ไป๋เหวินหรงไม่รอให้บุตรชายและว่าที่ลูกสะใภ้ของเขาต้องรอนาน พิธีงานแต่งงานถูกจัดขึ้นมาอย่างสมเกียรติแม้ว่าในคำพูดของผู้นำตระกูลจะบอกว่าให้จัดแบบเรียบง่ายก็ตาม แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความหรูหราทุกมุม แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานต่างเป็บุคคลที่สูงศักดิ์ ไม่ว่าจะเป็แม่ทัพใหญ่ หรือแม้แต่ผู้คนจากราชวงศ์ ล้วนให้เกียรติมาร่วมพิธีสำคัญในครั้งนี้
หลินชิงเยว่ใน่เวลานี้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในโลกแห่งความฝัน ความรู้สึกทั้งหวั่นไหวและท่วมท้นไปด้วยความไม่เชื่อ เมื่อมองไปรอบๆ เห็นผู้คนมากมายที่มาร่วมงาน เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็เพียงแค่เด็กสาวจากหมู่บ้านที่ยากจน แทบจะไม่มีอะไรให้พูดถึง แต่ใครจะคาดคิดว่ามีวันหนึ่ง นางจะได้มายืนอยู่ในจุดนี้ ใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขสบาย ท่ามกลางผู้คนที่ยอมให้เกียรตินาง และทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน
ในค่ำคืนนี้ ไป๋อวิ๋นเช่อ ชายคนรักของหลินชิงเยว่กำลังมีความสุขไม่แพ้ใคร เขานั่งดื่มสุราตรงหน้าอย่างเพลิดเพลิน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการสนทนาจากเหล่ามิตรสหายที่มาร่วมงาน ทุกคนต่างรวมตัวกันอย่างสนุกสนาน เมื่อแขกทั้งหมดแยกย้ายไปแล้ว งานเลี้ยงก็จบลง และค่ำคืนนี้ก็มาถึงเวลาของพิธีเข้าเรือนหอ ซึ่งถือเป็คืนแรกที่ทั้งคู่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา
หลินชิงเยว่เดินเข้ามายังห้องหอ หัวใจของนางเต้นแรงด้วยความปรารถนาและความคาดหวังที่สูงลิ่ว แต่เมื่อมองไปยังไป๋อวิ๋นเช่อที่นอนหลับอยู่บนเตียง นางก็รู้สึกได้ทันทีว่าเขากำลังหลับลึกเพราะความเมาจากการดื่มสุรา นางยืนอยู่ข้างเตียง รู้สึกหวั่นไหวในใจ แต่ก็ยังพยายามรวบรวมความกล้า พูดออกมาอย่างอ่อนหวานและเต็มไปด้วยความปรารถนา
"ท่านพี่... นี่คือคืนแรกของเรา พวกเราสมควรที่จะ... ใช้เวลาร่วมกัน" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อน
แต่ชายคนรักกลับไม่ได้ยินคำพูดนั้น เพราะเขาหลับสนิทจากฤทธิ์สุรา หลินชิงเยว่ยืนอยู่ตรงนั้น สายตาของนางเต็มไปด้วยความผิดหวังและความเศร้าเล็กน้อยในหัวใจ นางไม่สามารถบังคับให้เขาฟื้นจากความเมาได้ และในที่สุด ความฝันที่เคยหวังไว้ในคืนนี้ก็ถูกดับไปอย่างช้าๆ เหมือนแสงเทียนที่มอดลง
ยามค่ำคืนที่เงียบสงบและผู้คนในจวนต่างหลับใหลไปหมดแล้ว หลินชิงเยว่ในฐานะของฮูหยินบุตรชายของผู้นำตระกูลจึงมีสิทธิ์ที่จะเดินไปทั่วทุกมุมของจวนอย่างอิสระ นางเดินไปตามทางเดินที่เงียบสงัด สายลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้าของนาง พาให้รู้สึกสดชื่นไปกับบรรยากาศที่แปลกใหม่
ขณะที่นางเดินไปเรื่อยๆ จู่ๆ เสียงกระเส่าที่แ่เบาก็ดังขึ้น ลอยมากับสายลม เสียงนั้นทำให้หลินชิงเยว่หยุดเดิน ราวกับหัวใจของนางเต้นแรงจนแทบจะได้ยิน เสียงนั้นไม่ดังมาก แต่กลับทำให้รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ มันแฝงไปด้วยความลึกลับและอารมณ์ที่ยากจะเข้าใจ นางรู้สึกว่ามันเหมือนจะเรียกร้องบางสิ่งจากภายในจิตใจของตนเองเสียงนั้นยังคงดังต่อไป ราวกับว่ามันกำลังพาให้ตัวนางเดินไปในทิศทางที่ไม่สามารถหักห้ามได้ ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและหวั่นไหว
อ๊า...อ๊า...น้ำเสียงที่กระเส่าออกมานั้นมันช่างเป็น้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเร่าร้อนและความปรารถนา
หลินชิงเยว่เดินตามเสียงกระเส่าที่ลอยมากับลมจนมาถึงสวนหย่อมที่อยู่ด้านหลังจวน ในขณะที่แสงจันทร์และแสงดาวที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้าสว่างไสวเป็พิเศษในคืนนั้น นางก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทันระวัง เมื่อเงยหน้าขึ้นไป ก็พบภาพเบื้องหน้าอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ท่านผู้นำตระกูล ผู้เป็พ่อของชายที่นางแต่งงานด้วย กำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ในสวนหย่อม สายตาของหลินชิงเยว่จับจ้องไปที่เขาอย่างไม่เชื่อสายตา ร่างของท่านผู้นำตระกูลกำลังโอบกอดเรือนร่างของสาวใช้คนหนึ่งด้วยความปรารถนาและความใคร่ที่ชัดเจน ราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจว่าผู้ใดจะเห็นหรือรู้เื่นี้ ท่านผู้นำตระกูลยืนอยู่ในท่าที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น หวังว่าไม่ให้ใครมาขัดจังหวะ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความไม่ระมัดระวังที่ทำให้เกิดการพบเห็นจากหลินชิงเยว่
หัวใจของหลินชิงเยว่เต้นแรงและแสบร้อนในอก ความรู้สึกทั้งใและสับสนพลุ่งขึ้นในใจ นางยืนอยู่นิ่งๆ สักพัก แทบไม่รู้ว่าอยากจะทำอย่างไรดี ภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนจะเป็การฉีกทึ้งความเชื่อที่นางเคยมีเกี่ยวกับท่านผู้นำตระกูล ผู้ที่เคยเป็แบบอย่างของความเคารพในสายตาของทุกคน แต่ในค่ำคืนนี้สิ่งที่นางเห็นกลับเป็การกระทำที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและไม่เหมาะสมในฐานะของผู้มีเกียรติ
แต่ไม่นานนางก็รวบรวมสติและพยายามหามุมที่ไม่สามารถถูกมองเห็นได้เพื่อที่จะได้เห็นภาพนั้นต่อไป ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของนางผสมปนเปกัน ทั้งความตกตะลึงจากสิ่งที่เห็นและความ้าที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ความรู้สึกที่เหมือนจะถูกละเลยจากชายผู้เป็สามีที่ไม่ใส่ใจนาง ยิ่งทำให้หลินชิงเยว่รู้สึกท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกที่แสนจะสับสน
ในขณะที่ท่านผู้นำตระกูลโอบกอดสาวใช้ในสวนหย่อมอย่างไม่แยแสกับสายตาของผู้คน รอบๆ ตัวหลินชิงเยว่กลับถูกความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมได้หล่อหลอม นางรู้สึกเหมือนกับว่าใน่เวลานี้ร่างกายของตัวเองกำลัง้าอะไรบางอย่างที่หายไป ความเ็าและความห่างเหินที่ได้รับจากไป๋อวิ๋นเช่อ ในฐานะสามี ทำให้การพบเห็นภาพตรงหน้าผสมผสานกับความรู้สึกของตัวนางเองที่ยังคงกระหายความใกล้ชิด
“อู๊ยยย อ๊า...นายท่านเ้าขาบ่าวเสียวเหลือเกินเ้าค่ะ” เสียงร้องครวญครางของสาวใช้นางนี้นางส่งเสียงร้องออกมามันเป็น้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนานางไม่ได้แสดงแต่ตัวของนางนั้นกำลังรู้สึกเร่าร้อนจริงๆ มือใหญ่ของท่านผู้นำตระกูลลูบไล้ท์ไปตามเรือนร่างของนางอย่างหื่นกระหายดูดเลียเรือนร่างของนางอย่างบรรจง จนตัวของนางนั้นอดที่จะรู้สึกขนลุกขนชันไม่ได้
“ลีลาของทั้งสองพ่อลูกช่างแตกต่างกันนัก” นางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความ้านางแอบจ้องมองการกระทำของผู้นำตระกูลที่กระทำกับเรือนร่างของสาวใช้อย่างดิบเถื่อน หลินชิงเยว่หวนคิดถึง คุณชายไป๋อวิ๋นเช่อ ชายผู้เป็สามีของนางตัวของเขานั้นทั้งอ่อนหัดและท่อนเนื้อของเขาก็มีขนาดเล็กจิ๋วได้อย่างหน้าเหลือเชื่อจนตัวของนางนั้นแทบที่จะไม่รู้สึกถึงความเสียว ลมหายใจของนางเริ่มเหนื่อยหอบพร้อมหน้าอกที่มีขนาดอวบใหญ่ของนางกระสับกระส่ายไปมาอย่างเร่าร้อน ถึงแม้ว่าใน่เวลานี้นั้นนางจะกำลังสวมใส่ชุดแต่งงานแต่นางกับแอบนึกถึงท่อนเนื้อของชายอื่น
เฮือก....สาวน้อยผู้มาจากหมู่บ้านที่สุดแสนแร้นแค้นตัวของนางแอบลอบกลืนน้ำลายตัวเองลงคออึกใหญ่อีกครั้งเมื่อนางได้สังเกตเห็นท่อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่ยาวของพ่อสามี จนตัวของนางนั้นแทบที่จะรู้สึกกระสันและเร่าร้อนไปทั้งร่างตัวของนางแทบที่จะนึกคิดและจินตนาการไม่ออกเลยถ้าหากท่อนเนื้อที่มีขนาดทั้งใหญ่และยาวเช่นนี้สอดใส่เข้าไปภายในเรือนร่างของนางมันจะให้ความรู้สึกเช่นไร ท่อนขาที่อวบอิ่มของเธอค่อยๆเผยโฉมต่อโลกภายนอกอย่างช้าๆเมื่อความ้าของเธอเพิ่มขึ้นไปสู่ในระดับสูงสุดน้ำแห่งความ้าของเธอไหลเยิ้มออกมาอย่างไม่อาจควบคุมเธอจ้องมองภาพตรงหน้าพร้อมทั้งปลุกเร้าอารมณ์ของตัวเองไปในตัว จังหว่ะอารมณ์ของเธอนั้นขึ้นลงไปตามความเร่าร้อนของพ่อสามีที่กระทำกับสาวใช้ตัวของเขานั้นกระแทรกเรือนร่างของนางราวกับเป็ของเล่นเพื่อมีไว้ใช้ในการสนองอารมณ์ ผู้นำตระกูลทั้งบดขยี้ริมฝีปากของสาวใช้พร้อมทั้งจัดการเรือนร่างที่เพรียวบางของนางไปตามความรู้สึกที่ตนเอง้าท่อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่ยาวล้วนแต่อาบเยิ้มไปด้วยน้ำแห่งความ้าของนาง