เหลียนเยี่ยนหรือจิ่วเอ๋อร์กำลังนั่งเล่นอยู่บนกิ่งไม้ริมธารน้ำที่ไหลผ่านด้านข้างของพระราชวังในมือมีม้วนตำราสายตานางมองออกไป สภาพในเมืองปีศาจที่แตกต่างจากแดนมนุษย์อย่างแรกคือไร้กำแพงวังปีศาจด้านนอกที่เดินผ่านไปมายอมมองเห็นนางเช่นเดียวกับที่นางนั่งมองพวกเขาที่เดินผ่านเช่นกันนับเวลาดูก็หลายวันแล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ก็ยังมีความรู้สึกแปลกแยกไม่เป็ส่วนหนึ่งกับที่นี่
“ไม่รู้ว่าองค์หญิงใหญ่ นางมีนิสัยอย่างไรจะเอาแต่ใจเช่นองค์หญิงท่านอื่นๆหรือไม่”
“เ้าไม่รู้แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร นางเป็สตรีปีศาจที่พลัดพรากจากบิดามารดาไปอยู่ในแดนมนุษย์นิสัยอาจจะคล้ายคลึงมนุษย์ก็ได้นะ”
“จิตใจงดงาม อ่อนโยนน่ะรึ”
“แต่ข้าเคยอ่านเจอว่ามนุษย์ที่โหดร้ายกว่าปีศาจก็มีนะ”
“พวกเราระมัดระวังตัวในการเข้าไปดูแลรับใช้หน่อยก็คงไม่ถึงกับลงโทษเช่นตำหนักอื่นที่ชอบทุบตีอย่างรุนแรงก็ถึงกับชีวิตหรอกเชื่อข้า”
เพราะยังไม่รู้ว่านางเป็ปีศาจที่มีนิสัยใจคออย่างไรปีศาจรับใช้ในวังแห่งนี้จึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้ามาในตำหนักทำให้ค่อนข้างเงียบเรียกได้ว่าเป็่เวลาแห่งการปรับตัวเข้าหากัน
ในวังจ้าวปีศาจแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมา่เวลานี้องค์หญิงใหญ่เหลียนเยี่ยนคือคนที่ได้รับการเอาอกเอาใจเป็อย่างยิ่งด้วยจอมปีศาจรักและตามใจนางเป็อย่างมากแม้รูปร่างยังคงเป็มนุษย์ไม่สามารถแปลงกลับมาในร่างปีศาจเช่นท่านจ้าวปีศาจหรือราชินีจิ้งจอกผู้งดงามก็ตาม
จากบันทึกในตำราที่นางพยายามอ่านบนพื้นพิภพมนุษย์เป็ใหญ่ในดินแดนที่ตนอาศัยอยู่และไปถึงได้แต่ในพื้นที่ลับตาที่มนุษย์มองเข้าไปไม่ถึง ในดินแดนที่ม่านหมอกหนาทึบคือดินแดนของเผ่าปีศาจในเมืองปีศาจก็มีการใช้ชีวิตที่ไม่แตกต่างจากเผ่าพันธ์มนุษย์เช่นกันมีหลากหลายเผ่าพันธ์อาศัยอยู่ ผู้ปกครองดินแดนปีศาจก็มีเช่นกัน
นางย้อนนึกถึงวันแรกที่ก้าวเข้ามาถึงสถานที่แปลกตาแห่งนี้เพราะได้รับคำเชิญจากชายวัยกลางคนที่มีลูกน้องหลายคนเดินเข้ามาทักทายนางพร้อมกับเอ่ยชวนนาง
“คุณหนู ท่านอยากพบหน้าบิดามารดาของท่านหรือไม่ขอรับ”
“ท่านเป็ใคร”
“ข้าน้อยเป็บริวารที่รับใช้บิดาของท่านขอรับพวกเราติดตามหาท่านมานานมากมิเคยรับรู้ได้ถึงการมีตัวตนของท่านแต่เมื่อราวเกือบเดือนก่อนจู่ก็ได้รับทราบว่าท่านเดินทางไปมาอาศัยอยู่ในแคว้นเทียนซินแห่งนี้”
“เป็ไปไม่ได้บิดามารดาของข้าเป็ชาวบ้านธรรมดามิได้มีเงินทองมากพอที่จะมีข้ารับใช้มากมาย”
“คุณหนูท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับมนุษย์ทั้งสองที่เลี้ยงดูท่านคาดว่าจะรับอุปการะท่านไว้โดยบังเอิญเสียมากกว่า”
“ไม่เป็ความจริงแม้ท่านพ่อท่านแม่จะมีบุตรธิดาหลายคนจนเลี้ยงเกือบไม่ไหวแต่ท่านก็รักพวกเราทุกคนเท่าเทียมกันข้าจากพวกท่านมาั้แ่เด็กแต่ก็ยังจำได้ว่าท่านทั้งสองรักข้ามาก”
“คุณหนู ไม่ทราบว่าท่านมีปานรูปจิ้งจอกสีแดงที่ไหล่ใช่หรือไม่ขอรับ”
“พวกเ้าเป็ใครกันแน่ ถอยไปนะ”
จิ่วเอ๋อร์รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเมื่อชายกลุ่มนี้รู้ความลับของนางทั้งๆที่ไม่เคยมีใครรับรู้มาก่อนอีกฝ่ายถอยออกไปหยุดรอให้นางหายจากอาการตื่นตระหนก
“คุณหนู ท่านอย่าได้กลัว พวกเรามิได้ทำอันตรายต่อท่านแม้ท่านสั่งให้พวกเราตายก็ย่อมได้ ได้โปรดเชื่อพวกเรา”
“หลักฐาน พวกเ้ามีหลักฐานหรือไม่”
“คุณหนูตอนที่ท่านถือกำเนิดขึ้นในบ้านของนายท่านมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นทำให้มารดาท่านถูกคนลอบทำร้ายต้องหลบหนีระหว่างทางได้คลอดท่านสาวใช้ที่อุ้มท่านไว้ถูกทำให้พลัดหลงกับขบวนผู้ดูแลนายหญิงท่านจึงได้สูญหายไปั้แ่แรกเกิดมิได้มีหลักฐานเป็สิ่งของมีเพียงคำยืนยันของมารดาท่านเท่านั้นที่บอกว่าบนไหล่มีปานรูปจิ้งจอกสีแดงอยู่ขอรับอีกทั้งหลายปีที่ท่านมานายหญิงล้มป่วยเพราะการพลัดพรากจากท่านไม่สามารถลุกขึ้นมาจากเตียงได้เลยขอรับ”
“คุณหนูข้ารู้ดีท่านมิเชื่อพวกเราหากแต่ว่าท่านเองมีรูปโฉมคล้ายมารดาท่านราวสี่ส่วนหากท่านได้พบนายหญิงคาดว่าท่านอาจเข้าใจมากขึ้นก็ได้นะขอรับหากว่าได้พบแล้วท่านยังยืนยันว่ามิใช่อีกท่านก็สามารถกลับมาที่นี่ได้อีกนะขอรับ”
เพราะคำบอกเล่าถึงมารดาผู้ให้กำเนิดที่กำลังตรอมใจจนเจ็บป่วยมานานหลายปีทำให้นางตอบรับโดยไม่รีรอที่จะตามมาทันทีนางเองก็อยากรู้ว่าเหตุใดนางจึงกลายเป็ทายาทแดนปีศาจในความทรงจำที่ผ่านมานางเติบโตพร้อมพี่น้องอีกนับสิบคนก่อนจะแยกจากกันมาเติบโตกับอาจารย์ในอารามบนเขา
“บิดามารดาของข้าอยู่ที่ไหนใยจึงส่งพวกเ้ามา”
“ท่านแน่ใจ พวกเราต้องใช้เวลาเดินทางนานเท่าใด”
“ราวครึ่งชั่วยามได้ขอรับ”
หลังจากที่นางออกปากยอมรับ ชายวัยกลางคนก็แนะนำตนเอง คือ หงสือส่วนคนอื่นๆแม้จะแนะนำตัวแล้วแต่นางก็จำไม่ได้แต่สนใจการพานางมายังสถานที่ที่บอกว่าเป็บ้านของเ้านายของเขามากกว่าทั้งหมดยืนล้อมรอบตัวนางไว้ก่อนที่จะท่องบ่นคาถาเป็ภาษาที่นางฟังไม่ออก เพียงกระพริบตาเดียวคล้ายเกิดควันบางเบาล้อมรอบพวกเขาและนางไว้หลังจากควันนั้นจางลงก็พบว่าพื้นที่รอบข้างเปลี่ยนไปจนหมดสิ้นคนที่อยู่รอบกายมีลักษณะที่ไม่ปกติ หรือเป็นางกันแน่ที่ไม่ปกติ
เวลาครึ่งชั่วยามที่หงสือบอกกับนางคือ่เวลาที่เขาบอกทางให้นางเดินในดินแดนปีศาจเข้าสู่พระราชวังของาาปีศาจโดยคนทั้งหมดเดินตามข้างหลังไม่มีใครยอมเดินด้านข้างพร้อมนางสักคนบอกเพียงตนเป็คนรับใช้ไม่คู่ควรต้องเดินตามหลังเท่านั้น
บ้านของบิดามารดาที่หงสือพูดถึงก็คือพระราชวังของจ้าวปีศาจสิ่งประดับอาจจะคล้ายคลึงแดนมนุษย์หลายส่วนแต่รูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตดูแข็งแรงกว่ามากมีเขา มีกรงเล็บ มีเขี้ยว มีกล้ามเนื้อที่แลใหญ่โตเกินกว่ามนุษย์จะมีได้บางตนก็มีปีก มีขน นางรู้เพียงว่านี่มิใช่ความฝันเพราะนางแอบหยิกตนเองดูแล้วมีความรู้สึกเจ็บแปร๊บแสดงว่าไม่ได้ฝันแต่เป็ความจริง
“พวกเขาทำสำเร็จแล้วพานางกลับมาพบพวกเราได้แล้ว เ้าดูสิ”
เมื่อเข้าไปด้านในมีชายวัยกลางคนร่างกายสูงใหญ่กล้ามเนื้อแข็งแรงลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์สีดำสนิทแกะสลักลวดลายเดินไปหาสตรีร่างบางที่นั่งอยู่บัลลังก์เล็กด้านข้างค่อยๆประคองนางลุกขึ้นพากันเดินลงมาหยุดรออยู่ก่อนที่นางจะเดินเข้าไปถึงด้านหน้า
“เรียนท่านจ้าวปีศาจ นี่คือองค์หญิงเหลียนเยี่ยนพวกกระหม่อมตามไอิญญาไปจนพบพะยะค่ะ”
“ข้ารู้แล้วพวกเ้าถอยออกไปพักก่อนพรุ่งนี้ค่อยมา”
คนทั้งหมดที่พานางมาทำความเคารพ(นางคิดว่าใช่)ก่อนจะถอยหลังออกไปเงียบๆ ทิ้งนางให้อยู่ลำพังกับสองสามีภรรยาตรงหน้าทั้งสองมองนางด้วยแววตารักใคร่อย่างไม่คิดจะปิดบังโดยเฉพาะสตรีที่น้ำตาคลอหน่วยั้แ่นางเดินเข้ามาใกล้เมื่อนางหยุดยืนให้ทั้งสองจ้องมองน้ำตาก็ไหลร่วงพรู่เป็สายลงอาบแก้มจนชายร่างใหญ่ใช้ผ้าเช็ดหน้าค่อยๆซับให้นางก่อนจะหันมาหา
“ใมากใช่หรือไม่ ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง ลูกแม่”
“เ้านั่งลงก่อนพวกเราจำเป็ต้องพูดคุยกันค่อนข้างยาวสักหน่อย”
ั้แ่ได้เห็นใบหน้าสตรีเบื้องหน้าสายตาของนางก็บอกกับนางว่าใบหน้าของตนเองคล้ายกับสตรีเบื้องหน้ามากกว่าสามสี่ส่วนแน่นอนนางจึงลดทอนความต่อต้านที่มีแต่แรกที่ติดตามคนทั้งหมดมาจ้าวปีศาจมิอาจพาสตรีนางนั้นกลับไปนั่งที่เดิมได้เพราะนางเอาแต่รั้งกายไว้แล้วส่ายหน้าเบาๆสุดท้ายเขาก็ตามใจนางให้นางทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ติดกันจิ่วเอ๋อร์ส่วนเขายืนปลอบอยู่ด้านข้างในที่สุดนางก็ดีขึ้น ซับน้ำตาจนแห้งสนิท
“เ้าเติบโตขึ้นมากดูเหมือนเวทย์ที่นางร่ายไว้คุ้มกันเ้ายามแรกเกิดจะยังมีผลอยู่รูปลักษณ์เ้าจึงมิได้แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปในปีนั้นนางหลบภัยหนีออกจากพื้นที่ของแดนปีศาจจนเข้าสู่แดนมนุษย์เพราะเหตุนั้นทำให้อายุขัยของเ้าจึงน้อยยิ่งนักหากเ้าเติบโตในแดนปีศาจปีนี้เ้าก็น่าจะมีอายุนับร้อยปีแล้วแท้ๆแต่การซ่อนด้วยเวทย์นี้ก็ทำให้เ้าปลอดภัยทั้งยังซ่อนไว้จนเ้าแข็งแรงเพียงพอแต่เ้าเชื่อเถอะว่ามารดาเ้านางเสียใจมาตลอดที่เ้าสูญหายไปโดยที่นางทำอันใดมิได้พวกเราส่งคนออกไปติดตามทุกปีแต่ก็ไม่มีวี่แวว เ้าไปอยู่ที่ใดมาในดินแดนมนุษย์”
“ข้าเป็บุตรสาวของพวกท่านแน่หรือ”
“แน่นอน ข้าเป็ปีศาจจิ้งจอกมีนามว่า เหลียนเฉียนเฉียนข้าเป็ผู้นำของเผ่าสืบต่อตำแหน่งของผู้นำเผ่าพันธุ์ด้วยตราสัญลักษณ์ซึ่งตรานี้มิได้จำกัดว่าจะต้องเกิดในตระกูลผู้นำของเผาเท่านั้น แต่ในยามที่เ้าถือกำเนิดบนไหล่ด้านซ้ายก็มีตราสัญลักษณ์สีแดงเป็รูปจิ้งจอกบ่งบอกว่าเป็ทายาทผู้สืบทอดเป็ผู้นำเผ่าจิ้งจอกคนต่อไปของเราแล้ว”
“หากเ้าเป็บุตรสาวที่เกิดจากนางย่อมเป็ทายาทของข้าจ้าวปีศาจหูจือแน่นอนเพราะนางคือภรรยาเอกของข้า”
“ท่านมีหลายภรรยา”
“ข้ามีภรรยาอีกสามคนพวกนางล้วนไม่มีความสำคัญเทียบเท่ามารดาของเ้า”
“เช่นนั้น ท่านมีบุตรกี่คนกันแน่”
“แต่เดิมมีสี่คนยามนี้สามารถติดตามหาเ้ากลับมาได้ย่อมมีห้าคน เ้าเป็พระธิดาองค์โตของข้า”
“เช่่นนั้นข้าเลือกกลับไปแดนมนุษย์เช่นเดิมได้หรือไม่ ขาดข้าไปเสียคนย่อมไม่มีอันใดเปลี่ยนแปลง”
“เยี่ยนเอ๋อร์เ้าจะทิ้งแม่ไว้ลำพังหรือ ผ่านมาสิบกว่าปีนี้แม่ทุกข์ทรมานใจยิ่งนักเ้าอยู่เป็เพื่อนแม่ได้ไหม”
“ข้าจากมาโดยมิได้บอกกล่าวกับศิษย์น้องของข้าอาจารย์ของข้า พวกเขาจะเป็ห่วง”
“มนุษย์อายุขัยสั้นนิดเดียวไม่นานพวกเขาก็จะลืมเ้าไป”
“แต่ข้ายังจำได้และข้าอยากบอกพวกเขาว่าข้าได้พบบิดามารดาแล้ว”
“เอาไว้สักวันเ้าจะสามารถบอกต่อพวกเขาได้ซึ่งหน้า”
หลังจากวันนั้นเป็ต้นมาการใช้ชีวิตของนางก็สบายอย่างยิ่งแต่มันก็ดูจะสบายมากเกินไปไม่ต้องหยิบจับสิ่งใดเลย ยกเว้นการเรียนรู้เกี่ยวกับเผ่าปีศาจมารดาของนางร่างกายฟื้นขึ้นมาได้รวดเร็วจนหน้าแปลกใจปีศาจรับใช้ต่างพูดกันว่าเป็เพราะจิตใจไม่เศร้าโศกจึงส่งผลต่อร่างกาย
เหลียนเฉียนเฉียนผู้เป็มารดาจะต้องมาหานางในเวลา่บ่ายของทุกวันเวทย์ที่เคยถูกร่ายไว้นางก็ปลดออกรูปลักษณ์ที่เดิมธรรมดาสามัญไม่ได้มีเค้าโครงที่จะเติบโตเป็สาวงามกลับกลายเป็รูปลักษณ์ที่งดงามจนนางเองก็ยังไม่เชื่อหน้าอกที่เคยราบเรียบยามนี้เทียบได้เกือบเท่าท่านแม่ของนางเอวก็แสนบอบบางสะโพกและก้นที่งอนงาม
การแต่งกายของเผ่าปีศาจแตกต่างจากมนุษย์โดยเฉพาะนางที่โตมาในอารามเต๋าเดิมที่สวมเสื้อผ้าเนื้อหนาให้คงทนกลายเป็ผ้าสีสรรสดใสเนื้อบางเบาแม้ว่านางพยายามให้ปิดคลุมมากจนบรรดาสาวใช้ที่แต่งกายให้ส่ายหน้าอย่างไม่พอใจก็ตามยามที่นางเดินรู้สึกว่ามันเกือบปกปิดอะไรไม่ได้เลย(มันโป๊เกินไป)แต่นางก็ต้องพยายามปรับตัวเพราะเทียบกับคนอื่นนางเชยอย่างที่สุดแล้ว
“เยี่ยนเอ๋อร์ ๆ ”
“ข้าอยู่นี่ท่านแม่ ท่านมาคนเดียวได้อย่างไร”
“ข้าแข็งแรงขึ้นมากแล้วหลายปีมานี้เพราะกังวลกับเื่ของเ้าทำให้ข้าจิตใจอ่อนแอยามนี้เ้ากลับมาข้าย่อมแข็งแรงเพื่อดูแลเ้าอย่างไรหล่ะ”
“ท่านมานั่งพักตรงนี้ก่อนเ้าค่ะ”
มือของท่านแม่บอบบางเป็อย่างมากคงต้องดูแลอีกนานพอสมควรกว่าจะกลับมามีน้ำมีนวลมากกว่านี้พอนางนั่งลงบนตอไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกตัดไว้หลายครั้ง เหลียนเยี่ยนเองก็มานั่งอ่านตำราบนตอไม้นี้เกือบทุกวันนางร่ายเวทย์นำจานใส่ขนมที่มีไอควันจางๆ กลิ่นหอมของดอกไม้บางอย่างกระจายออกมาด้วย
“แม่ทำขนมมาให้เ้า ลองกินดูสิ”
“ท่านแม่ท่านลำบากเพื่อข้าอีกแล้ว”
“ไม่เป็ไร หลายปีมานี้แม่ไม่เคยได้มีโอกาสดูแลเ้าเลย ความจริงใน่นั้นสำหรับแม่มันยากลำบากนักที่จะผ่านพ้นมาได้ข้ามองดูปีศาจตนอื่นเลี้ยงดูลูกชายลูกสาวของตนในขณะที่ข้ามีแต่ความว่างเปล่ายามค่ำคืนอากาศหนาวแต่ในใจข้ายิ่งเหน็บหนาวยิ่งกว่าในตอนนั้นข้าอยากที่จะหลบหนีออกไปตามหาเ้าเพียงแต่ร่างกายข้าหากออกไปจริงคงได้แต่สูญสลายไปั้แ่พ้นเขตแดนปีศาจ
ยามนี้ก็ถือว่าให้โอกาสแม่ชดเชยให้เ้าให้ข้าได้ทำในสิ่งที่อยากทำมาตลอดเถิดแม่รู้ว่าเ้าอยู่ในแดนมนุษย์มานานอาจจะรู้สึกอยากกินขนมเ่าั้ในจานนี้แม้ว่าจะไม่เหมือนมากนักแต่ก็คงจะใกล้เคียง สาวใช้แอบออกไปดูการทำของชาวมนุษย์กลับมาบอกแม่เชียวนะ”
“ขอบคุณท่านมากนะเ้าคะ”
แม้จะรู้สึกเหงาและแตกต่างแต่ความเอาใจใส่ของท่านแม่และคนรอบข้างทำให้นางรู้สึกอบอุ่นขึ้นไม่น้อยอีกไม่นานก็จะต้องเริ่มฝึกฝนการร่ายเวทย์ต่างๆที่ท่านแม่จะสอนให้กับนางหลังจากเรียนไปได้สักระยะนางอาจจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างกลับไปกลับมาเช่นท่านแม่ของนางก็ได้
“อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี สามสี่วันข้างหน้าแม่จะเริ่มให้เ้าฝึกการร่ายเวย์”
“ได้เ้าค่ะ”
“แม่ไปก่อนนะ”
เมื่ออยู่คนเดียวอีกครั้งความเหงาก็กลับมาเช่นเดิม
“ศิษย์น้องพวกเราจะได้พบกันอีกหรือไม่ ข้าคิดถึงทุกคนยิ่งนักเสียได้ไม่ได้อำลาพวกเ้า”
นางบ่นเบาๆ ก่อนจะลุกเข้าไปด้านในของตำหนักเช่นทุกวันที่เคยเป็สาวใช้ปีศาจบางคนเริ่มรู้สึกชื่นชอบความอ่อนโยนของนางและอดที่จะสงสารท่าทางของนางแต่ทุกตนก็ไม่สามารถที่จะช่วยให้นางคลายความเศร้าหมองไปได้