นางรักษาผู้หญิงทุกคนในยามเจ็บไข้ได้ป่วยและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เมื่ออาการดีขึ้นเชคาซามีราตระหนักในของนางและเชื่อว่าอำนาจนั้นศักดิ์สิทธิ์กว่ายาที่นางใช้กับพวกผู้หญิงและยิ่งนานวันอํานาจของนางก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นถ้าใครกล่าวหาว่านางเป็แม่มดหมอผีแล้วมิได้ผิดไปจากความจริงเลย
นางปฏิเสธน้ำชากับอาหารเช้าที่อุมโมนาจัดเตรียมไว้ให้ สิ่งที่นางต้องทําในวันนี้ไม่ได้เต็มใจทําเลยแต่เป็เพราะว่านอกจากเป็สิ่งที่ต้องทําแล้วถ้านางไม่ทํา ต้องมีคนอื่นทําอยู่ดี...อย่างน้อยนางสามารถทําได้ดีกว่าและเร็วกว่าจะไม่สร้างความเ็ปให้กับเด็กมากนักนางหันไปมองฮัสซันอย่างขับไล่เพราะไม่ใช่เื่ของผู้ชายจะเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยเมื่อเขาเดินออกไปจากบ้านแล้ว เชคาก็หันมาตบหัวโมนาเบาๆ
“เอ้าเอาตัวไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ได้แล้ว”
ซัฟฟราส่งผงบดสีเขียวซึ่งจะเปลี่ยนเป็อำนาจ
สีส้มกุหลาบเมือเอาทาตัวให้แม่ของตน
“ข้าจะทาตัวให้ลูกเอง”อุม โมนาบอก
แต่อุมฮัสซันแสร้งไม่เห็นและไม่ได้ยินเมื่อนางเอาผงสีเขียวทาลงบนส้นเท้าข้อเท้าตามนิ้วละฝ่ามือ จากนั้นก็ทาลงตามเนื้อตัวของโมนา เด็กหญิงดิ้นรนพร้อมกับหัวเราะดีใจที่เห็นย่าให้ความเอาใจใส่อย่างมากในวันนี้
อุมโมนาเอาผงสีดําผสมน้ำและวาดลงบนขอบตาของลูกสาวอย่างประณีตทําให้ดวงตาดําขลับและกลมโตขึ้นกว่าเดิมส่วนเส้นขอบตาล่างนั้นนางวาดแต่บางเบา
“สวยจริง” พี่น้องของฮัสซันอุทานออกมาอย่างพอใจ
อุมโมนาเพียงแต่ยมถึงแม้เป็สะใภ้แต่นางก็ต้องแสดงความชื่นชมในตัวลูกสาวด้วยความสวยของโมนาเห็นได้ชัดว่าสักวันข้างหน้าต้องเป็หญิงสาวคนใดในหมู่บ้านนางรู้สึกพิศวงตัวเองที่สามารถให้กำเนิดลูกสาวผู้มีความงามล้ำเลิศเช่นนี้ได้ครั้นแล้วเชคาได้ตัดบท โดยออกคําสั่งแก่สามสาวพี่น้องว่า
“ซัฟฟราเข้าไปเอาไข่กับผงสีเขียวมาอีกแล้วก็เอาชามอ่างหนามหญ้าปล้องกับเชือกมา” อุมโมนาเริ่มเหงื่อแตกเมื่อได้ยินคําสั่ง “วาฮิบาเ้าจงจุดกํายาน”หยาดเหงื่อลามไหลลงไปตามท้องแขนและทรวงอกของอุม โมนา “นาอิมาเ้าไปเผามีด” คราวนี้หยาดเหงื่อเกาะพราวไปทั้งตัวเปียกเสื้อผ้าที่สวมอยู่ในชื้นชุ่ม“อุม โมนาเ้าคอยจับลูกไว้นะ”
นางสวมเสื้อคลุมสีแดงให้ลูกสาวที่ขณะนี้เนื้อตัวได้เปลี่ยนเป็สีทองผุดผ่องไปแล้วจากนั้นก็ค่อยๆ เอาผ้าป่านสีขาวคลุมลงบนศีรษะตลบอ้อมไปบนหลังไหล่นางลูบแก้มลูกสาวอย่างเวทนา
“แม่...แม่จ๋า...ดูข้าสิข้าเป็เ้าสาวที่สวยมากเลยใช่ไหมจ๊ะ?”
อุมโมนาไม่กล้าสบตาลูก เมื่อกลิ่นกํายานหอมอบอวลขึ้นทั้งห้องอุมโมนาสังเกตเห็นว่าแม่ของฮัสซันกําลังมองหน้านางอย่างเห็นใจเป็ครั้งแรกที่แม่ผัวกับลูกสะใภ้มิได้ประกาศความเป็อริแก่กัน อุมฮัสซันเองก็มีลูกสาวตั้งสามคนเพราะฉะนั้นนางย่อมต้องเ็ปในหัวใจอยู่ไม่น้อยเมื่ออุม ฮัสซันโอบกอดนางอุม โมนามิได้ขัดขืน
ควันกํายานลอยกรุ่นเชคาสั่งให้พวกผู้หญิงสวดมนต์บทแรกในพระคัมภีร์โกหร่านเสื้อชุดสีแดงของโมนางามเด่นท่ามกลางเสื้อคลุมสีขาวของญาติฝ่ายพ่อและสีดำของหมอตำแยกับแม่ของเธอ
“ในพระนามแห่งพระผู้เป็เ้าพระกรุณาธิคุณและพระเมตตา ข้าพระเ้าขอสรรเสริญพระองค์ผู้เป็ใหญ่แห่งจักรวาลพระองค์ผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตาพระกรุณา พระองค์ผู้ทรงไว้ซึ่งอํานาจเมื่อถึงวันตัดสิน ข้าพระเ้าทั้งหลายขอเทิดทูน
ด้วยพระองค์คือผู้ที่เราทั้งหลายขอประทานความช่วยเหลือขอพระองค์ทรงนําทางที่ถูกต้องให้แก่พวกเราทั้งหลายด้วยหนทางที่เป็ไปตามน้ำพระทัยแห่งพระองค์ มิใช่หนทางที่พระองค์ไม่ทรงโปรดและมิใช่หนทางสําหรับผู้ที่ได้กลายเป็เถ้าธุลี”
โมนากระตุกเสื้อคลุมของแม่เพื่อบอกให้รู้ว่าเธอจําข้อความในพระคัมภีร์บทนี้ได้โดยตลอดเมื่ออุม โมนาหันมามองโดยไม่กะพริบตาโมนาก็ก้มหน้าลง-สายตาของแม่บ่งบอกให้รู้ว่ากําลังมีอันตรายเข้ามาถึงตัว
เชคายกมือขึ้นเป็สัญญาณป้าและอาช่วยกันถอดเสื้อคลุมกับผ้าคลุมศีรษะออกจากร่างกายของเด็กหญิงเป็ครั้งแรกในชีวิตที่โมนายืนเปลือยร่างเช่นนั้นในตอนแรกเด็กหญิงรู้สึกถึงความเป็อิสระแต่เมื่อคนหนึ่งเอื้อมมาจับแขนกับอีกสองคนเอื้อมมาจับขาเด็กหญิงก็กรีดร้องขึ้น
“แม่...แม่จ๋า...พวกเขาทําอะไรข้า?”
อุมโมนารับถลันเข้าไปหาลูกแต่แม่ของฮัสซันจับนางไว้แน่น
“แม่...แม่...แม่จ๋า”
ป้าและอาช่วยกันจับร่างเด็กหญิงนอนลงบนพื้นห้องอุม โมนาต้องกํามือคลายมือตลอดเวลาในขณะที่อาทั้งสองช่วยกันถ่างขาโมนาออกจนกว้าง
“แม่จ๋า”
เชคาซามีราคุกเข่าลงระหว่างขาของเด็กหญิงนิ้วมือสั่นของนางควานเข้าไปในอวัยวะเพศจนกระทั่งพบปุ่มคลิตอริสซึ่งเล็กเท่าเม็ดทรายแล้วออกคําสั่งเสียงห้วนว่า
“จับไว้ให้แน่นนะ”
สิ่งที่เกิดตามมาเป็ไปอย่างรวดเร็วจนแทบดูไม่ทันใบมีดวาบวับขึ้นเพียงพริบตาก่อนที่มันจะตัดปลายคลิตอริสออก
“อย่า” สัญชาตญาณแห่งความเป็แม่ทําให้อุม โมนาร้องออกไปพร้อมๆกับที่เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บของโมนาดังลั่นขึ้น เชคาดึงเยื่อสีชมพซึ่งฝังอยู่ในคลิตอริสออกอย่างรวดเร็วด้วยรู้ว่าาแกําลังมีเืไหลออกมากลบและทําให้ลื่นจนจับอะไรไม่ติดนางตัดตรงโน้นอีกนิดตรงนี้อีกหน่อยด้วยความชำนาญและเอาเนื้อเยื่อที่ควักล้วงออกมาใส่ลงในชามสะอาด
อุมโมนาทรุดตัวอยู่ข้างลูก ได้แต่ลูบศีรษะและหน้าผากที่ชุ่มเหงื่ออย่างประหวั่นพรั่นพรึงแต่นางไม่สามารถช่วยสกัดกั้นความเ็ปที่กำลังเกิดกับลูกได้
ส่วนพี่สาวและน้องสาวของฮัสซันก็ตะเบ็งเสียงร้อง“อัยโยอุย...อัยโยอุย...อัยโยอุย...” เป็ท่วงทํานองเพลงซึ่งแม่มดหมอผีลงความเห็นว่ายิ่งกรีดเสียงร้องแหลมได้เท่าไรยิ่งฟังไพเราะเท่านั้นแต่เสียงร้องด้วยความเจ็บของโมนาในยามนี้ดูเหมือนดังกว่าแม้ว่าป้าและอาจะช่วยกันปลอบโยนสักเพียงไร
“อย่าร้อง...เ้าเป็สาวแล้วนะ”ซัฟฟราว่า
“ไหน...ไปเอาเ้าบ่าวมาหน่อยสิ”วาฮิบาพลอยพูดตามไปด้วย
“เ้าเป็เ้าสาวแล้วโมนาเ้าเป็ผู้หญิงเต็มตัวแล้วนะ” อุมฮัสซันถอนใจยืดยาวและทุกคนก็ร้องพร้อมกันว่า
“อัล-ฮัมดุลลิลลา”ข้าขอสรรเสริญพระผู้เป็เ้า
ขณะเดียวกันเชคาผู้นั้นก็ยังทําหน้าที่ของนางต่อไปนางเอาไข่สดใส่ลงาแเพื่อช่วยรักษาให้หายเร็วขึ้น-เอาผงสีเขียวโรยผสมลงเพื่อให้คลายความเจ็บโมนาบิดตัวอยู่เร่าๆ ด้วยความเจ็บที่ดูเหมือนเพิ่มทวีขึ้นทุกขณะ
“จับไว้ให้แน่นสิยังไม่เสร็จเลย”เชคา ซามีราสั่งหยิบหนามที่ล้างจนสะอาดขึ้นมาและลงมือเย็บแผลอย่างรวดเร็วไม่ลืมที่จะสอดท่อนหญ้าปล้องเข้าไว้เพื่อช่วยในการปัสสาวะบัดนี้อวัยวะสืบพันธุ์ของโมนาถูกเย็บติดกันจนสนิท มีแต่เพียงท่อนหญ้าปล้องสั้นๆที่โผล่ออกมาให้เห็นแต่ถ้าโมนาแต่งงานไปวันใดก็ต้องมีหมอตําแยอีกคนหนึ่งมาจัดการผ่ารอยแผลที่เย็บนี้ไว้ออกเพื่อชายผู้เป็สามีไม่ประสบปัญหาในการร่วมเพศ
“เอาเชือกมา”เชคา ซามีราสั่งครั้นแล้วก็ลงมือมัดั้แ่ต้นขาลงไปยังหัวเข่าและข้อเท้าอย่างปราศจากความปราณีเชือกเส้นนี้ต้องถูกผูกติดอยู่กับร่างกายแบบนี้เป็เวลาสี่สิบวันสี่สิบคืนเพื่อโมนาจะได้ปลอดภัยาแหายสนิทลงใน่เวลานั้น เชคาถอนหายใจออกมายืดยาวขอบคุณพระเ้าอยู่ในใจก่อนจะเดินออกไปล้างมือในสนามหน้าบ้านขณะเดียวกันก็อธิษฐานขอให้พระผู้เป็เ้าได้ทรงโปรดช่วยรักษาาแให้โมนาหายโดยเร็วไปพร้อมกัน