สำนักกระบี่ดารา
เวลาได้ผ่านพ้นไป ยามราตรีได้มาเยือนแล้ว มีสายลมเย็นๆ พัดผ่าน พอกระทบร่าง ร่างกายก็สะท้านเล็กน้อย
มีหลายคนที่เป็เช่นนี้ รวมถึงกู้เฉิน เขาในตอนนี้นั่งอยู่ที่มุมหนึ่งบนเรือบิน ซึ่งกำลังบินผ่านท้องฟ้าตรงไปยังที่ที่สำนักกระบี่ดาราตั้งอยู่
บนเรือบินมีผู้คนรวมทั้งหมดยี่สิบแปดคน ประกอบด้วยกู้เฉิน เย่เฟิงและอีกยี่สิบสามคน ผู้ซึ่งเป็ชายหนุ่มหญิงสาวที่ผ่านการทดสอบเข้าสำนักกระบี่ดารา
ส่วนอีกสามคนนั้น เป็เฝิงสงกับศิษย์อีกสองคนของสำนักกระบี่ดารา
หลังจากขึ้นเรือบินนี่ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว จากคำพูดของเฝิงสง คาดว่าอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็จะไปถึงสำนักกระบี่ดาราแล้ว
กู้เฉินที่นั่งอยู่มุมหนึ่งบนเรือบิน กำลังคิดถึงเื่บางอย่าง ซึ่งเื่บางอย่างที่เขาคิดก็คือเื่ของเย่เฟิง
ในเวลานี้ เขามั่นใจแล้วจริงๆ ว่าเย่เฟิงเป็บุตรแห่งโชคชะตาจริงๆ
หลักฐานก็คือแหวนเหล็กเก่าๆ ที่เขาสวมใส่อยู่บนนิ้วมือ ภายในแหวนน่าจะมีิญญาของผู้แข็งแกร่งอยู่ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าเป็ิญญาของคุณปู่ หรือคุณพี่สาวแสนสวยเท่านั้นเอง
ตามกิจวัตรปกติ ิญญาภายในแหวนจะช่วยชี้แนะนำทางเย่เฟิงไปสู่ความแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขามั่นใจก็คือ เขาได้ถามระบบแล้ว
แต่ระบบกลับตอบมาว่ามีราคาที่ต้องแลกเปลี่ยนสำหรับคำตอบ มันจึงทำให้เขามั่นใจ เพราะถ้าหากเป็แหวนปกติธรรมดา ไหนเลยจะมีราคาสำหรับการแลกเปลี่ยนอะไร
แต่แม้เขาจะได้รู้ว่าเย่เฟิงเป็บุตรแห่งโชคชะตาแล้ว เขาก็ไม่มีความคิดที่จะเข้าไปตีสนิทหรือทำอะไรกับเย่เฟิง เรียกได้ว่าเย่เฟิงก็อยู่ส่วนเย่เฟิง เขาก็อยู่ส่วนเขา ไม่เกี่ยวข้องกัน
กู้เฉินไม่ใช่พวกที่จะพึ่งบารมีใครเพื่อให้อยู่รอดอยู่แล้ว และที่สำคัญการอยู่กับบุตรแห่งโชคชะตาก็ไม่ใช่เื่ดี
คนพวกนี้ไม่ยอมใครง่ายๆ มักจะเรียกร้องหาตีนอยู่เสมอ ซึ่งกว่าจะแข็งแกร่งจนอยู่ยงคงกระพัน ต้องผ่านมรสุมชีวิตอันยากลำบากเสียก่อน
เรียกได้ว่ามันเป็กิจวัตรปกติของบุตรแห่งโชคชะตา หรือสิ่งที่เรียกว่าตัวเอกของเื่ราวนั่นเอง
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรือบินได้มาถึงยังสำนักกระบี่ดารา ลงจอดยังพื้น
สำนักกระบี่ดาราดูเหมือนว่าจะอยู่ภายในสถานที่ลึกลับบางแห่งในอาณาจักรัซ่อน ถูกล้อมรอบด้วยูเาและมีหมอกปกคลุม ยากที่ใครจะเสาะหาพบ
หลังเรือบินลงจอด เฝิงสงก็นำทุกคนไปรายงานตัว พร้อมกับรับชุดและตราหยกของสำนักกระบี่ดารา จากนั้นอธิบายกฎของสำนัก และจัดแจงให้ไปอยู่ในถ้ำฝึกตน
ศิษย์สำนักกระบี่ดาราทุกคนล้วนมีถ้ำฝึกตนเป็ของตัวเอง เกี่ยวกับการเป็ศิษย์ของสำนักดาราแต่ละเดือนจะได้รับทรัพยากรหินลมปราณร้อยก้อน
หากว่าอยากได้เพิ่มมากกว่านี้ในแต่ละเดือนก็ต้องพึ่งความสามารถของตัวเองในการทำภารกิจต่างๆ ที่สำนักมอบให้ที่หอภารกิจ
ถ้าหากจะถามว่าหินลมปราณคืออะไร คำตอบมีเพียงเป็หินชนิดพิเศษที่มีพลังปราณอยู่ภายใน สามารถดูดซับพลังปราณจากภายในหิน เพื่อช่วยให้ฝึกตนเร็วขึ้นได้
พูดถึงศิษย์สำนักกระบี่ดาราแล้ว มีการแบ่งศิษย์ออกเป็สามระดับ ระดับแรกคือศิษย์นอก ระดับที่สองคือศิษย์ใน ส่วนระดับสุดท้ายคือศิษย์หลัก
ศิษย์นอก แน่นอนว่ามีสถานะต่ำสุด ศิษย์ในมีสถานะกลางๆ ส่วนศิษย์หลักนั้นมีสถานะสูงสุด บางคนกระทั่งมีสถานะสูงกว่าผู้าุโด้วยซ้ำ
การที่ศิษย์นอกอยากที่จะเลื่อนระดับเป็ศิษย์ใน จำเป็ที่จะต้องทะลวงเข้าสู่ระดับก่อตั้งปราณก่อนอายุสามสิบปี
ส่วนการที่จะเลื่อนระดับจากศิษย์ใน เป็ระดับศิษย์หลักนั้น จำเป็ที่จะต้องทะลวงเข้าสู่ระดับปราณปฐีก่อนอายุหกสิบปี
อายุหกสิบปี สำหรับคนธรรมดาอาจจะดูแก่มากแล้ว แต่ไม่ใช่กับผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนล้วนมีอายุไขที่ยาวนาน
ในแต่ละระดับของพื้นฐานฝึกตน ล้วนมีการเพิ่มอายุให้ ยกตัวอย่างระดับฝึกปราณ สามารถมีอายุไขได้ร้อยปี ส่วนระดับก่อตั้งปราณสามารถมีอายุไขได้สองร้อยปี เป็ต้น
ภายในถ้ำฝึกตนของศิษย์นอก กู้เฉินนั่งอยู่ที่เตียงหิน ภายในถ้ำไม่มีอะไรมาก นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันเล็กน้อยเท่านั้น
“ไม่เลวทีเดียว” เขาอดพูดออกมาไม่ได้ รู้สึกว่าตัวเองคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เข้าเป็ศิษย์สำนักกระบี่ดารา
ตามคำพูดของเฝิงสง พรุ่งนี้เขาสามารถไปรับหินลมปราณหนึ่งร้อยก้อนได้ พร้อมทั้งสามารถเข้าไปในหอคัมภีร์ซึ่งมีวิชาและทักษะต่อสู้ของสำนักกระบี่ดาราอยู่ เพื่อยืมมาฝึกฝนได้
เขาคิดทบทวนเื่กฎของสำนักกระบี่ดาราเล็กน้อย กฎของสำนักกระบี่ดาราไม่มีอะไรมากเลย มีไม่กี่ข้อเท่านั้น แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือห้ามฆ่าคนภายในสำนักเดียวกัน ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
แต่ก็สามารถทำการประลองเพื่อตัดสินแพ้ชนะได้ หากว่ามีความขุ่นเคืองต่อกัน และถ้าหากว่ามีความแค้นที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ ก็สามารถลงนามในสัญญาประลองเป็ตายได้
เมื่อนั้นบนสนามประลอง ถึงจะฆ่าก็ไม่มีความผิด และไม่มีใครสามารถหยุดได้ ไม่เช่นนั้น จะถูกลงโทษสถานหนัก
“ลองฝึกตนหน่อยดีกว่า” กู้เฉินที่ทบทวนกฎของสำนักเสร็จ เขาก็ตัดสินใจที่จะลองฝึกตนที่นี่
ในถ้ำฝึกตนมีพลังปราณลอยอยู่ในอากาศไม่น้อย ในความคิดของเขา มันน่าจะช่วยให้พื้นฐานการฝึกตนของเขารุดหน้าไปได้มากทีเดียว
เขาไม่ลังเลที่จะเริ่มฝึกตน ด้วยการดูดซับพลังปราณที่ลอยอยู่ในอากาศ
อีกด้านหนึ่ง ภายในถ้ำฝึกตนของศิษย์นอก เย่เฟิงนั่งอยู่ที่เตียงหิน เขากำลังพูดคุยกับแหวนของเขา
‘เฟิงเอ๋อร์ เ้าทำได้ดีมาก’
ภายในแหวนของเย่เฟิง มีชายชราในชุดจีนสีดำอยู่ เขาพูดด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงลึกลับโบราณเป็อย่างมาก
แน่นอนว่าเขาพูดด้วยเสียงผ่านจิต เขาไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่อย่างใด
สำนักกระบี่ดารามีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย เพราะงั้น เขาจึงค่อนข้างที่จะระวังตัว ตอนนี้เขาเหลือเพียงิญญาเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดของเขา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็ถึงผู้ฝึกตนระดับราชันย์ในสมัยโบราณ!
‘ทั้งหมดต้องขอบคุณท่านอาจารย์’ เย่เฟิงพูดในใจด้วยความเคารพ
เดิมทีเขาเป็เพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา แต่หลังจากบังเอิญเก็บได้แหวนวงนี้ในป่า เขาก็ทะยานขึ้นกลายเป็ผู้ฝึกตนด้วยคำแนะนำของิญญาชายชราภายในแหวน ผู้ซึ่งเรียกตัวเองว่าราชันย์เซิ้งจง
เมื่อเป็เช่นนี้ เขาจะไม่มีความเคารพต่อชายชราเซิ้งจงได้อย่างไร?
จบบทที่ 14