ตอนที่37 :เหยาซือหยานตกตะลึง
เืเมื่อหยดลงบนกระดาษสีขาว จึงฝากไว้ซึ่งรอยประทับสีม่วง
จากนั้นกระดาษขาวจึงเริ่มสั่น แสงสว่างจึงปรากฏออกมา
พริบตาถัดมา มันจึงเปลี่ยนเป็ลำแสงเข้าปกคลุมทั้งร่างเหยาซือหยาน
เหยาซือหยานถึงกับต้องก้าวเท้าถอย
กระนั้นนางก็ได้ทราบ ว่าไม่มีความผิดปกติใดเกิดขึ้นกับร่างกาย
ที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกของร้านแห่งนี้
มันคือความรู้สึกอันประหลาด ด้วยอยู่ที่นี่ เหยาซือหยานรับรู้ได้ถึงความสงบที่เกิดในจิตใจ
มันราวกับนางเป็เด็กที่ได้ผู้าุโคอยปกป้อง
“สัญญาได้ลงนามสำเร็จเรียบร้อย!ขอแสดงความยินดีต่อเ้าของร้านที่ได้รับเสมียนคนแรก รางวัลถูกจัดส่งแล้ว ขอให้ตรวจสอบด้วย!”
“ตรวจพบว่าบุคคลนี้มีตำแหน่งไม่ตรงกับที่แนะนำ”
“ชื่อเหยาซือหยาน สถานะเสมียนร้านต้นตำรับ คำเรียกหาที่แนะนำคือเถ้าแก่เนี้ย”
“ท่าน้าเปลี่ยนแปลงใดหรือไม่?”
ข้อความเป็ชุดดังจากระบบที่ภายในใจของลั่วฉวน
ระบบนี้คล้ายยินดีออกนอกหน้าเกินไปหรือไม่?
“ไม่เปลี่ยน” ลั่วฉวนตอบกลับภายในใจ
“ตำแหน่งที่แนะนำไม่เหมาะสมกับตำแหน่งปัจจุบัน ขอให้เ้าของร้านยืนยันอีกครั้งหนึ่ง”
“ยืนยัน”
ลั่วฉวนได้แต่กลอกตาอยู่ภายใน
“ยืนยันสำเร็จ ขอย้ำให้ทราบ ตำแหน่งของเหยาซือหยานสามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ”
ลั่วฉวนถึงกับพูดกล่าวไม่ออก
พบเห็นสีหน้าลั่วฉวนแปรเปลี่ยนไปมา เหยาซือหยานจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เถ้าแก่เป็อะไรไปแล้ว?”
ลั่วฉวนจึงส่ายศีรษะตอบ “ไม่มีอะไร ยินดีด้วยที่เป็เสมียนประจำของร้านต้นตำรับแห่งนี้แล้ว”
เหยาซือหยานจึงพยักหน้าเผยยิ้ม
นางไม่ทราบว่านานเพียงใดกันแล้ว ที่ตัวนางไม่ได้มีความยินดีบังเกิดขึ้นภายในใจเช่นนี้
บางที การเป็ส่วนหนึ่งของร้านแห่งนี้อาจดีกว่าที่คาดคิด
เหยาซือหยานอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้อยู่ภายใน
“จริงด้วย” ลั่วฉวนคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ “ไม่ใช่มีาแที่มือหรอกหรือ? เปิดโคล่าสักขวดดื่มเอาก็แล้วกัน”
โคล่า?
เหยาซือหยานสับสนเล็กน้อย เพราะนางไม่ทราบว่าโคล่าคืออะไร
“เกือบลืมบอกเื่นี้ไป” ลั่วฉวนชี้นิ้วไปยังชั้นแก้วภายในร้าน “ตอนนี้ทั้งร้านมีสินค้าอยู่สามอย่าง โคล่า แท่งเครื่องเทศ และไวน์หยก”
“ไวน์หยกน่าจะเคยได้เห็นกันไปแล้ว เมื่อคืนที่ดื่มไปนั่นแหละ”
เมื่อคืน... ดื่มไวน์หยก?
เหยาซือหยานพลันนึกขึ้นได้ ว่าเมื่อคืนที่สะดุ้งตื่น นางได้เห็นลั่วฉวนกำลังนำขวดหยกมาให้ดื่ม
และ เมื่อวานเขานำสินค้ามูลค่าหนึ่งแสนผลึกิญญามาให้ดื่ม?
เหยาซือหยานคือสัตว์อสูร แม้อยู่ขอบเขตราชันก็ยังอดไม่ได้ที่จะเกิดความหนักใจ
“ไม่ต้องกังวลไป เพราะเป็เสมียนประจำร้านแล้ว ดังนั้นผลประโยชน์ที่ได้รับคือไม่ต้องจ่าย” ลั่วฉวนกล่าวออก
สัญญาที่ลงนามไปก่อนหน้านี้ กล่าวว่าเมื่อลูกจ้างตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เช่นนั้นจะสามารถใช้งานสินค้าในร้านได้โดยไม่มีเงื่อนไข
เสมียนประจำร้านสามารถใช้งานสินค้าในร้านได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ส่วนว่าสินค้าในร้านจำกัดขอบเขตถึงเพียงใด ลั่วฉวนก็ไม่ทราบแล้ว อย่างไรทั้งร้านตอนนี้ก็มีสินค้าเพียงแค่สามอย่าง
ผลประโยชน์เช่นนี้ค่อนข้างคล้ายเ้าของร้านอย่างลั่วฉวน ทว่าก็มีส่วนที่แตกต่างอยู่บ้าง
ลั่วฉวนกล่าวต่อ “แท่งเครื่องเทศและโคล่าก็คือที่พวกเว่ยฉิงจู่ซื้อหาไปเมื่อครู่นี้ สินค้าสองประเภทนี้ไม่มีวันหมด ส่วนสรรพคุณก็ตามที่เขียนไว้ด้านล่างชั้นสินค้า หากสงสัยก็ไปอ่านได้”
“สำหรับค่าจ้างนั้น...” ลั่วฉวนคิดไปครู่ก่อนจะกล่าว “สำหรับตอนนี้ เอาเป็รับโคล่ากับแท่งเครื่องเทศหนึ่งชุดต่อวันก็แล้วกัน แน่นอนว่าค่าพักอาศัยอะไรก็ไม่มีค่าใช้จ่าย”
เหยาซือหยานพยักหน้ารับ
เช่นนี้ สัตว์อสูรชนชั้นราชวงศ์จึงได้กลายเป็เสมียนน้อยประจำร้านของลั่วฉวน
ถัดจากนั้น เหยาซือหยานจึงเดินไปยังชั้นวาง และเริ่มศึกษาทราบข้อมูลของสินค้าที่วางจำหน่าย
เพียงครู่หนึ่ง ร่างของนางถึงกับต้องแข็งค้างยามเมื่ออ่านคำบรรยายสรรพคุณ
ราคานั้นเพียงสิบผลึกิญญา แต่กลับสามารถฟื้นฟูอาการาเ็ไม่ถึงตายได้เพียงแค่ดื่มเข้าไป
ส่วนทางด้านราคาหนึ่งร้อยผลึกิญญา แท่งเครื่องเทศสามารถเพิ่มพูนกำลังได้ระดับหนึ่งในระยะเวลาอันสั้น
และที่ชวนตื่นตะลึงที่สุดคือไวน์หยกที่นางได้ััมาแล้ว ส่วนราคานั้นไม่กล่าวถึงจะดีกว่า...
เหยาซือหยานเชื่อ ว่านางคือผู้คงอยู่ในทวีปเทียนหลันมาอย่างยาวนาน หลายเื่ราวนางรอบรู้เป็อย่างดี
แต่แล้วขณะนี้ นางรู้สึกเสมือนกบที่ไม่เคยออกนอกกะลาไปรับรู้ถึงโลกภายนอก...
ตอนที่38 :เจียงเฉิงจวิน
สินค้าแม้ราคาแพง ทว่าก็ต้องดูสรรพคุณของมันด้วย
ในมุมมองของเหยาซือหยาน มันแทบไม่นับเป็อะไร!
กระนั้นเมื่อนางคิดถึงตัวตนของลั่วฉวน ที่เป็ถึงยอดฝีมือไร้ผู้ต้านขนาดนางไม่อาจหยั่งถึงได้ ดังนั้นจึงโล่งใจ
เถ้าแก่ แม้น่าสนใจไปบ้างแต่ก็เป็เื่ธรรมดา
ขณะนี้เหยาซือหยานเมินเฉยต่อความจริงที่ว่านางเองก็เป็ยอดฝีมือ
ภายในร้านแห่งนี้ ด้วยเหยาซือหยานเป็เสมียน ลั่วฉวนจึงไปนอนเอกเขนกรับแสงตะวันที่ใกล้ประตูทางเข้า
ชีวิตช่างเรียบง่ายสุขสบายได้เพียงนี้
“พี่หญิง บอกต่อท่าน เมื่อวานเถ้าแก่กล่าวว่าวันนี้จะมีสินค้าใหม่เข้าร้าน!”
ระหว่างทาง ปู้ฉืออีและปู้หลี่เกอกำลังเดินพลางพูดคุยด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดี
ปู้ฉืออีนั้นไม่พูดกล่าว เพียงแต่ปล่อยให้น้องชายได้พูด
กล่าวได้ว่าน้องชายของนางหลงใหลในร้านค้าแห่งนั้นหมดหัวใจแล้วกระมัง?
แต่ก็ต้องกล่าว ว่าของที่ร้านแห่งนั้นรสชาติยอดเยี่ยม สรรพคุณก็ยอดเยี่ยม
เมื่อนึกย้อนกลับไป ปู้ฉืออียังรู้สึกได้ถึงความน่าตื่นตะลึงที่มีไม่ขาด
แน่นอนว่าสำหรับสตรีเช่นนาง ไม่ใช่บ่อยครั้งจะออกมาเดินเที่ยวเตร่อย่างปู้หลี่เกอ ดังนั้นหลายวันมาแล้วที่นางไม่ได้มาเยือนร้าน
“หลี่เกอ คิดว่าสินค้าใหม่ของเถ้าแก่จะเป็อะไร?” ปู้ฉืออีกล่าวถาม
“ข้าหรือจะทราบได้?” ปู้หลี่เกอโบกมือตอบรับ “กับผู้แข็งแกร่งเช่นเถ้าแก่ จะมีของประหลาดอะไรออกมาก็ไม่น่าแปลกใจแล้ว!”
ปู้ฉืออีพยักหน้าเห็นพ้อง
มันราวกับ... นางยอมรับแต่ความจริงที่เกินจะเชื่อได้...
ด้วยรูปลักษณ์ของคนทั้งสอง ไม่ว่าจะทั้งปู้ฉืออีหรือปู้หลี่เกอ เดินบนถนนนั้นมีแต่จะดึงดูดผู้คนให้รับชม
อย่างไรโฉมงามก็เป็ตัวตนดึงดูดสายตาผู้คนอยู่แล้ว
“ฉืออี ไฉนวันนี้ออกจากบ้านได้?”
ขณะนี้เองที่เสียงหนึ่งพลันถามพร้อมหัวเราะคิกคัก
ที่ต้นเสียง เป็บุรุษในชุดขาวถือพัดก้าวเดินมาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม
เจียงเฉิงจวิน เป็บุตรของขุนนางซ้าย
แม้สถานะยอดเยี่ยม ทว่าเจียงเฉิงจวินไม่ใช่เหมือนผู้อื่นที่ใกล้เคียง
ไม่เพียงแต่หล่อเหลา ทว่าระดับการฝึกฝนยังดีเยี่ยม
ดังนั้นสตรีทั้งหลายจึงพร้อมจะตั้งครรภ์คลอดบุตรธิดาให้แก่เจียงเฉิงจวินอย่างยอมศิโรราบ
แน่นอนว่า ปู้ฉืออีไม่มีทางเป็หนึ่งในนั้น
เกือบทุกผู้คนในนครจิ่วเหยาทราบว่าเจียงเฉิงจวินเกี้ยวพาต่อปู้ฉืออีมายาวนานแล้ว
กระนั้นนางไม่คล้ายเล่นด้วย ราวกับน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำโคลน
ไม่ว่าจะด้วยทั้งกำลังหรือตัวตนของปู้ฉืออี เจียงเฉิงจวินไม่อาจบีบบังคับนางได้
ด้วยสายตามองที่เจียงเฉิงจวิน ปู้ฉืออีจึงทำเมินเฉย
กับบุรุษที่ไล่ตามตนเองไม่เลิกรา ปู้ฉืออีถือว่ามีน้ำอดน้ำทนมากแล้ว
“เจียงเฉิงจวิน ยอมรับเสียเถอะ เ้าหรือคู่ควรกับพี่หญิงของข้า? จงกลับไปบ้านและส่องกระจกดูตนเองเสียบ้าง!”
ปู้หลี่เกอตบที่ไหล่เจียงเฉิงจวินพร้อมเผยท่าทีหยอกล้อ
กาลก่อนหน้า เพราะอาการาเ็ซ่อนเร้น การฝึกฝนของปู้หลี่เกอจึงไม่ก้าวหน้า
ทว่าตอนนี้ตัวเขาได้ก้าวตรงสู่ขอบเขตโชคชะตา เจียงเฉิงจวินส่งสายตาไม่พอใจที่ถูกตบไหล่
ขณะคนทั้งสองก้าวเดินไป เจียงเฉิงจวินจึงค่อยได้สติ
ตัวเขาไม่คิดเชื่อ ว่าปู้หลี่เกอจะกล้ากล่าวคำเช่นนั้นกับตนเองต่อหน้าสาธารณชน
“หรืออาการาเ็ของมันหายดีแล้ว?”
เจียงเฉิงจวินเผยคิ้วขมวดพร้อมครุ่นคิด
ผ่านไปครู่ เจียงเฉิงจวินจึงทราบว่าเื่ราวไม่น่าเป็ไปได้
“ปู้ฉืออีออกมาภายนอกเช่นนี้ วันนี้มีเื่อันใดกัน?”
รับชมแผ่นหลังคนทั้งสองเดินไปไกลห่าง เจียงเฉิงจวินจึงตัดสินใจได้
ฝีเท้านั้นก้าวเดินตาม เขาคิดอยากทราบว่าคนทั้งสองคิดไปทำอะไรและที่ใด
“เถ้าแก่ เถ้าแก่กล่าวว่าวันนี้จะมีสินค้าใหม่!”
เสียงปู้หลี่เกอดังกระทบโสตประสาท ลั่วฉวนจึงลืมตาตื่นขึ้น
ที่ทางเข้าร้าน เป็สองร่างอันคุ้นเคย ปู้หลี่เกอและปู้ฉืออี
กับลั่วฉวน ผู้ซึ่งเป็ยอดฝีมือซ่อนเร้น ปู้ฉืออีจึงไม่เผยท่าทีเย็นเยือกดังเช่นที่เผยต่อผู้อื่น
เพียงปู้ฉืออีเผยยิ้มบางให้ลั่วฉวน มันก็ราวกับมีกลิ่นดอกไม้หอมฟุ้ง มันเปรียบดังโลกหล้าได้ถูกรอยยิ้มนี้บดบังเอาไว้
......