ตอนที่17 ท่านหญิงเจียงต๋าน
ลู่จิวไม่รับรู้ถึงความคิดของชายหนุ่มที่อยู่ด้านนอกเลยสักนิดนางเลิกผ้าม่านขึ้นและเท้าคางมองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าในใจก็พลางเฝ้าคิดคำนึงหาถึงใครบางคน
เฮ่าตู๋ป่านนี้ท่านจะทำอะไรอยู่นะ...
ภายใต้แผ่นดินและจันทราดวงเดียวกันนั้นมีเสียงร้องครางกระเส่าดังลอดออกมาจากเรือนหลังใหญ่เป็ระยะเื้ัผ้าม่านโปร่งบางพลิ้วไหวต้องลมเผยให้เห็นเงาร่างของชายหญิงคู่หนึ่งเกี่ยวตวัดรัดรึงสอดประสานรวมกันจนกลายเป็เนื้อเดียว
ฝ่ามือแกร่งลูบไล้ต้นขานวลเนียนประดุจหยกมันแพะชั้นดีด้วยความพึงพอใจดวงตาดอกท้อทรงเสน่ห์เย้ายวนมองดูหญิงสาวที่เคลื่อนไหวเร่าร้อนและรุนแรงบนกายอย่างไม่ละสายตา
หญิงสาวกระตุกเกร็งด้วยความเสียวซ่านก่อนจะแตะถึงฝั่งฝันอย่างรุนแรงมือแกร่งกุมเอวคดแน่นอรชรเอาไว้พร้อมเหยียดกายส่งตัวเองขึ้นไปยังฝั่งฝันตามๆ กัน
จวบจนเมื่อแรงปรารถนาที่ร้อนแรงและหนักหน่วงนั้นผ่านพ้นไปท่านหญิงมู่หลงเจียงต๋านก็ฟุบใบหน้าลงกับหมอนแล้วถอนหายใจออกมาอย่างมีความสุข “เ้าไม่ธรรมดาเลยจริงๆคิดไม่ถึงว่าจะทำให้ข้ามีความสุขมากขนาดนี้”
“มีความสุขมากกว่าบรรดาชายบำเรอของท่านหรือไม่” ชายหนุ่มหอบหายใจอย่างหนักหน่วงพลางเอ่ยกระซิบที่ข้างหูของหญิงสาวพร้อมสอดปลายลิ้นไล้เลียไปทั่วใบหูเล็ก
ััที่ลื่นไหลยั่วเย้านั้นทำให้หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขนางหันร่างกลับมาเผชิญหน้า พร้อมใช้ปลายเล็บสีแดงที่ได้รับการแต่งเติมอย่างประณีตลูบไล้ปลายนิ้วแกร่งด้วยความหลงใหลและเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยว่า“อืม...เ้ายังกล้าเปรียบเทียบอีกรึสำหรับข้าแล้วเ้าเก่งที่สุด”
เมื่อสิ้นเสียงพูดนั้นแล้วหญิงสาวก็เริ่มตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันทีเมื่อพร้อมััได้ถึงปลายลิ้นที่ไล้เลียมาจนถึงแผ่นหลังไวต่อััของนาง
ซ่งหยางเจ๋อจุมพิตแผ่นหลังนวลเนียนของหญิงสาวอย่างแ่เบาก่อนจะเคลื่อนขึ้นไปอย่างบนช้าๆแล้วกระซิบข้างหูท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ “วันหน้าท่านจะได้รู้ว่าข้าเก่งหลายอย่าง...”
คำพูดนี้เรียกเสียงหัวเราะของหญิงสาวได้อีกครานางพลิกตัวเป็ฝ่ายหันกลับมากอบกุมใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าดวงตาดอกท้อของเขาช่างมีเสน่ห์เย้ายวนเหมือนพี่ชายของเขาไม่มีผิดดวงตาคู่งามทอแสงลงเล็กน้อย ภายในดวงตานั้นหวนนึกถึงเื่ในวันวาน “เ้าช่างต่างจากพี่ชายของเ้ายิ่งนัก...”
ฝ่ามือแกร่งกอบกุมมือบางเอาไว้แล้วจุมพิตลงอย่างอ่อนโยนดวงตาทรงเสน่ห์เหลือร้ายจ้องมองดูหญิงสาวตรงหน้าโดยไม่หลบสายตา “ข้าไม่เหมือนกับพี่ชายของข้าที่โง่เขลายอมสละทุกอย่างเพื่อหญิงชาวบ้านผู้หนึ่งตัวข้านั้นสามารถละทิ้งได้ทุกอย่าง ขอเพียงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุ้มค่ามากพอและท่านคือสิ่งนั้นสำหรับข้า...”
“ช่างปากหวานเสียยิ่งกระไร” ท่านหญิงเจียงต๋านหัวเราะออกมาเบาๆ
“ข้าไม่ได้ปากหวานเพียงอย่างเดียว ส่วนอื่นข้าก็หวาน เพียงแต่ความหวานนั้นคงต้องเก็บไว้ให้ค้นหาในวันหน้ามิเช่นนั้นท่านคงเบื่อข้าเสียก่อน” ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วบดคลึงริมฝีปากของสตรีตรงหน้าอย่างมีเลศนัยก่อนจะประทับจุมพิตลงไปอย่างแ่เบา
“หึๆ เ้านี่ช่าง...ถูกใจข้ายิ่งนัก” หญิงสาวพูดไปพลางพร้อมใช้ปลายลิ้นตอบโต้ปลายนิ้วซุกซนของชายหนุ่มไปพลาง แววตาของนางดูเย้ายวนใจไม่ต่างจากชายหนุ่มตรงหน้าก่อนที่ริมฝีปากสีแดงเย้ายวนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง “ข้าไม่มีทางเบื่อหน่ายว่าที่สามีของข้าหรอกในเมื่อท่านเอาใจเก่งถึงเพียงนี้...”
ริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างเร่าร้อนอีกครั้งแต่แล้วชายหนุ่มก็ผละตัวออกในขณะที่หญิงสาวกำลังตกอยู่ในห้วงเสน่ห์หาดวงตาหงส์คู่งามปรือขึ้นมาเล็กน้อยและมองชายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจแต่กลับได้ยินเขาเอ่ยแค่เพียงว่า “ข้าต้องไปแล้วพรุ่งนี้ยังต้องจัดเตรียมเื่งานพิธีอีกมาก ท่านเองก็พักผ่อนให้มากเช่นกัน”
“คืนนี้นอนที่นี่เถิดเ้าก็รู้ว่าข้าไม่สนใจขนบธรรมเนียมคร่ำครึพวกนั้นอยู่แล้ว ฮ่องเต้ทรงรักและตามใจข้าถึงเพียงนี้ไม่ทรงถือสาหรอกน่า” หญิงสาวทั้งออดอ้อนและเอาแต่ใจ แขนเรียวเล็กโอบรอบลำเอวของชายหนุ่มไม่ยอมให้เขาจากไปไหนเห็นได้ชัดเลยว่านางอาลัยอาวรณ์เขามากเพียงไร
“ท่านหญิง เอาไว้หลังจากที่เราแต่งงานกันแล้วข้าจะอยู่เป็เพื่อนท่านตลอดทั้งคืนเลยดีไหม ทว่ายามนี้ข้าคงต้องไปแล้วจริงๆ ”ชายหนุ่มจุมพิตลงบนหน้าผากอย่างแ่เบาก่อนที่จะเอ่ยล่ำลาอีกเพียงไม่กี่คำ แล้วจึงค่อยจากไปทันที
ท่านหญิงเจียงต๋านมองดูแผ่นหลังของชายหนุ่มที่หายลับไปทางหน้าต่างด้วยความอาวรณ์อยู่สักพักก่อนจะร้องบอกหญิงรับใช้ที่อยู่ด้านนอกว่า "ไปตามรุ่ยิมาปรนนิบัติข้า"
“เ้าค่ะ” นางกำนัลตอบรับด้วยสีหน้าที่สงบนิ่งก่อนจะรีบไปจัดการตามที่นายหญิงของตนสั่ง
ไม่นานนักก็มีเสียงรัญจวนเร้าอารมณ์ของชายหญิงดังขึ้นภายในเรือนหลังใหญ่อีกครั้งดวงตาสงบนิ่งของชายหนุ่มที่อยู่ในมุมมืดทอประกายเหยียดหยามเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพลิ้วตัวหายไปในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
ณหออัญมณีอันดับหนึ่งในเมืองหลวงสตรีที่สวมใส่อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายดิ้นทองแลดูสูงส่งล้ำค่างดงามอย่างไร้ที่ติมือขาวเล็กบางผุดผ่องเนียนใสประดุจหยาดน้ำค้างแตะััลงบนเครื่องประดับทับทิมแดงบริสุทธิ์ล้ำค่าตรงหน้าอย่างแ่เบาก่อนจะประคองขึ้นมาไว้ในมือ
ลำคองามระหงทรงสง่าดังเช่นสตรีผู้สูงศักดิ์หันกลับไปหาสตรีทั้งสองนางที่ยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังก่อนจะนำไปวางทาบใกล้ลำคอของสตรีรูปโฉมงามล่มเมืองนางหนึ่ง
“งดงามไร้ที่ติ ทว่าน่าเสียดายที่เป็ของปลอม...” มุมปากสีแดงสดยกยิ้มขึ้นมาอย่างร้ายกาจพลางมองดูโฉมงามที่อยู่ตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้าดวงตาหงส์คู่งามเย้ายวนประสานสายตามองจ้องมองใบหน้าหวานซึ้งตรึงใจตรงหน้าอย่างท้าทายแล้วเลิกคิ้วงามขึ้นเล็กน้อย “เ้าว่าจริงไหม...หยางน่า”
ประกายความขุ่นมัวที่เผยออกมาให้เห็นเพียงครู่เดียวนั้นไม่อาจรอดพ้นจากั์ตาหงส์ทรงเสน่ห์เย้ายวนของสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้ไปได้ริมฝีปากสีแดงสดยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจพลางยกเครื่องประดับในมือทิ้งอย่างไม่ไยดี ผู้ดูแลร้านโถมตัวเข้ารับอัญมณีล้ำค่านั้นได้อย่างแม่นยำราวกับทำเช่นนี้มาแล้วหลายครั้งจนเกิดเป็ความชำนาญ
“ได้ยินมาว่าเ้าประสบอุบัติเหตุตกเขารอดตายมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ส่วนน้องสาวของเ้ากลับโชคร้ายตกหน้าผาตายอนาถร่างกายแหลกละเอียดเ้าว่ามันไม่แปลกไปหน่อยรึ เหตุใดถึงมีเ้ารอดตายเพียงคนเดียวในขณะที่ผู้ติดตามมากฝีมือทั้งหลายตายกันหมด...”
มุมปากสีชมพูแดงระเรื่อกระตุกเกร็งเล็กน้อยแต่ถึงกระนั้นก็ยังคงประดับรอยยิ้มที่แสนงดงามไว้เช่นเคยและตอบกลับอย่างใจเย็น “ข้าเองก็รู้สึกเสียใจและคาดไม่ถึงเหมือนกันไม่นึกเลยว่าอิ่งเอ๋อร์จะจากไปเร็วเช่นนี้เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ท่านพ่อและท่านแม่โศกเศร้าเสียใจยิ่งนัก ตัวข้าเองก็ยังรู้สึกเสียใจที่ปกป้องน้องไม่ได้มากจนถึงทุกวันนี้หากวันนั้นไม่ใช่เพราะข้าดื้อรั้นอยากไปขอพรให้องค์รัชทายาท เื่ทั้งหมดนี้ก็คงจะไม่...”
เมื่อเห็นโฉมงามล้ำปานล่มเมืองผู้นี้หลั่งน้ำตาออกมาอย่างน่าสงสารราวกับดอกสาลี่แสนงดงามต้องหยาดฝนแล้วก็ยากที่คนรอบข้างจะไม่รู้สึกสงสารได้
หลินเฟยบุตรสาวท่านเสนาบดีกรมพิธีการรีบเข้าไปปลอบโยนหญิงสาวที่ถูกรังแกตรงหน้าทันที“พี่หยางน่า ท่านอย่าโทษตัวเองเลยนะมันไม่ใช่ความผิดของท่านหรอก เราทุกคนต่างรู้ดีว่าท่านเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนั้นจนล้มป่วยไปนานหลายวัน...”
“ขอบคุณนะเฟยเอ๋อร์ที่เข้าใจข้า แม้หยางอิ่งจะไม่อยู่แล้วแต่ข้าจะดูแลเ้าให้ดีสมกับที่เ้าเป็สหายรักของนาง” หยางน่ากุมมือบางที่อยู่บนมือของนางด้วยความรักและซาบซึ้งใจยิ่งนัก
ดวงตาหงส์ทรงเสน่ห์เย้ายวนกวาดสายตามองดูหญิงสาวสองนางที่แสดงท่าทางเข้าอกเข้าใจกันแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความเบื่อหน่ายไปว่า “เฮ้อ ข้าล่ะคิดถึงหยางน่าคนเก่าเสียจริงอย่างน้อยนางก็ไม่เ้าน้ำตาขนาดนี้ หยอกนิดเย้าหน่อยก็น้ำตาร่วง ทำตัวราวกับแม่นางดอกบัวขาว[1]พวกนั้นไปได้ นี่เ้าตกต่ำถึงเพียงนี้เชียวรึดูไม่เหมือนกับหยางน่าที่ข้ารู้จักเอาเสียเลย...”
สตรีผู้สูงศักดิ์เดินก้าวเข้าไปหาโฉมสะคราญล่มเมืองเสียงเ็าทรงอำนาจกดข่มให้โฉมงามที่กำลังร่ำไห้ประหนึ่งดอกสาลี่ต้องหยาดฝนผู้นี้ก็ถึงกับถอยหลังไปด้วยความใกลัวคิ้วงามลู่ลงด้วยความโศกเศร้าแม้แต่ดวงตาก็ยังมีหยาดน้ำตาเอ่อล้นอยู่เกิดเป็ภาพสตรีร้ายกาจรังแกสาวงามในทันตา
ในเวลานี้เองคุณหนูหลิวก็ได้เข้ามาขวางทางท่านหญิงเจียงต๋านเอาไว้แม้ในยามปกตินางจะดูอ่อนแอและเปราะบางทว่าในยามนี้นางกลับกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสตรีผู้สูงศักดิ์อย่างไม่หวั่นกลัว
“ท่านหญิง หยุดเถิดเพคะ สตรีที่อยู่ตรงหน้าคือพี่หยางน่าจริงๆ นางเพิ่งจะได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจมาย่อมอารมณ์อ่อนไหวมากกว่าปกติหม่อมฉันคิดว่าพี่หยางน่าคงยังไม่พร้อมจะพูดเื่พวกนี้และในเวลาแห่งความสูญเสียเช่นนี้พวกเราควรที่จะปลอบโยนนางไม่ใช่สงสัยในตัวนางนะเพคะ”
ดวงตาอ่อนโยนกระจ่างใสบริสุทธิ์ของคุณหนูหลินฉายแววไม่ยินยอมและปกป้องสตรีข้างกายอย่างเห็นได้ชัดราวกับว่าถ้าหากสตรีตรงหน้าคิดทำร้ายอีกฝ่าย นางก็พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือทันที
ในยามที่คิดจะพูดอะไรอีกครั้งโฉมสะคราญส่ายหน้าให้เล็กน้อยสื่อความนัยว่าไม่ให้นางพูดอีกมือบางที่ยื่นออกมาแตะแขนของคุณหนูหลิวเผยให้เห็นกำไลสีขาวเนื้อหม่นละเอียดอย่างไม่ได้ตั้งใจ
กำไลล้ำค่าบนข้อมือของนางยิ่งช่วยขับข้อมือเล็กนั้นดูบอบบางน่าทะนุถนอมยิ่งนักสิ่งนี้ย่อมเป็เครื่องยืนยันแน่ชัดแล้วว่านางคือหยางน่าตัวจริง
“หากท่านหญิงสงสัยในตัวของหม่อมฉัน เช่นนั้นก็สามารถให้ทางการตรวจสอบได้เพคะหม่อมฉันพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเสมอ”
หลังจากที่ได้ยินอย่างนี้แล้วท่านหญิงเจียงต๋านก็เบนสายตาออกจากกำไลวงนั้นแล้วโบกมือด้วยความรำคาญใจ “พวกเ้านี่ช่างน่าเบื่อจริงๆ ข้าก็แค่หยอกเล่นเท่านั้นยามนี้ทั้งเ้าและข้าต่างก็ยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมพิธีแต่งงานมีเวลาว่างมากที่ไหนกันส่วนเื่เ้าจะใช่เื่ไม่นั้น ซางฉีกลับมาเดี๋ยวก็รู้เองถึงเวลานั้นหากเขาบอกว่าใช่ ใครจะทำอะไรเ้าได้ล่ะจริงไหม”
หยางน่าเพียงแค่ยิ้มรับถ้อยคำที่แฝงไปด้วยเลศนัยของอีกฝ่ายแต่ทว่าในใจกลับรุ่มร้อนไปด้วยแรงโทสะ ภายใต้แขนเสื้อตัวยาวปลายเล็บโค้งมนที่ได้รับการตกแต่งเป็อย่างดีกำแน่นเข้าหากัน
ท่านหญิงเจียงต๋านไม่ได้สนใจว่าโฉมงามที่อยู่ตรงหน้าจะคิดอย่างไรยามนี้นางเริ่มจะเบื่อหน่ายขึ้นมาแล้ว ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวแวบหนึ่งและกล่าวคำอวยพรอย่างขอไปที“อย่างไรก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะอีกไม่กี่วันซางฉีคงจะนำทัพกลับมาแล้ว เ้าเองก็เตรียมตัวให้ดี หวังว่าจะไม่ไปหาเื่ใส่ตัวที่ไหนอีกอยู่ให้ถึงวันแต่งงานก็แล้วกันข้าไม่อยากไปร่วมงานไว้ทุกข์ใน่วันมงคลของข้าให้อัปมงคลเสียเปล่าๆ”
ถ้อยคำอวยพรที่แฝงไปด้วยความกระแหนะกระแหน่นั้นทำให้โฉมงามเริ่มหมดความอดทนก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย “ข้าก็หวังให้ท่านหญิงอยู่ให้ถึงวันแต่งงานเช่นกันอย่าได้มีสิ่งใดมาทำให้งานแต่งล่มเลย เพราะไม่อย่างนั้นทุกคนก็คงจะเสียดายชายหนุ่มรูปงามมากความสามารถอย่างเช่นท่านจอหงวนแย่...”
ร่างสูงระหงของท่านหญิงเจียงต๋านหยุดชะงักไปเล็กน้อยนางตวัดสายตาหันกลับมามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ในแววตามีความสนุกสนานอย่างเห็นได้ชัดไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองถ้อยคำตอบโต้ที่ร้ายกาจไม่แพ้กันนั้นเลยสักนิด เพียงแค่เอ่ยอย่างราบเรียบว่า“หยางน่ารู้ไหมว่าข้าชอบอะไรในตัวเ้าคนใหม่”
“อะไรรึ” หยางน่าย้อมถามเสียงแข็งและประสานสายตาตอบโต้อย่างไม่หลบเลี่ยงท่าทางนั้นดูถือดีราวกับไม่ใช่หญิงสาวที่อ่อนแอน่าสงสารเมื่อครู่นี้เลย
ท่านหญิงเจียงต๋านมองดูลำคอที่เชิดตรงโดยไม่รู้ตัวนั้นแล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและแววตาที่เหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง “ก็โง่ดีไง”
“ท่าน!”
.
.
.
[1]ดอกบัวขาวเป็คำสแลงจีนสื่อความนัยว่าผู้หญิงที่ภายนอกแสร้งทำตัวน่าสงสารใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวขาวสะอาดไม่แปดเปื้อนมลทินแต่เื้ัลอบทำเื่ชั่วช้า พฤติกรรมมัวหมอง ชอบยั่วยวนผู้ชายภาษาวัยรุ่นเรียกว่าแรดเงียบ