คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 80 เพลง ‘เหน็บหนาว’

            ตอนที่ 80 เพลง ‘เหน็บหนาว’

     

            “พวกเธอสองคนไม่มีความรู้สึกต่อกันหรือ ? ”

     

            เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เมิ้งอี เฉินซือฉีก็ไม่ได้พูดต่อแต่กลับมองเธออย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “เมื่อเป็นเรื่องของเธอเขาถึงได้ใส่ใจกันขนาดนี้ แค่คืนเดียวก็สามารถแต่งเพลงออกมาได้ คงจะรักจริง ๆแหละเนอะ ! ”

     

            “ไอหยา พี่ซือฉี ฉันกำลังพูดเรื่องจริงจังกับพี่อยู่นะทำไมพี่ต้องขัดฉันด้วยเนี่ย ? ”

     

            แก้มของหลี่เมิ้งอีเปลี่ยนเป็นสีแดงดุจแอปเปิล“ถ้าพี่ยังพูดอีก... ถ้ายังพูดอีกล่ะก็ ฉันจะไม่สนใจพี่แล้ว ! ”

     

            “เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ล้อเล่นแล้วก็ได้ ! ” เฉิงซือฉีกลัวหัวเราะหึหึ “เนื้อเพลงอยู่ไหน ? เอามาให้ฉันดูหน่อยสิ บอกเธอไว้ก่อนนะถึงฉันจะไม่ค่อยเก่งเรื่องดนตรี แต่สายตาของฉันเฉียบคมมาก ! ”

     

            หลี่เมิ้งอีพยักหน้า จากนั้นก็ดึงลิ้นชักตัวหนึ่งในห้องนั่งเล่นและหยิบ USB และกระดาษใบหนึ่งออกมา

     

            “เฉิงซือฉี นี่คือเนื้อเพลง ดนตรี และเดโม่”

     

            หลี่เมิ้งอียื่นกระดาษที่อยู่ในมือไปให้เฉิงซือฉีก่อนจะนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่นไม่กลับเข้าไปในครัวอีก รอให้เฉิงซือฉีพูดขึ้น

     

            จากนั้นก็วาง USB ไว้อีกด้านแม้แต่หลี่เมิ้งอีเองก็ยังไม่ได้ฟัง

     

            อย่างที่เฉิงซือฉีพูดไว้ เธอเคยดูแลนักร้องแนวหน้ามาตั้งมากมายต่อให้เสียงของเธอจะแย่แค่ไหน แต่ทุกอย่างจะรอดพ้นสายตาของเธอไปได้งั้นหรือ ?

     

            สาเหตุที่เธอไม่ฟังเสียงเดโม่ก่อนนั่นก็เพราะเป็นกังวลว่าเสียงเดโม่นี้จะสร้างผลกระทบต่อวิสัยทัศน์และความเข้าใจของตัวเองเธอจำเป็นต้องใช้ความประทับใจแรกของตัวเองเพื่อพิจารณาเพลง ๆ หนึ่ง

     

            หลังจากเปิดเนื้อเพลง เธอก็เห็นชื่อเพลง ‘เหน็บหนาว’อยู่บนหน้ากระดาษ

     

            “เพลงนี้มันหมายความว่ายังไง ? ” เฉิงซือฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย“ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนอ้างว้างยังไงก็ไม่รู้ ? ”

     

            “พี่ซือฉี ฉันดูเนื้อเพลงมาแล้วดูเหมือนในนั้นจะหยิบยกบทกวีโบราณมากมายมาแต่งอีกด้วย ! ”

     

            หลี่เมิ้งอีถือเนื้อเพลง ‘เหน็บหนาว’ ไว้ในมือ“ตอนบ่ายฉันได้ส่งข้อความถามหลิวจือเซีย เขาบอกว่าด้านในมีกลอนพื้นเมือง‘โจวหนาน–ท้องามสะพรั่ง1’ และ ‘ฉินเฟิง-กกอ้อ’ ในหนังสือบันทึกกวี‘ซือจิง2’......เป็นต้น”

     

            เมื่อเปรียบเทียบกับโลกใบนี้แม้จะบอกว่าความคลาสสิกมากมายในวงการบันเทิงจะไม่ค่อยมีให้เห็นแต่ในเวลาเดียวกันก็ยังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่นสี่ตำราห้าคัมภีร์ และสิ่งของที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณเหล่านี้ ก็ยังคงอยู่

     

            “ดูเหมือนจะจริง ! ” เฉินซือฉีพยักหน้าจากนั้นก็อ่านเนื้อเพลงอย่างจริงจัง

     

            “ผู้หญิง: ลมราตรีเยือกเย็น บุปผาร่วงโรยเยือกแข็งทอดมองตะวันดับแสง จากลาไกลเกินคาดคิด คำนึงถึง... ”

     

            “ชาย: บุปผาเคยได้บาน ยามนั้นไยจึงบอกลา ห้วงใจเสมือนอ้างว้างทำฝืนเป็นไม่รวดร้าวไม่คิดติดใจ ก็แค่หลอกลวง...”

     

            “เป็นเพลงร้องคู่ชายหญิง ! ”

     

            เฉิงซือฉีเงยหน้ามองหลี่เมิ้งอีแวบหนึ่ง แล้วพูดต่อ

     

            “นี่เขาตั้งใจจะแต่งเพลงร้องคู่กับเธองั้นหรือ ?แต่เพลงรักมันควรมีความสุขไม่ใช่หรือ ? เพลงนี้ ดูจากอารมณ์แล้วค่อนข้างบีบคั้นทั้งสองฝ่ายมากเลยนะ เหมือนกำลังพรรณนาถึงความเศร้าโศกแม้ว่าจะอยู่ด้วยกัน แต่ทุกประโยคก็ดุจดั่งเข็มที่ทิ่มแทงใจ”

     

            “เขาเนี่ยนะ ? อยากร้องเพลงคู่กับฉัน ? ฝันไปเถอะ ! ”

     

            หลี่เมิ้งอีเหมือนแมวถูกเหยียบหาง ขนลุกซู่ทันใด “แต่เพลงนี้ตอนที่ฉันดู ก็ให้ความรู้สึกเจ็บปวดอยู่นะ”

     

            หลี่เมิ้งอีไม่ใช่นักร้องมืออาชีพ แต่เธอเป็นนักแสดงมืออาชีพค่อนข้างละเมียดละไมต่อ ‘บทละคร’ มาก ซึ่งในทางตรงกันข้ามสิ่งที่คล้ายกับเนื้อเพลงนี้ ก็ยังให้ความรู้สึกไม่มากก็น้อย

     

            “อืม ฉันอ่านต่อล่ะนะ” เฉิงซือฉีก้มหน้าอ่านต่อ

     

            “หญิง: ยามราตรีเหน็บหนาว คลื่นอารมณ์โถมบ่ากลายเป็นดินวสันต์โอบถนอม…”

     

            “……”

     

            “ชาย: ผ่านวัฏจักรเวียนว่ายแสนง่ายดายแต่การก้าวข้ามความรักนั้นยากยิ่ง...”

     

            เพลงนี้มีจุดเร้าอารมณ์ทั้งเพลงซึ่งกระตุ้นอารมณ์ของเฉิงซือฉีได้สำเร็จ

     

            “ในส่วนที่เร้าอารมณ์นี้ แค่คำว่า ยามราตรี วสันต์ฤดู สายน้ำบุปผาร่วงโรย นำมาซึ้ง ‘ความเศร้า’ และ ‘ความเกลียด’ ดูจากท่วงทำนองแล้ว มันค่อย ๆเพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆ ! ในด้านความเศร้า ความรู้สึกของคนที่เข้าใจจะพัวพันกับความรักและความเกลียดชัง! ”

     

            เฉิงซือฉีตบหน้าขาอย่างแรง แล้วกล่าวชื่นชม “หลิวจือเซียคนนี้เพียงแต่คืนเดียว สามารถแต่เพลงที่สอดคล้องกับซีรีย์ได้ถึงขนาดนี้นี่มันอัจฉริยะด้านการแต่งเพลงชัด ๆ ! ”

     

            “พี่ซือฉี ความหมายของพี่ก็คือเพลงนี้เขียนได้เพราะใช่ไหม ? ”หลี่เมิ้งอีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวังอยู่ข้าง ๆ “พี่ว่าจะผ่านด่านผู้กำกับไหม ? ”

     

            “เนื้อเพลงไม่เลวเลยนะ แต่เรื่องนั้นฉันก็เองก็จนปัญญา”เฉิงซือฉีพยักหน้า “ถึงอย่างไรฉันก็ไม่ใช่โปรดิวเซอร์เพลงมืออาชีพ สำหรับเพลงนี้จะผ่านด่านผู้กำกับหรือไม่นั้น ในใจฉันก็ไม่อาจคาดเดาได้”

            

            “งั้น เราฟังเดโม่กันดีไหม ? ” หลี่เมิ้งอีเสนอ“สุดท้ายเพลงนี้ฉันก็ต้องเป็นคนร้องฉันไม่กลัวโดนเดโม่เพลงดึงเข้าไปในจังหวะหรอกนะ”

     

            “เอาล่ะ ถ้าเธออยากฟัง งั้นเรามาฟังกัน ! ”

     

            เฉิงซือฉีพยักหน้า เอาจริง ๆ หลังจากได้อ่านเนื้อเพลงแล้วทำนองของเพลงนี้ ความคาดหวังในใจของเธอก็ยากจะควบคุมได้แล้ว

     

            หลี่เมิ้งอีนำ USB เสียบเข้าไปในคอมพิวเตอร์ทันใดนั้นดนตรีอันไพเราะก็ดังขยายออกมาจากคอมพิวเตอร์

     

            นี่คือท่วงทำนองที่ผสมผสานกันระหว่างขลุ่ยไม้และพิณเสียงดนตรีที่สดใสและไพเราะ นำมาซึ่งเสน่ห์ของความเรียบง่ายในสมัยโบราณ

     

            “ลมราตรีเยือกเย็น บุปผาร่วงโรยเยือกแข็ง…”

     

            เสียงร้องที่ดังขึ้น เป็นเสียงแหลมเล็กตามเนื้อเพลงแล้วต้องเป็นเสียงผู้หญิง แต่เสียงร้องที่ดัดแปลงเป็นเสียงของผู้หญิงของหลิวจือเซียก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน

     

            ส่วนเนื้อเพลงนี้ค่อนข้างเซื่องซึมและกลุ้มใจไม่ว่าจะเป็นเสียงผู้หญิงหรือเสียงผู้ชาย ต่างก็แฝงไปด้วยความแหบพร่าเล็กน้อยทุกคำที่พ่นออกมาหนักแน่นและมีความหมาย ทำให้เฉิงซือฉีและหลี่เมิ้งอีที่ได้ฟังในใจก็พลันเกิดความรู้สึกที่สับสนวุ่นวายและกลัดกลุ้มใจบางอย่าง จิตใจค่อย ๆไม่คงที่

     

            “ยามราตรีเหน็บหนาว คลื่นอารมณ์โถมบ่ากลายเป็นดินวสันต์โอบถนอม…”

     

            เมื่อถึงส่วนที่เร้าอารามณ์ของเพลงนี้ท่วงทำนองก็ได้เปลี่ยนคีย์เพลงไป

     

            ไม่ว่าจะเป็นเฉิงซือฉีหรือว่าหลี่เมิ้งอีต่างก็ไม่คิดว่าในตอนจบของเพลงนี้ พวกเธอยังจะเฝ้ารอท่วงทำนองต่อไป

     

            จู่ ๆ เนื้อเพลงก็พลันหยุด การเร้าอารมณ์ก็ชะงักทำให้ทั้งสองคนต่างรู้สึกว่าเหมือนอารมณ์ยังค้าง

     

            ในฐานะที่หลี่เมิ้งอีเป็นนักแสดงหญิงของซีรีย์เรื่อง‘สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่’ ในตอนสุดท้ายของการร้องประสานเสียงของชายและหญิง ‘เกลียดชังในชาติปางก่อน’ อารมณ์ที่พลุ่งพล่านได้ก่อให้เกิดเป็นประกายระเบิดอย่างรวดเร็วนัยน์ตามีหยาดน้ำตาล้นเอ่อ

     

            ในฐานะที่เป็นนักแสดงหญิงที่เอาแต่ใจตัวเองสุดฤทธิ์บทบาทในสามชาติสามภพ หลี่เมิ้งอีต้องมีความทรงจำที่ลึกซึ้งตัวละครอย่างไป๋เฉี่ยนและเยี่ยหัว นับตั้งแต่ที่รู้จักกัน อยู่ด้วยกันจนถึงแยกจากกัน...ต้องประสบกับด่านเคราะห์กรรมถึงสามภพสามชาติตรงนี้อารมณ์ความรู้สึกถึงได้ถูกเร้ามาถึงจุดสูงสุด !

     

            “จอนผมต้องน้ำค้างจนขาวหมอก ยิ่งขับเน้นให้เจ้าสว่างไสวเดือนปียาวนานคล้อยผ่าน ใยต้องสิ้นเปลืองวันเวลา ร่อนเร่ (ร่อนเร่ )...”

     

            ในวรรคแรกของเพลง ยังคงเป็นการร้องสลับชายหญิงแต่ถ้าเทียบกับท่อนหลัก นักร้องจะต้องเซื่องซึมยิ่งกว่า ‘ความโกรธ’‘ความเกลียดชัง’ ที่พัวพันอยู่เลือนราง ความยับยั้งอย่างรุนแรงได้ระเบิดอารมณ์ความรู้สึกออกมา

     

            “เหน็บหนาว สามภพสามชาติ เหมือนฝันในฉับพลัน…”

     

            ในสองสามวรรคสุดท้ายหลิวจือเซียได้ระเบิดอารมณ์ที่เก็บไว้อยู่ภายในออกมา วรรคที่ว่า‘เหมือนฝันในฉับพลัน’ ได้ถูกร้องออกมาด้วยความรู้สึกทอดถอนใจและจนปัญญา

     

            ดวงตาของเฉิงซือฉีแดงก่ำ ส่วนหลี่เมิ้งอีก็มีหยาดน้ำตาหลั่งริน

     

            ภาพในการถ่ายทำ มันได้ผ่านตาไปทีละฉาก ไม่ว่าจะเป็นบนสวรรค์ โลกมนุษย์ชั้นเทพ หรือว่าในอดีตชาติ ชาตินี้ ชาติหน้าทั้งหมดนี้ล้วนป็นความฝันของรัชทายาทเยี่ยหัวและเทพธิดาไป๋เฉี่ยน

     

            “ข้าเต็มใจ ยึดมั่น ! ”

     

            เมื่อเพลงจบลงความรักและความระทมของเทพธิดาไป๋เฉี่ยนก็มาถึงจุดสูงสุด หลี่เมิ้งอีสะอื้นนานแล้วสวนเฉิงซืออี้หญิงแกร่ง ก็แอบปาดน้ำตาอย่างเงียบ ๆ

     

            “ที่แท้ หลังจากผ่านสามภพสามชาติแล้ว ก็พบว่าสิ่งที่เราปรารถนาไม่ใช่ความชรา และไม่ใช่ทรัพย์สมบัติมากมาย แต่เป็นความฝันอันงดงาม‘เพียงอิจฉายวนยาง ไม่อิจฉาเทพเซียน’ ! ”

     

            เฉิงซือฉีดึงกระดาษทิชชู่ พร้อมกับมองหลี่เมิ้งอี“จือเซียของเธอเก่งมาก สามารถแต่งท่วงทำนองอันงดงามขนาดนี้ออกมาได้เขียนเนื้อเพลงที่สะเทือนจิตใจแบบนี้ ฉันชักอยากเจอชายคนนี้แล้วสิ”

     

            “อยากรู้จักเขาไม่ง่ายนะ ? รอเขากลับมา เราค่อยกลับก็แล้วกัน !”

     

            เหอจิงจิงไม่รู้ว่าเข้ามาในห้องนั่งเล่นตอนไหนในมือของเธอถืออัลบั้มปกแข็งเล่มหนึ่งเข้ามา “พี่ซือฉี ดูของที่น่าสนใจนี้สิ ! ”

     

            “ของอะไร ? ”

     

            ซือเฉิงอี้หันไปมอง จากนั้นก็รับอัลบั้มรูปภากจากมือเหอจิงจิงหลังจากได้ดูสองสามครั้ง ดวงตาก็ลุกวาวทันใด “นี่มันอัลบั้มรูปภาพของ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ นี่ ? เธอไปเอาของสิ่งนี้มาจากไหน ? ”

     

            สำหรับเฉิงซือฉี ต่อให้เธอจะมีท่าทางเป็นหญิงแกร่งแค่ไหนแต่นิสัยลึก ๆ ก็ไม่มีใครเป็นเด็กเท่าเธออีกแล้ว

     

            ผู้จัดการหญิงที่เอาแต่ใจคนนี้ ชื่นชอบนิทานทุกประเภทไม่ว่าจะที่ไหน ต่างก็เต็มไปด้วยหนังสือนิทาน รวมทั้งสินค้าหลากหลายของเหล่านิทาน

     

            “ของหนูเองค่ะ อัลบั้มเล่มนี้เป็นของหนู ! ”เยว่เยว่แทรกตัวออกมาจากด้านหลังของเหอจิงจิง ก่อนจะทำปากมุ่ยแล้วพูดว่า“คุณพ่อบอกว่า ตั้งใจเก็บไว้ให้หนู ที่อื่นไม่มี ! ”

     

            “ที่อื่นไม่มี ? ”

     

            เฉิงซือฉีอึ้งงันไป จากนั้นก็ก้มหน้ามองก่อนจะพบว่านี่เป็นแค่อัลบั้มรูปภาพปกแข็งชุดหนึ่ง ไม่มีเรื่องราวเทพนิยายดูจากสำนักพิมพ์ด้านหลังที่ประทับว่า ‘สำนักพิมพ์อี้ฮัว’ไม่มีแม้แต่ราคาและวันวางจำหน่าย

     

            ลิมิเต็ด จะต้องเป็นลิมิเต็ดแน่นอน !

     

            เฉิงซือฉีตาลุกวาว เธอมองไปมาเยว่เยว่ ก่อนจะเผยรอยยิ้มใจดี“เยว่เยว่ แม่ซือฉีถามหนูหน่อย แม่ซือฉีดีกับหนูมากไหม ? ”

     

            เยว่เยว่พยักหน้า “แม่ซือฉีดีกับเยว่เยว่มาก ! ”

     

            “งั้นแม่ซือฉีก็มักจะให้ของดี ๆ กับเยว่เยว่ใช่ไหม ? ”เฉิงซือฉีค่อย ๆ โน้มน้าว

     

            “อื้อ ! ” เยว่เยวาพยักหน้าอย่างไร้เดียงสา

     

            “งั้นเยว่เยว่ให้สิ่งนี้กับแม่ซือฉีได้ไหม ? ”เฉิงซือฉีเผยเขี้ยวเล็บออกมา ในที่สุดก็บอกจุดประสงค์ของตัวเอง“แม่ซือฉีรับปากหนูเลย ตราบใดที่มีของที่สวยเท่ากัน แม่ซือฉีจะเอามาให้หนู ! ”

     

            เหอจิงจิงและหลี่เมิ้งอียิ้มให้กับเด็กน้อยอยากรู้ว่าเยว่เยว่จะตอบยังไง

     

            “เอ่อ...” หัวคิ้วของเยว่เยว่ขมวดเข้าหากันและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยเสียงสดใสว่า “งั้นก็ได้ !ยกเว้นอัลบั้มเล่มนี้ ถ้าแม่ซือฉีอยากได้อะไร หนูจะให้หมดเลย ! ”

     

            “เฮ้อ...”

     

            ความลำบากใจนี้เพียงประโยคเดียวของเด็กน้อยสามารถยับยั้งความคาดหวังทั้งหมดของเฉิงซือฉีได้

     

            “ฮ่าฮ่าฮ่า...”

     

            หลี่เมิ้งอีและเหอจิงจิงต่างก็ยิ้มอย่างลำบากใจ

     

            “แต่แม่ซือฉีอยากได้อัลบั้มเล่มนี้ ! ”

     

            เฉิงซือฉีไม่อยากปล่อยมือ ยังคงพยายามให้ถึงที่สุด“เยว่เยวไม่อยากได้หมีตัวใหญ่หรือ แม่ซือฉีเอาหมีตัวใหญ่มาแลกกับหนูได้นะ ดีไหม ?”

     

            หมีตัวใหญ่คือตุ๊กตาในนิทานที่เฉิงซือฉีเคยพูดไว้ตัวใหญ่ที่สุดสูงเกือบ 2 เมตร ในตอนที่เยว่เยว่เห็นนั้น ก็ชอบเจ้าตัวนี้ทันที

     

            แต่ก็จนปัญญาเพราะมันคือหนึ่งในสิ่งที่เฉิงซือฉีทะนุถนอมมากที่สุดให้ตายยังไงก็ไม่มีวันยอมยกให้เยว่เยว่ ทำให้เด็กน้อยโกรธเฉิงซือฉีไปเป็นอาทิตย์ไม่ยอมพูดยอมจากับเธอ

     

            สุดท้ายเฉิงซือฉีต้องบากหน้า หาสิ่งของมาแลกเปลี่ยนกับเยว่เยว่เด็กหญิงจึงให้อภัยเธอ

             

    1คัมภีร์ซือจิงเป็นหนังสือที่บันทึกกวีของแต่ละท้องที่ในยุคชุนชิวไว้

    2กลอนพื้นเมือง-โจวหนาน–ท้อระบัดใบ (周南•桃夭) เป็นบทกลอนอวยพรหญิงสาวที่เพิ่งแต่งงาน


     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280