Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 61

            บนเบาะที่นั่งฝั่งคนขับมีถุงผ้าสักหลาดที่ทำขึ้นอย่างประณีตวางไว้อยู่ถุงหนึ่ง

     

            ชวีเสี่ยวปอมองไปที่ถุงผ้าใบนั้น แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเซี่ยเจิงจากนั้นเขาก็ถูมือไปมาอย่างตื่นเต้น

     

            “ลองเปิดดู” เซี่ยเจิงยิ้มออกมา พร้อมทั้งพูดเร่งเขาไป

     

            ชวีเสี่ยวปอหยิบมันขึ้นมาดึงสายรัดออกจากนั้นก็เทสิ่งของที่อยู่ด้านในออกมา

     

            เป็นพวกกุญแจปักครอสติช โดยเป็นรูปการ์ตูนเด็กผู้ชายที่กำลังขับรถชวีเสี่ยวปอพลิกไปดูที่ด้านหลัง แล้วก็พบว่ามันได้ปักชื่อย่อของตัวเองเอาไว้ด้วย

     

            “นายทำเองเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอรู้สึกคาดไม่ถึงสุดๆ“นายปักครอสติชเป็นด้วยเหรอ คุณเพื่อนท่านนี้? ”

     

            “จริงๆ แล้วมันง่ายมากเลยนะ” เซี่ยเจิงลูบๆ ที่จมูก “ก็ไม่มีอะไรจะให้นายนายเพิ่งจะซื้อรถไม่ใช่เหรอ ฉันก็เลย... ”

     

            “ขอบคุณนะ” ชวีเสี่ยวปอพูดแทรกขึ้นมา “ฉันชอบมากๆ เลยล่ะ”

     

            ในขณะนั้นเองจู่ๆ ชวีเสี่ยวปอก็เข้าใจขึ้นมานิดนึงแล้วว่าเซี่ยเจิงกับซือจวิ้นไม่เหมือนกันตรงไหนหากกลับกันถ้าซือจวิ้นให้ของขวัญเขาซือจวิ้นก็จะหยิบของขวัญออกมาจากกระเป๋ามาตั้งแต่ตอนที่พวกเขาทั้งสองคนจะออกจากบ้านแล้วบอกเขาทันทีว่า “เปิดดูเร็วๆ ถ้ากล้าบอกว่าไม่ชอบนะพวกเราก็ไม่ใช่ทูตสวรรค์ของกันและกันแล้ว”

     

            แต่เซี่ยเจิงเป็นเช่นนี้

     

            เขาเก็บทุกอย่างเอาไว้ในดวงตาของเขาชวีเสี่ยวปอไม่เคยพูดถึงเรื่องวันเกิดของตัวเองกับเขาเลยสักครั้งเดียวแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเซี่ยเจิงไปรู้มาจากไหนแต่เขากลับปักครอสติชจนเสร็จอย่างเงียบๆ จากนั้นก็ทำเพียงเฝ้ารอคอย

     

            ถ้าจะบอกว่าไม่รู้สึกซึ้งเลยก็คงจะเป็นเรื่องโกหก

     

            “ยังมีอีกอย่างนะ” เซี่ยเจิงชี้ไปยังถุงผ้าสักหลาด“ฉันเขียนการ์ดให้นายด้วยนะ”

     

            “จริงเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอจับดูในถุงแล้วก็เห็นว่ามีการ์ดใบเล็กๆ ที่เทไม่ออกอยู่ด้วยจริงๆ จากนั้นเขาก็เปิดการ์ดขึ้นมาด้านในนั้นมีลายมืออันประณีตของเซี่ยเจิงเขียนเอาไว้ว่า :

     

            “ขอให้นายมีอิสระและมีความสุขตลอดไป”

     

            ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน หรืออาจจะเป็นเพราะว่าไฟในรถมันสลัวเกินไปชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าตัวอักษรที่เซี่ยเจิงเขียนลงไปทุกตัวอักษรถูกล้อมรอบไว้ด้วยขอบอันฟุ้งกระจายที่ดูอ่อนนุ่มเขาเก็บการ์ดใบเล็กนั้นลงกระเป๋ากางเกงไว้อย่างดี จากนั้นก็หยิบพวงกุญแจปักครอสติชอันนั้นมาห้อยเอาไว้ด้วย

           

            “สวยมาก” ชวีเสี่ยวปอใช้นิ้วมือเขี่ยมันไปสองที ยิ่งเขาดูการ์ตูนตัวนั้นเขาก็ยิ่งรู้สึกอยากขำขึ้นมา จึงหันหน้าไปหาเซี่ยเจิงแล้วพูดว่า : “นี่นายปักมันให้เหมือนฉันใช่ไหม? ”

     

            “นายก็ให้เกียรติฉันเกิน” เซี่ยเจิงขยับเข้าไปจับตัวการ์ตูนตัวนั้น“ฉันทำตามรูปแบบสำเร็จ แต่ว่าก็เลือกนานมากจนรู้สึกว่าตัวนี้เหมาะที่สุด”

     

            หลังจากที่ได้ยินคำตอบเช่นนี้ ชวีเสี่ยวปอรู้สึกพอใจมากเลยทีเดียว

     

            “ว่าแต่นายรู้ได้ยังไงอะ? ” ชวีเสี่ยวปอยังคงรู้สึกสงสัยอยู่“ดูเหมือนว่าฉันจะไม่ได้บอกนายนะว่าวันนี้วันเกิดฉัน”

     

            “ฉันนับเอา” เซี่ยเจิงพูดพลางนับนิ้วไปด้วย “ตรงเปะเลยไหมล่ะ? ”

     

            “บ้านนายสิ บอกความจริงมา” ชวีเสี่ยวปอจับนิ้วของเซี่ยเจิงเอาไว้เพื่อหยุดการกระทำที่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องของเขา

     

            “ซือจวิ้นบอกฉันไง” เซี่ยเจิงถอนหายใจ

     

            “ให้ตายเถอะ? ” ชวีเสี่ยวปอนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้

     

            “ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ก็รู้มานิดนึงแล้วเหมือนกัน”เซี่ยเจิงยกมุมปากขึ้นมา “วันนั้นที่จัดงานวันเกิดของเซี่ยเจิงนายเกือบจะหลุดพูดออกมาแล้วไม่ใช่หรือไง”

     

            “ให้ตายสิ? ” ชวีเสี่ยวปอยังจำเรื่องราวครั้งก่อนได้อยู่เลยตอนนั้นคิดว่าเซี่ยเจิงคงจะไม่ได้ยินแต่นึกไม่ถึงว่าเขาไม่เพียงแต่จะได้ยินเข้าแล้ว ทั้งยังจำได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

     

            หลังจากที่สนุกสนานเฮฮากันอยู่ในรถอยู่พักใหญ่ ชวีเสี่ยวปอจึงขับรถไปส่งเซี่ยเจิงที่บ้านก่อนจากนั้นเมื่อทั้งสองคนร่ำลากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชวีเสี่ยวปอจึงขับรถออกไปแต่ขับออกไปได้ไม่ไกลเขาก็ต้องหยุดรถลงที่ปากทางแยก แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

     

            “ลูกกับชวีจิ่งมีเรื่องอะไรกัน? เมื่อกี้โทรไปหาลูกทำไมถึงไม่รับ?”

     

            เป็นข้อความที่เวินลี่ส่งมา ทั้งยังมีอีกสามสายที่ไม่ได้รับ

     

            ก่อนทานข้าวชวีเสี่ยวปอได้ทำการเปิดโทรศัพท์ให้อยู่ในโหมดเงียบอย่างฉลาดหลักแหลม

     

            ดูท่าแล้วทันทีที่พวกเขาทั้งสองคนออกจากสนามบาสเกตบอลมาชวีอี้เจี๋ยก็คงจะรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว

     

            ชวีเสี่ยวปอถอนหายใจออกมา และเขาก็รู้ว่าการเงียบไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

     

            เสียงต่อสายดังขึ้นมาเพียงหนึ่งครั้ง เวินลี่ก็รับโทรศัพท์แล้วราวกับว่าเธอกำลังรอให้อีกฝ่ายติดต่อกลับมาโดยตลอดแต่ทันทีที่เสียงของชวีอี้เจี๋ยดังออกมาจากลำโพง ชวีเสี่ยวปอจึงได้กลืนคำพูดที่อยากจะพูดลงไปอีกครั้ง

     

            “พ่อเอง แม่ของลูกไปล้างหน้า แล้วทำไมยังไม่กลับบ้านอีก? ”

     

            “กำลังกลับครับ” ชวีเสี่ยวปอพูดออกไป “เพิ่งจะกินข้าวกับเพื่อนเสร็จ”

     

            “เพื่อน? ” ชวีอี้เจี๋ยทำเสียงไม่ค่อยพอใจออกมา“ใช่คนที่ต่อยกับชวีจิ่งคนนั้นไหม? ”

     

            “แค่เข้าใจผิดครับ” ชวีเสี่ยวปอสูดหายใจลึกๆ จากนั้นจึงพูดแก้ต่างออกไป : “เดี๋ยวผมกลับไปพูดที่บ้านครับ”

     

            “เข้าใจผิด? ” น้ำเสียงของชวีอี้เจี๋ยฟังดูโมโหเป็นอย่างมาก“เข้าใจผิดถึงขนาดที่ต่อยชวีจิ่งจนเลือดตกยางออก? ลูกรู้ไหมว่าถ้าเขาใช้แรงเยอะกว่านี้อีกหน่อยจมูกของชวีจิ่งก็จะกระดูกหักได้เลยนะ? ”

     

            ก็ชวีจิ่งหาเรื่องเจ็บตัวเอง

     

            ถึงแม้ว่าชวีเสี่ยวปอจะคิดเช่นนั้น แต่ปากของเขากลับพูดอีกอย่าง : “ตอนนั้นผมกับชวีจิ่งทะเลาะกัน แล้วเพื่อนผมทนไม่ไหว ก็เลย... ”

     

            อันที่จริงชวีเสี่ยวปอไม่อยากที่จะอธิบายให้ชวีอี้เจี๋ยฟังสักเท่าไหร่เพราะว่าเขารู้ดีว่าชวีอี้เจี๋ยเป็นคนที่สนใจแต่ผลลัพธ์มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วประเด็นสำคัญที่ชวีอี้เจี๋ยสนใจในตอนนี้ก็คือ“ลูกชายทั้งสองคนไปมีเรื่องต่อยตีกันข้างนอกจนทำให้ตัวเองอับอายขายหน้า”และต่อให้พูดอธิบายไปมากแค่ไหนเขาก็ไม่ฟังอยู่ดี

     

            “ทำไมคนที่ลูกคบด้วยถึงได้มีแต่คนที่ไม่เป็นโล้เป็นพายแบบนี้ !” ชวีอี้เจี๋ยที่อยู่ปลายสายตะโกนออกมา “สำคัญกว่าพี่ชายของลูกหรือยังไง !”

     

            ไม่เป็นโล้เป็นพาย

     

            ชวีเสี่ยวปอนึกไม่ถึงเลยว่าคำคำนี้จะถูกเอามาใช้กับคนอย่างเซี่ยเจิง

     

            เขาติดเครื่องหมายเอาไว้ให้เซี่ยเจิงมากมายเต็มไปหมด ยกตัวอย่างเช่นตอนรู้จักเขาแรกๆ “คนต่ำช้าไร้ยางอาย” “เลวทราม”แต่หลังจากนั้นก็ลบคำเหล่านี้ทิ้งไป และติดเครื่องหมายอันใหม่ลงไปว่า “เด็กเรียน”“มีคุณธรรม” แล้วก็ “เพื่อนสนิท”

     

            แต่คำว่าไม่เป็นโล้เป็นพายห้าคำนี้กลับออกมาจากปากของชวีอี้เจี๋ยเพื่อมานิยามตัวตนของเซี่ยเจิง

     

            เขารับไม่ได้

     

            และยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนที่ชวีอี้เจี๋ยเอาชวีจิ่งมาเปรียบเทียบกับเซี่ยเจิง

     

            ไม้คานตราชั่งในใจของชวีเสี่ยวปอรับรู้ได้อย่างชัดเจน และถึงแม้ว่าระหว่างตัวเขากับชวีจิ่งจะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกันอยู่อย่างเบาบางแต่ระหว่างเขาทั้งสองคนก็มีช่องวางที่ไม่มีวันจะเติมให้เต็มได้เช่นเดียวกัน

     

            “ถ้างั้นพ่อก็ไปถามชวีจิ่งก่อนเถอะครับว่าเขาทำอะไรลงไป !”

     

            หลังจากที่ตะโกนประโยคนี้ออกไปจนจบ เขาก็รีบกดวางสายไปในทันทีแล้วชวีเสี่ยวปอก็โยนโทรศัพท์ไปที่เบาะหลังอย่างกลัดกลุ้ม จากนั้นจึงหลับตาลง

     

            ถ้าหากชวีอี้เจี๋ยรู้ว่าชวีจิ่งบีบคอเขา ทั้งยังกดตัวเขาไว้กับกำแพงจะยังถามคำถามนี้ออกมาอยู่อีกไหมนะ?

     

            ทว่าคิดถึงเรื่องพวกนี้ก็ไม่มีความหมายอะไรขึ้นมา

     

            ตอนนี้เขาและชวีอี้เจี๋ยยังไม่เย็นใจลงด้วยกันทั้งคู่ถ้าให้พูดในอีกแง่หนึ่งคือชวีอี้เจี๋ยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้นดังนั้นเขาจึงเจ็บปวดใจแทนลูกชายตัวเองแต่ชวีเสี่ยวปอเองรู้ถึงต้นเหตุและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะฉะนั้นเขาเจ็บปวดใจแทนเซี่ยเจิง

     

            ใช่แล้ว เป็นอย่างนี้นี่แหละ

     

            ชวีเสี่ยวปอนั่งอยู่ในรถประมาณห้านาทีได้ แล้วเขาก็ดับเครื่องลงจากนั้นจึงเดินเข้าไปในซอยบ้านของเซี่ยเจิง

     

            เขาผลักประตูรั้วเบาๆ ไปสองครั้งและพบว่ามันได้ล็อกไปแล้วแต่เขาก็ไม่กล้าเคาะประตูเพราะกลัวจะเสียงดังจนทำให้แม่ของเซี่ยเจิงตื่นเขาจึงยืนอยู่ด้านนอกพร้อมทั้งกดโทรศัพท์หาเซี่ยเจิง

     

            ชวีเสี่ยวปอได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเซี่ยเจิงดังขึ้น จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงรองเท้าแตะที่กำลังจะวิ่งจากลานบ้านเข้าไปชวีเสี่ยวปอจึงรีบตะโกนออกไปเสียงเบา : “ฉันเอง !”

     

            หลายวินาทีต่อมา ประตูก็ถูกเปิดออกมาจากด้านใน

     

            เซี่ยเจิงไม่ได้ใส่เสื้อ บนศีรษะเต็มไปด้วยฟองเขายืนอยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับมองมายังชวีเสี่ยวปอ

     

            “ไฮ หวัดดีตอนกลางคืน” ชวีเสี่ยวปอไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าเขาเดินลอดผ่านช่องว่างข้างๆ เข้าไปด้านใน ทั้งยังปิดประตูให้เสร็จสับเรียบร้อย

     

            “เดี๋ยวฉันไปล้างหัวก่อน” เซี่ยเจิงถอนหายใจออกมา “นายเข้าบ้านไปเถอะ”

           

     

            ตอนจบของวันเกิดในวันนี้ไม่ค่อยจะสมบูรณ์แบบสักเท่าไหร่

     

            ชวีเสี่ยวปอนอนลงบนเตียงของเซี่ยเจิง ขณะนั้นก็ส่งข้อความไปหาเวินลี่ว่า :

     

            “คืนนี้ผมไม่กลับบ้านนะครับ” 

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276