกไม้ของคุณหนู คุณหนูของนางมีความสามารถจริงๆ
เมื่อถึงยามสาย หลังจากทานอาหารเช้าที่มีรสชาติเหมือนเดิมเลยคือ จืดชืด เยี่ยนฟางอยากจะทำอาหารเองแต่ดูจากวัตถุดิบแล้วมีเครื่องปรุงอย่างเดียวเลยคือ เกลือ เลยทำอะไรไม่ได้ นางต้องเสาะหาเครื่องปรุงมาใช้แล้วล่ะ เยี่ยนฟางก็ได้แต่คิดและสัญญากับตัวเองไว้ในใจ
เยี่ยนฟางเอ่ยชวนลี่อิน ออกไปดูบริเวณรอบๆ เยี่ยนฟางมองไปรอบๆ พร้อมกับทำตาเป็ประกาย
“สวยมากเลยเ้าค่ะพี่ลี่อิน ูเาลูกนั้นสวยมาก” เยี่ยนฟางมองไปรอบๆ บริเวณบ้านพบว่าบ้านของนางหลังเล็กๆ ตั้งอยู่ในรั้วไม้ไผ่ที่ล้อมรอบที่ดินประมาณ 2 หมู่
มีลำธารไหลผ่านทางด้านข้างของตัวบ้านมีูเาอยู่หลายลูก ซึ่งมีลูกหนึ่งที่อยู่ไกลๆ กะจากสายตาแล้วน่าจะไกลออกไปหลายลี้ มองเห็นอยู่ลิบๆ มีหมอกปกคลุมเกือบถึงตีนเขาสวยงามมาก
ทำให้นางคิดถึงูเาไฟฟูจิที่เคยได้ไปเที่ยวเมื่อชาติก่อน บริเวณรอบๆ ไม่มีบ้านเรือนผู้คนเลย แปลว่าบ้านของนางอยู่ไกลจากหมู่บ้านมาก เพราะมองเห็นหมู่บ้านอยู่ไกลออกไปจากสายตาน่าจะใช้เวลาเดินทางไปที่หมู่บ้านประมาณ 1 เค่อเลยทีเดียว
จากที่คุยกับพี่ลี่อินยื่นฟางก็ได้รู้ว่าแคว้นนี้ชื่อว่าแคว้นเ้า ซึ่งเป็แคว้นขนาดใหญ่ผู้คนในแคว้นจะมีทั้งคนที่มีวิทยายุทธ มีการฝึกลมปราณ แล้วก็มีพลังธาตุ ส่วนมากคนที่มีพลังธาตุที่แข็งแกร่งจะเป็คนในตระกูลเก่าแก่หรือตระกูลใหญ่ๆ ที่สามารถซื้อศิลาบ่มเพาะพลัง ซึ่งมีราคาแพงมากส่วนคนทั่วไปก็อาศัยเรียนตามสำนักศึกษาที่มีการสอนเื่พลังธาตุตามแต่พลังธาตุที่ตนเองมี เช่น พลังธาตุไฟ พลังธาตุน้ำ พลังธาตุน้ำแข็ง พลังธาตุลม พลุงธาตุดิน พลังธาตุรักษา แบ่งระดับขั้นพลังถึง 10ขั้น แต่ละระดับพลังจะมี ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย ตอนนี้คนส่วนมากจะอยู่ที่ระดับ3-5 แต่ในตระกูลใหญ่ๆ มีคนที่มีระดับขั้นสูงถึงระดับ 7-8 ซึ่งตระกูลใดมีผู้ที่ฝึกพลังธาตุระดับที่สูง จะเป็ที่นับหน้า ถือตา แก่ตระกูล ตระกูลอื่นๆ จะให้เกียรติ และไม่กล้าทำให้ตระกูลนั้นต้องเคืองใจแม้แต่น้อย เพื่อไม่ให้ตระกูลของตนเองโดนทำร้าย เพราะแคว้นจ้าวนับถือผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ใครแข็งแกร่งทำอะไรก็ไม่มีใครกล้าขัดขวาง ที่
ส่วนคนธรรมดาที่ไม่มีวิชายุทธอะไรเลยก็มีจำนวนมาก และมักจะโดนเอาเปรียบจากคนที่มีพลังธาตุอยู่ตลอด จึงทำให้คนธรรมดาต้องใช้ชีวิตยากลำบากมากยิ่งขึ้น
“พี่ลี่อินเ้าคะ ข้าอยากขึ้นไปสำรวจบนูเาลูกนั้นเ้าค่ะ พาข้าขึ้นไปได้ไหม” เยี่ยนฟาง ชี้ไปทีู่เาลูกที่มีหมอกปกคลุมเกือบทั้งลูก
“นั่นเรียกว่าูเาอาถรรพ์เหมันต์เ้าค่ะ ขึ้นไปไม่ได้เ้าค่ะคุณหนู บนูเาลูกนั้นมีสัตว์ป่าที่ดุร้ายและลึกเข้าไปก็จะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมาก”
“พี่ลี่อินก็มีวิทยายุทธ และพลังธาตุก็ขึ้นไม่ได้หรือเ้าคะ”
“บ่าวมีพลังธาตุแค่ ระดับ 3 ขั้นกลางเท่านั้น ไม่สามารถสู้กับสัตว์ป่าที่ดุร้ายในูเาอาถรรพ์เหมันต์ได้หรอกเ้าค่ะ” ลี่อินตอบไปตามความจริงเพราะฝีมือระดับ 3 ขั้นกลางขึ้นเขาอาถรรพ์เหมันต์ไปก็เป็อาหารของสัตว์ป่าเปล่าๆ เพราะทั้งสัตว์ป่าและสัตว์อสูรในูเาลูกนั้นแข็งแกร่งกว่าสัตว์ป่าอื่นๆ
“มีคนขึ้นูเาอาถรรพ์เหมันต์ เพื่อไปล่าสัตว์อสูรมาขาย และค้นหาสัตว์อสูรที่เก่งๆ มาทำพันธะสัญญาด้วยนะเ้าคะ”
“เอาสัตว์อสูรมาขาย สัตว์อสูรกินได้ไหมเ้าคะ” เยี่ยนฟางสงสัยว่าสัตว์อสูรจะล่ามาขายทำไม น่ากลัวจะตาย
“เนื้อของสัตว์อสูร ช่วยบำรุงลมปราณและเสริมสร้างพลังธาตุเ้าค่ะ ยิ่งเนื้อสัตว์อสูรระดับสูง ยิ่งเป็ที่้า เพราะจะทำให้คนที่กินเข้าไปสามารถเลื่อนระดับได้เร็วยิ่งขึ้นเ้าค่ะ”
“น่าสนใจ ข้าอยากไปล่าสัตว์อสูร” เยี่ยนฟางที่ได้ฟังแล้ว ก็คิดว่านั่นเป็แหล่งหารายได้ที่สำคัญของนางเลย
“คนที่ขึ้นไปได้ต้องมีพลังปราณที่แข้งแกร่ง และมีพลังธาตุไม่ต่ำกว่าระดับเจ็ดเ้าค่ะ ถึงจะมีโอกาสรอดชีวิตกลับมา หลายคนก็ขึ้นไปแล้วไม่มีโอกาสลงมาอีกเลย”
“แต่เราสามารถขึ้นูเาที่อยู่ใกล้ๆ ได้เ้าค่ะ” ลี่อินเห็นคุณหนูของนางอยากขึ้นูเาอาถรรพ์เหมันต์ จึงหว่านล้อมคุณหนูให้ขึ้นแคู่เาธรรมดาก็พอ เพราะนางสามารถเอาตัวรอดในูเาที่มีสัตว์ป่าธรรมดาอาศัยอยู่ได้
“ูเาใกล้ๆ เหรอ แล้วสัตว์ป่าไม่ดุร้ายเหรอเ้าคะ”
“สัตว์ป่าที่ไม่ใช่อยู่บนูเาอาถรรพ์เหมันต์ จะเป็สัตว์ป่าทั่วไปเ้าค่ะ ราสามารถขึ้นไปล่าสัตว์มาทำอาหาร หรือเอาไปขายได้”
“เฮ้อออออออ............ข้าอยากฝึกวิชาจังเลย ข้าอยากฝึกพลังธาตุ ข้าอยากมีลมปราณที่แข็งแกร่งข้าจะฝึกให้เก่ง แล้วข้าจะขึ้นไปล่าสัตว์ทั้งสัตว์ป่าทั้งสัตว์อสูรบนูเาอาถรรพ์เหมันต์ แล้วเอามาขายให้ร่ำรวยไปเลย” เยี่ยนฟางก็ได้แต่บ่นกับตัวเองเพราะตอนนี้นางไม่มีพลังอะไรเลย
“พี่ลี่อิน ฝึกวิทยายุทธให้ข้าได้หรือไม่เ้าคะ ข้าอยากฝึกเ้าค่ะ”
“คุณหนูยังร่างกายอ่อนแอ ให้คุณหนูรักษาสุขภาพแล้วพอร่างกายแข็งแรงพร้อมฝึก บ่าวจะช่วยฝึกให้คุณหนุเองเ้าค่ะ” ลี่อินได้แต่เอ่ยปลอบใจคุณหนูของนาง
ในอดีตตอนที่ฮูหยินได้ตั้งท้องคุณหนู ฮูหยินได้โดนลอบทำร้ายระหว่างทางที่ฮูหยินขึ้นไปขอพรจากพระในวัดของตระกูล ทำให้ส่งผลกระทบต่อครรภ์ของฮูหยินทำให้คุณหนูของนางที่คลอดออกมาแล้วเป็โรคปรานตัน ไม่สามารถเดินลมปราณได้ จึงฝึกพลังธาตุและวิทยายุทธไม่ได้
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะต้องร่ำรวย ร่ำรวยมากๆ เพื่อที่จะจ้างผู้คุ้มกันเก่งๆ มาคุ้มครองพวกเรา เราจะได้ขึ้นไปบนูเาอาถรรพ์เหมันต์แล้วแหละใช่ไหมพี่ลี่อิน”
........................................................................................................................
ฝึกพลังเองไม่ได้น้องก็จะรวย น้องจะรวยค่ะ รวยแล้วค่อยจ้างคนมีพลังธาตุแข็งแกร่ง มาคุ้มกันน้องเยี่ยนฟางขึ้นูเาอาถรรพ์เหมันต์ เอาใจช่วยหนูเยี่ยนฟางด้วยนะคะ
นิยายเื่นี้ไม่อิงประวัติศาสตร์ค่ะ เป็การแต่งตามจินตนาการของไรท์เองนะคะ
ขอให้ทุกคนอ่านให้สนุก
เป็กำลังใจให้หนูน้อยเยี่ยนฟังด้วยนะเ้าคะ