หลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว ไมเยอร์และเรนก็สั่งให้สมาชิกในกิลด์ของพวกเขาเตรียมตัวแยกย้ายกลับ ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายต่างพากันหันหลังกลับ มุ่งหน้าตรงไปยังอาณาเขตของตนเอง
ทั่วบริเวณลานกว้างของคฤหาสน์ซิกฟรีด บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยแรงกดดันกลายเป็เสียงพูดคุยที่เบาๆ ทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้ ได้ทิ้งความประทับใจที่ลึกซึ้งให้กับพวกเขา โดยเฉพาะเื่ของอนาเธอร์ที่เพิ่งปรากฏตัวครั้งแรกต่อสาธารณะชน
สมาชิกของกิลด์แองเจิ้ล โดยเฉพาะกลุ่มสาวๆที่มักจะเป็ที่รู้จักในเื่ของความงามและความมั่นใจในการต่อสู้ กลับเริ่มพูดคุยกันอย่างคึกคักและไม่ปิดบังความรู้สึกประทับใจที่มีต่ออนาเธอร์ บางคนถึงกับตัดพ้อด้วยท่าทีที่ออกจะตลกขบขัน
“เ้าเห็นไหม? อนาเธอร์.. เขาช่างหล่อเหลาเสียจนข้าคิดว่าเขาเป็เทพที่ลงมาจาก์!”
หญิงสาวคนหนึ่งในกิลด์แองเจิ้ลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีความตื่นเต้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มและดวงตาที่เปล่งประกาย
“ใช่! ข้าคิดเหมือนเ้าเลย ช่างมีท่าทางที่สง่างาม นี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นใครบางคนที่ทำให้ข้าแทบจะลืมหายใจได้แบบนี้!”
อีกคนหนึ่งเสริมด้วยท่าทีที่ดูหลงใหลไม่ต่างกัน ใบหน้าอันงดงามเหมือนอยากจะกลืนกินชายหนุ่มเข้าไปทั้งตัว
เสียงหัวเราะเบาๆและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาเธอร์ กลายเป็หัวข้อหลักในการสนทนาของเหล่าสมาชิกกิลด์แองเจิ้ล
สายตาหลายคู่ที่เคยจับจ้องอนาเธอร์ในขณะเขาเดินออกมาจากคฤหาสน์ มันยังคงไม่อาจลืมภาพที่ชายหนุ่มแสดงออกถึงความมั่นใจและความสุขุม ความหล่อเหลาและเสน่ห์ที่เปล่งประกายออกมาในทุกย่างก้าวของเขา ทำให้เหล่าสาวๆต่างพูดถึงไม่หยุดหย่อน
“ถ้าเขาเข้าร่วมกิลด์แองเจิ้ล ฉันจะดีใจที่สุดเลย แต่ดูเหมือนว่าเขายังไม่พร้อมนะ”
“ไม่เป็ไร ข้าจะรอเวลาให้เขาเติบโต ข้ารู้ว่าเขาจะเป็ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต!”
หญิงสาวอีกคนหนึ่งพูดและส่งเสียงหัวเราะเบาๆ พร้อมกับลิ้นอันเย้ายวนที่เริ่มเลียไปตามริมฝีปากอันแดงเรื่อ
แม้ว่าอนาเธอร์จะยังไม่เข้าร่วมกับกิลด์ใด แต่เสน่ห์และความสามารถที่เขาแสดงออกมามันก็เพียงพอแล้ว
ในฝั่งของกิลด์เซฟิรอส การเดินทางกลับก็เต็มไปด้วยเสียงสนทนา แม้จะไม่ได้กล่าวถึงอนาเธอร์ด้วยความหลงใหลเหมือนกับกิลด์แองเจิ้ล แต่เหล่าสมาชิกก็พูดถึงความเด็ดเดี่ยว และมุ่งมั่นของเขาด้วยความชื่นชมในตัวของเด็กน้อยคนนี้
โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นการตัดสินใจที่หนักแน่นในการปฏิเสธกิลด์ที่ยิ่งใหญ่สองกิลด์ เพื่อเลือกที่จะสร้างทางเดินของตนเอง
“อนาเธอร์... เ้าเด็กคนนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ ข้ายอมรับว่าไม่ค่อยได้ยินเื่ของเขามาก่อน”
“แต่วันนี้เขาทำให้ข้าเห็นถึงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่!”
หนึ่งในสมาชิกของกิลด์เซฟิรอสกล่าว ขณะเดินเคียงข้างกับเพื่อนร่วมกิลด์ของเขา
“"ใช่ ข้าเห็นด้วย ความจริงข้าคิดว่าเขาจะยอมเข้าร่วมกับกิลด์ของเราด้วยซ้ำ”
“ไม่คิดว่าตัวเขาจะปฏิเสธ เราต้องยอมรับว่าเขามีวิสัยทัศน์ที่ไม่เหมือนใคร”
ไมเยอร์ที่เป็หัวหน้ากิลด์เซฟิรอสเดินนำหน้าอยู่ ได้ยินเสียงสนทนาของสมาชิกในกิลด์ของเขาอย่างชัดเจน แม้ในใจของเขาจะมีความผิดหวังเล็กน้อยที่อนาเธอร์เลือกปฏิเสธ แต่เขาก็รู้สึกภูมิใจในน้องชายของเขาเช่นกัน
ไมเยอร์รู้ดีว่าอนาเธอร์้าสร้างเส้นทางของตัวเอง และนั่นเป็สิ่งที่เขาไม่อาจห้ามได้
หลังจากที่พี่ชายและพี่สาวทั้งสองได้แยกย้ายกันกลับไป อนาเธอเลียเองก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนเหมือนเช่นเดิม นางได้บอกให้อนาเธอร์เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันนี้ และเธอได้สั่งให้ผู้เล่นที่เป็บอดี้การ์ดติดตามทายาทคนนี้ไปด้วย ซึ่งทั้งหมดก็รับคำสั่งกันอย่างเคร่งครัด
เวลาผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมง อนาเธอร์นั่งเงียบๆอยู่ภายในรถยนต์หรูคันสีดำและเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ใหญ่โตของตระกูลซิกฟรีด เบาะหนังนุ่มรองรับร่างกายอย่างสบาย แต่ท่าทางของเขานิ่งเฉย ดวงตาคมกริบจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ในที่สุดนายน้อยก็ได้กลายมาเป็ผู้เล่น รู้ไหมว่าตาแก่คนนี้ฝันถึงเื่นี้มากแค่ไหนกัน!”
พ่อบ้านชราที่นั่งอยู่ข้างหน้า รวมถึงบอดี้การ์ดทั้งสี่ที่ตามมาพร้อมรถอีกคันหนึ่ง สายตาของพวกเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและมุ่งมั่น ทุกคนต่างรู้ดีว่าเป้าหมายของวันนี้ไม่ใช่การเดินทางธรรมดา แต่คือการเริ่มต้นเส้นทางของอนาเธอร์ในฐานะผู้เล่นอย่างแท้จริง
ดันเจี้ยนระดับต่ำที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปนั้นอาจจะดูเหมือนไม่มีความท้าทายในสายตาของผู้เล่นระดับสูงอย่างพวกเขา
แต่สำหรับนายน้อยแห่งตระกูลซิกฟรีด การเลือกที่จะเริ่มต้นจากจุดเล็กๆแบบนี้ไม่ใช่เื่ที่น่าดูิ่แต่อย่างใด หากแต่เป็การประกาศจุดยืนของเขาอย่างชัดเจนว่า เขา้าเป็ผู้เล่นอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ผู้สืบทอดของตระกูลผู้มั่งคั่งที่เต็มไปด้วยอำนาจ
“วันนี้ต้องทำให้ดี ในที่สุดพวกเราก็ได้จะได้รับใช้เขาอย่างจริงจังแล้ว”
“เออ มันคงไม่มีใครกล้าลงมือกับทายาทของตระกูลซิกฟรีดหรอก แต่เพื่อความไม่ประมาท..”
“พูดบ้าอะไรวะ พวกเราดูแลนายน้อยมาสองปีแล้ว และต้องทำงานนี้ให้ดีมากที่สุด!”
บอดี้การ์ดทั้งสี่คนนี้ได้รับการคัดเลือกโดยตรงจากคาน และพวกเขาทั้งหมดก็ไม่ได้เป็เพียงแค่ผู้คุ้มกันธรรมดา
ทุกคนล้วนเป็ผู้เล่นระดับสูงที่มีประสบการณ์ในการผจญภัยในดันเจี้ยนต่างๆมาอย่างโชกโชน ทุกคนถูกว่าจ้างด้วยค่าตอบแทนมหาศาลเพื่อให้แน่ใจว่าอนาเธอร์จะปลอดภัยในทุกการผจญภัยที่ได้ต้องเผชิญ
รถยนต์หรูทั้งสองคันแล่นผ่านทิวทัศน์ของเมืองอย่างเงียบเชียบ สถาปัตยกรรมทันสมัยผสมผสานกับการออกแบบแนวแฟนตาซีทำให้เมืองนี้ดูมีเสน่ห์อย่างน่าทึ่ง ภายในเวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงลานกว้างขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
สถานที่แห่งนี้คือศูนย์รวมของเหล่าผู้เล่นจากทุกระดับฝีมือ ั้แ่ผู้เล่นมือใหม่ไปจนถึงผู้เล่นระดับสูงที่กำลังมองหาผู้เล่นที่มีพร์และศักยภาพ ดันเจี้ยนระดับต่ำจำนวนมากปรากฏขึ้นรอบๆในพื้นที่แห่งนี้ มันเหมือนเป็สถานที่สำหรับการทดสอบความสามารถขั้นพื้นฐาน
และยังเป็จุดเริ่มต้นที่ผู้เล่นทุกคนต้องเผชิญ ก่อนจะออกไปเผชิญกับดันเจี้ยนที่มีเลเวลและความแข็งแกร่งอันตรายกว่านี้
“ในที่สุดฉันก็มาถึงแล้ว... ”
“ลานกว้างแห่งอัคคาเดีย”
อนาเธอร์จ้องมองไปยังด้านนอกด้วยความตื่นเต้น ั์ตาของเขาเบิกกว้างเมื่อได้เห็นผู้เล่นที่มีอายุไล่เลี่ยกันนับร้อยนับพันคน
กลิ่นอายของการแข่งขันและความคึกคักตลบอบอวลไปทั่วอากาศ ผู้เล่นต่างแต่งกายด้วยชุดแฟนตาซีที่หลากหลายั้แ่ชุดเกราะหนักที่เต็มไปด้วยแสงสะท้อนของโลหะ ไปจนถึงชุดคลุมสีเข้มของเหล่าจอมเวท ทุกคนถืออาวุธประจำตัวไว้แน่นในมือ ไม่ต่างไปจากตัวละครในโลกแห่งเกม
ดาบยาว คันธนู หอก หรือแม้กระทั่งคทาเวทมนตร์ ทุกอย่างที่พวกเขาพกติดตัวนั้นบ่งบอกถึงสายการต่อสู้ที่พวกเขาสุ่มเลือกได้