**ปฐมบทแห่งความเงียบงันและเงามืดที่สะท้อนจากก้นบึ้ง**
มิติแห่งชั้นที่ห้าสิบของ 'หอคอยสัจธรรมลวงตา' ถูกห่อหุ้มด้วยความมืดมิดที่ลึกล้ำยิ่งกว่ารัตติกาลใดๆที่มนุษย์เคยพานพบ มันไม่ใช่เพียงการไร้ซึ่งแสงสว่างทว่ามันคือความว่างเปล่าที่กลืนกินแม้กระทั่งเสียงของลมหายใจและจังหวะการเต้นของหัวใจพื้นเบื้องล่างที่หลินเทียนเหยียบย่ำลงไปนั้น มีพื้นผิวราบเรียบและสะท้อนเงาดุจผืนน้ำสีดำสนิททว่ากลับไร้ซึ่งระลอกคลื่น ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดิน ไม่ก่อให้เกิดเสียงสะท้อนใดๆราวกับว่าตัวตนของเขาถูกลบหายไปจากกฎเกณฑ์ของจักรวาลแห่งนี้
กฎของหอคอยแห่งนี้เด็ดขาดและไร้ความปรานี...'ลมปราณ' ซึ่งเป็นดั่งแขนขาและลมหายใจของผู้ฝึกตน ถูกค่ายกลระดับพระเจ้าผนึกไว้อย่างสมบูรณ์แบบจุดตันเถียนของหลินเทียนที่เคยกักเก็บ 'หัวใจมังกรคราม' อันทรงพลังบัดนี้เงียบสงัดประหนึ่งบ่อน้ำที่เหือดแห้ง เขาไม่สามารถเรียกใช้เกล็ดมังกรสีทองไม่สามารถจุดประกายอัสนีสีม่วงทอง และไม่สามารถหยิบยืมพลังจากฟ้าดินได้อีกต่อไปสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่คือพละกำลังจากกล้ามเนื้อและกระดูกที่ถูกขัดเกลามาอย่างหนักหน่วงกับกระบี่มังกรพลิกฟ้าในมือที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเหล็กกล้าสีดำที่ไร้ซึ่งความมหัศจรรย์ใดๆ
ทว่าสิ่งที่ทำให้บรรยากาศในมิตินี้บีบคั้นประสาทจนแทบคลุ้มคลั่ง ไม่ใช่การสูญเสียพลัง...แต่มันคือการเผชิญหน้ากับ 'ตัวตน' ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงสิบวา
ร่างนั้นมีรูปร่างและส่วนสูงเท่ากับหลินเทียนทุกประการทว่ากลับสวมชุดเกราะเหล็กไหลสีดำสนิทที่อาบด้วยลวดลายดวงตาที่ปิดสนิท... **'เกราะเทพไร้เนตร'** (TheEyeless God Armor) สัญลักษณ์แห่งความวิปริตและลัทธิที่หลินเทียนเพิ่งจะทำลายทิ้งไปในทวีปชั้นล่าง!บนศีรษะของร่างนั้นสวมมงกุฎที่หล่อหลอมจากกระดูกมังกรสีดำบิดเบี้ยว ในมือขวาถือ 'กระบี่มังกรพลิกฟ้า' ที่มีรูปลักษณ์เหมือนของหลินเทียนทุกระเบียดนิ้วแต่กลับแผ่ซ่านไอความตายและคาวเลือดที่เน่าเหม็นออกมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อร่างนั้นค่อยๆยกมือซ้ายขึ้นถอดหน้ากากเหล็กออก... เผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังลมหายใจของหลินเทียนก็ถึงกับสะดุดไปชั่วขณะ!
มันคือใบหน้าของเขาเอง! เป็น 'หลินเทียน' ที่มีดวงตาสีดำสนิทไร้ซึ่งตาขาวริมฝีปากแสยะยิ้มอย่างบิดเบี้ยว รอยแผลเป็นบนใบหน้าเหมือนกันทุกประการทว่ารังสีที่แผ่ออกมานั้น ปราศจากความเมตตา ปราศจากความเป็นมนุษย์มันคือตัวตนที่ถูกกลืนกินโดย 'ความว่างเปล่า' และการทำลายล้างอย่างสมบูรณ์แบบมันคือภาพสะท้อนของอนาคตที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด หากหลินเทียนเลือกที่จะละทิ้งหัวใจและยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบของสายเลือดมังกร!
"ตกใจงั้นรึ? ที่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของตัวเอง"
หลินเทียนแห่งความมืดเอ่ยขึ้นน้ำเสียงของมันเหมือนกับหลินเทียนทุกประการทว่ากลับแหบพร่าและก้องกังวานประหนึ่งเสียงกระซิบจากขุมนรก"เจ้าหนีความจริงมาตลอด หลินเทียน... เจ้าพร่ำบอกตัวเองว่าต่อสู้เพื่อปกป้องพร่ำบอกว่าใช้กระบี่เพื่อผดุงคุณธรรม... ทว่าลึกลงไปในก้นบึ้งของจิตวิญญาณเจ้ารู้ดีกว่าใคร ว่าความสุขที่แท้จริงของเจ้าคือวินาทีที่คมกระบี่ฟันทะลุเนื้อหนังของศัตรูคือวินาทีที่เจ้าได้เห็นพวกอัจฉริยะที่เคยหยิ่งยโสต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตอยู่แทบเท้าเจ้า!"
"หุบปาก..."หลินเทียนตัวจริงเอ่ยเสียงเรียบ เขากระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น แววตาสี sapphire ของเขาสงบนิ่งทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดบนท่อนแขนกลับตึงเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน
"ทำไมข้าต้องหุบปาก? ในเมื่อข้าก็คือ 'เสียงสะท้อน' ของความปรารถนาที่เจ้าเก็บกดไว้!"หลินเทียนแห่งความมืดหัวเราะร่วน มันกางแขนออกกว้าง "มองดูตัวเองสิ!เจ้าอ้างว่าแบกรับปณิธานของหมู่บ้านหมอกครามแบกรับความแค้นของผู้เฒ่ากู่และเสี่ยวหมิง... แต่ความจริงแล้วเจ้ามันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่ใช้ความตายของพวกเขาเป็น 'ข้ออ้าง' ในการเข่นฆ่าผู้คนอย่างชอบธรรมต่างหาก!หากไม่มีศพของพวกเขากองอยู่เบื้องหลังเจ้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะชักกระบี่ด้วยซ้ำ!"
> **"คมดาบที่กรีดลงบนเนื้อหนังอาจสร้างบาดแผลที่ต้องใช้เวลาสมาน... ทว่าคำพูดที่กรีดลึกลงไปในบาดแผลของจิตวิญญาณมันคือยาพิษที่ไม่มีวันเจือจาง... ศัตรูที่เอาชนะยากที่สุดไม่ใช่ศัตรูที่มีพลังเหนือกว่า แต่คือศัตรูที่รู้ว่า 'จุดอ่อน' ที่สุดในหัวใจของเราซ่อนอยู่ที่ใด"**
หลินเทียนกัดฟันกรอดคำพูดของเงาสะท้อนนั้นทิ่มแทงเข้าจุดตายทางความรู้สึกของเขาอย่างจังมันคือความจริงอันดำมืดที่เขาพยายามหลีกหนีมาตลอด ว่าการสังหารหมู่ในลานประลองการบดขยี้ศัตรูนับพัน... ลึกๆแล้วมันแฝงไปด้วยความปีติยินดีของการได้อยู่เหนือผู้อื่น
"เจ้าพูดจบหรือยัง?" หลินเทียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสี sapphire ของเขาทอประกายเย็นเยียบและเด็ดขาด"หากเป้าหมายของหอคอยลวงตานี้คือการทำให้ข้าสติแตกด้วยตรรกะวิบัติของภาพมายา...ขอบอกเลยว่ามันทำให้ข้ารู้สึกรำคาญมากกว่าหวาดกลัว"
"อวดดี! ปราศจากลมปราณมังกรปราศจากอัสนีสีม่วงทอง... แกมันก็แค่เด็กกำพร้าจากสลัมที่มีดีแค่กล้ามเนื้อเนื้อก้อนโตเท่านั้น!"
หลินเทียนแห่งความมืดตวาดก้องมันพุ่งทะยานเข้าหาหลินเทียนตัวจริงด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว!แม้จะไม่มีลมปราณทว่าพละกำลังกายเนื้อของภาพมายาก็ถูกจำลองมาจากความแข็งแกร่งสูงสุดของหลินเทียนทุกประการ!กระบี่มังกรพลิกฟ้าสีดำทมิฬถูกฟาดฟันลงมาในแนวตั้งหมายจะผ่ากะโหลกของร่างต้นให้ขาดเป็นสองซีก!
**ปะทะเดือดไร้ลมปราณสัจธรรมแห่งเนื้อหนังและหยาดเหงื่อ**
*กิ๊งงงงงงงงงงง!*
เสียงโลหะปะทะกันดังกังวานกึกก้องไปทั่วมิติอันว่างเปล่า!ประกายไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดส่องสว่างให้เห็นใบหน้าของทั้งสองที่ห่างกันเพียงคืบ!
หลินเทียนยกกระบี่ขึ้นปัดป้องในแนวนอนแรงกระแทกมหาศาลที่ถ่ายทอดลงมาตามใบดาบหนักหน่วงประหนึ่งขุนเขาถล่มทับแขนขวาของเขาสั่นสะท้านขาทั้งสองข้างที่ยืนหยัดอยู่บนผิวน้ำสีดำถึงกับจมลึกลงไปจนถึงข้อเท้า!
"หนักใช่ไหมล่ะ?! นี่แหละคือพละกำลังที่แท้จริงเมื่อปราศจากปราณคอยพยุง!"หลินเทียนแห่งความมืดแสยะยิ้ม มันอาศัยจังหวะที่ร่างต้นเสียสมดุลชักเท้าซ้ายเตะกวาดเข้าที่ชายโครงของหลินเทียนอย่างรวดเร็วดุจแส้!
*ผัวะ!*
หลินเทียนยกศอกซ้ายขึ้นป้องกันได้ทันท่วงทีทว่าแรงเตะก็ซัดเอาร่างของเขากระเด็นถอยหลังไถลไปบนผิวน้ำสีดำไกลกว่าสิบวาเขาพลิกตัวกลางอากาศและใช้ปลายกระบี่ปักลงบนผืนน้ำเพื่อเบรกความเร็วหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อเย็นเยียบเริ่มผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้า
ในโลกที่ไร้ลมปราณการต่อสู้ด้วยกระบวนท่าและพละกำลังเนื้อล้วนๆคือการรีดเร้นขีดจำกัดของร่างกายอย่างแท้จริง ทุกการฟาดฟัน ทุกการขยับกล้ามเนื้อล้วนเผาผลาญออกซิเจนและพลังงานอย่างมหาศาล! และที่เลวร้ายที่สุดคือ ศัตรูตรงหน้า 'รู้' ทุกกระบวนท่า ทุกความคิดและทุกสัญชาตญาณการตอบสนองของเขา!
"แกหลบการโจมตีต่อไปของข้าด้วยการกลิ้งไปทางซ้ายแน่ๆ!"
หลินเทียนแห่งความมืดพุ่งตามเข้ามาติดๆมันไม่ได้ฟันกระบี่ในวิถีปกติ ทว่ากลับแทงสวนไปในทิศทาง 'ซ้าย' ดักรอการเคลื่อนไหวของหลินเทียนล่วงหน้า!
*ฉัวะ!*
คมกระบี่สีดำทมิฬเฉือนเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของหลินเทียนอย่างจัง!เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นออกมาหยดลงบนผิวน้ำสีดำความเจ็บปวดแปลบแล่นเข้าสู่โสตประสาท มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจำลองทว่ามันคือความรู้สึกที่สมจริงจนแทบจะทำให้สติหลุด!
หลินเทียนกัดฟันข่มความเจ็บปวดเขาไม่ถอยหนี ทว่ากลับก้าวสวนเข้าไปประชิดตัวภาพมายา!
> **"วิถีแห่งดาบไม่ใช่การคาดเดาอนาคต... แต่เป็นการบดขยี้อนาคตที่ศัตรูคาดเดาไว้!"**
หลินเทียนละทิ้งกระบวนท่า 'วิชากระบี่ไร้ลักษณ์' ที่คุ้นเคยทั้งหมด! เพราะกระบวนท่าเหล่านั้นถูกจารึกอยู่ในมโนสำนึกซึ่งภาพมายาย่อมรู้ทันเขาเปลี่ยนมาใช้สัญชาตญาณดิบเถื่อนของการเอาชีวิตรอดที่เรียนรู้มาจากการดิ้นรนในวัยเด็ก!
เขาใช้ด้ามกระบี่กระแทกเข้าที่ข้อมือของภาพมายาเพื่อเบี่ยงเบนวิถีดาบก่อนจะทิ้งกระบี่ของตนเองลง! เปลี่ยนมือขวาเป็นกำปั้น ซัดหมัดลุ่นๆเข้าที่ปลายคางของหลินเทียนแห่งความมืดอย่างจัง!
*ผัวะ!*
ร่างของหลินเทียนแห่งความมืดหน้าหงายไปด้านหลังทว่ามันก็ตอบสนองด้วยความโหดเหี้ยมไม่แพ้กัน มันปล่อยมือจากกระบี่และใช้ 'หัวกระแทก' สวนกลับเข้าที่ดั้งจมูกของหลินเทียนตัวจริง!
*กร๊อบ!*
เลือดกำเดาสีแดงสดไหลทะลักออกจากจมูกของหลินเทียนทั้งสองร่างถอยผละออกจากกันหอบหายใจอย่างหนักหน่วงสภาพของราชันมังกรในยามนี้ดูไม่ต่างอะไรกับนักเลงข้างถนนที่กำลังชกต่อยกันเพื่อแย่งชิงเศษอาหาร!ใบหน้าหล่อเหลาบอบช้ำ ร่างกายที่เคยสง่างามเต็มไปด้วยรอยแผลและคราบเลือด
การต่อสู้ดำเนินต่อไปอย่างบ้าคลั่งและดิบเถื่อนที่สุด!ไร้ซึ่งเวทมนตร์ ไร้ซึ่งปราณอัสนีเพลิง มีเพียงเสียงหอบหายใจเสียงกล้ามเนื้อที่ฉีกขาด และเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องไปทั่วความมืดมิด!
หลินเทียนและภาพมายาของเขา แลกหมัดแลกเข่า แลกศอกกันอย่างไม่มีใครยอมใคร!ทุกครั้งที่หลินเทียนสร้างบาดแผลให้ศัตรูได้เขาก็ต้องรับบาดแผลที่สาหัสพอกันกลับคืนมา! เพราะความแข็งแกร่งของพวกเขา 'เท่าเทียมกัน' โดยสมบูรณ์!
"แฮ่ก... แฮ่ก...ยอมรับความจริงซะเถอะ!" หลินเทียนแห่งความมืดพ่นเลือดลงพื้นก่อนจะพุ่งเข้ามารวบเอวหลินเทียน ทุ่มร่างของเด็ดหนุ่มลงกระแทกกับผิวน้ำสีดำอย่างแรง!น้ำสีดำสาดกระเซ็น มันขึ้นคร่อมบนร่างของหลินเทียนระดมหมัดซัดเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างไม่ยั้ง!
*ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!*
"เจ้าไม่มีวันชนะข้าได้!เพราะข้าคือด้านที่มืดมิดที่สุดที่เจ้าซ่อนไว้! ข้าไม่มีศีลธรรมมาผูกมัด!ข้าไม่ต้องกังวลถึงความตายของใคร! ข้าคือ 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่เจ้าปฏิเสธ!"
ภาพมายากระชากคอเสื้อของหลินเทียนขึ้นมาดวงตาสีดำสนิทจ้องลึกลงไปในดวงตาสี sapphire ที่เริ่มพร่ามัว"ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการละทิ้งความอ่อนแอซะ! ยอมรับข้า!แล้วเราจะไปฆ่าล้างนครสวรรค์ด้วยกัน!"
หลินเทียนนอนหายใจรวยรินอยู่บนผิวน้ำเลือดไหลอาบใบหน้าจนแทบมองไม่เห็น วิสัยทัศน์ของเขาเริ่มพร่ามัวร่างกายของเขาถึงขีดจำกัดของการทนรับความเจ็บปวดแล้วหากจิตใจของเขาแตกสลายในวินาทีนี้ เขาจะถูกจองจำอยู่ในหอคอยนี้ไปตลอดกาล!
ภาพความทรงจำต่างๆเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัว... ความเจ็บปวดจากการถูกดูถูก ความโกรธแค้นที่ถูกหักหลังความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งเพื่อไม่ต้องสูญเสียใครอีก... บางที...การละทิ้งทุกอย่างและกลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจอาจจะทำให้เขาไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป?
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินจิตวิญญาณ...'ประโยคหนึ่ง' ก็ดังก้องขึ้นมาในความทรงจำ...เป็นคำสอนสุดท้ายของผู้เฒ่ากู่ ก่อนที่ลมหายใจจะดับสูญ
*"ความจริงอาจเป็นเงา...แต่ใจเจ้าคือแสงสว่าง... อย่าให้สิ่งที่ตาเห็น บดบังสิ่งที่ใจรู้"*
*ตึกตัก...*
หัวใจที่อ่อนล้าของหลินเทียนกระตุกเต้นขึ้นมาอีกครั้ง! มันไม่ใช่การเต้นด้วยพละกำลังของมังกร...แต่มันคือการเต้นด้วย **'เจตจำนงแห่งมนุษย์'** ที่ดื้อรั้นและไม่ยอมสยบต่อโชคชะตา!
**สัจธรรมแห่งกระจกเงาและการตื่นรู้ของดาบไร้นาม**
ดวงตาสี sapphire ของหลินเทียนที่เคยพร่ามัวบัดนี้กลับมาเบิกกว้างและสว่างไสว! มันไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีทองบริสุทธิ์ของมังกรทว่ามันยังคงเป็นสีน้ำเงินเข้มดุจมหาสมุทร... สีของมนุษย์ธรรมดาที่มีหัวใจ!
> **"เจ้าบอกว่าเจ้าคือความสมบูรณ์แบบที่ปราศจากศีลธรรมงั้นรึ?..."**หลินเทียนยิ้มเยาะ ทั้งๆที่ปากยังเต็มไปด้วยเลือด **"การหลบหนีความเจ็บปวดด้วยการทำลายหัวใจทิ้ง...มันไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่มันคือความ 'ขี้ขลาด' ที่สุดต่างหาก!ข้าไม่เคยปฏิเสธว่าข้ามีความมืดมิดในใจ... ข้ายอมรับมัน! ข้ายอมรับว่าข้าโกรธข้าแค้น และข้ากระหายการต่อสู้! แต่ความมืดมิดนั้น... มันเป็นได้แค่ 'ทาส' รับใช้เจตจำนงของข้า ไม่ใช่ 'เจ้านาย' ของข้า!"**
"อวดดีจนวินาทีสุดท้าย!"หลินเทียนแห่งความมืดคำราม มันง้างหมัดที่หุ้มด้วยเกราะเหล็กไหลหมายจะทะลวงกะโหลกของหลินเทียนให้ดับดิ้น!
ทว่า... พริบตานั้นเองหลินเทียนกลับปล่อยมือจากการป้องกันตัวเอง! เขากางแขนทั้งสองข้างออกยอมรับการโจมตีโดยสมบูรณ์!
"เข้ามาสิ...ฟาดฟันตัวตนของข้าให้แหลกสลาย"หลินเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งจนน่าขนลุก"เพราะการจะก้าวข้ามกระจกเงา... วิธีเดียว คือการ 'ทำลาย' มันจากทั้งสองฝั่ง!"
หลินเทียนแห่งความมืดชะงักไปเสี้ยววินาทีด้วยความสับสนทว่าสัญชาตญาณสังหารก็สั่งให้มันฟาดหมัดลงไปสุดแรง!
*เปรี้ยงงงงงง!*
หมัดเหล็กพุ่งกระแทกเข้าที่ใบหน้าของหลินเทียนอย่างจัง!ทว่า ในเวลาเดียวกันนั้นเองหลินเทียนก็ได้รวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ทั้งหมด... ไม่ใช่เพื่อป้องกันหรือเพื่อโจมตีร่างกายของศัตรู... ทว่าเขากำหมัดขวา และ **'ชกสวน'** ลงไปที่ 'ผิวน้ำสีดำ' (กระจกเงาของหอคอย)ที่อยู่ด้านล่างแผ่นหลังของตนเอง!
**"สัจธรรมไร้ลักษณ์:ปฐมบทแห่งความพินาศ!"**
*เพล้งงงงงงงงงงงงงง!*
เสียงแตกหักที่ดังกึกก้องประหนึ่งจักรวาลถูกฉีกทึ้งดังสนั่นหวั่นไหว!
หมัดของหลินเทียนที่อัดแน่นด้วย 'เจตจำนงแห่งกระบี่' ที่ก้าวข้ามตัวตน ทะลวงผ่านผิวน้ำสีดำลงไป!รอยร้าวขนาดยักษ์ลุกลามไปทั่วอาณาเขตความมืดมิดอย่างรวดเร็วประหนึ่งใยแมงมุมสายฟ้า!
เมื่อกระจกเงาแห่งความมืด(มิติของหอคอย) เริ่มแตกสลาย... กฎเกณฑ์จำลองที่สร้าง 'หลินเทียนแห่งความมืด' ขึ้นมา ก็เริ่มพังทลายลงด้วย!
หมัดของภาพมายาที่กระแทกหน้าหลินเทียนหยุดชะงักและเริ่มสลายกลายเป็นละอองสีดำร่างในชุดเกราะเทพไร้เนตรของมันเกิดรอยร้าวรุนแรงไปทั่วทั้งตัว!
"แก... แกบ้าไปแล้วรึ!การทำลายแกนกลางมิติของหอคอย จะทำให้จิตวิญญาณของแกถูกฉีกทึ้งไปด้วย!"ภาพมายากรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังร่างกายของมันกำลังแตกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
"ถ้าจิตวิญญาณของข้าเปราะบางถึงเพียงนั้น...ก็ให้มันแหลกไปพร้อมกับโลกมายาจอมปลอมของพวกเจ้าเถอะ!"
หลินเทียนคำรามลั่น เขาง้างหมัดซ้ายและซัดเข้าที่ใบหน้าของภาพมายาที่กำลังแตกสลายอย่างสุดกำลัง!เป็นการปิดฉากเงาสะท้อนแห่งความหวาดกลัวของตนเองด้วยมือเปล่า!
*บูมมมมมมม!*
มิติชั้นที่ห้าสิบของหอคอยสัจธรรมลวงตาระเบิดออกเป็นแสงสีขาวสว่างจ้า!กระจกเงาสีดำนับล้านชิ้นแตกกระจายร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่าภาพมายาของหลินเทียนแห่งความมืดแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปตลอดกาล!
หลินเทียนปล่อยให้ร่างกายของตนเองล่องลอยไปท่ามกลางแสงสว่างที่เจิดจ้านั้นความเจ็บปวดทางกายมลายหายไปสิ้น พลังลมปราณที่ถูกผนึกไว้เริ่มไหลย้อนกลับคืนสู่เส้นชีพจรทว่าครั้งนี้ ปราณมังกรครามของเขาไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือดิบเถื่อนเหมือนเคยแต่มันกลับ 'สงบนิ่ง' และ 'บริสุทธิ์' อย่างถึงที่สุด
เขาได้ก้าวข้ามผ่านจิตมารของตนเอง...และหลอมรวมแสงสว่างและความมืดในหัวใจให้กลายเป็น **'สัจธรรมที่แท้จริง'** ได้สำเร็จ!นี่คือการยกระดับจิตวิญญาณที่ประเมินค่าไม่ได้!
**บทสรุปเหนือชั้นที่ห้าสิบและความตื่นตะลึงของสวรรค์**
ณ ภายนอกของหอคอยสัจธรรมลวงตาท่ามกลางจัตุรัสผู้บรรลุธรรมที่อัดแน่นไปด้วยอัจฉริยะและผู้อาวุโสแห่งนครสวรรค์
รายชื่อของผู้เข้าแข่งขันนับหมื่นคนปรากฏอยู่บนศิลาโฮโลแกรมขนาดยักษ์รายชื่อสีแดงคือผู้ที่จิตใจแตกสลายและถูกดีดตัวออกมาจากหอคอยในสภาพหมดสติและคลุ้มคลั่งซึ่งบัดนี้มีจำนวนมากกว่าเก้าพันคนแล้ว!
รายชื่อสีทองคือผู้ที่ยังคงปีนป่ายขึ้นไปเรื่อยๆอัจฉริยะส่วนใหญ่หยุดชะงักอยู่ที่ชั้นที่ยี่สิบถึงสามสิบ ทว่ามีกลุ่ม 'ศิษย์สายตรง' ระดับท็อปบางคนที่สามารถฝ่าทะลวงขึ้นไปถึงชั้นที่สี่สิบได้แล้วท่ามกลางเสียงเชียร์ของตระกูลตนเอง
ทว่า... ทันใดนั้นเอง!
*วิ้งงงงงงง!*
หอคอยกระจกดำขนาดยักษ์พลันเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนพื้นนครสวรรค์สะท้านสะเทือน!คลื่นแสงสีขาวบริสุทธิ์ระเบิดทะลุออกมาจาก **'ชั้นที่ห้าสิบ'** ของหอคอย สว่างจ้าจนบาดตา!
ผู้อาวุโสไป๋มู่ที่ลอยตัวอยู่เหนือจัตุรัสเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนเสียอาการ!ท่านรีบเหาะลงมาดูศิลาโฮโลแกรมใกล้ๆ
"เป็นไปไม่ได้! มีคนทะลวงผ่านด่านจิตมารชั้นที่ห้าสิบได้ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วยาม!แถมยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างค่ายกลลวงตาของหอคอยอีกด้วย!พลังใจระดับนี้มัน... ก้าวล่วงขอบเขตผสานจิตวิญญาณไปแล้ว!"
ผู้คนในลานกว้างต่างแตกตื่นและรีบมองหาชื่อของผู้ที่สร้างปาฏิหาริย์นี้บนยอดสุดของศิลาโฮโลแกรม เหนือชื่อของอัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่าง 'เจี้ยนอู๋ซวง' ที่เพิ่งจะตะเกียกตะกายถึงชั้นที่สี่สิบห้า...ปรากฏชื่อใหม่ที่เปล่งแสงสีม่วงทองสว่างไสว!
**อันดับที่ 1: นิรนาม -ทะลวงผ่านชั้นที่ 50 (ก้าวสู่มิติชั้นสูงสุด)**
"ไอ้หนุ่มเร่ร่อนนั่น! มันผ่านชั้นที่ห้าสิบไปได้แล้ว!"
"ปีศาจ!มันเป็นปีศาจกลับชาติมาเกิดชัดๆ! ขนาดใช้ลมปราณไม่ได้มันยังทะลวงบททดสอบจิตใจที่โหดร้ายที่สุดของมหาทวีปได้รวดเร็วปานนี้!"
ขณะที่นครสวรรค์กำลังตกอยู่ในความโกลาหลและความตื่นตะลึงสุดขีด...ภายในหอคอย หลินเทียนได้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง บัดนี้เขาไม่ได้ยืนอยู่บนแผ่นน้ำสีดำทว่าเขายืนอยู่บนบันไดเวียนศิลาหยกที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ 'ยอดสุด' ของหอคอยชั้นที่หนึ่งร้อย!ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกปิดตายและไม่เคยมีผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์คนใดก้าวไปถึงมาก่อน!
"บททดสอบความอ่อนแอมันจบลงแล้ว..."หลินเทียนกระชับกระบี่มังกรพลิกฟ้าในมือ แววตาสี sapphire ทอประกายความมั่นใจที่ไม่อาจสั่นคลอน"ต่อจากนี้ไป... ข้าจะไปดูให้เห็นกับตา ว่าบนยอดสุดของสวรรค์จอมปลอมแห่งนี้มันซ่อนความลับอะไรเอาไว้!"
การเดินทางของราชันมังกรยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับการตื่นรู้ที่ทำให้แผ่นดินนครสวรรค์ต้องสั่นสะเทือน!
**จบบทที่ 48 (สัจธรรมแห่งการแตกหัก)**