"ถึงกับมีเสียงระฆังดังสี่ครั้งเชียวหรือ? ดูท่าว่าศิษย์ที่ไปทดสอบที่บันไดเจตจำนงกระบี่ในครั้งนี้ จะมีฝีมืออยู่บ้างจริง ๆ แค่สี่ครั้งเท่านั้น บางทีนี่อาจจะเป็ขีดจำกัดของศิษย์ผู้นี้แล้วก็เป็ได้"
ความคิดในใจของศิษย์แต่ละคนในยามนี้ย่อมแตกต่างกันไป
ทว่าแม้เหล่าศิษย์จะมีปฏิกิริยาตอบโต้ แต่เหล่าผู้าุโในสำนักชูซานกลับยังคงทำเป็หูทวนลมต่อเื่เสียงระฆังดังสี่ครั้งนี้ ราวกับว่าไม่ได้ยินสิ่งใดเลย เพราะข้อมูลของศิษย์อัจฉริยะในสำนักนั้น เหล่าผู้าุโล้วนกุมไว้ในมือ
ในบรรดาศิษย์ที่ใกล้จะทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานใน่นี้ นอกจากลั่วชิงเสวี่ยแล้วก็ไม่มีใครที่เข้าตาเลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ใส่ใจในตัวตนของผู้ที่กำลังปีนบันไดอยู่ในขณะนี้มากนัก
ทางด้านหลินฉางชิง
หลังจากก้าวข้ามไปยังขั้นที่สี่ แรงกดดันบนร่างกายก็เพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณอีกครั้ง
ในยามนี้ ทุกย่างก้าวที่เดิน หลินฉางชิงรู้สึกราวกับว่าเื้ัของตนกำลังแบกวัวอยู่ตัวหนึ่ง...
"มิน่าเล่า ศิษย์ทั่วไปพอเดินถึงขั้นที่สี่ก็ยากที่จะก้าวต่อไปได้ แรงกดดันเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสามารถทนทานได้จริง ๆ " หลินฉางชิงเอ่ยขึ้นช้า ๆ
แต่สำหรับเขาในตอนนี้ แรงกดดันระดับนี้กลับไม่ใช่เื่ที่ต้องนำมาใส่ใจเลย การยกระดับร่างกายที่คัมภีร์หัวใจแปรเซียนะมอบให้แก่หลินฉางชิงนั้น ยากที่จะประเมินค่าได้
หลินฉางชิงรู้สึกได้ว่าพลังปราณในร่างกายไหลเวียนอย่างต่อเนื่องและแผ่ซ่านไปทั่วทุกมุมของร่างกาย ทำให้แรงกดดันที่มาจากบันไดเจตจำนงกระบี่เ่าั้ ถูกพลังปราณของเขาหักล้างจนหมดสิ้น
"เอาละ พุ่งขึ้นไปยังขั้นที่ห้าในรวดเดียวเลยแล้วกัน"
หลินฉางชิงกวาดสายตามองขึ้นไปยังจุดสิ้นสุดของชั้นที่สี่และบอกกับตัวเอง จากนั้นเขาก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น พร้อมกับเสียงระฆังครั้งที่ห้าที่ดังสนั่นไปทั่วสำนักชูซาน คราวนี้เหล่าศิษย์ในสำนักต่างก็ไม่อาจนั่งนิ่งได้อีกต่อไป
เหง่ง!
เสียงระฆังห้าครั้ง
ศิษย์เช่นนี้หากมองไปทั่วสำนักชูซานถือว่ามีพร์ที่โดดเด่นเหนือใคร
ในยามนี้ แม้แต่ผู้าุโบางท่านในสำนักชูซานก็อดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้น
"เสียงระฆังห้าครั้ง? น่าสนใจดีนี่ หรือจะเป็ต้นกล้าชั้นดีคนไหนในรุ่นเยาว์กัน?"
ปฏิกิริยาของเหล่าผู้าุโนั้นดูสุขุมกว่าเหล่าศิษย์มากนัก ส่วนเสิ่นอู๋หยาผู้เป็เ้าสำนักในยามนี้ยังคงนั่งสมาธิอย่างสงบอยู่ในห้องของตน โดยไม่ถูกโลกภายนอกรบกวนเลยแม้แต่น้อย
ทว่าถึงจะเป็เช่นนั้นในตอนที่เสียงระฆังครั้งที่ห้าดังขึ้น คิ้วของเขาก็ขยับเล็กน้อย
หลังจากนั้น ทุกอย่างจึงกลับคืนสู่สภาวะปกติ
เหง่ง!
เหง่ง!
เมื่อเสียงระฆังครั้งที่หกดังขึ้น สีหน้าของเหล่าศิษย์ก็เปลี่ยนไปทันที แต่เพียงชั่วพริบตา เสียงระฆังครั้งที่เจ็ดก็ดังตามมาติด ๆ ทำให้ศิษย์และผู้าุโทุกคนในสำนักชูซานต่างตั้งตัวไม่ติด
"เจ็ดครั้ง?!"
"คนที่กำลังปีนบันไดเจตจำนงกระบี่อยู่ในตอนนี้ คือใครกันแน่?!"
"ในสำนักชูซานของพวกเรายังมียอดฝีมือซ่อนอยู่ด้วยหรือ?!"
เหล่าศิษย์เริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้นทันที
ศิษย์แทบทุกคนไม่มีแก่ใจจะฝึกฝน ต่างพากันสวมเสื้อผ้าเดินออกจากห้อง เพื่อมุ่งหน้าไปยังทิศทางของบันไดเจตจำนงกระบี่
กลุ่มผู้าุโเองก็ไม่อาจนั่งนิ่งได้เช่นกัน
"เสียงระฆังเจ็ดครั้ง?! นึกไม่ถึงเลยว่าในสำนักชูซานของข้าจะมีอัจฉริยะเช่นนี้ซ่อนอยู่!"
"ไม่ได้ ข้าต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าศิษย์ผู้นี้เป็ใครกันแน่ ข้าจะรับเขาเป็ศิษย์ปิดสำนัก!"
"รีบไปแจ้งเ้าสำนักเร็ว!"
เหล่าผู้าุโต่างเดินออกจากห้องของตน แต่สิ่งที่ทุกคนไม่ได้คาดคิดก็คือทันทีที่พวกเขาเดินออกจากห้อง ร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ บินกระบี่ลงมาจากท้องฟ้า
"เป็เ้าสำนัก!" ผู้าุโท่านหนึ่งะโขึ้น
ในยามนี้ เสิ่นอู๋หยามีสีหน้าเคร่งขรึม กลิ่นอายรอบกายกลายเป็จริงจังอย่างยิ่ง เขามองไปยังทิศทางของบันไดเจตจำนงกระบี่แห่งสำนักชูซาน สายตาสั่นไหวเล็กน้อยราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
"พวกเ้ามีใครรู้บ้างว่าคนที่กำลังใช้บันไดเจตจำนงกระบี่อยู่ในตอนนี้ เป็ศิษย์จากที่ใด?" เสิ่นอู๋หยาเอ่ยถามช้า ๆ ขณะมองไปยังกลุ่มผู้าุโและเหล่าศิษย์
ทว่าคนอื่น ๆ เมื่อได้ยินคำถามนี้ กลับมองหน้ากันลนลาน หลังจากสบตากันแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายเลย
"แปลกยิ่งนัก" เสิ่นอู๋หยาพึมพำเบา ๆ
ศิษย์ทุกคนที่ยังไม่ทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐาน เขาล้วนเคยเห็นผ่านตามาหมดแล้ว ลั่วชิงเสวี่ยนั้นแข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย และเป็การแข็งแกร่งแบบโดดเด่นเหนือใครในหมู่ฝูงชน!
แต่คนที่ปรากฏตัวในตอนนี้...
"ระฆังดังเจ็ดครั้ง แสดงว่าพร์ของเด็กคนนี้ ไม่น่าจะด้อยไปกว่าชิงเสวี่ยเท่าใดนัก แต่จะเป็ศิษย์คนไหนกัน?"
ชั่วขณะหนึ่ง แม้แต่เสิ่นอู๋หยาก็ยังคิดไม่ออก ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ไตร่ตรองหรือตรวจสอบรายชื่ออย่างละเอียด เสียงระฆังครั้งที่แปดก็ดังขึ้นตามนัด
เหง่ง!
พร้อมกับเสียงระฆังครั้งนี้ ทุกคนในสำนักชูซานรวมถึงเสิ่นอู๋หยา ต่างก็สีหน้าเปลี่ยนไปพร้อม ๆ กัน ทุกคนรู้ดีว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร
หากลั่วชิงเสวี่ยทำให้ระฆังดังแปดครั้งจะสามารถรับตำแหน่งศิษย์เอกได้ แล้วคนตรงหน้านี้ควรจะถูกจัดไว้ในตำแหน่งใดกัน?
ไม่มีใครพูดอะไร เพราะในตอนนี้ แม้แต่ว่าผู้ปีนบันไดคนนี้เป็ใคร พวกเขาก็ยังไม่รู้เลย
"เอาเถอะ" สีหน้าของเสิ่นอู๋หยาเริ่มกลับมาเป็ปกติเล็กน้อย เขาถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นจึงกล่าวกับทุกคน
"ไม่ว่าศิษย์ผู้นี้จะมีฐานะเป็อย่างไร ขอเพียงพวกเราไปถึงบันไดเจตจำนงกระบี่ ทุกอย่างย่อมกระจ่างแจ้งเอง"
"เหล่าผู้าุโโปรดตามข้ามา ในเมื่อสำนักชูซานของพวกเรามีอัจฉริยะปรากฏตัวขึ้นอีกคน เหล่าผู้าุโควรจะร่วมเป็พยานด้วยกัน" เสิ่นอู๋หยากล่าวกับเหล่าผู้าุโ
เมื่อพูดจบ เขาก็เป็ผู้นำออกเดินทางไปก่อน เหล่าผู้าุโย่อมไม่มีความเห็นคัดค้าน จึงรีบใช้เคล็ดวิชาติดตามเสิ่นอู๋หยาไปทันที
และไม่ใช่แค่เหล่าผู้าุโเท่านั้น เหล่าศิษย์ของสำนักชูซานเองก็หายง่วงกันหมดแล้ว ต่างพากันตามไป เพราะอยากเห็นว่าอัจฉริยะคนใหม่ของสำนักชูซานผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็ใครกันแน่
ในชั่วพริบตา กระแสผู้คนจำนวนมหาศาลก็เริ่มมุ่งหน้าไปยังบันไดเจตจำนงกระบี่
ทางด้านหลินฉางชิง
ความเร็วในการปีนบันไดเจตจำนงกระบี่ของเขาเร็วขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ประการแรกเป็เพราะั้แ่ขึ้นมาถึงชั้นที่ห้า เขาก็รู้สึกได้ว่าบนร่างกายไม่ได้มีเพียงแรงโน้มถ่วงที่กดทับเท่านั้น แต่อากาศที่ไหลเวียนรอบกายดูเหมือนจะแฝงไปด้วยเจตจำนงกระบี่บางเบา ที่คอยฉีกทึ้งิัของเขาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บแปลบเป็ระยะ
กระทั่งเมื่อถึงชั้นที่เจ็ด ความเสียหายจากเจตจำนงกระบี่ได้เปลี่ยนจากการฉีกทึ้งเป็การเชือดเฉือน แม้จะมีเจตจำนงกระบี่และพลังปราณของตนเองคอยป้องกัน แต่บนิัของหลินฉางชิงก็ยังถูกเชือดจนเกิดาแเล็ก ๆ จำนวนมาก
"บันไดเจตจำนงกระบี่… การทดสอบเจตจำนงกระบี่นี้ก็รวมอยู่ในนั้นด้วยหรือ?" หลินฉางชิงพึมพำ
หากไม่ใช่เพราะเขาเคยฝึกเคล็ดกระบี่เมฆครามและมีเจตจำนงกระบี่อยู่ในร่างกาย ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถทนทานต่อเจตจำนงกระบี่ที่ไร้ลักษณ์และคมกริบเหล่านี้ได้
ในขณะเดียวกัน หลินฉางชิงก็เข้าใจแล้วว่าทำไมปัจจุบันจึงมีศิษย์สำนักชูซานน้อยมากที่ปีนขึ้นไปถึงชั้นที่เจ็ดหรือสูงกว่านั้น เพราะเมื่อเจตจำนงกระบี่เริ่มสร้างความเสียหาย ศิษย์ที่ยังไม่ปลุกเจตจำนงกระบี่ของตนเองขึ้นมาย่อมยากที่จะก้าวต่อไปได้จริง ๆ
"ยิ่งไปกว่านั้น แรงกดดันบนร่างกายก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย"
เมื่อปีนมาถึงจุดนี้ หลินฉางชิงรู้สึกราวกับว่าเื้ัของตนกำลังลากรถบรรทุกคันหนึ่งให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง...