เมืองแห่งเปลวเพลิง อินเฟลน่า เมืองที่มีขนาดทัดเทียมกับเมืองสายลม เวนทัส ทว่าอาคารบ้านเรือนทั้งหลายทำจากอิฐสีส้มแดง และมีสภาพของอากาศที่ร้อนเป็อย่างมาก แต่ทว่าที่เมืองแห่งนี้กลับมีจำนวนผู้เล่นสัญจรมากยิ่งกว่าเมืองเวนทัสเสียอีก
และสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากเข้ามาก็คือหอคอยสีแดงดำที่ตั้งสูงตระหง่านใจกลางเมือง ชื่อของมันคือหอคอยอสูร เป็ดันเจี้ยนพิเศษขนาดใหญ่ที่มีจำนวนกว่า 108 ชั้น ทว่าดันเจี้ยนนี้จะไม่มีการดรอปไอเทมใดๆ แต่ค่าประสบการที่ได้จะมากกว่าปกติ 2 เท่า นอกจากนี้การจัดการสัตว์อสูรที่อยู่ภายในหอคอยแต่ละชั้นยังได้รับคะแนนสะสมตามระดับของสัตว์อสูรที่จัดการได้ภายในหอคอย ซึ่งจะสามารถนำมาแลกรางวัลได้ที่ อาคารระบบประจำหอคอยที่อยู่ด้านล่างได้ รางวัลที่สามารถเลือกแลกได้มีทั้งเงิน ค่าประสบการณ์ ไอเทม รวมไปถึงหนังสือทักษะ
ซึ่งวิธีที่จะเข้าหอคอยนั้นก็เพียงแค่ต้องมีระดับมากกว่า 30 และต้องสมัครทำ บัตรหอคอยนรก ที่มีค่าสมัครใบละหนึ่งแสนคริสตัลเท่านั้น ซึ่งบัตรนี้จะมีการสะสมเอดีพอยต์ ซึ่งเป็แต้มสำหรับใช้เข้าหอคอยซึ่งการเข้าหนึ่งครั้งจะทำการหักหนึ่งแต้ม โดยที่แต้มนี้จะเพิ่มให้อัตโนมัติในทุกๆ สองสัปดาห์
เมื่อทำการออกจากหอคอยหรือตายภายในหอคอยแล้วจะถูกส่งลงมาที่หน้าหอคอยโดยที่คะแนนที่ได้นั้นจะยังคงสะสมอยู่เท่ากับตอนก่อนที่จะออกและสามารถเก็บคะแนนไว้สะสมต่อในการเข้าหอคอยคราวหน้าได้
นอกจากนี้ในหอคอยนี้ยังมีจุดพักให้ผู้เล่นสามารถพักฟื้นหรือออฟไลน์ออกจากเกมได้ซึ่งหากทำการออฟไลน์ออกจากเกมในพื้นที่นี้จะไม่ถูกตัดออกจากหอคอย ทางด้านสัตว์อสูรในหอคอยนี้ยิ่งสูงขึ้นไปจะยิ่งได้คะแนนมากขึ้นลิ่งแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน และวิธีที่จะผ่านขึ้นไปชั้นบนได้นั้นมีเพียงอย่างเดียวนั่นคือการตามหา อสูรพิทักษ์ประจำชั้นให้เจอแล้วเอาชนะให้ได้
แต่จุดที่ทำให้การเคลียร์หอคอยนี้ลำบากที่สุดคือการจำกัดคนเข้าในหนึ่งทีมจะสามารถมีสมาชิกได้สูงสุดเพียงสี่คนเท่านั้น เป็การเพิ่มความยากให้กับหอคอยจนมีผู้ที่สามารถบันทึกสถิติสูงสุดที่ 51 ชั้นซึ่งเป็สถิติที่บันทึกมานานกว่าห้าปีในเกมแล้ว และจนถึงบัดนี้ยังไม่มีผู้ใดที่สามารถก้าวข้ามสถิตินั้นไปได้เลย และนอกจากนี้การร่วมทีมกันนั้นเวลาได้คะแนนจะถูกแบ่งกันไป โดยระบบจะประเมินตามความสามารถของผู้เล่นในทีมเพื่อแบ่งคะแนน
พวกอากิระที่มาถึงเมืองอินเฟลน่าแล้วก็รีบเข้าสมัครทำบัตรหอคอยนรกทันที และพอรู้ว่ามีการจำกัดจำนวนในการเข้าอยู่ที่ 4 คน และในครั้งนี้มิกซ์ก็ไม่ได้มาพวกเขาจึงต้องมานั่งประชุมเพื่อแบ่งทีมกัน
“อืม เราดันมีผู้เล่นอยู่ 5คนนี่ดิ จะแบ่งกันยังไงดีหว่า” เทมเพสต์กล่าวถามออกมาพลางใช้ความคิด
“เป้าหมายหลักของพวกเราคือ้าเพิ่มระดับให้เมเทียร์ กับไอริส เพราะอย่างงั้นก็ต้องแบ่งเป็สองทีม และแต่ละทีมก็ต้องมีคนนำในการเพิ่มระดับ” อากิระกล่าวขึ้นมา “เพราะงั้น ในทีมแรกจะมีชั้นเป็หัวหน้าทีม ส่วนทีมที่สองจะมีเทมเพสต์กับลูน่าเป็หัวหน้าทีม”
“เอ๋ ทำไมทีมพี่ถึงมีคนน้อยกว่าล่ะคะถึงพี่จะเก่งกว่าหนูก็จริง แต่พี่มีระดับน้อยที่สุดในบรรดาเราสามคนเลยนะคะ” ลูน่ากล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ไม่หรอก แบบนี้แหละสมดุลที่สุดแล้ว” อากิระพูดขึ้นขัดน้องสาวตน
“สมดุลยังไงเหรออากิระ” เมเทียร์ถามขึ้นมาบ้าง
“ก็ง่ายๆเพราะทีมที่ฉันอยู่จะมีลิซ่าคอยช่วยสนับสนุนไง เพราะงั้นอีกทีมจะไม่มีคนสนับสนุนก็เลยต้องใช้คนที่มีระดับสูงกว่าอย่างเทมเพสต์ กับลูน่าช่วย” อากิระตอบด้วยท่าทางสบายๆ
“ตามนั้นละกัน ที่เหลือก็เมเทียร์กับไอริส…” เทมเพสต์กล่าวบ้าง “งั้น….” เทมเพสต์พูดเพียงเท่านี้แล้วเงียบลงราวกับครุ่นคิดอย่างหนัก จนทำให้ทุกคนยกเว้นอากิระลุ้นว่าเขาจะออกความเห็นอย่างไร เพียงชั่วครู่เทมเพสต์ก็เงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวอย่างมั่นใจ
“แบ่งทีมกันยังไงดีฟะ”
สิ้นคำทุกคนที่ลุ้นกับความเห็นของเทมเพสต์ก็แทบจะหัวทิ่มกันเลยทีเดียว มีเพียงอากิระที่เชื่อมั่นในตัวเพื่อนสนิทตนว่า มันคงไม่ออกความเห็นแบบเป็เื่เป็ราว เท่านั้นที่ยังคงท่าทางเหมือนเดิม
“ไอ้บ้าเทมเพสต์ คิดอะไรไม่ออกแล้วจะพูดทำซากอะไรยะ” ไอริสแหวใส่ทันที
“พี่เทมเพสต์ เลิกทำบ้าๆซักครั้งไม่ได้รึไงคะ หนูล่ะปวดหัวจริงๆแล้วนะคะเนี่ย” ลูน่าที่ปกติจะทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าพี่ชายนั้นถึงกับทนไม่ไหว วีนออกมาทันที
“ค…คุณเทมเพสต์เป็คนแบบนี้เองเหรอเนี่ย” เมเทียร์หันไปคุยกับลิซ่าที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ค...ค่า คุณเทมเพสต์เขาเป็คน…เอ่อ…ร่าเริงแบบนี้แหละค่ะ” ลิซ่าตอบออกมาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
หลังจากนั้นลูน่า และไอริสก็รุมวีนใส่เทมเพสต์ อยู่สักพักจนเทมเพสต์ก้มหน้าก้มตาปิดปากกลายเป็ผู้ฟังที่ดีแล้ว ทั้งสองก็รู้สึกตัวได้ว่ามีสายตาจากรอบข้างมองมาจึงรีบหยุดและพยายามรักษามาดเดิมของตนก่อนจะนั่งลงด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีเล็กน้อยเพราะความอายแล้ว ลูน่าก็กล่าวออกความเห็นบ้าง
“งั้นให้เมเทียร์ไปกับพี่อากิระก็แล้วกันนะคะ ทีมพี่มีคนน้อยกว่าเพราะงั้นให้คุณเมเทียร์ที่มีระดับสูงกว่าไอริสไปกับพี่น่ะดีที่สุดแล้วค่ะ”
แม้จะพูดออกมาอย่างเป็การเป็งานแต่ใบหน้าของเธอก็ยังแดงอยู่ดี ทำให้อากิระและเมเทียร์ขำออกมาเล็กน้อย ส่วนด้นลิซ่าและเทมเพสต์ก็พยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน โดยลิซ่านั้นเป็เพราะกลัวจะเสียมารยาท ในขณะที่เทมเพสต์เป็เพราะกลัวจะกลายเป็การเพิ่มโทษให้ตนเอง
“ตามนั้นก็ได้ พี่ไม่มีปัญหาหรอก” อากิระตอบกลับความเห็นของน้องสาวตน
“งั้นเรามายืนยันเป้าหมายของพวกเรากันก่อนเลยนะ” ไอริสกล่าวขึ้นบ้าง “เวลาจำกัดคือ สองสัปดาห์ เป้าหมายแรกคือการทำให้ฉันกับเมเทียร์มีระดับถึง 50 ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำเป้าหมายนี้ให้เสร็จในสองสัปดาห์ เป้าหมายที่สอง ทำการเพิ่มระดับของตนให้มากที่สุดในสองสัปดาห์นี้ เป้าหมายที่สามคือการสะสมคะแนนมาเพื่อแลกรางวัลเป้าหมายนี้ทำเท่าที่ทำได้ ตกลงตามนี้นะ”
กล่าวเสร็จไอริสก็มองหน้าทุกคนเพื่อถามความเห็นซึ่งทุกคนก็ตอบตกลง พวกเขจึงแบ่งทีมกันได้ดังนี้
ทีมที่หนึ่ง – อากิระ เมเทียร์ และลิซ่า
ทีมที่สอง – เทมเพสต์ ลูน่า และไอริส
จากนั้นทั้งหกคนก็แยกย้ายกันออกไปเพื่อซื้อไอเทมที่จำเป็เอาไว้ใช้ในหอคอยนรก
หลังจากที่ทุกคนกลับมารวมกันก็เดินเข้าไปยังหอคอยนรกทันที โดยที่หน้าหอคอยนั้นจะมีวงแหวนเวทย์สำหรับเคลื่อนย้ายอยู่ ซึ่งทีมของอากิระก็ก้าวเข้าไปก่อน
‘ผู้เล่น้าเข้าหอคอยนรก ระบบจะทำการหักเอดีพอยต์ 1 แต้ม ้ายืนยันหรือไม่คะ’
สิ้นเสียงระบบอากิระและเมเทียร์ก็พูดยืนยันออกมาพร้อมกันจากนั้นก็มีแสงคลุมร่างกายของอากิระ เมเทียร์ และลิซ่า แล้วพวกเขาก็หายไปจากวงเวทย์ทันที จากนั้นทีมของเทมเพสก็ทำตาม
ภายในชั้นที่หนึ่งของหอคอยนรกปรากฏร่างของอากิระ เมเทียร์ และลิซ่าขึ้นมา พวกเขามองไปรอบๆก็พบว่าภายในหอคอยแห่งนี้เป็เขาวงกตที่พื้นและผนังทั้งหมดเป็หินผา
“อืม ต้องตามหาอสูรพิทักษ์ประจำชั้นนี้เพื่อผ่านไปสินะครับ” อากิระกล่าวออกมา
“ใช่แล้ว นี่อากิระ…” เมเทียร์ตอบคำกล่าวของอากิระตามด้วยเรียกชื่อของเขา
“ครับ”
“นายน่ะสู้ให้เต็มที่ไปเลยไม่ต้องห่วงฉันหรอกนะ”เมเทียร์บอกอากิระเพื่อที่ตนจะได้ไม่ต้องเป็ตัวถ่วง
“ไม่ห่วงไม่ได้หรอกครับเมเทียร์ เธอเป็เพื่อนที่แสนสำคัญของผมนะเพราะงั้นทั้งเธอและลิซ่าผมก็เป็ห่วงทั้งคู่นั่นแหละ” อากิระกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ทว่าเสียงที่ทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลซึ่งออกมาจากปากของเขากลับทำให้ลิซ่าหน้าแดงด้วยความเขิน ส่วนเมเทียร์เองก็ถึงกับหน้าขึ้นสีเล็กน้อย
‘ตาบ้านี่ท่าจะเ้าชู้ตามธรรมชาติเลยสินะ แถมเล่นหยอดใส่ผู้หญิงพร้อมกันสองคนเลยด้วย’
เมเทียร์คิดแบบนั้นในใจ จากนั้นทั้งเธอ อากิระ และลิซ่าก็เดินตามเส้นทางที่หักเลี้ยวไปมา อีกทั้งยังมีทางแยกที่หลากหลายเมเทียร์จึงทำเครื่องหมายเอาไว้บนกำแพงแต่ทว่ามันกลับซ่อมแซมตัวเองได้ทำให้เครื่องหมายเ่าั้ค่อยๆหายไป สุดท้ายพวกเธอจึงต้องใช้วิธีสุดท้ายนั่นคือการเดา ส่วนอากิระเพียงแค่เดินไปพร้อมกับเมเทียร์พลางร่ายเวทย์หน่วงเอาไว้ทำให้มีลูกแก้วเวทมนต์ปรากฏขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ และพวกเธอก็เดินมาพบกับกลุ่มสัตว์อสูรกลุ่มหนึ่ง
‘ผู้เล่นถูก มนุษย์กิ้งก่า สัตว์อสูรชั้นทหาร ระดับ 15 จำนวน 18 ตัวโจมตีค่ะ’
สิ้นเสียงรายงานสัตว์อสูรกลุ่มนั้นก็ค่อยๆเดินเข้าหาพวกอากิระ พวกมันมีลักษณะเป็ครึ่งคนครึ่งกิ้งก่าที่มีใบหน้าเป็กิ้งก่า มีร่างกายที่คล้ายมนุษย์ยืนสองขา แต่ิัทั้งหมดกลับมีลักษณะเหมือนกิ้งก่าสีเขียว
ทว่าทันทีที่ได้ยินเสียงจากระบบอากิระก็แสดงท่าทีเบื่อหน่ายออกมาทันที ด้านเมเทียร์เองก็ไม่เคลื่อนไหวอะไรเพียงแค่เรียกอสูรอัญเชิญ ทหารเงาอออกมา แล้วทหารเงาทั้งสามร่างก็พุ่งเข้าสังหารพวกมนุษย์กิ้งก่าจนหมด แน่นอนว่าด้วยการสังหารสัตว์อสูรระดับต่ำไปเพียงแค่ 18 ตัวนั้นไม่ทำให้เมเทียร์เลื่อนระดับได้เลยแม้แต่น้อย
“ผมว่าเรารีบหาอสูรพิทักษ์ชั้นนี้ให้เจอแล้วรีบจัดการเพื่อขึ้นไปชั้นบนๆเถอะครับ สู้กับสัตว์อสูรระดับล่างแบบนี้ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด” อากิระกล่าวออกมาอย่างเบื่อหน่าย
“เห็นด้วย” เมเทียร์เองก็แสดงท่าทางที่ไม่ต่างจากอากิระเท่าไรนัก
“นายท่าน คุณเมเทียร์ คะ ฉันว่าเราเดินวนกลับมาที่เดิมแล้วนะคะ” ลิซ่ากล่าวแสดงความเห็นออกมา
อากิระ และเมเทียร์มองรอบข้างก็เพิ่งรู้สึกตัว ทั้งสองคนรู้สึกได้ว่าเหมือนเคยผ่านจุดนี้มาแล้ว และนั่นทำให้เมเทียร์แสดงสีหน้าเหนื่อยใจออกมาอีกรอบ ส่วนอากิระเองก็เริ่มเบื่อจริงๆจังๆแล้วจึงตัดสินใจทำสิ่งหนึ่งทันที
เวทย์มายาระดับ 3 – ร่างกระจกเงามายา
ร่างของอากิระแบ่งออกเป็สองคน เมเทียร์ที่เห็นก็คลายจากท่าทีเบื่อหน่ายแล้วจ้องมองอย่างสนอก สนใจทันที จากนั้นอากิระทั้งสองคนก็ทาบฝ่ามือไว้บนกำแพง เมเทียร์เห็นจึงกล่าวถามออกมา
“อากิระจะทำอะไรน่ะ”
“อ๋อ ก็แค่คิดว่าไอ้กำแพงเนี่ยมันซ่อมแซมตัวเองได้ก็จริงแต่ดูจากความเร็วในการซ่อมแซมแล้ว ถ้าทำให้มันเกิดรูใหญ่ๆก็คงจะเสียเวลามากพอดูเลยล่ะ” อากิระตอบด้วยเสียงเรียบๆ
“เอ่อ หรือว่านายท่านคิดจะ…” ลิซ่ากล่าวออกมาบ้าง แต่ก่อนที่เธอจะทันได้พูดจบที่มือของร่างทั้งสองก็ปรากฏแสงสีทองออกมา
ผสานมนตรา – สองประสานประกายแสงดารา์
บรึ้ม!!!!
กำแพงหินที่เคยขวางทางพวกเขาไว้กลายเป็รูขนาดใหญ่กว่าตัวของพวกเขาสองเท่าทันที เผยให้เห็นกลางห้องที่เป็พื้นที่ว่างเป็ทรงกลม จากนั้นอากิระทั้งสองร่างก็อุ้มเมเทียร์และลิซ่าแล้วรีบใช้ก้าวพริบตาอย่างต่อเนื่องมาถึงกลางห้องทันทีและพริบตาที่ถึงนั้นเองก็มีเสียงรายงานขึ้น
‘ผู้เล่นอากิระสังหารมนุษย์กิ้งก่า สัตว์อสูรชั้นทหาร ระดับ 15 จำนวน 184 ตัว ได้รับค่าประสบการณ์…..ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระสังหารอสูรพิทักษ์ มนุษย์กิ้งก่าเพลิง สัตว์อสูรชั้นทหาร ระดับ 30 ได้รับค่าประสบการณ์…..ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระได้รับคะแนน 194 แต้มค่ะ’
จากนั้นก็มีวงเหวนเวทย์ขนาดใหญ่พอให้พวกเขาทั้งสามคนเข้าไปได้ พวกอากิระจึงเข้าไปยืนบนนั้นทันที จากนั้นก็มีเสียงรายงานออกมาถามว่าพวกเขา้าขึ้นไปยังชั้นต่อไป หรือ้าออกจากหอคอยซึ่งพวกเขาก็เลือกขึ้นไปยังชั้นต่อไปอย่างไม่ลังเล
ในห้องต่อๆมานั้นมีพื้นที่ห้องย่อยๆบ้าง เป็พื้นที่โล่งๆบ้าง เป็สังเวียนแบบวงกลมบ้าง หรือแม้แต่ทางยาวคดเคี้ยวก็มีแต่ไม่ได้มีเป็เขาวงกตเหมือนชั้นแรก อากิระจึงไม่ต้องทำลายห้องทิ้ง ส่วนสัตว์อสูรในแต่ละชั้นก็เก่งขึ้นกว่าชั้นก่อนๆเพียงเล็กน้อยเมเทียร์จึงขอจัดการด้วยตัวเอง กว่าอากิระจะต้องลงมือก็ปาเข้าไปชั้นที่ 28 แล้ว หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ต่อสู้ฝ่าฟันในแต่ละชั้นโดยมีลิซ่าคอยสนับสนุน ระหว่างที่ตะลุยหอคอยก็พักทานอาหารกันบ้าง นอนเอาแรงบ้าง ออฟไลน์ออกไปบ้างจนใกล้จะครบสองสัปดาห์แล้ว
ทางด้านเทมเพสต์ ลูน่าและไอริสเองก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่ในชั้นแรกเทมเพสต์พังเขาวงกตทันทีที่เข้ามา จากนั้นพวกเขาก็ทำเหมือนกับพวกอากิระ จนในที่สุดในวันสุดท้ายที่พวกเขาจะอยู่ที่นี่ได้พวกเขาก็มาถึงชั้นที่ 48 ซึ่งในชั้นนี้ต่างกับชั้นก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่ในห้องนี้เป็สถานที่โล่งๆ ที่มีการตกแต่งสวยงาม ราวกับห้องโถงในวิหารเลยทีเดียว แล้วตรงกลางห้องก็มีร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่เป็ร่างที่สวมชุดเกราะสีเงินถือดาบขนาดใหญ่ ใบหน้าของเขาคมเข้ม องอาจ น่าเกรงขาม และมีเส้นผมสีเงินยาวสยายออกมา ในมือข้างขวาถือดาบมือเดียวสองคม ส่วนในมือซ้ายถือโล่ที่มีด้านล่างเป็ปลายมน และ้าเว้าเล็กน้อย
‘ผู้เล่นถูกอสูรพิทักษ์ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ คารอส สัตว์อสูรชั้นอัศวิน ระดับ 1 โจมตี ผู้เล่นที่ถูกสังหารจะถูกลดระดับ 5 ระดับค่ะ’