มีเสียงการเคลื่อนไหวดังขึ้นจนทั้งสามคนต้องหันไปมองที่หน้าประตูพวกเขาก็พบว่าม่ายตระกูลหวังเดินนำถาดชงชาเข้ามาทั้งสามคนที่นั่งอยู่สังเกตได้ว่าใบหน้าของนางขาวซีดอยู่บ้างยามที่วางถาดลงรินชาให้แขกแล้วนางเหลือบมองหลานหลิงเพื่อดูว่าเขา้าอะไรไหมแน่นอนว่าย่อมไม่เห็นดวงตาของเขาเพราะมีผ้าคาดเอาไว้ด้านหลานหลิงก็ไม่กล่าวอะไรเพียงพยักหน้ายิ้มขอบคุณให้นางดูลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป
บรรยากาศในกระท่อมค่อยกลับมาเป็ปกติแม้ทั้งสามที่เป็ผู้ฝึกตนจะรับรู้ได้ว่านางเดินไปไม่ไกลแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาต่างคนต่างเพียงจิบชากันเงียบ ๆหงลี่สำรวจดูภายในกระท่อมของหลานหลิงชำเลืองมองซ้ายทีขวาทีกวนตงใคร่ครวญถึงเื่ราวที่หลานหลิงเล่าสีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าเดิม
"เช่นนั้นน้องชายหลานทราบหรือไม่ว่าอีกฝ่ายที่จับเ้าไปเป็คนกลุ่มไหนมีที่มาอย่างไร" กวงตงเอ่ยขึ้นมา
หลานหลินทำท่าครุ่นคิด "พวกที่จับข้าไปข้าเพียงพบเจอหลังจากที่ข้าออกมาจากหมู่บ้านเพื่อออกสำรวจแผ่นดินใหญ่ได้ไม่นาน...พวกมันทำตัวเป็พ่อค้าบอกว่าจะช่วยติดต่อกับผู้มีอำนาจที่สามารถรับซื้อสินค้าจากหมู่บ้านของข้าจำนวนมากได้จากนั้น..." หลานหลิงเงียบไปไม่ได้เล่าต่อแต่ข้ามไปพูดเื่อื่นแทน
"ส่วนพวกที่จับข้าไปลองยานั้นข้าไม่ทราบนามจริงของพวกมันและข้าก็ไม่กล้าถาม มนุษย์ยาไม่ควรถามมนุษย์ยาควรจะร้องทำที่จำเป็ต่อให้ตุ่มหนองเกิดขึ้นตามร่างกายปวมเป่งและแตกออกมนุษย์ยาก็ไม่ควรร้องไห้มากเกินพอดี ...แต่ว่าที่ข้าจำได้ข้ามักจะได้ยินเสียงทารกร้องไห้บ่อย ๆ อืม...จะว่าไปที่ข้าอดทนผ่านมาได้ส่วนหนึ่งอาจเพราะเสียงของเด็กทารกด้วยกระมังเสียงอันบริสุทธิ์ของเด็กเ่าั้ดังกังวานเป็พิเศษอาจเพราะอยากจะบอกให้แก่โลกนี้รู้ว่าพวกเขาได้กำเนิดมายังที่แห่งนี้แล้วกระมัง"หลานหลิงหยุดเล่าด้วยรอยยิ้มมุมปาก หงลี่รู้สึกว่านี่เป็รอยยิ้มจริงใจครั้งแรกที่นางเห็นั้แ่เจอหลานหลิง
แต่กวนตงและหงลี่ไม่ได้ยิ้มทั้งสองสบตากันหงลี่กำลังจะเอ่ยปากพูดถึงอะไรสักอย่างแต่กวงตงหยุดเอาไว้แล้วเป็ฝ่ายพูดแทนเขาไม่แน่ใจว่าจะเชื่อถือคำพูดของหลานหลิงได้หรือไม่เพราะสถานที่เช่นนั้นจะมีเสียงทารกได้อย่างไรกวงตังชักเริ่มสงสัยว่าหลานหลิงมียังมีสติดีอยู่หรือเปล่า"บางทีอาจจะเป็พวกใช้มนต์ดำหรือศาสตร์นอกรีตใต้ดินสักกลุ่มบางทีมันอาจจะทดลองหรือทำพิธีกรรมอะไรที่พวกเราไม่เข้าใจตอนนี้ข้อมูลที่มียังน้อยเกินไป เื่ที่น้องชายหลานถูกจับนี่เกิดขึ้นมานานหรือยัง"
หลานหลิงครุ่นคิด "นับ ๆ ดูก็เกิดขึ้นมาห้าหกปีแล้วหลังจากข้าถูกลักพาตัวไปข้าก็ถูกคลุมหัวปิดตาขังไว้ในลังเล็ก ๆเจาะรูพอให้ข้าได้หายใจเท่านั้น พวกมันยอมให้ข้าออกมาได้แค่เฉพาะตอนกลางคืนไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด อาจจะหลายเดือนข้าก็ไปถึงที่หมายพวกเขาก็พาเข้าไปขังในชั้นใต้ดิน
หลังจากหนีออกมาข้าไม่รู้จักพื้นที่ไม่รู้ภาษาที่ชาวบ้านพูดจึงแอบขึ้นไปซ่อนในเรือสินค้าปล่อยให้สายน้ำพาไปจากนั้นข้าก็เร่ร่อนไปเรื่อยคิดแค่ว่าตามแม่น้ำลงไปทางตะวันออกเฉียงใต้เรื่อย ๆสักวันก็จะเจอทะเลที่ข้าเคยอยู่ บ้านที่ข้าเคยอาศัย" หลานหลิงหยุดพูดไปเขารู้สึกว่าวันนี้เขาพูดมากว่า่เวลาหลายเดือนที่ย้ายมาอาศัยอยู่พื้นที่แถบนี้เสียอีก
"มีเื่นึงที่ข้าสงสัย น้องชายหลานหนีออกมาได้อย่างไร?"กวงตงอดถามไม่ได้
หลานหลิงกลืนน้ำลาย "สาเหตุที่แท้จริงข้าก็ไม่ทราบเช่นกันได้แต่คาดว่าการใช้ยาของพวกมันผิดพลาดเมื่อข้าหลุดออกมาได้พวกผู้คุมก็ตายกันหมดแล้ว"
"เช่นนั้นเหตุใดเ้าไม่ตายไปด้วยเล่า?" หงลี่ถามขึ้นมา
หลานหลิงอดหันไปมองนางมิได้ "ข้าก็อยากรู้เช่นกันเ้าบอกได้หรือไม่"
"นี่เ้า.." หงลี่เอ่ยเสียงหงุดหงิดแต่กวงตงห้ามเอาไว้
ถามไปถามมาไม่ค่อยได้อะไรที่มีประโยชน์อะไรนักที่สำคัญคือตอนนี้พวกเขาไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าหลานหลิงพูดจริงหรือไม่ดูเหมือนหลานหลิงจะไม่ค่อยอยากพูดเื่นี้อีกกวนตงก็นึกถึงงานของตัวเองขึ้นมาได้จึงพักเื่นี้เอาไว้ก่อนแล้วเปลี่ยนคำถาม"น้องหลานคงเคยได้ยินเื่ของภูตพยัคฆ์บ้างหรือไม่"
หลานหลินพยักหน้าอย่างเชื่องช้า"นี่เป็สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้พวกท่านมาหาข้าที่นี่กระมังเื่นี้ข้าก็ทราบมาได้ไม่นานสองสามเดือนก่อนมีกลุ่มคนมาถามหาคนหายกับฮูหยินสกุลหวังแล้วพวกเขาก็เข้าป่าไปสุดท้ายหลังจากนั้นข้าก็มิได้ยินเื่อะไรเกี่ยวกับพวกเขาอีกจนกระทั่งฮูหยินตระกูลหวังมาเตือนข้ามิให้เข้าป่าพอสอบถามไปมาถึงได้รู้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีเื่เล่าเกี่ยวกับิญญาพยัคฆ์อยู่"
"แล้วเ้ายังเข้าป่าไปหรือไม่เล่า" หงลี่ถาม
หลานหลิงพยักหน้า"ข้ายังเข้าไปอยู่บ้างแต่ไม่บ่อยเท่าเมื่อก่อน"
หงลี่เลิกคิ้ว "ทั้งที่มีคนมาเตือนเ้าแล้วแต่เ้าก็ยังกล้าเข้าไปอีกหรือเ้าไม่กลัวหรือมีอะไรที่เ้าไม่ได้บอกเรากันแน่"
เป็หลานหลิงหันมายิ้มให้แต่หงลี่รู้สึกว่ารอยยิ้มนี้ของหลานหลิงต่างจากรอยยิ้มตอนที่เขาเล่าถึงเสียงเด็กมากนัก
"ท่านผู้สูงส่งอาจมิทราบต่อให้การเข้าป่าจะอันตรายมากและยุ่งยาก ชาวบ้านอย่างพวกเราจะมีทางเลือกอะไรได้พวกท่านเลือกชาวบ้านมาสักสิบคน หากมีสักหนึ่งคนที่รู้จักตัวหนังสือก็โชคดีมากแล้วสำหรับพวกท่านอาจจะเข้าใจว่าชาวบ้านอย่างพวกเราสมควรกลัวภูตผีปีศาจ แต่สำหรับพวกชาวบ้านสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะมีอะไรให้ลูกเมียกินต่างหาก
ส่วนการเข้าป่าของข้านอกจากเก็บไปขายแล้วข้ายังเอามาเพาะปลูกเองด้วยที่เพาะปลูกซ่อนอยู่ชายป่าไม่ไกลจากบ้านหลังนี้นี่เองดังนั้นข้าจึงไม่จำเป็ต้องเข้าป่าลึกบ่อย ๆ หรอก นาน ๆข้าจะเข้าไปสักทีหนึ่ง"
หลานหลิงกล่าวจบทั้งสองผู้ฝึกตนจากวังหมื่นมรรคาก็อึ้งงันไปกวงตงและหงลี่รู้สึกแปลกใจอย่างยิ่งที่หลานหลิงพูดจากมุมมองของชาวบ้านทั้ง ๆที่พวกเขาก็ััได้ว่าหลานหลิงเป็ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเหมือนกันผู้ฝึกตนไฉนยังยึดติดกับทางโลกได้ขนาดนั้นกัน หงลี่ฟังแล้วรู้สึกทะแม่ง ๆอดหันไปมองทางที่ม่ายตระกูลหวังแอบฟังอยู่ไม่ได้
"อืม..เช่นนั้นน้องชายหลานได้เห็นอะไรแปลก ๆหรือไม่เช่นกลุ่มคนน่าสงสัยใน่ที่ผ่านมานี้"
หลานหลิงนิ่งคิดก่อนจะส่ายหน้าพึมพำ"สำหรับข้าที่มิค่อยสุงสิงกับใครแล้วคนในหมู่บ้านก็เหมือนกับกลุ่มคนน่าแปลกหน้าเช่นกัน"หลานหลิงยิ้มราวกับประชดตัวเอง "เพียงแต่โชคดีวันหนึ่งพวกเขามากันมากมายเพื่อชุมนุมขับไล่ข้า สาปแช่งข้า ข้าถึงสามารถจดจำพวกเขาได้บ้างเื่ของคนนอกหมู่บ้านเคยมีพ่อค้าหลายกลุ่มเดินขึ้นมาจากหมู่บ้านถึงชายป่าแห่งนี้แต่พวกเขาก็มาเพื่อจ้างวานข้าหาสมุนไพรบางอย่างเป็การจำเพาะก็เท่านั้นเอง"
"ดังนั้นเ้าจะบอกว่าไม่เห็นคนน่าสงสัยเช่นนั้นหรือถ้างั้นในป่าเล่า เห็นคน เสือ หรือซากสัตว์บ้างหรือไม่" หงลี่ถาม
หลานหลิงไม่ตอบในทันทีแต่นิ่งครุ่นคิดไปกวงตงสังเกตว่าบรรยากาศระหว่างหลานหลิงกับหงลี่มิค่อยดีเท่าไหร่ในที่สุดหลานหลิงก็ตอบ
"มีอยู่บ้างจริง ๆ ข้าเคยเห็นคนกลุ่มหนึ่งเป็กลุ่มที่ใหญ่มากนอกทางเดินป่าปกติตอนที่ข้าเข้าไปในส่วนลึกของป่าแต่ข้าเองก็มิใช่คนในท้องถิ่นจึงมิกล้าตัดสินอะไรข้าไม่ทราบว่าพวกเขามาทำอะไรในส่วนลึกของหุบเขาพอข้าเห็นคนเยอะขนาดนั้นก็ใรีบถอยออกมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นครั้งสองครั้งแล้วแต่จะเกี่ยวข้องกับภูตพยัคฆ์หรือไม่ ข้าเองก็ไม่ทราบได้"
หงลี่ขัดขึ้น "เ้าเห็นพวกเขาแล้วพวกเขาไม่เห็นเ้าหรือ?ไม่น่าเป็ไปได้กระมัง"
หลานหลินหันไปมองนาง"ดวงตาข้าพอจะมองเห็นได้ไกลอยู่บ้าง"หงลี่มองไปที่ผ้าคาดดวงตาของหลานหลิงก็สะอึกไป
กวนตงหรี่ตาลงเอ่ยถาม "ที่น้องชายหลานบอกว่า จำนวนมากสามารถประมาณได้หรือไม่ว่ามีมากเท่าใด"
"ราวสี่สิบถึงห้าสิบคนได้" หลานหลิงตอบ
"มากถึงเพียงนั้นแต่เ้าไม่เอะใจสงสัยไม่คิดจะแจ้งทางการเลยหรือ" หงลี่ใ
หลานหลิงขมวดคิ้ว"ข้าเป็คนที่รอดตายออกมาได้แล้วครั้งหนึ่งไม่ว่าเื่ของใครข้าก็ไม่คิดจะเอาตัวไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้นนั่นแหละ"
"น้องชายหลานสามารถบอกได้หรือไม่ว่าพวกเขาเป็ผู้ฝึกตนมากเท่าใด"กวงตงถาม
หลานหลิงหันไปมอง"ข้าคิดว่าในกลุ่มนั้นจะมีราวเจ็ดถึงแปดคนที่เป็ผู้ฝึกตน"หลานหลิงตอบเสียงเรียบ
กวงตงพยักหน้าแต่แล้วเขาก็เปลี่ยนคำถามกะทันหัน"พูดถึงเื่สายตา ตอนข้าข้ามเนินอีกฝั่งมาก็รู้สึกได้เช่นกันน้องหลานดูเหมือนจะมีดวงตาที่พิเศษอยู่บ้างนะ สามารถให้ข้าดูได้หรือไม่"
หลานหลิงหยุดคิดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าว "ขออภัยดวงตาของข้าไม่สมบูรณ์หากข้าใช้ดวงตามองสิ่งใดตรง ๆจะสร้างความเ็ปทรมานแก่ข้าเป็อย่างมาก ข้าคงมิอาจทำตามความ้าของท่านได้อีกอย่างข้าเคยได้ยินมาว่า...สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว หากเปิดเผยความลับของตัวเองมากเกินไปอาจนำภัยมาสู่ตัวได้ท่านและข้าเพิ่งเจอหน้ากันไหนเลยเปิดเผยทุกอย่างให้แก่กันได้"
คำพูดของหลานหลิงครั้งนี้แฝงไว้ด้วยถ้อยคำตำหนิอยู่มิใช่น้อย