กุสลาธัมมา...กุสลาธัมมา... เสียงพระสวดดังระงมไปทั่วศาลา ผู้คนนั่งพนมมือฟังด้วยความสงบ ใบหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยความเศร้าสลด ซึ่งตัวผมเองก็เช่นกัน เพราะผู้ชายในโลงตรงหน้าคือ ผู้เป็พ่อของผมเอง...
เขาพึ่งจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงานเมื่อไม่กี่วันก่อน นับเป็เื่น่าเศร้าจริง ๆ พ่อผมพึ่งจะอายุ 50 ต้น ๆ เท่านั้นเอง แต่ก็นั่นแหละ ใครจะห้ามความตายได้ เมื่อถึงคราวตายคนเราก็ตาย
พ่อไปสบายแล้ว ส่วนตัวผมก็ต้องไปเริ่มใช้ชีวิตใหม่กับ แม่...
แม่ที่ไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของผม
ที่เป็เช่นนั้นก็เพราะ แม่แท้ ๆ ของผมนั้นป่วยด้วยโรคมะเร็ง และจากผมไปั้แ่เขาอายุได้ 5 ขวบ พ่อของผมกลายเป็พ่อม่ายอยู่นานหลายปี ก่อนที่เขาจะได้พบกับ แม่ดวงเดือนม่ายสาวลูกติด ทั้งสองคบหาดูใจกันอยู่นานก่อนจะตกลงแต่งงานกันในที่สุด แต่ทว่า....ความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะงานของพ่อผมนั้นต้องขึ้นเหนือล่องใต้อยู่ตลอด ส่วนผมเองก็อยู่โรงเรียนประจำ ทุกอย่างเป็แบบนั้นอยู่หลายปี จวบจนถึงตอนนี้นี่แหละ ตอนที่พ่อจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
ทุกอย่างดูเหมือนเป็การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่ไม่เลย มีพวกตำรวจมาถามนั้นถามนี้กับผม และแม่ดวงเดือน พวกเขาบอกเป็นัย ๆ ว่า การตายของพ่อผมมีเงื่อนงำ และคล้ายจะไปพัวพันกับแก๊งเงินกู้นอกระบบ
ตอนได้ยินแบบนั้นผมถึงกับอ้าปากค้าง
พ่อผมเนี่ยนะ...ไปเกี่ยวข้องกับแก๊งเงินกู้นอกระบบ ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ
แต่ถึงผมจะคาใจแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้เป็หน้าที่ของตำรวจ
กลับมาที่แม่เลี้ยงผมดีกว่า แม้นเธอจะไม่ได้อยู่กับพ่อมานานหลายปี แต่ผมบอกได้เลยว่าเธอเสียใจมาก ๆ แม่ไม่ได้ร้องไห้เพราะเธอพยายามอย่างที่สุดเพื่อจะแสดงเข้มแข็งให้พี่สาวกับผมเห็น พ่อจากไปแล้ว และการขาดหายของเขาได้ทิ้งช่องว่างไว้ในชีวิตของพวกเรา ที่ไม่มีวันเติมเต็มได้…
คืนงานศพวันสุดท้าย ผมแอบได้ยินแม่กับป้าคุยกันแบบเงียบ ๆ บอกว่าเธอไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะดูเหมือนว่าพ่อจะเข้าไปพัวพันกับคนอันตรายบางกลุ่ม และตอนนี้พวกมันกำลังกดดันให้เธอชดใช้หนี้แทนเขา ครอบครัวของเราพังทลายลงหมดแล้ว แม่เลี้ยงผมตัวคนเดียวจะมีหวังให้หาเงินจำนวนที่พวกมันเรียกร้องได้อย่างไร? ซึ่งผมจะปล่อยให้แม่เผชิญเื่นี้เพียงลำพังไม่ได้…
พ่อคงไม่้าแบบนั้น!
...
ในตอนเช้าของวันใหม่ กับบ้านหลังใหม่ ผมตื่นมาด้วยท่าทางงง ๆ ทุกอย่างรวบตัวดูเปลี่ยนไปจากเดิมมาก รอบห้องนอนแห่งนี้ยังมีของวางระเกะระกะ คงเพราะแม่เตรียมตัวไม่ทันแน่ ๆ แต่ก็ไม่เป็หรอกเพราะผมไม่สนใจเท่าไหร่ อยู่ไปเก็บไปเดี๋ยวก็ดีเอง
จริงสิ...นี่กี่โมงแล้วนะ ลงไปทักทายแม่หน่อยดีกว่า เอาจริง ๆ ตอนงานศพเราก็ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ เพราะแม่เอายุ่งอยู่กับการจัดงาน ผมคงต้องใช้เวลาปรับตัวกับเธออีกมากโขเลยทีเดียว
ผมเดินออกจากห้องนอนของตนเอง และจะลงบันไดไปชั้นสองของบ้าน ทว่า...ในเวลานั้น ประตูบานหนึ่งตรงโถงทางเดินก็เปิดออก ก่อนจะมีร่างของใครบางคนเดินออกมา ยามนั้นเธอทำให้ผมถึงกับตาโตอ้าปากค้างด้วยความตื่นใ
“พะ...พะ...พี่มิลค์”
“เป็อะไรของนาย ทำหน้ายังกับเห็นผี ประสาทดีป่ะเนี่ย” พี่สาวผมทำหน้าดุ ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
จะไม่ให้ผมใได้ไง ก็นางเล่นใส่เสื้อกล้ามรัดฟิตจนเห็นูเาไฟใหญ่เบิ้มสองลูกชัดเจน ท่อนบนว่าโหดแล้ว ท่อนล่างโหดกว่า เพราะเธอใส่แค่กางเกงใน calvin klein สีเทาของผู้หญิงเท่านั้น หลังเต่าตรงนั้นโหนกนูนออกมาโดดเด่น ถึงไม่อยากมองแค่ไหม มันก็เห็นอยู่ดี
“กะ...กะ...ก็...พี่...พี่...ใส่...ใส่...”
“ใส่? ใส่อะไรยะ อ้อ ชุดเนี่ยเหรอ ทำไมนายมีปัญหาอะไร ก่อนนายจะมา ฉันก็แต่งแบบนี้เดินไปเดินมาในบ้านประจำ ไม่ต้องมาตื่นเต้นหรอกน่า มันดูโรคจิตแปลก ๆ หลบไป ๆ เกะกะ คนจะเข้าห้องน้ำ” พี่สาวผมพูดด้วยท่าทางหงุดหงิดก่อนเธอผลักผมให้พ้นทางอย่างไม่ไยดี
บอกเลยในตอนนั้นผมหัวเสียมาก ๆ ไม่เข้าใจสักนิดว่ายัยนี่เป็อะไร? ทะเลาะกับผัว? ประจำเดือนมา? หรือเพราะเราไม่เคยอยู่ด้วยกันมาั้แ่เด็ก แต่จะเหตุผลอะไรก็ช่าง ผมรู้แค่ว่ายัยนี้ไม่ใช่พี่สาวที่ดีแน่ ๆ และผมกับเธอคงต้องสู้รบตบมือกันไปอีกนาน
“ยัยบ้า! หน้าตาก็สวย หุ่นก็น่า.....อึก หุ่นก็ดีอยู่หรอก แต่นิสัยห่วยชะมัด นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็พี่สาว พ่อจะตามเข้าไปสั่งสอนให้ร้องขอชีวิตในห้องน้ำเลย” เวลานั้นผมทั้งโกรธ และทั้งหื่นในเวลาเดียวกัน ก็นะ...หุ่นยัยมิลค์พี่สาวขี้วีนผมมันน่าฟัดซะขนาดนั้น ใครจะอดใจไม่คิดบ้า ๆ ไหว
ผมเดินลงมาที่ชั้นล่างของบ้าน ก่อนจะสอดส่ายสายตามองหาแม่เลี้ยงของผม ตอนแรกไม่เห็น แต่แวบเดียวก็ได้ยินเสียงโทรทัศน์ เลยเดาว่าแม่น่าจะอยู่ในห้องรับแขก ซึ่งก็ไม่มีผิดจากที่คิด แม่ผมอยู่ในนั้นจริง ๆ ผมเดินเข้าไปหาเธอ ก่อนจะระบายยิ้มกว้าง และเตรียมอ้าปากทักทายอย่างอารมณ์ดี แต่แล้วโลกทั้งใบก็หยุดนิ่ง
แม่ในชุดคลุมอาบน้ำสีม่วงสุดเซ็กซี่กำลังไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา ภาพนั้นทำเอาผมตัวแข็งค้างไปเลย ร่องเสื้อที่ห่างเผยให้เห็นเต้าขาวอวบอัดไซซ์มโหฬารของแม่ (แน่นอนว่าเธอไม่ได้ใส่ยกทรง) ท่อนขาขาวเนียนโผล่พ้นชายชุดคลุมออกมาอย่างน่าใจหาย สายตาของผมพยายามจะไม่มองเลยสูงขึ้นไป แต่มันก็อดไม่ได้อยู่ดี
ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะเห็นขอบกางเกงในแม่แวบ ๆ
ก็ยังดีที่เธอใส่ (แม้ผมจะหวังลึก ๆ ว่าแม่จะไม่ได้ใส่ก็ตาม....หยอกๆ)
“ฮึก!!...นี่กูเป็บ้าอะไรวะเนี่ย นั้นแม่มึงนะไอ้นนท์ หยุดหื่น หยุดคิดอัปรีย์จัญไรกับแม่มึงเดี๋ยวนี้!!
ผมพยายามตั้งสติไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านกับแม่
สมองหยุดได้ แต่...ร่างกายบางส่วนมันไม่ยอมเชื่อฟัง
“ฉิบหายแล้ว ค..ยแข็ง!!!”
ใช่ครับ อวัยวะที่ว่าคือ อวัยวะตรงหว่างขาในกางเกง
“หือ...? นนท์ตื่นแล้วเหรอ อะ...อ้าว”
จังหวะนรกสุด ๆ แม่ดันเงยหน้ามาเห็นผมเข้าพอดี ผมก็เลยต้องรีบวิ่งหลบออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งไปตรงเป้าก็ตุงโด่เกะกะไปด้วย ผมหันซ้ายหันขวาก่อนสายตาจะหันไปจ๊ะเอ๋เข้ากับ...ห้องน้ำชั้นล่างพอดี ไวเท่าความคิด เท้าผมเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยเร็วสูงสุด กว่าจะรู้ตัวอีกทีผมก็นั่งหอบแฮก ๆ อยู่บนฝาชักโครกเรียบร้อย
“ฟู่....เกือบงานเข้าแล้วไหมล่ะกู ไม่น่าเผลอคิดบ้า ๆ กับแม่เลย...” ผมนั่งพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะก้มลงมองหว่างขาตนเอง ซึ่งเ้าขีปนาวุธดุ้นโตของผมยังคงแข็งโด่ชูชันขี้หน้าอยู่เหมือนเดิม
“เอาไงดีวะเราจะรอให้มันสงบเอง หรือจะ....ไม่ ๆ จะให้ทำแบบนั้นกับแม่ใครจะไปทำได้ฟ่ะ” ผมหลับตาสั่นหน้าปฏิเสธความคิดทะลึ่งลามกในสมอง ก่อนจะตัดสินใจเลือกตอบข้อแรก แต่ดูเหมือน...โชคจะไม่เข้าข้างผมเอาซะเลย
“นนท์เป็อะไรไหมลูก...” เสียงแม่ผมเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงจากนอกห้องน้ำ
“อ้า....เอ่อ.....พะ...พอดีผมปวดท้องน่ะ...น่ะครับแม่”
“อ๋อ แบบนี้นี่เองงั้นเสร็จแล้วบอกแม่นะ แม่จะเข้าไปอาบน้ำต่อ...”
“คะ...ครับแม่ขอเวลาสักพักครับ...”
ตอบจบแม่ก็เดินห่างออกไป ส่วนผมนั้นนั่งเหงื่อตกหนักกว่าเดิมหลายสิบเท่า
“บรรลัยแล้ว!! แม่จะอาบน้ำต่อ แต่ไอ้นั่นของเรายัง...”
เวลานั้นผมตกที่นั่งลำบากสุด ๆ ถ้ารอให้ท่อนเอ็นหายแข็งเองบอกเลยนานแน่ ซึ่งแม่คงจะสงสัย ถ้างั้นก็เหลืออีกทางเดียวคือ ทำให้มันสงบด้วย...มือของผมเอง
“เอาก็เอาวะ สักครั้งคงไม่เป็ไร อีกอย่างก็เงี่ยนมาั้แ่เจอยัยมิลค์แล้วด้วย” ผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอดกางเกงของตนเองให้ลงไปกองที่ข้อเท้า เมื่อนั้นเ้าอนาคอนั์ตาเดียวซึ่งถูกกักขังอยู่จึงผงาดหัวแข็งโด่ชูชันออกมา ผมไม่แน่ใจว่าทำไมมันถึงใหญ่โตขนาดนี้ แต่ถ้าจะให้เดาก็คงเป็มรดกที่พ่อผมมอบให้ไว้เป็แน่ มือผมพลันพุ่งไปคว้าลำตัวของเ้างูร้ายก่อนจะกำแน่น จากนั้นข้อมือก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน
“ซี้ด...ดดดดดดดดดดด อูววว...ววว โอววว...วววว” ใบหน้าผมบูดเบี้ยว สองตาหลับสนิท ความเสียวซ่านแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ภาพในหัวผมยามนี้ เป็ยัยมิลค์พี่สาวทรงโตในเสื้อยืดรัดติ้วกับกางเกงใน และคุณแม่ดวงเดือนคนสวยในชุดคลุมอาบน้ำสุดยั่วคะรวย
ให้ตายเถอะผมไม่คิดอกุศลกับพวกเธอเลยแต่...
“อูววว...วววว ซี้ด....ดดดด งะ...เงี่ยนว้อยยย...เงี่ยน...เงี่ยนจริงจิงงงง โอว ๆ ๆๆ” ผมส่งเสียงในลำคออย่างทรมาน ใจอยากจะแหกปากให้ดังลั่นห้องน้ำ แต่ถ้าทำแบบนั้น แม่คงใ และวิ่งมาดูแน่ ๆ ผมก็เลยต้องระบายความใคร่ไป ส่งเสียงเบา ๆ ในลำคอไป
“นนท์เสร็จหรือยังลูก...แม่ต้องไปทำธุระข้างนอกนะ...”
“สะ...เสร็จแล้วครับแม่...นนท์เสร็จแล้ว...วว!!”
เวลานั้นแม่เดินมาถามอีกครั้งหน้าห้องน้ำ ผมเลยต้องเร่งความเร็วสุดมือ ก่อนที่ร่างกายจะกระตุกเกร็งราวกับโดนไฟดูด จากนั้นเ้าอนาคอนด้าั์ตาเดียวก็พ่นพิษสีขาวขุ่นออกมาแตกทะลักคามือ ถ้าเป็ปรกติผมคงนั่งผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ และเสพความสุขที่พึ่งได้รับ แต่นี่แม่กำลังรอใช้ห้องน้ำต่อ ผมเลยต้องรีบล้างหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะออกมาจากห้องน้ำ
“ท้องเสียเหรอนนท์ เข้าห้องน้ำนานจัง เอายาไหมลูก” แม่เอ่ยถามด้วยท่าทางเป็ห่วง ผมตอบเธอด้วยรอยยิ้มแห้งว่า ไม่เป็ไรก่อนจะรีบเดินขึ้นมาชั้นสองของบ้านทันที...
จบตอน