ร่างบางยืนง้างมือหลายครั้งอยู่หน้าห้องของเขาเพราะ้าสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ยายทิ้งไว้ให้เลยบากหน้ามาแม้จะรู้ชะตากรรมอาจโดนเขาดูถูก เหยียดหยามอีกก็ได้
ก๊อก ก๊อก
ในที่สุดตัดสินใจเคาะลงไป ริมฝีปากเม้มสนิทความกังวลเกาะกุมสูดหายใจเข้าปอดปรับสีหน้าตนเองเพื่อเตรียมรับมือกับเขา
เสียงเคาะประตูยามวิกาลทำให้ธานต์เมธาที่กว่าจะข่มตาหลับได้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ร่างสูงค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเปิดประตู เมื่อมองเห็นผู้มาเยือน คิ้วหนาจึงเลิ่กขึ้นด้วยความแปลกใจ
“เธอมาทำอะไร” ชายหนุ่มถามเสียงห้วน
“ฉัน้าสร้อยคอของฉันคืน”
“เธอกล้าดียังไงมาขอสร้อยเธอคืนทั้งๆ ที่เธอทำให้ฉันกับพ่อต้องทะเลาะกัน ไม่มีหัวสมองหรือไง!” เขาเข่นเขี้ยว ดูสีหน้าศัตรูไม่รู้ร้อนหนาวยังกล้ามาขอของตัวเองคืน ทั้งที่เป็เหตุทำให้เขากับพ่อปะทะคารมกันเสมอหล่อนไม่มีจิตสำนึกหรือไง บางทีหล่อน อาจกำลังสะใจอยู่ลึกๆ ก็เป็ได้
“แต่นั้นมันสร้อยของฉัน แล้วอีกอย่างคุณเองก็ทำร้ายฉันเหมือนกัน!” หญิงสาวเถียงเขาต่างหากที่ทำให้หล่อนต้องพบเจอกับสถานการณ์เลวร้ายมากมาย การทะเลาะกับคุณท่านมันไม่ได้เกี่ยวกับหล่อนอีกด้วยเขาแค่หาข้ออ้างเท่านั้น
“เพราะอย่างนั้นเธอเลยมายืนต่อปากต่อคำฉันแบบนี่สินะเก่งแล้วสิเห็นว่าพ่อฉันให้ท้ายใช่ไหม!”
“ไม่เก่งหรอกค่ะแต่สิ่งที่คุณทำกับฉัน ฉันคิดว่าคงไม่ต้องให้เกียรติคุณต่อไปอีกแล้ว!”
“งั้นสร้อยของเธออย่าหวังว่าจะได้มัน!” มาขอของตัวเองคืนแต่กลับต่อล้อต่อเถียงไม่เลิกรา งั้นก็ไม่ต้องเอาไป
มือจับลูกบิดคิดปิดประตูหญิงสาวชะงักรีบดันประตูไว้เพื่อไม่ให้เขาปิด
“คุณธานต์! ฉันแค่้าสร้อยคืนแค่นั้น เื่ที่คุณทำอะไรไว้กับฉัน ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกคุณท่านเราสองคนเลิกแล้วต่อกันเถอะนะคะ” หล่อนพยายามต่อรอง
ธานต์เมธาปล่อยมือจากลูกบิดประตูส่งผลให้ร่างบางที่กำลังดันประตูอยู่เซถลาเข้ามาชนกับเขาอย่างจังร่างสูงชะงักรั้งเอวบางไว้ด้วยความใ
“โอ้ย!” หล่อนร้องขณะที่ตนเองกำลังล้มทับเขาอยู่
“ลุกออกไปซะ!”
ร่างบางดันกายลุกขึ้น รีบรักษาระยะห่างไว้ด้วยความกังวลธานต์เมธาเสยผมขึ้นมองแววตาขุ่น
“เธอกล้าเอาพ่อฉันมาขู่เหรอศศิรญา!”ไม่สบอารมณ์เลยจริงๆ กับนิสัยของศศิรญา เดี๋ยวนี้เก่งใหญ่ เอาพ่อมาขู่เขา
“ฉันไม่ได้ขู่ ฉันแค่พยายามหาทางพูดคุยกับคุณดีๆเท่านั้น”
“เธอนึกว่าฉันกลัวพ่อหรือไง ถ้าหากฉันกลัวฉันคงไม่กล้าแตะต้องเธอหรอก!”
ความอดทนสิ้นสุดลงหล่อนกล้ามากที่มาหาเขาแล้วยังออกปากเอาพ่อมาขู่ เห็นทีคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด!ร่างสูงจ้ำพรวดถึงหัวเตียงหยิบสร้อยของหญิงสาวออกมา
“นั้นคุณจะทำอะไร!”หญิงสาวถามเมื่อเห็นเขาถือสร้อยไว้ในมือท่าทางไม่น่าไว้ใจ
“รักมันมากนักใช่ไหม ไอ้สร้อยกระจอกเส้นนี้ สำคัญมากนักใช่ไหม!”
“เอาคืนมานะ!” หล่อนร้องแล้วกระโจนเพื่อแย่ง
เขารีบหลบไม่ยอมให้หญิงสาวได้จับสร้อยง่ายๆ แล้วยิ้มเยาะออกมา ยกสร้อยชูให้หล่อนดูศศิรญาน้ำตาคลอพยายามไขว่คว้าสร้อยคืน
“เธอหาเื่เองนะศศิรญา” แสยะยิ้มมุมปาก
จับสร้อยของศัตรูไว้แน่นขบกรามเป็สันนูนแล้วกระชากสร้อยขาดออกจากกันเป็สองท่อนหญิงสาวอ้าปางค้างด้วยความใ
“ไม่!” หญิงสาวร้อง
“เธอมันรนหาที่เอง ศศิรญา! ” เหวี่ยงสร้อยลงไปที่พื้น “เอาไปสิมันสำคัญมากไม่ใช่เหรอ!”
ศศิรญาวิ่งเข้าไปกอบสร้อยคอของยายไว้ในมือ มือบางสั่นเทาสร้อยที่ยายให้ไว้ขาดแล้วหล่อนสะอื้นออกมาไม่หยุด ทำไมชายคนนี้ถึงได้ใจคอร้ายกาจนักดวงตาเรียวสวยช้อนมองทั้งน้ำตา
“ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา คุณถึงได้ทำกับฉันแบบนี้คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ดีแต่รังแกผู้หญิง คุณคงไม่เคยเห็นความสำคัญของใครคิดแต่อยากทำลายอยากเอาชนะเท่านั้น ใจของคุณมันดำจนเกินเยียวยาแล้ว!” หญิงสาวตัดพ้อเสียงสั่น หล่อนเกลียดเขาจนเข้ากระดูกดำ
ชายหนุ่มขบกรามแน่นเดินเข้าไปหาร่างบางกระชากเรียวแขนเต็มแรง
“โอ้ย!”หญิงสาวร้องเมื่อเขาใช้แรงบีบลงที่ท่อนแขน
“ปากดีอีกแล้วนะยังไม่เข็ดใช่ไหมที่ฉันทำกับเธอแค่นี้มันยังน้อยไป ฉันจะทำให้ยิ่งกว่านี้อีกคอยดู!”
หล่อนเชิดหน้าท้าทาย “ฆ่าฉันให้ตายเลยสิคุณธานต์เมธาจะได้สมใจคุณ!”
“กล้าท้าฉันเหรอศศิรญา!”
“ใช่!อยากทำอะไรฉันก็เชิญ สักวันหนึ่งคุณจะต้องเสียใจแบบฉันบ้าง!”
“ฉันไม่มีวันเสียใจที่ทำกับเธอแบบนี้ศศิรญาผู้หญิงอย่างเธอไม่มีค่าให้ฉันเสียใจ!”
“คุณจะต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนฉันคุณธานต์เมธา!”
“ฉันไม่มีวันได้รับสิ่งนั้นหรอกศศิรญาเพราะความทุกข์ของฉันมันหายไปหมดหลังจากที่ได้ระบายกับเธอ!”
“คุณมันไม่ใช้ลูกผู้ชายคุณธานต์เมธา!” น้ำตากำลังรินไหลมันห้ามไม่อยู่ ต่อให้อยากเข้มแข็งมากเท่าไหร่ก็ตาม
“งั้นเหรอ!เธอว่าฉันไม่ใช่ลูกผู้ชายอย่างนั้นเหรอสงสัยฉันคงต้องแสดงให้เธอดูแล้วว่าฉันมันใช่ลูกผู้ชายหรือเปล่า!” ร่างบางถูกเหวี่ยงลงไปบนเตียงทันที
“คุณจะทำอะไร!”ศศิรญาร้องออกมาด้วยความใ รีบกระถดหนีด้วยความกลัว
“ผู้หญิงกับผู้ชายเขาทำอะไรกัน ฉันก็จะทำแบบนั้น!” สีหน้าท่าทางเขาดูน่ากลัว ท่าทีคุกคามทำให้หล่อนยิ่งหวาดหวั่น
“ไม่นะ! ออกไปให้พ้น!” คนกลัวร้องตะเกียกตะกายหนีบนเตียง
ธานต์เมธาคว้าข้อเท้าแล้วกระชากกลับมาปลายนิ้วเรียวจิกฟูกหนาเพื่อไม่ให้ร่างกายถูกรั้งไปหาโดยง่าย เพียงเขาออกแรงแขนอีกนิดร่างบางครูดไปหาร่างสูงทันที
ร่างงามถูกพลิกให้หันมาเผชิญหน้าใบหน้าหวานซีดเผือดลงด้วยความกลัว มือบางพลางผลักไสเขาให้ออกห่างธานต์เมธาใช้ร่างกายของเทาบทับลงไปบนเรือนร่าง ศศิรญาดิ้นรน
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!ไอ้คนสารเลว!” หล่อนกรีดร้องด่าทอเขา
ชายหนุ่มมองดูคนใต้ร่างกระตุกยิ้มออกมามือหนารวบข้อมือบางไว้ มองใบหน้าอีกฝ่ายนที่กำลังซีดลงด้วยความสะใจ
“แทนที่เธอจะทำตัวให้ฉันปราณีบ้าง แต่ตอนนี้มันคงไม่มีแล้วสำหรับเธอ เธอมันโชคร้ายเองที่เลือกจะจับคนอย่างฉัน!”
ศศิรญาไม่ทันได้โต้ตอบอะไรต่อเมื่อเขาก้มหน้าลงมาบดขยี้ริมฝีปากอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อื้อ!”
ร่างบางดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดแต่เรี่ยวแรงนั้นน้อยกว่า จากริมฝีปากเลื่อนลงสู่ลำคอระหงส์ แม้จะผลักไสแต่ไม่ยอมส่งเสียงเพื่อขอร้องให้ปล่อยถ้าวันนี้จะต้องเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไปหล่อนจะไม่มีวันให้อภัยผู้ชายคนนี้ไปจนชั่วชีวิต
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหยุดการกระทำร่างบอบบางเย้ายวนกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวทำให้เืในกายฉีดพล่าน
แควก!
“ไม่!” ร้องออกมายกมือปกปิด
ชุดนอนถูกกระชากออกมาจากเรือนร่างศศิรญาปล่อยโฮสะอื้นแทบขาดใจ ร่างบางนอนนิ่งอ่อนระโหยโรยแรงหล่อนไม่สามารถต้านทานแรงเขาได้เลย
“สุดท้ายเธอก็ยอมนอนทอดกายให้ฉันฟรีๆสินะ!”เขาเยาะ
ดวงตาเรียบมองเขาผ่านม่านน้ำตาหล่อนไม่มีวันจะให้อภัยกับสิ่งที่เขาทำเด็ดขาด
เสียงเอะอะในทำให้ธานุภาพลืมตาขึ้นรีบออกมาจากห้องนอนเพื่อไปหาต้นเสียงเ้าของห้องไม่รู้เื่ราวเพราะมั่วหลงเรือนร่างอันงดงามเบื้องหน้าหารู้ไม่ว่าตนไม่ได้ล็อกห้อง
แอด...
ธานุภาพเปิดประตูห้องของบุตรชายออกชะงักภาพตรงหน้าทำเอาชายชราพูดไม่ออก
“เ้าธานต์!” ธานุภาพะโชื่อบุตรชาย
ชายหนุ่มหันไปตามเสียงเรียกชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใคร เขารีบผละจากร่างงามแล้วปั้นหน้าเรียบนิ่ง
“แกทำบ้าอะไร!” เสียงทรงอำนาจของผู้เป็เ้าของบ้านถาม
ร่างสูงเชิดหน้าขึ้นยิ้มท้าทายบิดาเขาไม่มีวันยอมรับความจริงว่าหาเื่หล่อนเด็ดขาด!
“ผมไม่ได้ทำอะไรนี่ครับพ่อ”ปลายเสียงสูง แล้วยิ้มเยาะอีกคนในห้องซึ่งกำลังยกมือปาดน้ำตา
“แล้วที่ฉันเห็นมันคืออะไรกันเ้าธานต์แกบ้าไปแล้วหรือไง!”
“พ่อจะมาโวยวายทำไม! ในเมื่อยังไงผมกับผู้หญิงคนนี้ก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดีเื่แบบนี้ยังไงก็ต้องเกิด!” ชายหนุ่มย้อนบิดาเสียงกร้าว
“นี่แกพูดออกมาได้ยังไงแกยังเป็ผู้ชายอยู่หรือเปล่า!” เขาไม่อยากเชื่อว่าลูกชายจะเป็ไปได้ถึงเพียงนี้
“ทำไมผมต้องแคร์ในเมื่อผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีค่าอะไรกับผม ถ้าพ่ออยากได้ผู้หญิงคนนี้มาอยู่ในบ้านเรานักละก็ทำไมพ่อไม่แต่งเองล่ะ!”
ศศิรญาสะอื้นรีบคว้าผ้าห่มพันกายเอาไว้คำพูดของเขาช่างโหดร้ายนัก หากคุณท่านไม่เข้ามาหล่อนไม่อยากนึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
“ทำไมแกถึงได้ทำตัวแบบนี้!”
“เพราะผมเกลียดผู้หญิงที่พ่อ้าจับมาใส่พานให้ผมยังไงล่ะพ่อจะมาโทษผมไม่ได้!”
“ฉันไม่คิดว่าแกจะเอานิสัยเสียๆแบบนี้มาใช้เลย แกอิจฉาหนูญาหรือไง!”
“ผมไม่ได้อิจฉาผมเกลียดต่างหากเกลียดได้ยินไหมพ่อ!” เขาะโลั่นออกมา
“แล้วแกคิดว่าหนูญาเขารักแกหรือไง!”
ร่างสูงชะงักขบกรามแน่นก็ไม่ได้หวังให้แม่นี่มารักสักหน่อยเพราะเขาเองก็ไม่มีวันที่จะรักผู้หญิงเห็นแก่ได้แบบนี้เหมือนกัน!
“แกทำให้ฉันผิดหวังมากนะเ้าธานต์หนูญาไม่ได้มีนิสัยเหมือนผู้หญิงที่แกควงหรอกนะ แกดูไม่ออกหรือไง!”
“ใช่!ไม่เหมือน ศศิรญาไม่เหมือนผู้หญิงที่ผมคบด้วย เพราะเธอเป็ยิ่งกว่านั้นเสียอีก ไม่อย่างนั้นผู้หญิงคนนี้จะกล้าเข้ามาในห้องผมเหรอพ่อ”ดูสิพ่อจะว่าอย่างไร หลักฐานมันเห็นกันอยู่ หล่อนเข้ามาหาเขาถึงห้องเอง
ความเสียใจบวกกับความกลัวทำให้หล่อนไม่กล้าพูดอะไรหันมองคนใจร้ายด้วยความสมเพช ั้แ่เกิดมาหล่อนยังไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนใจอำมหิตเช่นเขาเลยนึกปลงกับตัวเอง หล่อนจะโทษใครได้ในเมื่อเดินเข้ามาในห้องเขาเอง
“หนูญาตามพ่อมาส่วนแกเ้าธานต์หากทำเื่บัดสีในบ้านอีกล่ะก็ไสหัวแกออกไปซะ!”
ชายหนุ่มเสยผมสีหน้าหงุดหงิด“พ่อ! เลิกพูดกับผมแบบนี้สักที!”
ธานุภาพไม่ได้สนใจในสิ่งที่ลูกชายพูดไล่หลังมาเข็นรถนำหน้าออกไป แล้วหยุดในห้องส่วนตัวธานุภาพหันหน้ามาหาหญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคย
“หนูญา..”
“ค่ะ” หญิงสาวขานรับคุกเข่าลงข้างรถเข็นของธานุภาพ
“จริงอย่างที่เ้าธานต์มันพูดรึเปล่า”
หญิงสาวมองหน้าชายที่ตนเองนับถือเปรียบเสมือนบิดาพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ หล่อนเ็ปเหลือเกินไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากเสียยายไปหล่อนจะต้องมาทนกับเหตุการณ์เลวร้ายเพราะผู้ชายเพียงคนเดียวตลอดมา
“หนูไม่ได้ทำอย่างนั้นค่ะ!”ยืนยันหนักแน่น
“แล้วบอกเหตุผลได้ไหมว่าทำไมหนูถึงได้เข้าไปที่ห้องพี่เขา”
“เพราะ...”หญิงสาวลังเล
“เพราะอะไรหรือ?”
“ญาอยากได้สร้อยคืนค่ะคุณธานต์เก็บสร้อยที่ยายให้ญาไว้ ญาเลยไปหาคุณธานต์ที่ห้องค่ะ”
ธานุภาพถอนหายใจออกมาเขาไม่อยากให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นเลย ไม่เคยรู้เลยว่าบุตรชายจะร้ายกาจมากถึงเพียงนี้
“หนูญา”
“ค่ะ”
“ขอโทษที่ทำให้หนูต้องลำบากพ่อไม่เคยรู้ว่าเ้าธานต์มันคิดร้ายกับหนูถึงขนาดนี้ เห็นทีพ่อคงจะให้หนูอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว”
ศศิรญาหลุบตามองพื้นซ่อนความรู้สึกเสียใจไว้ภายในหล่อนรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็แบบนี้ ดีเหมือนกันหล่อนจะได้ไม่ต้องมาทนกับผู้ชายป่าเถื่อนอีก
“ไม่ต้องคิดมากนะลูกพ่อจะจัดการที่อยู่ใหม่ให้เอง”
“แล้วคุณท่านจะให้ญาไปอยู่ที่ไหนเหรอคะ?” หล่อนถามแล้วเงยหน้าขึ้นมอง
“พ่อจะส่งหนูไปเรียนที่ต่างประเทศสักสามปีน่าจะจบปริญญากลับมา ก่อนไปพ่อจะให้หนูเป็ลูกบุญธรรมเพื่อนพ่อเขายินดีที่จะรับหนู เพื่อนพ่อไม่มีลูก ขอให้หนูญาอดทนและตั้งใจเรียนกลับมาจะได้มีหน้ามีตาในสังคมทันเล่ห์เลี่ยมของคนอื่นที่คิดไม่ดีต่อเรานะลูก”
หล่อนมองหน้าธานุภาพน้ำตาคลอรู้สึกซาบซึ้งใจที่เขาดูแลและเอ็นดูหล่อนมากขนาดนี้
“ขอบคุณคุณท่านมากนะค่ะที่กรุณาญามาตลอด...” ยกมือไหว้กราบบนตักชายชรา
“ไม่เป็ไรหรอกลูก พรุ่งนี้เดี๋ยวพ่อจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยหนูญาเตรียมเก็บกระเป๋าได้เลยนะ แล้วเื่ที่เราคุยกันเก็บเป็ความลับนะ”
“ค่ะ คุณท่าน”
จะมีใครบ้างที่จะเข้าใจสิ่งที่เขาคิดศศิรญาคือผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขาสามารถทดแทนบุญคุณและเป็ลูกสะใภ้ที่ดีของเขาเวลาสามปีจะทำให้หญิงสาวโตขึ้นและคนอย่างศศิรญาคงสามารถปราบธานต์เมธาได้เป็แน่แต่ทุกอย่างจะต้องเป็ขั้นเป็ตอนในเมื่อลูกชายเขาพูดยากนักต้องเจอไม้เด็ดเช่นนี้
“แล้วแกจะรู้เ้าธานต์ว่าผู้หญิงที่ฉันใส่พานมาให้แกนั้นดีแค่ไหน!”ธานุภาพคิดในใจ