จินวั่งซู่กับเฟิ่งหู่ที่ได้ยืนปะปนอยู่กับพวกดูแลเรือนหัวหน้าค่ายโจรเห็นคุณชายแต่งกายดีมาพบหัวหน้าโจรก็จับตามองพยายามจดจำใบหน้าและท่าทาง หัวหน้าโจรนำชายผู้นั้นเข้าไปในเรือนใหญ่เรียกให้จินวั่งซู่และเฟิ่งหู่นำน้ำชาออกมาต้อนรับ แล้วให้ไปรอหน้าห้อง เสียงพูดคุยของพวกเขาที่อยู่ด้านในกลับมิได้ลดเสียงลง
“พวกมือปราบมาอยู่กันเต็มจวนเดิมแล้ว คงจะกันเอาไว้ได้ไม่กี่วันพวกเ้ารีบขนอาวุธและดินปืนออกไปก่อน” ชายหนุ่มในอาภรณ์สูงค่าพูดด้วยน้ำเสียงกังวล
“นายท่านจะให้พวกข้าขนไปทั้งหมดหรือไม่ขอรับ?”
“ขนไปทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินยามนี้คงต้องแบ่งกันให้เรียบร้อยภายในสองวันนี้หากพวกเ้าต้องย้ายคนส่วนหนึ่งขึ้นเขาไปให้คนรอที่นี่ไม่ต้องมากนักพอพวกเขามาก็จัดการเผาเสียจัดฉากให้ดูว่าค่ายโจรถูกทำลายแล้ว เพื่อให้พวกเขากลับเมืองหลวงไป”
“แผนของนายท่านแยบยลนัก”
“ดินปืนกับอาวุธครั้งที่แล้วที่ปล้นมาจากทางการยังน้อยมากเมื่อเทียบกับ ครั้งนี้ ข้ารู้มาว่าพวกที่อยู่เมืองเทียนถังส่งดินปืนมากกว่าเราเสียอีก”
“พวกเขาปล้นได้มากกว่าเราหรือ?”
“ก็เมืองนั่นมือปราบฝีมืออ่อนด้อยจะสู้ค่ายโจรบนเขาัทะยานได้อย่างไรกัน?” คุณชายคิ้วเฉียงใบหน้าเ้าเล่ห์แสยะยิ้มก่อนก้มลงจิบน้ำชา
จินวั่งซู่ได้ฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกันแล้วรู้สึกตื่นตระหนก‘นี่มิใช่โจรูเาธรรมดาแล้วพวกมันคงมีแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น’
เมื่อคุณชายผู้นั้นขึ้นรถม้ากลับหัวหน้าค่ายโจรจึงสั่งให้ชายร่างใหญ่ที่เฝ้าหน้าประตูไปจัดการเื่อาวุธโดยเร่งด่วน
จีลี่อิงแอบย่องเข้าไปหน้าต่างด้านข้างเรือนที่โจรเซ่อซ่าชี้ให้นางดูข้างในมีลังบรรจุดินปืนจำนวนมากวางเรียงอยู่มุมห้องมีหีบใส่ดาบใหญ่และธนูพร้อมลูกดอกอีกไม่น้อย ‘นี่พวกมันคงมิใช่โจรธรรมดาเสียแล้ว อาวุธที่เตรียมไว้ขนาดนี้ปล้นทั้งเมืองก็ ยังได้’
ทันใดเสียงฝีเท้าก็ตรงเข้ามาหน้าประตูเปิดผัวะเข้ามา
“นายท่าน้าให้ส่งดินปืนรอบที่สองด่วนกองทัพพยัคฆ์เหินใกล้จะเดินทางไปเมืองฉู่จิ้งแล้ว”ชายร่างใหญ่ที่มักจะยืนอยู่ข้างกายหัวหน้าค่ายเดินนำชายฉกรรจ์อีกสี่ห้าคนตรงเข้ามาบริเวณกลางห้อง
“ให้ข้าคุมไปเช่นเคยหรือไม่?”
“ก็คงเป็เช่นนั้นต้องรีบทำเพราะยามนี้พวกมือปราบจากเมืองหลวงเดินทางมาถึงนี่แล้วอาจจะบุกขึ้นมายามใดก็ได้”
“คงต้องรอคืนเดือนมืด” ชายที่ตอบถือดาบใหญ่พาดบ่า“ว่าแต่นายท่านส่งข่าวเื่การเคลื่อนไหวของพวกมือปราบหรือยัง?”
“นายท่านบอกว่าคงจะสกัดพวกมันไว้ได้ไม่เกินสองวันให้พวกเราเร่งดำเนินการ"”
“เช่นนั้นคืนนี้นับของเตรียมรถและม้าให้เรียบร้อย คืนพรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทาง”
“ดี! ข้าจะบอกหัวหน้าตามนี้”
จีลี่อิงหมอบเงียบอยู่จนพวกมันออกไปกันหมดนางจึงค่อยย่องออกทางหน้าต่างด้านหลัง ได้เวลาที่โรงครัวจะเริ่มทำอาหารนางจึงกลับไปที่ด้านหลังครัวพ่อครัวอ้วนเพิ่งตื่นนอนลุกขึ้นล้างหน้าหาอาหารกิน
“หลุนเ้ามากินข้าวกับข้าสิ เดี๋ยวอาหารหมดก่อนก็ไม่มีแรงทำงานกันพอดี”
จีลี่อิงที่แอบอ้างชื่อพี่ชายมาใช้รีบทำท่าลุกลี้ลุกลนเข้าไปกินข้าวกับพ่อครัว เมื่ออิ่มแล้วนางก็ขอตัวไปก่อไฟตั้งเตาหุงข้าวจินวั่งซู่ย่องมาหานางที่ด้านหลัง “ฮูหยินจีเกิดเื่ใหญ่แล้วเราคงต้องหาทางลอบออกไปคืนนี้ เช่นนั้นคงไม่ทันการณ์”
ทั้งสองต่างแลกเปลี่ยนเื่ที่ได้รู้ให้แก่กันและกันได้ทราบ
“ไม่รู้ว่าท่านพี่กับมือปราบเสิ่นวางแผนรับมือกับพวกเขาอย่างไร?แต่เราต้องแอบออกไปส่งข่าวกันคืนนี้เพราะพรุ่งนี้คงไม่มีโอกาส”
จินวั่งซู่จึงออกไปเรือนรักษาเพื่อขอร้องฮูหยินไร้รอย“ข้าอยากได้ยานอนหลับสักขวด”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่อยากข้องเกี่ยวกับการฆ่าฟันของพวกเ้า”น้ำเสียงแหบห้าวของสตรีเยาววัยงดงามตรงหน้าทำเอาจินวั่งซู่เสียอาการได้ทุกครั้งรูปร่างและหน้าตาของนางช่างถูกใจเขายิ่ง ทว่านางกลับเป็หมอยาปีศาจเสียนี่จินวั่งซู่มองนางด้วยความเสียดาย
“แม่นางคนงามข้าเพียงอยากกำจัดโจรเพื่อบ้านเมืองจะได้พ้นภัยพิบัติ ข้าสัญญาแล้วว่าจะมิให้ผู้ใดทำร้ายเรือนรักษานี้ของเ้า” น้ำเสียงอ่อนโยนของบุรุษรูปงามที่เข้ามายืนใกล้ๆทำเอาฮูหยินไร้รอยรู้สึกหวั่นไหว
ฮูหยินไร้รอยพยายามตั้งสติ “ข้าเป็บุรุษ เ้ากล่าวเหลวไหลอันใดกัน?”ครั้งที่แล้วที่เขาชมนางว่าแม่นางคนสวยนางเผลอไผลใจไปกับเขาคราวนี้นางต้องไม่ยอมตกเป็เหยื่อคนเ้าเล่ห์ผู้นี้อีก
จินวั่งซู่สังเกตเห็นนางหน้ามีสีชมพูระเรื่อก็รู้ว่านางต้องมีใจให้ตนแต่อาจจะสับสนในเพศเดิมจึงขยับเข้าไปยืนใกล้ “แม่นาง ท่านมองหน้าข้าสิ!”
“ไม่! เ้าจะมาหลอกอันใดข้าอีก”ร่างบอบบางนั้นหันหลังให้
สตรีนั้นต่อให้มีพลังกำลังเพียงใดก็ย่อมแพ้ภัยบุรุษรูปงามแผนเช่นนี้จินวั่งซู่เคยใช้มาหลายครั้งเขาแตะที่ไหล่ทั้งสองของนางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ครั้งนี้ข้าทำเพื่อประชาราษฎร์และบ้านเมือง หากได้คิดหลอกลวงเ้าไม่”
ความรู้สึกของฮูหยินไร้รอยเริ่มขัดแย้ง อารมณ์สตรีเพศที่นางกดเก็บไว้นานเริ่มคุกรุ่นนางพยายามกดข่มความรู้สึกเช่นสตรีเพศที่มีมานานนับั้แ่เปลี่ยนร่างผู้คนแวดล้อมที่นี่ก็ล้วนเป็โจรล่ำสัน กักขฬะ หยาบคาย มิใช่บุรุษรูปงามพูดจาไพเราะเมื่อชายหนุ่มรูปงามอ่อนโยนมาถูกเนื้อต้องตัวและหว่านล้อมจึงอดจะคล้อยตามมิได้
จินวั่งซู่เห็นนางยอมหันมาสบตาตนจึงแสร้งโอบกอด“ข้าสัญญาข้าจะไม่ทำให้เ้าเดือดร้อนข้าเพียงอยากวางยานอนหลับพวกเขาแล้วจับกุมแต่โดยดีไม่ต้องมีการฆ่าฟันกันที่นี่หากเ้าไม่ช่วยข้า พวกกองปราบบุกเข้ามาจะกลายเป็การนองเืครั้งใหญ่ถึงยามนั้นพวกเขาย่อมคิดจะเผาทำลายที่นี่ทั้งหมด” จินวั่งซู่พูดด้วยเสียงต่ำๆอยู่ใกล้หูของนาง หมอยาปีศาจเคลิบเคลิ้มไปกับวาจาเว้าวอนของเขา
จินวั่งซู่เห็นนางมีท่าทีลังเลจึงก้มลงหอมแก้มนางหนึ่งที“เชื่อข้าเถิด! ข้าจริงใจต่อเ้า”
นางมีท่าทีสะเทิ้นอายใบหน้าแดงก่ำเช่นสาวแรกรุ่นลืมความเป็บุรุษวัยกลางคนของตนเสียสิ้น “เช่นนั้นข้าจะช่วยเ้าแต่เ้าต้องทำตามสัญญา ขอเพียงเรือนนี้ของข้าปลอดภัย”
“ได้!”
จินวั่งซู่เดินออกจากเรือนรักษาพร้อมทำท่าผะอืดผะอมจะอาเจียน
“คุณชาย ข้านับถือท่านจริงๆที่กล้ากอดกล้าหอมฮูหยินไร้รอย” เฟิ่งหู่ยกมือขึ้นคำนับจากใจจริง
“ข้าจะอาเจียนอยู่แล้ว เ้ายังจะมาล้อข้าอีกจำไว้ว่าเื่นี้ห้ามแพร่งพรายผู้ใดเด็ดขาด มิฉะนั้นข้าจะสั่งโบยเ้าให้ตายเทียว”
เฟิ่งหู่ได้ยินคำสั่งเช่นนี้ก็อดจะอมยิ้มไม่ได้“ขอรับ ข้าน้อยจะไม่พูดเด็ดขาด!”
จินวั่งซู่นำยานอนหลับไปให้กับท่านหญิงจี “ใส่ลงไปในสำรับเหล่าหัวหน้าโจรยามีน้อยหากจะใส่ทั้งหมดเกรงจะไม่ได้ผล”
“อืม!”จีลี่อิงตระเตรียมอาหารเรียบร้อยก็ให้จินวั่งซู่กับเฟิ่งหู่ลำเลียงอาหารไปส่งที่เรือนหัวหน้า
“ท่านรองหัวหน้าเล่า?”
“เขาไปเตรียมรถขนอาวุธกับดินปืนแล้วไม่แน่ว่าอาจจะเดินทางตอนรุ่งสางคืนนี้ เห็นว่าท่านหัวหน้าใจร้อนเกรงจะเดินทางช้า”
“มิใช่เดินทางพรุ่งนี้ดอกหรือ?”
“ไม่!พรุ่งนี้เราต้องเตรียมย้ายของย้ายของขึ้นบนูเาแล้ว หัวหน้าจะหลอกพวกกองปราบมากำจัดที่นี่ให้สิ้นซากเผาพวกมันเสียให้หมดพร้อมกับเรือนเหล่านี้ล่ะ”
จินวั่งซู่ได้ยินเช่นนั้นก็สะท้านเฮือกรีบย้อนกลับไปเรือนรักษา ‘เห็นทีต้องยอมลวนลามชายแก่ร่างหญิงให้มากหน่อยหากไม่ได้ยานอนหลับเพิ่มเห็นทีแม้แต่ข้าก็อาจจะไม่รอดชีวิต’
*********************
