หลังจากที่หาวหร่านจัดการกับสองนักฆ่าถูกส่งให้แอบตามมาเรียบร้อย มันก็ออกเดินทางออกจากเมือง และมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกอีกประมาณ 2 ชั่วยามห่าวหรานก็ได้มาถึงยังที่หมายเรียบร้อย
“นี่หรือ ป่านอกเมืองก็ดูกว้างขว้างใหญ่โตอยู่ไม่น้อย ทว่า…. หากเทียบกับป่าแถวหมู่บ้านสกุลเฟยแล้ว ที่นั้นดูอันตรายกว่าหลายสิบเท่า สัตว์อสูรฟ้าดินของที่นี้เองก็น่ามีความอันตรายน้อยกว่าด้วยสินะ.." ห่าวหรานพึมพำเบา ๆ ขณะที่มันก้าวเท้าเดิน พร้อมกวาดตามองไปรอบกาย แม้นยามนี้จะเป็ยามห้าย (21:00-22:59)แต่เนื่องจากคืนนี้เป็คืนเดือนหงายจึงทำให้มีแสงจันทร์ส่องสว่างลงมาห่าวหรานจึงไม่ต้องถือตะเกียง
"ตามบันทึกพวกกิ้งก่าหางค้อนน่าจะอยู่รวมกันเป็ฝูงแถวถ้ำใกล้กับลำธารสินะ เช่นนั้นก็น่าจะเป็ทางด้านนั้น" ห่าวหรานมองไปด้านซ้ายของป่า ก่อนมันจะถีบเท้าลอยตัวพุ่งทะยาน ตรงไปยังทิศนั้น ด้วยความเร็ว และผ่านไปไม่นานนักห่าวหรานก็ได้มาหยุดยืนอยู่บนยอดไม้ยอดหนึ่ง ก่อนจะทอดสายตามองลงไปที่พื้น และได้พบกับ สัตว์เลื้อยคลานฝูงใหญ่ ที่ลำตัวเต็มไปด้วยเกล็ดสีเขียว มีหางยาวแหลม แถมปลายหางยังจะดูคล้ายหัวค้อนสีดำที่ดูอันตราย ซึ่งพวกมันก็คือ ฝูงกิ้งก่าหางค้อนที่ห่าวหรานออกมาตามหานั้นเอง
"พวกมันเองสินะ ที่ข้าตามหา ดูจากขนาดตัวก็ไม่ใหญ่โตมาก ดูคล้ายพวกตะกวดป่าทั่วไป อุ้งเท้ามีกรงเล็บแหลม ปลายหางเป็รูปค้อนสมดังซื่อ ระดับของมันส่วนใหญ่อยู่ที่ ขั้นปฐีชั้นกลาง ข้าเอาชนะได้ไม่อยากทว่า……"
ห่าวหรานพินิจพิเคราะห์ในใจก่อนที่มันจะนิ่งเงียบ ก่อนจะพลันยกแขนขึ้นมาปาดเหงื่อสาเหตุที่เป็เช่นนั้นก็เพราะ เ้ากิ้งก่าหางค้อนฝูงที่มันเห็นอยู่เบื้องล่างมิได้ไม่มีแค่สิบยี่สิบตัว แต่มีถึงร้อย หรืออาจจะสองร้อย เรียกได้ว่ามหาศาลเลยทีเดียว แต่นั้นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับการที่ห่าวหรานจะต้องใช้เนตรเทวะรู้แจ้งมองหา กิ้งก่าหางค้อนตัวที่มี แร่ศิลาดำอยู่ภายในร่าง ยามนี้มันเข้าใจธงหยวนไท่แล้วว่า ทำไมใช้เวลานานหลายเดือนก็ไม่สามารถหาศิลาดำพบ ก็เพราะมีพวกมันมากมายเช่นนี้อย่างไรเล่า…
"อยู่ไหนกันนะ…." ห่าวหรานขมวดมุ่นคิ้วก่อนจะกวาดตาไปในฝูงเรื่อย ๆ และในที่สุดมันก็พบจนได้
"เจอแล้ว...! เ้าตัวนั้นนั่นเอง"
รอยยิ้มแห่งความดีใจปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก่อนที่มันจะพลันใช้เท้าถีบยอดกิ่งไม้ และส่งตัวเองพุ่งไปหาเป้าหมายที่พบ ห่าวหรานรวบรวมจิตปราณไว้ที่กำปั้น และพอเข้าประชิดเ้ากิ้งก่าตัวนั้นมันก็ปล่อยหมัดใส่เต็มแรง ผลก็คือเ้ากิ้งก่าตัวนั้นกระเด็นไปไกลหลายลี้ก่อนจะแน่นิ่งไป ห่าวหรานไม่รอช้ารีบตามไป ดึงแร่ศิลาดำออกมาจากร่างของมัน
"สำเร็จได้มาแล้วหนึ่งก้อนยังเหลืออีกสองสินะ"
ห่าวหรานชูก้อนแร่สีดีขนาดเท่าฝ่ามือให้สะท้อนกับแสงจันทร์ด้วยความดีอกดีใจ ก่อนที่มันจะพลันรู้สึกถึงอันตรายบางอย่างจนต้องะโหลบ วัตถุแข็ง ๆ บางอย่างฟาดลงพื้นจนบังเกิดเสียงดังโครม หางค้อนของเ้ากิ้งก่าตัวหนึ่งนั้นเอง ห่าวหรานตื่นเต้นดีใจจนลืมตัวไปหน่อย ว่ายามนี้มันได้ทำให้ฝูงของเ้ากิ้งก่าหางค้อนโกรธแบบสุด ๆ ดีว่าประสาทััของมันนั้นเฉียบคมไม่เช่นนั้นคงปลายหางแข็ง ๆ นั้นฟาดจนาเ็ไปแล้ว
"ข้ามัวแต่ดีใจเกินไปหน่อย จึงลืมเ้าพวกนี้ไปเสียสิ้น เหตุที่ต้องรีบหาอีกสองตัวให้พบแล้วจัดการมันเสียแล้ว หากต้องจัดการพวกมันทุกตัวคงใช้เวลาถึงเช้าเป็แน่ หือ...!!"
ทว่า…ในขณะที่ห่าวหรานกำลังลอยตัวครุ่นคิดอยู่กลางอากาศ มันก็พบว่ามีอันตรายพุ่งตรงมาเล่นงานมันจากรอบด้าน เ้ากิ้งก่าหางค้อนหลายตัวไม่ปล่อยให้ห่าวหรานได้หายใจหายคอแม้แต่น้อย หางที่หวดมาด้วยความรวดเร็ว และอันตรายประดุจแส้ที่ติดลูกตุ้มโลหะถูกเหวี่ยงสาดมาทุกทิศทุกทาง หากเป็ผู้มีระดับการฝึกฝนอยู่ในขั้นพื้นฐานก็คงยากที่จะหลบได้หมด หรือไม่ก็อาจจะได้รับาเ็พอสมควร ทว่า….มิใช่กับเด็กหนุ่มผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ห่าวหรานหมุนกายหลบได้อย่างง่ายดาย
และ มันคิดจะตอบโต้คืนสักนิด เพราะคิดว่าทำไปก็เสียเวลา เปลืองแรงเปล่า ๆ จิตปราณ หรือของที่ได้มาก็แสนจะน้อยนิดไร้ค่า สู้เอาเวลาไปหาเป้าหมายที่้าจะดีกว่า และในขณะที่เคลื่นไหวหลบหลีกหางค้อนมากมายอยู่นั้น ห่าวหรานก็ได้พบกับเป้าหมายที่สองจนได้
"อยู่นั้นเองรึ…!! เสร็จข้าล่ะ"
ดวงตาของห่าวหรานสาดประกายแห่งความยินดี ก่อนที่มันจะรีบตั้งหลัก และพุ่งทะยานตรงไปหาเ้า กิ้งก่าหางค้อนตัวนั้น ทว่า…..ยังมิทันจะเข้าถึงตัวมัน ห่าวหรานก็พบว่ามีวัตถุแข็ง ๆ หนัก ๆ ขนาดใหญ่พุ่งมาฟาดเข้าที่หน้าอกของมันอย่างแรง ห่าวหรานที่ไม่ได้ป้องกันตัวถึงกับกะอักเืออกมาคำโต ก่อนที่ร่างจะปลิวลอยห่างออกไปหลายสิบลี้ และกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนเกิดเสียงดังโครม..!!
ดูเหมือนห่าวหรานจะพบเข้ากับกระดูกชิ้นโตเข้าเสียแล้ว เพราะสิ่งที่พึ่งจะเล่นงานมันจนาเ็นั่นคือ หางขนาดมหึมาของกิ้งก่าหางค้อนตัวใหญ่โต เ้านี่คงจะเป็จ่าฝูงไม่ผิดแน่ ทว่า….ในเื่ร้ายก็ย่อมมีเื่ดี เพราะเมื่อห่าวหรานเพ่งมองดูมันเขาก็ได้พบกับแร่ศิลาดำก้อนที่ 3 จากตัวของเ้าจ่าฝูงนั้นเอง…
“เจ็บไม่น้อยเลยแฮะ โชคดีที่ภายในร่างข้ามีจิตปราณแข็งแกร่งพอสมควร ไม่เช่นนั้นคงลุกไม่ไหวเป็แน่ แต่ในที่สุดข้าก็เจอสิ่งที่ตามหาชิ้นสุดท้ายแล้ว”
ห่าวหรานยันกายลุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยออกมาเบา ๆ แม้นจะาเ็แต่มุมปากของมันก็เผยให้เห็นรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นยินดี ตื่นเต้นที่จะได้สู้กับสัตว์อสูรฟ้าดินเก่ง ๆ และยินดีที่ได้พบของที่มาตามหา
นั่นคือสิ่งที่ห่าวหรานรู้สึกอยู่ในยามนี้ ทว่า....พวกกิ้งก่าหางทั้งฝูงตรงหน้าของมันก็มิได้รู้เช่นเดียวกันแน่ เพราะยามนี้ทุกตัวต่างโมโหจัด และพร้อมจะบดขยี้ฉีกทึ้งห่าวหรานออกมาเป็หมื่น ๆ ชิ้น โดยเฉพาะเ้าจ่าฝูงตัวใหญ่ มันทั้งส่งเสียงคำรามดังลั่นป่า ทั้งฟาดหางค้อนลงกับพื้นจนเกิดแรงสั่นะเื เพื่อข่มขวัญศัตรูตรงหน้า
“คิดข่มขวัญให้ข้าหวาดกลัวกระนั้นรึ...? ของแบบนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอกน่า เพราะก่อนหน้านี้ข้าเคยเจอตัวที่น่ากลัวกว่าเ้ามามากมายนัก”
ดวงตาของห่าวหรานสาดประกายมุ่งมั่นเข้มแข็ง ก่อนที่มันจะเร่งโคจรจิตปราณไปทั่วร่าง จากนั้นก็พลันพุ่งเข้าไปต่อสู้กับเ้ากิ้งก่าหางค้อนตัวจ่าฝูงที่ยืนรอท่าอยู่ เมื่อเห็นศัตรูบุกเข้ามาตรง ๆ เช่นนี้มันก็ไม่รอช้าที่จะโจมตีด้วยท่อนหางอันทรงพลัง และรวดเร็ว ทว่า...ห่าวหรานในยามนี้ก็ไม่ใช่จะอ่อนแอ หรือประมาทเผอเรอเหมือนก่อนหน้านี้ ห่าวหรานพลันหมุนกายหลบการโจมตี ก่อนเล่นงานกลับด้วยปราณหมัดอันทรงแข็งแกร่ง
เ้ากิ้งก่าหางค้อนตัวจ่าฝูงพอโดนห่านหรานเล่นงาน มันก็ถึงกับก้าวถอยไปด้านหลังสองสามก้าว ก่อนจะตั้งตัวได้ และพลันใช้หางค้อนฟาดสวนกลับ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สามารถทำอะไรห่าวหรานได้ เพราะเขาเองใช้ความเร็วในการหลบหลีก
“เกร็ดของมันหนายิ่งนัก แถมยังมีพลังป้องกันสูง ขนาดข้าใส่จิตปราณเข้าไปในหมัดเกือบจะสูงสุด ก็ยังทำได้แค่ให้มันก้าวถอยไปได้ไม่กี่ก้าว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงเป็จ่าฝูง”
ห่าวหรานเอ่ยขึ้นขณะะโถอยไปด้านหลังเพื่อหลบการโจมตีของเ้าจ่าฝูง ร่วมถึงพวกกิ้งก่าหางค้อนตัวอื่น ๆ ที่พลัดกันเข้ามาช่วยเล่นงาน
“ข้าควรจะทำเช่นไรดี หากเป็เช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ข้าคงหมดแรงก่อนเป็แน่”
ห่านหรานเริ่มครุ่นคิดในใจด้วยความวิตกกังวล ทว่า...ในยามนั้นเองก็ได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่คาดคิดขึ้น…
ต้นไม้ใหญ่หลายต้นแถวนั้นเกิดเสียงหักโคน ก่อนจะพลันปรากฏร่างของตัวอะไรบางอย่างหลายตัวโผล่ออกมา
กลุ่มหนึ่งรูปร่างของมันนั้นคล้ายมนุษย์ ทว่าสูงใหญ่กว่าเกือบถึง 2 เท่า ทั่วร่างพวกมันปกคลุมไปด้วยขนสีแดงเพลิง มีหางยาว ดวงตาแดงก่ำสาดประกายดุร้าย ในปากมีเขี้ยวแหลมน่ากลัว
ส่วนอีกกลุ่ม พวกมันยืนสองขารูปร่างคล้ายมนุษย์เช่นกัน รูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยขนสีน้ำตาล ส่วนศีรษะนั้นเป็ หมูที่มีเขี้ยวโง้งแหลมดูอันตราย
ห่าวหรานที่เห็นเช่นนั้นก็ตื่นใเป็อย่างมาก ก่อนที่มันจะอุทานออกมา
“จะ...เ้าพวกนี้มัน เหล่าวารนอัคคี กับ พวก ุ์หมูป่านี่...!!”
ใช่แล้วฝูงสัตว์อสูรที่ปรากฏกายออกยามนี้คือ ฝูงวารนอัคคี และ ฝูงุ์หมูป่า ว่าแต่ว่าพวกมันเผยตัวออกมาด้วยจุดประสงค์อันใดกันแน่…?
จบบท
บทต่อไป เหล่าสัตว์อสูรฟ้าดินแห่งป่านอกเมือง..!!