ตอนที่ 2
ครืด ครืด
โซ่เส้นเล็กถูกลากไปกับพื้นไม้มันวาวจนเกิดเสียงก้องไปทั่วทั้งบ้านสลับกับเสียงกระพรวนข้อเท้าดังกุ๊งกิ๊ง เ้าของข้อเท้ารูปงามสีขาวนวลตาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะอาหารไม้ตัวเก่า รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันทีที่ได้กลิ่นอาหารหอมกรุ่นแถมหน้าตายังน่ารับประทานเป็ที่สุด ดวงตาใสแจ๋วคู่สวยมองสำรวจถ้วยข้าวต้มร้อนถ้วยใหญ่เบื้องหน้าอย่างหิวโหย ควันกรุ่นลอยขึ้นเป็สายส่งกลิ่นหอมยั่วยวนคละคลุ้งอยู่ในอากาศยามเช้า
แก้มนุ่มตุ่ยขึ้นมาทันทีเมื่อโอเมก้าหนุ่มฉีกยิ้มหวานพร้อมสูดลมหายใจเอากลิ่นอาหารเข้าไปเต็มปอด
ช่างเป็ภาพต้อนรับเช้าวันใหม่ที่สดใสและเบิกบานใจของหญิงชราไม่น้อย อีกทั้งมุมนี้ยังอยู่ใกล้หน้าต่างมองเห็นทุ่งดอกเดซี่บานสะพรั่งประพรมด้วยน้ำค้างวิบวับสุดลูกหูลูกตาอีกด้วย มุมโปรดที่ประจำของคุณหนูกรป้าน้อยรู้ดี มีแสงแดดอ่อนส่องลอดผ้าม่านเข้ามาให้ความอบอุ่นเล็กน้อย หนุ่มน้อยชอบที่จะนั่งชมความงดงามของธรรมชาติและติดอยู่ในจินตนาการของตัวเอง
“คุณหนูนั่งเลยค่ะ” คนบนพื้นเอ่ยเรียกเด็กเหม่อพลางดึงโซ่ยาวที่พื้นมากองให้ที่ข้างเท้าสวยอวบอิ่มป้องกันสะดุด
โซ่ทองเงางามฝังเพชรหลากสีไม่ต่างจากเครื่องประดับชิ้นงาม สั่งทำพิเศษทั้งแข็งแรงและมีน้ำหนักเบาไม่สร้างรอยแผลหรือรอยช้ำให้แก่ผู้สวมใส่ โซ่ที่ไม่สามารถถอดออกได้เพราะไม่มีแม่กุญแจ มันถูกเชื่อมปิดผนึกครั้งล่าสุดั้แ่กรอายุเพียงเจ็ดขวบโดยคำสั่งของผู้เป็พ่อ แม้ว่าร่างกายจะโตขึ้นแต่รูปแบบที่ดีไซน์มาอย่างพอดีทำให้ไม่สามารถถอดออกได้ง่าย ๆ
ป้าน้อยคิดว่ามันคงเป็ของขวัญชิ้นเดียวที่ท่านคงให้ลูกได้
โซ่ทองคำกองโตสมฐานะตระกูลใช้กักขังลูกชายโอเมก้าครึ่งอัลฟ่าของตัวเองไปตลอดชีวิต แต่มันน่าดีใจตรงไหนกัน
“แค่ก แค่กก!”
“ป้าบอกคุณหนูแล้วบอกคุณหนูอีกว่าตากน้ำค้างนานจะป่วยเอาได้ เห็นไหมคะแล้วก็ป่วยจริง ๆ เฮ้อ… เด็กดื้อ” คนนั่งพับเพียบบนพื้นบ่นอุบส่งแก้วน้ำใส่มือเล็ก สายตาคู่นั้นเจือไปด้วยความห่วงใย
“กรขอโทษนะจ๊ะแม่นม กรไม่ได้ตั้งใจจะเป็หวัดนี่นา แต่อย่างน้อยเราก็ได้ดูฝนดาวตกจริงไหมจ๊ะ” กรยิ้มหวานอ้อน
เสียงหวานไพเราะออเซาะอีกบอกตัวเองแค่ตัวร้อนเดี๋ยวก็หายแม่นมตีโพยตีพายเป็เื่ใหญ่ไปได้ ดูสิมันน่าตีนักเชียว นิ้วเรียวจับช้อนคนข้าวต้มร้อนตรงหน้าลดควันกรุ่นก่อนจะตักขึ้นมาเป่ารับประทานด้วยความหิวเต็มประดา เวลาดวงตาคู่สวยเห็นอาหารมักจะระยิบระยับเป็พิเศษจนคนมองอดเอ็นดูไม่ได้
“หืม... อร่อยจังเลยจ้ะ!”
“อร่อยก็ทานเยอะ ๆ นะคะ ในหม้อยังมีอีกเพียบเลย คุณหนูทานหมดหม้อป้าก็ไม่ว่าอะไรนะคะ”
“หึหึ ท้องกรคงแตกละมั้งจ๊ะทานหมดหม้อ” เ้าตัวขำคิกคัก
“ทานเท่าที่คุณหนูทานไหวก็พอค่ะ ประเดี๋ยวเราจะได้ทานยากันต่อ”
ทันทีที่พูดจบคนบนเก้าอี้พลันหุบยิ้มฉับในทันที
กินยาเหรอ!
เ้านายน้อยของหญิงชราชะงักไปทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ตามมาด้วยสายตาเบิกโตล่อกแล่กน่าขัน เธอจึงเอ่ยปรามเอาไว้ก่อนดักทาง
“เป็หวัดก็ต้องทานยาจริงไหมคะ เด็กดีต้องห้ามดื้อเชื่อฟังที่ป้าบอกทุกอย่าง”
กรเชื่อฟังแม่นมทุกเื่มาตลอดยกเว้นแค่เื่นี้เื่เดียวแหละ
ก็ไม่ชอบกินยานี่นาเพราะมันขม!
คนหน้าร้อนจมูกแดงเพราะเป็ไข้อ่อน ๆ ยังคงตักข้าวต้มหมูทานอย่างต่อเนื่องไร้การสนทนาต่อ ทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่คนรับใช้พูดเมื่อสักครู่ ข้าวต้มถ้วยใหญ่ตรงหน้าพร่องลงและอร่อยเพิ่มขึ้นเท่าตัวก็เพราะมีเ้าตัวสีส้มใส่ลงไปด้วยนี่เอง
กรเลิกคิ้วขึ้นเมื่อตักไปเจอสัตว์ทะเลของโปรดเข้าที่ก้นชาม ใบหน้าสดใสพลันเปลี่ยนเป็เรียบเฉยเหมือนกำลังขบคิดอะไรบางอย่างแต่ไม่ยอมพูดออกมา และคงจะไม่พูดต่อไปถ้าคนด้านข้างไม่เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“คุณหนูเจอสิ่งที่ป้าซ่อนไว้แล้วใช่ไหมคะ” คนถามมีสีหน้าลุ้น
“…….”
“คุณหนู...” ป้าน้อยส่งเสียงเรียกอีกสองสามครั้งกว่าคนตัวเล็กจะได้สติและพยักหน้าตอบรับ
“กำลังคิดอะไรอยู่คะ ไม่ได้ยินที่ป้าถามเหรอคะ”
“เอ่อ เปล่านี่จ๊ะ”
“คุณหนูอย่าโกหกป้าสิคะ” เธอเค้นเสียงขึ้นอีกระดับกดดันให้อีกฝ่ายยอมพูด ทำหน้าแบบนี้มันต้องมีอะไรอย่างแน่นอนเธอััได้
“เอ่อ...”
จะถามดีไหมนะ ถามก็ได้
“ทำไมวันนี้ข้าวต้มมีกุ้งด้วยล่ะจ๊ะ?” ปากเล็กเอ่ยถามอ้อมแอ้ม
หันไปเอาคำตอบ วันนี้ไม่ใช่วันเกิดของเขาคงจะมาจากบ้านใหญ่อย่างแน่นอน กรไม่อยากพูดถึงเื่บ้านใหญ่สักเท่าไหร่แต่มันอดแปลกใจไม่ได้จริง ๆ สัตว์น้ำแสนน่ากินตัวนี้เดินทางมาถึงที่นี่ได้อย่างไรกันนะ
กุ้งคือของโปรดปรานของหนุ่มน้อยั้แ่ได้ลิ้มลองครั้งแรก เขาชอบทานอาหารทะเลเป็ที่สุด โดยเฉพาะปูทะเลที่ป้าน้อยมักจะแอบซื้อมาทำให้ทานตอนวันเกิดเสมอั้แ่ครั้งยังเด็ก เพราะแบบนั้นสาวรับใช้อย่างเธอถึงยอมตัดใจออกไปตลาดด้วยตัวเองปีละครั้งเพื่อความสุขของหลานชาย
อาหารที่บ้านใหญ่เตรียมไว้ให้ส่วนมากล้วนแล้วแต่เป็เนื้อหมูเก่าใกล้เน่ากับสารพัดเศษผักเสียมากกว่า ไข่ไก่ถุงใหญ่ที่หอบหิ้วกลับมาครึ่งหนึ่งกลายเป็ไข่เน่ารับประทานไม่ได้แล้ว ถึงแบบนั้นทั้งสองคนก็อยู่แบบไม่มีทางเลือกและยอมรับสภาพ อย่างน้อยก็มีส่วนที่รับประทานได้บ้างพอให้ใช้เป็โปรตีนในมื้ออาหาร
เนื้อที่เขียวและเริ่มมีกลิ่นจะถูกหมักกับเกลือตากแห้งยืดอายุ ไข่ไก่ต้องต้มสุกและแช่ตู้เย็นไว้ ส่วนผักจะต้มรับประทานก่อนเพราะถ้าหมดก็สามารถเก็บยอดผักสวนครัวรอบบ้านที่หญิงชราปลูกไว้นำไปปรุงอาหารได้ อีกทั้งในป่ารอบ ๆ ยังมีเห็ดที่สามารถเก็บไปทำอาหารได้ในฤดูฝน
ความจริงข้อนี้ทำให้กรไม่ค่อยตื่นเต้นกับอาหารในทุกวันสักเท่าไร่ถ้าไม่ใช่วันเกิด เมนูของทั้งสองคนส่วนมากล้วนซ้ำซากและจำเจด้วยวัตถุดิบที่ไม่หลากหลาย พวกเขาชินและทานเพื่อให้อิ่มไปวันต่อวันเท่านั้น
ทว่าวันนี้ไม่ใช่วันเกิดของเขา…คงจะมีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นที่บ้านใหญ่ละมั้ง
เพราะถ้ามีงานเลี้ยงเกิดขึ้นอาจจะมีพวกเนื้อปลา ขนมหวานถุงเล็ก และผลไม้สุกงอมหลงเหลือมาถึงพวกเขาบ้าง
ของเหลือจากงานเลี้ยงต้องผ่านคนรับใช้ภายในบ้านก่อนแล้วถึงจะถูกส่งต่อมาถึงเรือนเล็กในป่า บางครั้งแทบไม่เหลืออะไรมาให้เลยทั้ง ๆ ที่อยู่ดีกินดีกันกว่าที่นี่หลายเท่าด้วยซ้ำ หญิงชรามักแอบบ่นคนเดียวเสมอเมื่อเปิดถุงดูอาหารที่พวกคนใจดำจัดเก็บไว้ให้เมื่อไปไม่ทัน่เก็บโต๊ะ
“ที่บ้านใหญ่จัดอาหารต้อนรับคู่หมั้นของคุณอัญชันค่ะ”
คุณหนูอัญ หรืออัญชัน เปมิกา ธิวาดำรงค์ ลูกสาวคนเดียวของคุณนายโฉมยง ธิวาดำรงค์ เธอเป็พี่สาวอัลฟ่าต่างแม่เพียงคนเดียวของกร แม่นมบอกเื่นี้ให้เขาทราบั้แ่เด็กแล้ว กรรู้จักทุกคนที่นั่นผ่านการบอกเล่าของเธอ
รู้จักแค่ชื่อแต่ไม่เคยเห็นตัวจริงหรอก…
“คู่หมั้น...เหมือนที่แม่นมเล่าให้กรฟังหรือเปล่าจ๊ะ” ที่หมายถึงคนสองคนต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตที่เรียกว่าคนรักกันนั่นหรือเปล่า แบบละครดังพนิดา
กรไม่เคยได้ดูทีวีเพราะในบ้านไม่มีของแบบนั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตามันเป็อย่างไร ที่รู้จักละครเื่นี้ได้ก็เป็เพราะแม่นมเล่าให้ฟังบ่อย ๆ แทนนิทานเด็กนั่นแหละ
“ใช่ค่ะ เดี๋ยวทั้งสองคนจะต้องแต่งงานกันแบบพนิดากับคุณพันตรีประจิตรค่ะ”
แบบนี้นี่เอง…พี่สาวของเขาคงมีความสุขมากเลยสินะที่ได้อยู่กับคนที่รักมากมาย มีทั้งพ่อแม่ คู่หมั้นที่รัก อีกเดี๋ยวก็คงจะแต่งงานกันแล้วก็มีลูกน้อย
“อ๋อจ้ะ...กรเข้าใจแล้ว น่าดีใจจัง” หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยใบหน้าเก็บซ่อนความรู้สึกก่อนจุดรอยยิ้มบางแสดงความยินดีออกไปแบบนั้น แต่ั์ตากลับฉายความรู้สึกยากจะอธิบาย ป้าน้อยไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในหัวเล็ก ๆ นั่นกำลังคิดอะไรอยู่
“วันนี้ห้องครัวเหลือกุ้งเยอะมากเลยค่ะ พวกคนครัวเลยแบ่ง ๆ มาให้ ที่ป้าไม่ได้บอกทีแรกเพราะอยากเซอร์ไพรส์คุณหนูน่ะค่ะ” เธอตอบฝืนยิ้มปั้นน้ำเป็ตัว ทำไมคุณหนูของเธอดูไม่ค่อยดีใจเลยที่ได้ทานกุ้ง ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาที่พอเห็นของโปรดจะตาลุกวาวมีความสุข
อาการพิษไข้หรือเป็เพราะว่าพูดถึงคนบ้านใหญ่กันนะ
ได้กินกุ้งของโปรดแท้ ๆ
“น่ากินจัง...”
กรนั่งจ้องกุ้งในช้อนเซรามิกทรงอ้วนไม่วางตา
พวกเ้าคือของเหลือนี่เอง แต่ไม่เป็ไรหรอกพวกเ้าอร่อย
คนบนพื้นรู้สึกไม่ดีกับใบหน้าเรียบเฉยดวงนั้นสักเท่าไหร่แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ หนุ่มน้อยคงกำลังคิดถึงเื่ที่บ้านใหญ่อยู่ คิดถึงพ่อของเขา แต่แปลกมาก ทุกครั้งที่พูดถึงคนพวกนั้นเด็กคนนี้ไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลย แทบจะไม่สนใจว่าใครจะทำอะไรเพราะรู้ไปก็ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวเอง กรแค่สนใจของกินและหลงลืมวันสำคัญพวกนั้นไป
คิดแล้วอยากตบปากตัวเองจริงที่โกหกออกไปคำโต
หลานชายของเธอโตขึ้นแล้วจริง ๆ สินะ
กุ้งพวกนั้นเธอแอบหยิบมาอาศัย่คนรับใช้ในครัวกำลังชุลมุนกับการจัดจานอาหาร เพราะคุณหนูของเธอชอบกินมันถึงต้องทำแบบนี้ เธอแค่อยากเห็นหลานได้เจริญอาหารสักมื้อ เธอสงสารเ้านายน้อยที่ได้กินแต่ผักกับไข่จน่หลังมานี้เนื้อหมูก็แทบมาไม่ถึงด้วยซ้ำ
บางมื้อแย่สุดก็ได้แค่ต้มจืดใบตำลึงล้วน จะดีหน่อยถ้าเห็ดในป่าออกแล้วนำมาทำซุบร้อนใส่ไข่
หวังว่าคงจะไม่มีใครเห็นเพราะถ้าถูกจับได้เธอก็เดาอนาคตตัวเองไม่ออกเหมือนกัน
การแอบออกไปซื้อตามใจชอบไม่ได้ทำได้บ่อย ๆ ตัดใจไปก็ตอนวันเกิดคุณหนูเท่านั้นแล้วยังต้องแอบออกไปอีกด้วย รีบไปก็ต้องรีบกลับเพราะเ้านายต้องอยู่บ้านคนเดียวระหว่างเธอไม่อยู่ บ้านกลางป่ากลางเขากับเด็กใสซื่อบริสุทธิ์ที่ถูกล่ามโซ่ไว้ในบ้าน ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาตอนเธอไม่อยู่คุณหนูจะช่วยตัวเองได้อย่างไร ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ร้ายล้วนแล้วแต่น่ากลัวทั้งสิ้น
อันตรายมากจริง ๆ แม้จะอยู่ภายใต้รั้วของธิวาดำรงค์
“…กรอิ่มแล้วจ้ะ” มือขาวยกผ้าซับปากตัวเองตามที่คนข้างกายเคยสอนแต่เด็กพลางนั่งหลังตรงดิกมองแม่นมลุกชะโงกดูชามข้าวจนพอใจ
“หมดไหมเอ่ย…”
“แม่นมคงดีใจถ้ากรกินหมดแล้วจะเหลือไว้ได้ยังไงล่ะจ๊ะ”
ทำไมจะกินไม่หมดแม่นมทำอาหารอร่อยจะตาย คนตัวเล็กอ้าปากโชว์
“ค่ะ ป้าดีใจมากเลยค่ะ” แต่จะดีใจกว่านี้ถ้าคุณหนูยิ้มกว้างกว่านี้อีกนิด ไม่ใช่ยิ้มแบบพยายามยิ้มแบบนั้น
“ทีนี้มาทานยากันนะคะ” เธอว่าพร้อมยกถาดยาที่เตรียมไว้มาวางตรงหน้าหนุ่มน้อย ทำเอาคนที่เพิ่งกินอิ่มตาเบิกโตใขึ้นมาทันที
ยาขม!
“กรไม่ทานยาได้ไหมจ๊ะแม่นม นอนสักพักเดี๋ยวก็หายแล้ว น้า… นะจ๊ะ” เสียงติดแหบออดอ้อนขอร้องกับแขนคนแก่ แก้มนิ่มถูไถไปมาพร้อมกอดเกี่ยวแขนของเธอ พอได้รับคำตอบว่าไม่ได้เด็กดื้อก็เริ่มแปลงร่างเป็แมวไหลไปกับเก้าอี้ในบัดดล พรูลมหายใจฮึดฮัดออกมาเสียงดังราวกับถูกขัดใจ
งอแงอีกแล้ว ป่วยแล้วชอบงอแงตลอดหลานใครเนี่ย คุณหนูเป็เด็กที่ทานยายากั้แ่เด็กแล้ว
“ฮื้อ แม่นมจ๋าา”
“ไม่ได้ค่ะ!”
เ้าของดวงตาสองสีงัดไม้แข็งหันมาเท้าคางวิงวอน ปากยื่นมุบมิบทำหน้าทำตาเหมือนลูกแมวเหมียวตัวน้อย เขาแข็งแรงกว่าตอนเด็ก ๆ ตั้งเยอะนะแม่นมไม่เห็นเลยเหรอเนี่ย ไม่ต้องกินยากันแล้วรุ่นนี้
กรบ่นอุบอิบในใจ
เธอยกยิ้มเอ็นดูเด็กดื้อราวกับหญิงชราได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังคิดอยู่ ถึงแม้จะแสร้งให้ตัวเองดูแข็งแรงยังไงแต่ในสายตาของเธอใบหน้าหลานชายตอนนี้นั้นซีดเซียวจนไร้สี กังวลว่าจะป่วยหนักขึ้นมาน่ะสิ
ป้าน้อยชิงปฏิเสธเสียงแข็ง
“ยังไงก็ไม่ได้ค่ะ”
ความหวังพังทลายหมดแล้ว…
“แม่นมจ๊ะ...งืม กรขอครั้งนี้ครั้งเดียวเองนะจ๊ะ ครั้งหน้ากรจะยอมกินไม่อิดออดเลย กรสัญญาจ้ะ!” กรซบหน้าอ้อนถูไถไปมาส่งสายตาปิ๊งปิ๊ง กอดแขนของแม่นมเอาไว้แน่น
เขาอุตส่าห์งัดไม้เด็ดมาใช้ทำไมแม่นมยังไม่ใจอ่อนอีกล่ะเนี่ย
“ไม่ต้องมาอ้อนป้าเลยนะคะ ยังไงก็ต้องทานค่ะ” เธอทำหน้าดุเ้านายคนงาม ไม่ต้องมาทำตาหวานลากเสียงอ่อนเลยนะ เื่สุขภาพยังไงก็ละเลยไม่ได้เด็ดขาด
“น้า… นะ นะ นะจ๊ะ!”
“ได้ค่ะ แต่คุณหนูชอบทานน้ำบอระเพ็ดไหมคะ”
อะไรนะ น้ำบอระเพ็ด!
“เดี๋ยวป้าไปเด็ดจากต้นคั้นให้ทานสด ๆ แบบตอนเด็กดีไหมคะ” ช่างเป็การข่มขู่ที่ดูนุ่มนวลแต่โหดร้ายสำหรับคนฟัง รสชาติที่หนุ่มน้อยจำขึ้นใจไม่เคยลืมเลือน จากยาแก้ไข้สูตรโบราณกลายเป็สมุนไพรปราบเด็กดื้อได้ชะงัดนักไปแล้ว
หมับ!
สองมือน้อยรีบหยิบถ้วยยากระดกเข้าปากตามด้วยน้ำเปล่าอย่างไม่รีรอ
“ทานช้า ๆ ค่ะ โถ่… เดี๋ยวจะสำลักเอานะคะ” ป้าน้อยป้องปากกลั้นขำทั้งสงสารปนเอ็นดูเด็กดื้อ
ณ คฤหาสน์ตระกูลธิวาดำรงค์
“อาหารถูกปากไหมจ๊ะอคิณ” หญิงสาวที่มีศักดิ์ใหญ่ที่สุดในบ้านเอ่ยถามแขกคนสำคัญหลังร่วมรับประทานอาหารเสร็จ เพิ่งนั่งคุยกันได้ไม่เท่าไหร่อีกฝ่ายก็ชิงขอตัวกลับเสียแล้ว ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
“ถูกปากมากครับ ไว้โอกาสหน้าผมจะแวะมาฝากท้องใหม่นะครับ ตอนนี้ไม่ขอรบกวนคุณน้าแล้วดีกว่า…” เสียงทุ้มสุภาพเอ่ยหันมากล่าวลาเตรียมตัวจะกลับ
ทั้งกิริยาการวางตัวและการแต่งตัวดูดีสมฐานะตระกูลผู้ดีเก่าแก่อย่างที่ทุกสำนักข่าวร่ำลือกัน โฉมยงแสร้งยกยิ้มตอบรับทั้งที่ในใจอยากจะรั้งอีกฝ่ายไว้ให้อยู่ต่ออีกหน่อย โอกาสเข้ามาหาถึงที่ทั้งทีควรรีบคว้าไว้ แต่พอเป็การเจอหน้าโดยไม่มีพ่อกับแม่อีกฝ่ายมาด้วยแล้วการจะทำอะไรมันจึงดูยากไปเสียหมด
หน้าตาผิวพรรณผุดผ่องมีราศี ฐานะทางบ้านร่ำรวยมั่งคั่งพร้อมด้วยชาติตระกูลสูงส่งไม่น้อยหน้าใคร รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายอัลฟ่าบริสุทธิ์แข็งแกร่งเหมาะสมแล้วกับลูกสาวทายาทตระกูลธิวาดำรงค์ที่เลอค่าของเธอ ไม่เสียแรงเลยจริง ๆ ที่ตอบรับการหมั้นหมายกันไว้ั้แ่ยังเด็ก
หญิงสวยชายงามเหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก
“มาเลยค่ะ! ถ้าชอบกับข้าวที่บ้านอัญพรุ่งนี้พี่อคิณมาทานข้าวกับพวกเราอีกสิคะ มาได้ทุกวันเลยนะอัญอยาก…”
“ยัยอัญ!” ผู้เป็แม่หันไปกดเสียงปรามความปากไวของลูกสาวที่เดินตามกันมาติด ๆ แต่ดันไปกอดแขนทำหน้าออดอ้อนผู้ชายหน้าตาเฉยจนชายหนุ่มทำหน้าลำบากใจแล้วยังไม่รู้ตัวอีก
ไม่รู้ไปได้นิสัยแบบนี้จากใครมาทั้งที่เธอก็ไม่ได้สอนสักหน่อย
ทำผิดแผนเข้าจนได้ยัยลูกคนนี้…
ใครสั่งใครสอนให้ทำแบบนั้นกัน ช่วยทำตัวให้ดูมีค่ามีราคาสมกับที่ได้เกิดมาในตระกูลผู้ลากมากดีหน่อยไม่ได้หรือไง เป็ผู้หญิงยิงเรือไปชวนผู้ชายตรง ๆ แบบนั้นได้ยังไง คนที่ต้องเอ่ยปากชวนควรเป็เธอบุคคลที่อคิณควรเกรงใจเสียมากกว่า เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มาหรอกคนประเภทนี้
ผู้หญิงผ่านโลกมามากอย่างเธอมองปราดเดียวก็รู้ว่า อคิณ สุริยะพานิชพงษ์ นิสัยใจคอเป็อย่างไร เธอดูออกั้แ่ฝ่ายนั้นนัดทานข้าวกันครั้งแรกแล้ว ฝ่ายชายไม่เต็มใจหมั้นไม่แม้จะชายตามองลูกสาวคนสวยของเธอเลยสักนิดเดียว ลงทุนจ้างนักสืบให้ตามดูกิจวัตรในแต่ละวันคิดว่ามีใครในใจอยู่แล้วแต่กลับผิดคาด ฝ่ายนั้นไม่ได้มีใครอย่างที่คิดไว้แต่กลับบ้างานหามรุ่งหามค่ำไม่เว้นแต่ละวัน
ช่างเป็อัลฟ่าโง่เง่าที่สุดั้แ่เธอเคยพบเจอมาตลอดชีวิต ทั้งที่ลูกสาวของเธอเพียบพร้อมเสียขนาดนี้ยังไม่เคยชายตามองกันแม้แต่ครั้งเดียว ที่ต้องทนทำดีด้วยก็เพราะการควบคุมของคุณหญิงอรอนงค์กับคุณชัยวัตรล้วน ๆ มันน่าโมโหแต่ก็ดันทำอะไรไม่ได้
อัญชันไม่ดีตรงไหนกัน ดูถูกกันมากเหลือเกิน เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็สุริยะพานิชพงษ์หรอกนะถึงยอมให้
ถึงอย่างไรอีกไม่นานก็ต้องตบแต่งกันไปอยู่ดี ในแวดวงสังคมชั้นสูงไม่มีใครไม่รู้ว่าทั้งสองตระกูลนี้กำลังจะหลอมเป็ทองแผ่นเดียวกันในอีกไม่ช้า ชายหนุ่มจะทนได้สักกี่น้ำกัน ลูกสาวของเธอทั้งสวยทั้งออดอ้อนออเซาะเก่งแถมหุ่นดีอวบอึ๋มขนาดนี้ ไม่พ้นแต่งไปไม่ถึงปีคงมีเื่ดีได้อุ้มหลานแล้วละมั้ง
โฉมยงแค่นหัวเราะในใจ
“พี่เขาต้องมาอยู่แล้วล่ะลูกไม่ต้องไปอ้อนพี่เขาหรอก โตแล้วนะเรา…แม่กับคุณหญิงอรนัดกันไว้เรียบร้อยแล้วล่ะว่าวันพุธหน้าเราจะไปทำบุญด้วยกันจ้ะ จะได้พาเราสองคนไปให้พระท่านดูฤกษ์แต่งงานด้วย…” น้ำเสียงนั้นดูแปร่ง ๆ ชอบกลดูเหมือนว่าคนในชุดสูทเนื้อดีจะััได้ถึงการเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์การคลุมถุงชนครั้งนี้อย่างจงใจ
“เื่จริงเหรอคะคุณแม่!?” อัญชันทำหน้าเหวอ
“ใช่จ้ะ ดีใจมากเลยสินะว่าที่เ้าสาวแสนสวยของแม่…”
ดีใจบ้าบออะไรกัน…
คิ้วเข้มกระตุกหงึก พยายามควบคุมอารมณ์ให้นิ่งไว้เป็ดี
อคิณฝืนปั้นยิ้มส่งไปให้คุณหญิงโฉมยง รู้สึกอยากจะแกะหนวดปลาหมึกที่แขนออกแล้วเหวี่ยงไปไกล ๆ ให้พ้นทาง ไหนจะเื่นัดกันเองอะไรนั่นอีก เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาจนอยากขับรถกลับบ้านหนีสองแม่ลูกให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ต้องทนฟังเื่ไร้สาระบ้าบอนี่อีก
ไม่เห็นพ่อกับแม่บอกเื่นี้กับเขาเลยดีจริง ๆ ทำไมคนที่อยากให้แต่งนักหนาไม่ไปแต่งกันเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด เขายังมีความสุขกับชีวิตการเป็หมออยู่ดี ๆ ทำไมถึงต้องมารีบเร่งให้เขาสร้างครอบครัวตอนนี้ด้วย ถามกันสักคำไหมว่าลูกชายรู้สึกอย่างไรมีความเห็นอย่างไร อยากแต่งหรือเปล่า ้ามีครอบครัวแล้วหรือยัง
เขายังไม่้าชีวิตครอบครัวสุขสันต์ในตอนนี้
ชีวิตตัวเองไม่ต่างจากชีวิตของคนอื่น สิ่งที่อัลฟ่าหลายบ้านประสบพบเจอคือการควบคุมชีวิตและถูกบงการจากครอบครัวั้แ่เกิด ถูกชักนำให้ทำตามไม่ต่างจากหุ่นเชิด เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกลงโปรแกรมไว้ให้ทำในสิ่งที่้า การตอบแทนบุญคุณมันมีหลายวิธีที่เขาพร้อมจะตอบแทนให้ เขาละอยากให้การคลุมถุงชนแบบพวกโบราณคร่ำครึหมดไปในสังคมชนชั้นนี้เสียที ทุกอย่างมีแต่เื่หน้าตาทางสังคม ผลประโยชน์ แล้วก็ธุรกิจทั้งนั้น
ถ้าเกิดมาเป็อัลฟ่าสูงส่งแล้วเลือกทางเดินชีวิตให้ตัวเองไม่ได้ย่อมเกิดมาเป็เบต้าธรรมดาน่าจะดีกว่า แต่โลกนี้ใครล้วนเลือกเกิดได้
เฮ้อ…
“ผมไม่รบกวนแล้วครับส่งผมแค่นี้ก็พอ เอาไว้โอกาสหน้าผมจะแวะมาใหม่นะครับ สวัสดีครับคุณน้า” อคิณพูดแบบรวบรัดหาทางไปให้ไวที่สุด ตาคมตวัดมองแขนที่ถูกโอบรัดแฝงความไม่พอใจบอกเป็กลาย ๆ ว่าให้ปล่อยได้แล้ว แม้ว่าริมฝีปากจะคลี่ยิ้มบางแต่ั์ตากลับแข็งกระด้างเขาเริ่มจะเก็บซ่อนอารมณ์หงุดหงิดเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
“เอ่อ…” สายตาแบบนั้นคืออะไรกัน
อัญชันแกะมือตัวเองออกทันทีที่ดวงตาคมจ้องลงมามอง เธอเดินตัวลีบกลับไปยืนข้างมารดาดังเดิมด้วยใจที่แสร้งห่อเหี่ยว ก่อนหน้านี้ยังยิ้มเป็มิตรอยู่เลยอะไรกันเนี่ยคุณว่าที่สามีสุดหล่อ แววตาเกรี้ยวกราดเสียจริง หญิงสาวแอบลอบหัวเราะในใจ
เธอได้แต่คิดและกัดริมฝีปากด้านในของตัวเอง
“แล้วนี่อคิณจะแวะไปที่ไหนต่อเหรอจ๊ะ! ถ้าไม่มีธุระที่ไหนพาน้องอัญของน้าไปเดินห้างไหม ไปเดินดูของชำร่วยกันไว้ก็ดีนะ วันนี้น้องว่าง…” เสียงทักจากทางด้านหลังฉุดรั้งคนที่กำลังก้าวขาขึ้นรถยนต์ชวนให้หงุดหงิดอีกรอบ หญิงสาวดวงตาสีฟ้าคิ้วขมวดเล็กน้อยก่อนจะกลายเป็ประกายแวววาว เกาะแขนคุณแม่แน่นเหมือนจะดีใจและยิ้มออกมา
รอก็แค่เ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มตอบตกลง
ถ้าได้ควงแขนอัลฟ่าตรงหน้าไปห้างคงมีคนเห็นแล้วแอบถ่ายรูปไปลงเน็ตจะต้องกลายเป็กระแสอย่างแน่นอน อัญชันยิ้มเพ้อมโนฝันเป็ฉาก ใครต่อใครก็รู้ว่าคุณหมออคิณมีความนิยมมากขนาดไหน ด้วยใบหน้าที่หล่อราวกับเทพบุตร สันจมูกโด่งกระชากใจ สันกรามคมน่าลูบไล้ ริมฝีปากอวบอิ่มสีธรรมชาติดูเข้ากันไปเสียหมด
คิ้วดกดำพาดโค้ง ดวงตาคมสะกดน่าหลงใหล หุ่นดีซิกซ์แพ็กเป็ลอนน่าลูบน่าัั ดูดีแม้กระทั่งเส้นเืบนแขนขาวให้บรรยายคงไม่หมดจริง ๆ ในความเพอร์เฟคของชายผู้นี้ ตระกูลที่มีอำนาจอันดับต้น ๆ ของประเทศ อัลฟ่าตระกูลดังที่ใครก็ต่างหมายปองจับจองเป็เ้าของหวังได้ดองเป็ทองแผ่นเดียวกันสบายทั้งชาติ
งานนี้ต้องได้ไปห้างแล้วไหม…
แต่แล้วความหวังของทั้งสองก็พังทลายลงในพริบตา
“ผมไม่ว่างครับ เผอิญว่ามีนัดกับคนไข้่บ่าย วันนี้ผมแค่แวะนำของเยี่ยมที่คุณพ่อฝากมาให้คุณอาไกรน่ะครับ แล้วว่าจะกลับเลย…” แต่ถูกกดดันจากที่บ้านและผู้หญิงตรงหน้าเลยต้องอยู่ทานอาหารกลางวันก่อนกลับ แค่นี้ยังไม่พอใจกันอีกหรือไง
“ไว้โอกาสหน้านะครับ”
“อ้อจ้ะ แล้ว…” โดนตัดบทแล้วโฉมยงยังมีความพยายามไม่วายหยุด ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรอีกอัลฟ่าหนุ่มก็ไม่รอฟังแล้ว
“ผมขอตัวกลับเลยนะครับกลัวจะไปถึงสาย” ยกมือไหว้ค้อมหัวแล้วขึ้นรถไปทันที ทิ้งให้สองอัลฟ่าสาวได้แต่ยืนมองชายหนุ่มจากไปด้วยความเสียดาย
“อ้าว… พี่อคิณ” ไปแล้ว ไปจริงๆ
“คนอวดดี”
“แม่คะดูพี่อคิณสิคะ ทำไมแม่ปล่อยพี่เขาไป ทำไมคะคุณแม่!” อัญชันรบเร้าเขย่าแขนมารดายิก ๆ จนผู้เป็แม่หงุดหงิด
“ของแบบนี้แกจะรีบไม่ได้ยัยอัญ! ดูหน้าพี่เขาสิเขารำคาญแกกับฉันมากนะรู้ไหม!” คนถูกตวาดตาโต ทั้งใทั้งตะลึง
แล้วคุณแม่จะตะคอกใส่อัญทำไมเนี่ย!