“ปิ้น ๆ” เมื่อเสียงรถบีบแตรอยู่หน้าบ้าน บรรยากาศความเศร้าภายในบ้านก็จางหายไปทันทีพร้อมกับเสียงนั้น และทำให้รู้ว่าถึงเวลานัดของทีปกรแล้ว
“รอแป๊บหนึ่งนะไอกาย” ทีปกรรีบวิ่งออกมาหน้าบ้านะโบอก ‘เกียกกาย’ ผู้เป็เพื่อนสนิท
“ตื่นสายอีกแล้วนะครับทีเพื่อนรัก เรานัดกันแปดโมงนะครับ” เกียกกายพูดประชดประชันทีปกร
“เออ รอแป๊บหนึ่ง” ทีปกรรีบสวนกลับทันที ก่อนที่จะวิ่งเข้าห้องน้ำ
“กายเข้ามารอในบ้าน กินข้าวด้วยกันก่อนสิลูก” เนตรนภาะโบอกเกียกกายจากหน้าบ้าน
“ไม่เป็ไรครับแม่ผมยังไม่หิว แต่ถ้าพี่ธาคนสวยอยู่บ้านล่ะก็ ผมจะรีบเข้าไปเลยครับ” เกียกกายทำหน้าตาทะเล้นพร้อมกระดกลิ้นเน้นเสียงคำว่า ‘ครับ’ หยอกล้อเนตรนภาผู้เป็แม่ของเพื่อนเช่นเคย
“ฮ่า ๆ ทะเล้นจริง ๆ เ้าเด็กคนนี้” เนตรนภาขำในสีหน้าทะเล้นของเกียกกาย เมื่อธาริณีได้ยินเสียงเกียกกายพูดถึงชื่อตน จึงเดินออกมาทันที
“ฉันอยู่นี่ แกมีปัญหาอะไรมิทราบยะ” ธาริณีะโถามเกียกกาย ด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง
“แม่ครับ ถ้างั้นผมขออนุญาตเข้าไปรอในบ้านนะครับ” เมื่อเกียกกายพูดจบก็ดับเครื่องยนต์ทันที
“เข้ามาข้างในเลยลูก กว่าเ้าทีจะทำอะไรเสร็จก็คงอีกนาน” เนตรนภาพูดจบก็เดินกลับเข้าภายในบ้าน ทิ้งให้ธาริณียืนอยู่ตรงนั้น ซึ่งกำลังจ้องไปที่เกียกกายด้วยสีหน้าไม่พอใจ และกระแทกเท้าปึงปังตามเนตรนภาเข้าบ้าน
“แม่อะ จะให้ไอกากเข้ามาในบ้านทำไม หนูไม่ค่อยชอบขี้หน้ามัน ไม่รู้จักเด็ก ไม่รู้จักผู้ใหญ่” ธาริณีทำท่าทางบึ้งตึงไม่พอใจ เหมือนตอนที่ยังเป็เด็กน้อย
“แต่ที่ธาทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กเลยนะลูก” เนตรนภาทำตาเล็กตาน้อยหยอกล้อธาริณี
“แม่อะ”
“เอาน่า ๆ กายเขาน่ารักจะตาย อีกอย่างก็เป็เพื่อนของเ้าทีด้วย ถ้าลูกไม่ชอบก็ขึ้นบ้านไปสะ” เนตรนภาตอบธาริณีผู้เป็ลูกสาวอย่างหยอกล้อ ที่กำลังแสดงท่าทางไม่พอใจ
หลังจากนั้นไม่นาน เกียกกายก็เดินตามหลังธาริณีเข้ามาในบ้าน
“ขนาดโมโหยังน่ารักเลยอะ” เกียกกายพูดจายียวนใส่ธาริณีอีกครั้ง
“ชิ” ธาริณีทำเสียงไม่พอใจ พร้อมทั้งกรอกตามอง้าเมื่อเห็นหน้าเกียกกาย
“มองผมขนาดนี้ ตะลึงในความหล่อของผมล่ะเส้...” เกียกกายพูดจายียวน พร้อมทั้งลากเสียงสุดท้ายยาว ๆ
“ใช้คำว่าสะพรึงน่าจะเข้ากับแกมากกว่า แม่ธาขึ้นบ้านก่อนนะ แถวนี้อากาศไม่ค่อยดี อยู่นาน ๆ แล้วรู้สึกคลื่นไส้” เมื่อพูดจบ ธาริณีก็เดินตึงตังขึ้นบ้านไป
“จ้องตากันแป๊บเดียว ท้องแล้วเหรอครับพี่ธาคนสวย” เกียกกายพูดจาหยอกล้อะโไล่หลังธาริณี จนเ้าตัวหันกลับมาทำตาเขียวใส่ และรีบเดินหนีไป
“ฮ่า ๆ เล่นกันเป็เด็ก ๆ ไปได้ เ้าเด็กพวกนี้” เนตรนภาที่กำลังตักข้าวอยู่ในครัว หัวเราะกับพฤติกรรมความขี้เล่นของเกียกกาย จนลืมเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าไปได้ชั่วขณะ
“ผมขอโทษนะครับแม่ ที่พูดแซวพี่ธาแรงไปหน่อย เห็นทีไรน่ารักทุกที จน อด...”
“ปากหมาไม่ได้” เกียกกายยังพูดไม่ทันจบ ทีปกรซึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำก็รีบสวนคำพูดของเกียกกายขึ้นมาทันที
“ฮ่า ๆ ไม่เป็ไรหรอกลูก ธาก็ปาเข้าไป 30 แล้ว ป่านนี้ยังไม่แฟนเป็ตัวเป็ตน ถ้ามีใครมาจีบบ้างก็คงจะดี แต่นี่แม่ยังไม่เห็นมีเลยสักคน เพราะฉะนั้นตามสบายเลยลูก ถ้ากายไม่สนใจเื่อายุ แม่เชียร์เต็มที่ แค่ไม่ทำให้ธาเสียใจก็พอ” เนตรนภาหัวเราะ พร้อมกับพูดเชียร์เกียกกายให้จีบ ธาริณีลูกสาวของตน
“แม่อะ อย่าเข้าข้างไอกายให้มาก ถ้าพี่ธาได้ยินเป็เื่แน่” ทีปกรพูดจบก็รีบเดินขึ้นบ้านไปทันที
เมื่อทำภารกิจภายในบ้านเสร็จแล้ว ทีปกรและเกียกกายก็ช่วยกันขนของขึ้นรถ เตรียมพร้อมที่จะไปพักผ่อนในวันหยุด โดยมีเนตรนภาผู้เป็แม่ยืนดูอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ส่วนธาริณีก็แอบมองอยู่ที่หน้าต่างบนบ้าน สายตาของเกียกกายเหลือบขึ้นไปมอง้าที่ธาริณียืนอยู่ จึงโบกมือหยอย ๆ เมื่อธาริณีเห็นดังนั้นก็ทำหน้าตาบึ้งตึงใส่และรีบปิดผ้าม่านกลับเข้าไปในห้องไปทันที
“ไปก่อนนะครับแม่” ทีปกรพูดขึ้น พร้อมกอดเนตรนภา
“เดินทางปลอดภัยนะลูก ดูแลกันดี ๆ นะ” เนตรนภาตอบกลับ พร้อมทั้งลูบไปที่หัวของเกียกกายอย่างเอ็นดู
“ครับแม่ ผมจะดูแลทีอย่างดีเลยครับ” เกียกกายพูด พลางยกนิ้วโป้งขึ้นให้เนตรนภา และเปลี่ยนนิ้วโป้งมาประกบกับนิ้วชี้ให้เป็รูปหัวใจชูขึ้นไป ส่งให้กับธาริณีที่กำลังแอบมองอยู่อีกครั้ง
“ไอกาก ไอบ้า” ธาริณีทนไม่ไหว ะโสวนกลับมา
“ถือว่าเป็การบอกรักนะครับ” เกียกกายะโตอบกลับ พร้อมส่งยิ้มยียวนให้กับธาริณี
“เลิกเล่นได้แล้ว เดินทางได้แล้วลูกเดี๋ยวจะสายไปมากกว่านี้” เนตรนภาเตือนให้รีบออกเดินทาง
“ครับแม่…” เกียกกายพูดลากเสียง พร้อมทั้งผลักทีปกรเบา ๆ ให้ขึ้นรถ เสียงประตูปิดดังปัง พร้อมเสียงสตาร์ทรถ และทีปกรก็ได้เลื่อนกระจกลง พร้อมทั้งโบกมือให้กับเนตรนภา
รถค่อย ๆ ขับออกไปอย่างช้า ๆ และห่างออกไปจากเนตรนภาผู้เป็แม่ ไกลขึ้น ๆ จนเลี้ยวออกจากซอยบ้านไป