“ข้ามีพยัคฆ์ขาวเขี้ยวดาบแล้วไงเ้าคะ อีกอย่างหากข้าปลอดภัยอยู่คนเดียวแล้วปล่อยให้ครอบครัวอยู่ในอันตรายข้าจะมีความสุขอย่างนั้นหรือเ้าคะท่านพ่อ” หลิวเฟยเซียนให้เหตุผล เมื่อได้ฟังหลิวเฟยเซียนทุกคนก็ยอมรับและอบอุ่นในหัวใจแม้จะเจอเื่แย่ๆ มาแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเื่ดีๆ เข้ามาพวกเขาสัญญากับตัวเองว่าต่อไปนี้พวกเขาจะดูแลรักษาครอบครัวให้ดีที่สุดจะไม่ให้มารังแกได้
“เมื่อทุกคนเข้าใจแล้วก็มาเลือกกันเถอะว่าใครจะทำพันธสัญญากับตัวไหน ว่าแต่มีตัวอะไรบ้างเ้าเรียกพวกเขาออกมาได้หรือไม่” ว่ากับทุกคนเสร็จก็หันหน้ามาบอกกับพยัคฆ์ขาวเขี้ยวดาบ
“ได้ขอรับนายหญิงเดินตามข้ามาทางนี้พวกเขารออยู่ข้างน้ำทิพย์์แล้ว” ทุกคนเดินออกไปจากกระท่อมระหว่างทางเดินก็ได้รู้ว่าอีกสี่ตัวที่เหลือมี หงส์เพลิง อสรพิษเจ็ดเศียร ยูนิคอร์นสีนิล จิ้งจอก์เก้าหาง เมื่อมาถึงริมสระน้ำก็เจอกับสัตว์เทพทั้งสี่
“พวกท่านชอบตัวใดกันบ้างเลือกและทำพันธสัญญาได้เลยเ้าคะ” หลิวเฟยเซียน รอทุกคนเลือกและตัดสินใจสักพักก็สรุปได้ว่า ท่านพ่อหลิวฟงฉีได้ยูนิคอร์นสีนิล ท่านแม่ทำพันธสัญญากับจิ้งจอก์เก้าหาง พี่ใหญ่หลิวอู๋ซวนทำพันธสัญญากับหงส์เพลิง พี่รองหลิวอู๋เจ๋อทำพันธสัญญากับอสรพิษเจ็ดเศียร
“แล้วเราจะเอายังต่อดีเราไม่มีบ้านไม่มีเงินพลังปราณก็น้อยนิดจักทำอันใดได้” หลิวหวงหลานได้แต่กลุ้มใจไม่รู้จะทำอย่างไหนก่อนดี
“ท่านแม่ท่านลืมไปแล้วหรือในมิติจิตของน้องเล็กมีเงินทองของมีค่ามากมายเราเอาเงินไปซื้อที่ดินในหมู่บ้านอาบแสงและสร้างจวนที่นั่นดีหรือไม่ขอรับท่านพ่อ” พี่รองหลิวอู๋เจ๋อกล่าวกับท่านแม่และหันมาพูดกับท่านพ่อ
“เ้าคิดเห็นอย่างไรเซียนเอ๋อร์พ่อแล้วแต่เ้าเพราะของในนี้ก็เป็ของเ้า” หลิวฟงฉีให้การตัดสินใจทั้งหมดกับหลิวเฟยเซียนนางว่าอย่างไรเขาก็ว่าอย่างนั้น
“ถ้าอย่างนั้น ไป๋หลงถ้าข้าจะอยู่ติดกับป่าแสงจันทร์จะมีสัตว์อสูรมาทำร้ายหรือไม่” หลิวเฟยเซียน (ไป๋หลงคือชื่อที่นางตั้งให้พยัคฆ์ขาวเขี้ยวดาบสดๆ ร้อนๆ) นางต้องถามข้อมูลให้แน่ใจก่อนว่าจะไม่เกิดอันตรายได้กับครอบครัวถ้าจะไปอยู่ติดกับป่าที่แสนอันตรายนั้น
“นายหญิงท่านลืมไปแล้วหรือพวกข้าคือสัตว์เทพไหนเลยจะกลัวสัตว์อสูรตัวน้อยพวกนั้นแค่ได้กลิ่นอายพวกข้าก็ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนกล้าเข้ามาใกล้อย่างแน่นอนท่านวางใจได้ขอรับ” เมื่อได้คำตอบก็เป็ที่พอใจสำหรับนางมากเพราะจะได้ซื้อที่ถูกและห่างไกลสายตาผู้คนจะทำอะไรก็สะดวกไปหมดดียิ่งเมื่อคิดได้ดังนั้นจึงหันหน้าไปพูดกับทุกคน
“ท่านพ่อก่อนอื่นเราไปทำเื่เปลี่ยนแซ่ของตระกูลเราก่อนและพอเสร็จเรียบร้อยเราก็ไปซื้อที่ดินในหมู่บ้านอาบแสงที่ติดกับป่าแสงจันทร์ซื้อไว้สัก200หมู่เป็อย่างไรเอาเงินในมิติข้าไปซื้อและถ้าติดต่อซื้อที่เรียบร้อยก็ไปติดต่อช่างมาสร้างจวนได้เลยเพราะเงินทองตอนนี้เราไม่ติดขัด เราจะอยู่ในมิติจิตของข้าจนกว่าเราจะสร้างจวนแล้วเสร็จดีหรือไม่เ้าคะ” ทุกคนที่ได้ฟังก็เห็นดีด้วย
“นายหญิงระหว่างที่นายท่านทั้งหลายอยู่ที่นี้ก็ฝึกพลังปราณธาตุรอ ก่อนอื่นขอให้ทุกท่านดื่มน้ำทิพย์์และลงไปในสระน้ำทิพย์์สองชั่วยามไม่ว่าจะเ็ปเพียงใดขอให้ทุกคนมีสติเข้าไว้ขอรับห้ามหมดสติเด็ดขาดเพื่อชำระล้างทำให้ปราณบริสุทธิ์มากขึ้นและผลัดเปลี่ยนไขกระดูก”
การชำระล้างผลัดเปลี่ยนไขกระดูก และการชำระล้างเส้นชีพจรปราณธาตุนั้น มีความอันตรายอย่างยิ่ง มันคือการผลัดเปลี่ยนร่างกายใหม่ทั้งหมด หากคนคนนั้นไม่สามารถทนการชำระล้างได้ก็จะเสียชีวิตลงทันที
ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ แม้จะมีความกังวลใจอยู่บ้างแต่ทุกคนก็ไม่มีทางเลือกมากนักพวกเขาผ่านความอยากลำบากมากมีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นต้องสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อครอบครัว พวกเขาเชื่อว่าจะผ่านมันไปได้ด้วยดี ทุกคนมีสายตาเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นตั้งใจ ทุกคนก้าวลงไปในสระน้ำและลงแช่ทั้งตัวจากนั้นก็เริ่มรับรู้ถึงความเ็ปขึ้นทีละนิดปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัวมันเจ็บอยู่ข้างในเหมือนมีมดหลายร้อยตัวกัดแทะกระดูกโดยเฉพาะหลิวฟงฉีที่ขาหักหนึ่งข้างยิ่งเ็ปกว่าคนอื่นๆ เพราะกระดูกที่หักนั้นกำลังต่อกันใหม่จนทนไม่ไหวถึงกับร้องออกมาเสียงดังทุกคนที่อยู่รอบตัวก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะเ็ปไม่แพ้กันหลิวเฟยเซียนนั้นรู้สึกทรมานเป็อย่างมากราวกับร่างกายจะแหลกสลายไปให้ได้สติพลันพร่าเลือนลมหายใจเริ่มติดขัดแต่ก่อนเป็สายลับทหารนั้นต้องฝึกหนักหน่วงโดยเฉพาะฝึกความอดทนแต่นั้นก็ภายนอกต่างกับตอนนี้ที่มันอยู่ภายใน
ทุกคนพยายามประคองสติตัวเองไว้ไม่ให้หมดสติจวบจนสองชั่วยามช่างยาวนานเหมือนกับหลายปีก็ไม่ปานในความรู้สึก
วู๊บบบบบ
น้ำในสระทิพย์์ตอนนี้เต็มไปด้วยสีดำจากเดิมที่เคยใสสะอาดมาตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำสีดำมีกลิ่นเหม็นเน่าเต็มไปทั่วสระน้ำ
ปัง ปัง ปัง
ปัง ปัง ปัง
ปัง ปัง ปัง ปัง
ปัง ปัง ปัง ปัง
เกิดแสงสว่างวูบวาบไปทั่วบริเวณสระน้ำและสิ้นสุดการทรมานที่แสนเ็ปลงน้ำที่เคยสกปรกก็กลับมาใสสะอาดเช่นเดิม เมื่อทุกคนขึ้นมาจากน้ำจึงเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่าชัดเจนแต่ละคนแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก ผิวพรรณผ่องใส นวลเนียนขาวดังไข่มุกแม้กระทั่งเส้นผมนุ่มสวยมีประกายออร่ากันทุกคน
“ข้ารู้สึกถึงพลังปราณธาตุที่เพิ่มขึ้นและร่างกายเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน” พี่รองหลิวอู๋เจ๋อจากร่างกายที่อ่อนแอขี้โรคผอมแห้งไม่มีเรี่ยวแรงก็ให้มีร่างกายที่มีเนื้อมีหนังหน้าตาคมคลายหล่อเหลาติดไปทางหน้าหวานคุณชายเ้าสำอาง
“ข้ารู้สึกดีและสบายกายมาก” พี่ใหญ่หลิวอู๋ซวน
ร่างกายก็ไม่ต่างจากน้องทั้งสองอ่อนแอขี้โรคไม่มีแรงตอนนี้ร่างกายเขาสมบูรณ์ดีขึ้นมาก
“ท่านพี่ขาของท่าน” หลิวหวงหลานเอ่ยท้วงสามีหลิวฟงฉีตอนนี้ขากลับมาเป็ปกติดีแล้วแถมยังดูองอาจน่าเกรงขามขึ้นหล่อเหลาขึ้นอีกด้วย
หลิวฟงฉีได้ยินภรรยากล่าวก็สำรวจตนเองเห็นจริงดังว่าก็ให้รู้สึกดีใจที่ตนสามารถเดินได้ปกติแล้วสำรวจตัวเองจนพอใจจึงไปมองภรรยาและลูกสาวก็ให้ตกตะลึงกับรูปโฉมที่งดงามดังนางฟ้านาง์ของทั้งคู่ไม่ใช่แค่หลิวฟงฉีท่านั้นที่ตกตะลึงหลิวอู๋ซวน หลิวอู๋เจ๋อก็เช่นกันรวมถึงเหล่าสัตว์เทพทั้งห้าตนในใจของเหล่าบุรุษทั้งสามคิดเห็นตรงกันว่าไม่อยากให้ใครมาเห็นใบหน้าที่งดงามนี้
หลิวเฟยเซียนนั้นแต่ก่อนเป็ดารุณีน้อยที่หน้าตาธรรมดาทั่วไปรูปร่างผอมบางจะเรียกว่าหนังหุ้มกระดูกก็ว่าได้ตอนนี้ร่างกายสมบูรณ์ อกเป็อกเอวเป็เอวปากจิ้มลิ้มน่ารักดวงตากลมโตแวววาวสวยงาม
“ยินดีด้วยขอรับนายท่านทั้งหลาย” เหล่าสัตว์เทพเอ่ยแสดงความยินดีที่ทุกคนได้เลื่อนระดับพลังปราณธาตุกันแล้ว
ท่านพ่อนั้นมีพลังธาตุดินและธาตุลมพลังปราณศิลาขั้นสูงต้องบอกก่อนว่าพลังธาตุนั้นหนึ่งคนมีแค่หนึ่งธาตุถ้ามีสองธาตุขึ้นไปถือว่ามีน้อยมากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มียิ่งธาตุพิเศษจะมีแค่สิบในหนึ่งร้อยคนก็ว่าได้
ท่านแม่มีธาตุลมและธาตุน้ำพลังปราณศิลาขั้นต้น
พี่ใหญ่หลิวอู๋ซวนธาตุสายฟ้าและธาตุไฟพลังปราณนภาขั้นต้น
พี่รองหลิวอู๋เจ๋อมีธาตุน้ำและธาตุน้ำแข็งพลังปราณนภาขั้นต้น
ส่วนหลิวเฟยเซียนมีธาตุมิติ ธาตุแสง ธาตุไฟและธาตุลมพลังปราณจักรพรรดิขั้นกลาง
หลิวเฟยเซียนยิ้มอย่างยินดีกับทุกคนเอาละถือว่าเริ่มต้นได้ดี