ตอนที่ 26: เสียงสะท้อนจากคลื่นสมอง
แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านกระจกห้องทดลองลับชั้นใต้ดินของสถาบันวิจัยจิตวิทยาประสาทวิทยา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ลอยอบอวล กรณ์ ภัทร และกวินยืนมองผ่านกระจกใสเข้าไปในห้องกระจกเก็บเสียงด้านใน ที่ซึ่งหญิงสาวร่างบางผมยาวสลุง สวมเสื้อกาวน์สีขาวกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนเก้าอี้โยคะ รอบตัวเธอมีหน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงกราฟคลื่นสมอง (EEG) ที่พุ่งสูงขึ้นเป็จังหวะแปลกประหลาด
"เธอชื่อ 'พิมพิลา' ครับท่าน" กวินเอ่ยรายงานขณะเลื่อนดูแฟ้มข้อมูล "วงการวิทยาศาสตร์กระแสหลักขับไล่เธอออกจากการเป็นักวิจัย เนื่องจากผลงานการทดลองของเธอเกี่ยวกับการสื่อสารด้วยพลังจิตและคลื่นสมอง (Brain-Computer Interface แบบไร้สาย) ล้ำหน้าเกินไปจนถูกหาว่าเพ้อเจ้อและเสียสติ แต่จากข้อมูลที่เราเจาะระบบลับ เธอสามารถเชื่อมต่อคลื่นสมองควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสัตว์ทดลองได้จริงโดยไม่ต้องใช้ััทางกายภาพ"
กรณ์พยักหน้ารับอย่างสนใจ ดวงตาสีเข้มใต้กรอบแว่นทองจดจ้องมองหญิงสาวในห้องกระจก เขารู้ดีว่าในการเผชิญหน้ากับเทคโนโลยีมืดและอาชญากรรมไซเบอร์ระดับสูงในอนาคต พลังจิตและระบบประสาทเทียมจะเป็กุญแจสำคัญที่เหนือกว่าเทคโนโลยีทั่วไป
กรณ์ผลักประตูเดินเข้าไปในห้องกระจกช้าๆ ฝีเท้าแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน ทว่าเมื่อเขาเดินเข้าใกล้ พิมพิลาลืมตาขึ้นทันที ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววตื่นตระหนกและเหนื่อยล้า เธอยกมือขึ้นกุมขมับราวกับกำลังรับคลื่นเสียงรบกวนบางอย่าง
"อย่าเข้ามา... คลื่นความคิดของคุณมันดังเกินไป!" พิมพิลาเอ่ยเสียงสั่น ถอยหลังกรูดจนชิดผนังห้อง "คุณกำลังคิดเื่แผนการ... การสร้างทีม... และความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา... มันน่ากลัวมาก!"
กรณ์หยุดยืนนิ่งในระยะที่พอเหมาะ ไม่รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเธอ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับคลื่นความคิดของตนให้สงบนิ่งและผ่อนคลาย เพื่อส่งสัญญาณความจริงใจออกไป
"ผมขอโทษที่รบกวนคุณ... พิมพิลา" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลและอบอุ่น "ผมรู้ว่าคุณเหนื่อยกับการถูกปฏิเสธและถูกมองว่าแปลกแยกจากโลกภายนอก แต่เสียงสะท้อนในหัวของคุณไม่ได้เป็ความเจ็บป่วย แต่มันคือ 'พร์' ที่โลกกำลัง้าเพื่อช่วยเหลือผู้คน"
พิมพิลาเงยหน้าขึ้นสบตาชายแปลกหน้า แววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงค่อยๆ อ่อนลงเมื่อเธอััได้ถึงความสงบและจริงใจที่ไร้การปรุงแต่งจากจิตใจของกรณ์ ไม่มีเสียงเยาะเย้ยถากถางเหมือนที่เธอเคยเจอมาตลอดชีวิต
"คุณ... ไม่กลัวฉันเหรอ?" พิมพิลาถามเสียงแ่
"ทำไมผมต้องกลัวคนที่ใช้พลังของตัวเองเพื่อปกป้องผู้อื่นล่ะ?" กรณ์ยิ้มละมุน "มาร่วมทีมกับเราเถอะ พิมพิลา พลังจิตและคลื่นสมองของคุณจะช่วยเชื่อมโยงระบบสื่อสารทั้งหมดของหน่วยกู้วิกฤต และควบคุมหุ่นยนต์สัตว์อัจฉริยะของภัทรได้อย่างไร้รอยต่อ คุณไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว"
พิมพิลาเงียบไปครู่ใหญ่ น้ำตาใสๆคลอหน่วยที่หางตา ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจเธอมาหลายปีถูกเยียวยาด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยักหน้ารับช้าๆ "ตกลงค่ะ... ฉันจะใช้พลังของฉันเพื่อช่วยคุณ"
การผนึกกำลังของนักพลังจิตอัจฉริยะทำให้โครงข่ายของหน่วยกู้วิกฤตฉุกเฉินมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขาดเพียงสิ่งเดียว—สถานที่ตั้งฐานลับที่จะรองรับเทคโนโลยีทั้งหมดนี้ได้อย่างปลอดภัย