เสียงติ๊ง! ใสๆ ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูลิฟต์ที่เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมหนานุ่มซึ่งดูดกลืนทุกเสียงฝีเท้าแสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟติดผนังทอดยาวไปตามทางเดินที่เงียบสงัด
พนักงานชายในชุดยูนิฟอร์มเรียบกริบผายมือเชื้อเชิญก่อนจะเดินนำหน้าคนทั้งสองไปตามทางเดินอย่างคล่องแคล่วฝีเท้าของพวกเขาหยุดลงหน้าประตูห้องหมายเลข 706
“ห้อง 706 ครับ”พนักงานหนุ่มพูดพลางยื่นคีย์การ์ดให้กับเด่นรอยยิ้มที่ดูเจนจัดเกินกว่าพนักงานทั่วไปประดับอยู่บนใบหน้าของเขา
“เชิญพักผ่อนตามสบายเลยนะครับ”
สายตาของเขามองสบกับเด่นอย่างมีความหมายก่อนจะโน้มตัวเข้ามาเล็กน้อย แล้วลดระดับเสียงลงเป็กระซิบที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“ถ้า้าอะไรเป็พิเศษ่ดึกๆ...ติดต่อผมได้โดยตรงเลยนะครับเรามี ‘บริการ’ ครบวงจร”
เด่นเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มบางๆที่มุมปากนั้นยากจะอ่านความหมาย แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจหรือตื่นเต้นใดๆ
ทว่าอั๋นที่ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยและไม่ได้ยินบทสนทนานั้นได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยเขามองหน้าพนักงานหนุ่มสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของเด่นพยายามจะปะติดปะต่อเื่ราวแต่ก็ไม่เข้าใจ
พนักงานหนุ่มยืดตัวตรง ส่งยิ้มให้เด่นเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะโค้งตัวเล็กน้อยแล้วเดินจากไปอย่างเงียบเชียบทิ้งไว้เพียงความสงสัยในใจของอั๋นและบรรยากาศที่น่าอึดอัดเล็กน้อย
ยังไม่ทันที่อั๋นจะได้เอ่ยปากถามเด่นก็หันไปทาบคีย์การ์ดกับประตูเรียบร้อยแล้ว
เสียง ‘บี๊บ’ สั้นๆ ของระบบคีย์การ์ดดังขึ้น ตามด้วยเสียง ‘คลิก’เมื่อประตูปลดล็อก ในขณะที่เด่นก้าวเข้าไปในห้องอย่างคุ้นเคย
ทันทีที่ประตูเปิดออก อากาศนิ่งๆที่ไม่ถูกถ่ายเทและกลิ่นอับจางๆ ของห้องที่ปิดไว้ก็ลอยมาปะทะจมูกเด่นก้าวเข้าไปในความมืดสลัวอย่างชำนาญก่อนจะเสียบคีย์การ์ดลงในช่องสำหรับเปิดระบบไฟของห้องที่ผนังข้างประตู
เสียง ‘บี๊บ’ เบาๆ ดังขึ้นครั้งหนึ่งไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกัน เผยให้เห็นการตกแต่งภายในที่ทันสมัยเป็ครั้งแรกขณะเดียวกันเครื่องปรับอากาศก็ส่งเสียงทำงานเบาๆ ก่อนจะเริ่มปล่อยลมเย็นๆออกมาขับไล่ความอับชื้นอย่างช้าๆ
ทว่าร่างโปร่งที่เดินตามเข้ามากลับหยุดนิ่งกึกอยู่ที่ธรณีประตู
เด่นเสียบคีย์การ์ดตรงช่องผนังหันกลับมามองเพื่อนรุ่นน้องที่ยังไม่ยอมเดินตามเข้ามาแล้วก็ต้องเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเขาไม่ได้มองความหรูหราของห้องที่ตกแต่งอย่างทันสมัย...แต่กำลังมองประกายวิบวับในดวงตาของอั๋น
ดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากเผยอออกอย่างลืมตัว เด็กหนุ่มค่อยๆกวาดสายตามองไปทั่วทุกตารางนิ้วของห้องพักอย่างเชื่องช้าั้แ่เตียงคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าขาวตึงเรียบ โซฟาเบดสีเทาเข้มที่มุมห้องไปจนถึงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนอยู่ไกลๆ
ราวกับนักสำรวจผู้ค้นพบดินแดนที่ไม่เคยมีใครมาถึง
ความตื่นเต้นดีใจที่ไม่ได้เสแสร้งนั้นมันดูน่าเอ็นดูจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของคนพี่
ในที่สุด อั๋นก็หันขวับมาหาเด่นใบหน้าที่ยังคงเปี่ยมด้วยความประทับใจนั้นดูสว่างไสวขึ้นกว่าเดิม
“โห! พี่เด่น! ห้องแม่งโคตรสวยเลยอ่ะ!”
คนพูดสูดหายใจเข้าลึก ได้กลิ่นหอมสะอาดๆคล้ายกลิ่นเปลือกไม้ผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ พร้อมกับเดินไปบนพรมสีเทาเข้มที่หนานุ่มจนฝ่าเท้าของเขาแทบจะจมลงไปแสงไฟสีวอร์มไลท์จากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบผนังสีครีมอ่อนๆ
และที่สำคัญที่สุด...คือเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่กลางห้องปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดสะอ้านและฟูนุ่มจนน่าน่าทิ้งตัวลงไปนอน
“เรา...เราจะนอนที่นี่กันจริงๆ เหรอพี่!ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย!” เขาหันไปถามย้ำกับคนพี่อีกครั้งก่อนจะวิ่งแล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงนุ่มๆ นั้นอย่างมีความสุขสุดขีด
เสียงหัวเราะใสๆดังขึ้นขณะที่เขาฝังใบหน้าลงกับหมอนใบโตสูดกลิ่นหอมสะอาดของผ้าที่เพิ่งซักใหม่เข้าเต็มปอด
ร่างสูงที่ยืนพิงประตูส่ายหัวเบาๆกับท่าทีนั้น ที่มุมปากของเขามีรอยยิ้มเอ็นดูอย่างจริงใจปรากฏขึ้น
“ก็เออน่ะสิหรือมึงจะให้กูกลับรถไปนอนโรงแรมม่านรูดแถวขนส่งล่ะ” เขาเดินไปที่รีโมตแล้วเร่งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เย็นขึ้นอีกนิดแล้ววางกระเป๋าสัมภาระลงข้างเตียง
“โรงแรมนี้มันอยู่ใกล้กับร้านเหล้าที่มึงบอกมากที่สุดตอนเมาจะได้เดินกลับได้ไม่ต้องขับรถ”
...
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวและพูดคุยเื่ไร้สาระกันไปสักพักใหญ่เด่นก็ทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวบนเตียงฝั่งของตนเองอย่างเหนื่อยอ่อน ร่างสูงกางแขนกางขาเต็มที่รับเอาไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ เขานอนหลับตาลงนิ่งๆแต่ลมหายใจที่ยังคงสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเขายังไม่ได้หลับ
อั๋นที่ยังคงตื่นเต้นกับห้องพักใหม่กลับยังไม่รู้สึกอ่อนเพลียเลยแม้แต่น้อย
เขานั่งอยู่บนขอบเตียงฝั่งของตัวเอง ลอบมองสำรวจสไตล์การแต่งตัวของคนพี่อย่างละเอียดจินตนาการไปไกลว่าถ้าหากวันหนึ่งเขาสามารถสร้างกล้ามเนื้อให้ล่ำบึ้กได้แบบนี้แล้วลองไว้ผมยาวๆ เซ็ตผมเท่ๆ ดูบ้าง เขาก็คงจะดูดีไม่แพ้คนที่นอนอยู่ตรงนี้อย่างแน่นอน
แต่ดูเหมือนว่าสายตาที่จ้องมองสำรวจอย่างไม่วางตานั้นจะทำให้คนที่แกล้งหลับตาอยู่รู้สึกตัวจนได้ ร่างบนเตียงค่อยๆลืมตาขึ้นมาเพียงข้างหนึ่งแล้วก็หันมามอง
“มองอะไรของมึงนักหนาวะไอ้อั๋น” เสียงทุ้มๆเอ่ยถามขึ้นยิ้มๆ
“หรือว่ากูหล่อจนมึงละสายตาไปไหนไม่ได้เลยรึไง!”
“ปะ...เปล่าสักหน่อยพี่!ใครจะไปมองพี่กันเล่า!” เด็กหนุ่มรีบปฏิเสธเสียงดังอย่างมีพิรุธแต่แก้มทั้งสองข้างก็เริ่มแดงเห่อขึ้นมา
“ผม...ผมก็แค่มองดูรอบๆ ห้องเฉยๆ ต่างหาก”
“เหรออออ”
คนพี่ลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อก่อนที่เขาจะล้วงโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนอั๋นมองตามด้วยความอิจฉาลึกๆ
“อยากถ่ายรูปเล่นมั้ยล่ะมึง”เด่นถามขึ้นอย่างนึกสนุก
“ถ่ายได้เหรอพี่!”อั๋นถามกลับด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
“ก็พอได้อยู่น่า เอาไว้อวดสาวได้สบายๆ”ร่างสูงพูดพลางยกโทรศัพท์ขึ้นเล็งมาทางคนที่นั่งอยู่ปลายเตียง
“อ่ะๆ มึงลองทำท่าหล่อๆ ดิ๊ เดี๋ยวกูถ่ายให้”
เด็กหนุ่มรีบจัดท่าทางเก๊กหล่อตามประสาวัยรุ่นทันทีซึ่งคนพี่ก็รีบกดถ่ายบันทึกไว้อยู่หลายรูป แต่แล้วจู่ๆ ขณะที่เขากำลังโพสท่าเพลินๆอยู่นั้น...
เด่นก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วเตียงนุ่มยวบลงไปตามน้ำหนักตัวของเขาทำให้อั๋นที่นั่งอยู่เสียหลักเอนเข้ามาหาเล็กน้อย
และในจังหวะนั้นเอง...แขนข้างหนึ่งของเด่นก็เอื้อมมาโอบรอบคอของเขาไว้ก่อนจะดึงร่างของเขาเข้าไปหาอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่นจนไม่มีทางขัดขืน
อั๋นรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ...
แก้มของเขาแนบชิดอยู่กับแก้มสากๆ ของเด่นััได้ถึงความอุ่นจากผิวเนื้อและไรเคราที่เพิ่งขึ้นใหม่จางๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่เป็เอกลักษณ์โชยมาแตะจมูกอย่างชัดเจน
มันเป็กลิ่นที่สะอาด สดชื่นแต่ก็มีความเป็ชายแฝงอยู่อย่างลึกล้ำจนทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“เดี๋ยวนี้เขาไม่ถ่ายกันแบบนั้นแล้วไอ้อั๋นมันเชย” เสียงทุ้มๆ กระซิบขึ้นข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้เขาขนลุกซู่
“มันต้อง ‘เซลฟี่’ เว้ย!คนสมัยนี้เขานิยมถ่ายรูปจากกล้องหน้ากันเข้าใจมั้ย” พูดจบเขาก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นสูงเล็กน้อยจัดองค์ประกอบภาพให้เห็นทั้งใบหน้าของเขาและคนที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆให้อยู่ในเฟรมเดียวกัน...
“แชะ!”
เสียงชัตเตอร์ที่ดังขึ้นทำให้อั๋นหลุดออกจากภวังค์เด่นคลายอ้อมแขนออกแล้วก้มลงไปกดอะไรยุกยิกอยู่บนหน้าจอครู่หนึ่งก่อนจะยื่นหน้าจอสว่างวับนั้นให้อีกฝ่ายดู
“อ่ะ ดูซะ ถ้าชอบกูจะได้โพสลงเน็ตได้ถ่ายคู่กับคนหล่อๆ แบบกู ดังแน่มึงคราวนี้ ฮ่าๆๆ”
อั๋นรับโทรศัพท์มาดูด้วยมือที่สั่นเทานิดๆเขามองเห็นรูปคู่ของตัวเองกับเด่นบนหน้าจอ แล้วก็ยิ้มออกมาจนแก้มแทบปริ
ในรูปนั้นเด่นยิ้มมุมปากอย่างเท่ๆและเป็ธรรมชาติสุดๆ ส่วนเขาที่กำลังทำหน้าเหวอ ตาโตปากเผยอเล็กน้อยจากความใเมื่อครู่...กลับดูน่ารักไปอีกแบบ
“โหพี่! เท่สัสๆ ไปเลยอะ!” ว่าแล้วก็รีบยื่นโทรศัพท์คืนให้คนพี่แต่ก็ยังไม่วายแอบมองภาพนั้นอีกครั้ง
“อย่าลืมลงรูปนี้ให้ผมด้วยนะ!”
“เออๆ เดี๋ยวกูลงให้” เด่นรับโทรศัพท์คืนมาแต่แทนที่จะเก็บมันลงกระเป๋าทันทีสายตาคมกริบกลับเหลือบมองใบหน้าของคนที่ยังยิ้มแป้นไม่หุบสลับกับภาพในจอโทรศัพท์ไปมา
“ทำหน้าฟินเชียวนะมึง”เขาว่าพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ นิ้วโป้งแกล้งทำเป็เลื่อนไปมาบนหน้าจออย่างช้าๆราวกับกำลังครุ่นคิดอย่างจริงจัง
“ใส่แคปชั่นว่าไงดีวะ...‘เด็กน้อยอย่างผมก็รักจริงนะครับ’ แบบนี้ดีไหม?”
“ไอ้พี่เด่น!” อั๋นร้องเสียงหลงแทบจะทันทีใบหน้าขาวนวลขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเด็กหนุ่มพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์คืนมาอย่างลนลานแต่ก็ถูกคนพี่ชูขึ้นสูงจนสุดแขนจนคว้าได้เพียงอากาศ
“ฮ่าๆๆๆ กูล้อเล่นน่า”
ร่างสูงะเิหัวเราะออกมาอย่างชอบใจกับท่าทีฟาดงวงฟาดงาของอีกฝ่ายก่อนจะยอมแพ้แล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนบิดี้เีเต็มความสูงจนเสียงกระดูกลั่นเบาๆ
จังหวะนั้นเองที่สายตาของเขาพลันหยุดลงที่ทรงผมของอีกฝ่าย
กลุ่มผมที่ถูกเซ็ตมาอย่างแข็งทื่อด้วยเจลราคาถูกนั้นยังคงตั้งเด่...มันดูตั้งใจและพยายามอย่างสุดฝีมือจนน่าขันในสายตาของเด่นมุมปากของคนพี่ค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัวเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูอย่างแท้จริง
“มึงจะไปเที่ยวด้วยผมทรงรังนกนี่เหรอวะ?” เขาพูดพลางเดินเข้าไปใกล้ใช้ปลายนิ้วจิ้มๆ ที่ช่อผมแข็งๆ ของอั๋น
“มานี่...เดี๋ยวกูเซ็ตให้ใหม่ไปล้างหัวก่อนไป๊”
ไม่ทันให้อั๋นได้ปฏิเสธเด่นก็จูงข้อมือเขาให้ลุกขึ้นแล้วลากเข้าไปในห้องน้ำที่สว่างจ้าด้วยแสงไฟสีขาว
“ก้มหัวลง” เด่นสั่งเสียงเรียบอั๋นทำตามอย่างงงๆ เขาก้มหัวลงเหนืออ่างล้างหน้าเซรามิกสีขาวสะอาด ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงััของน้ำอุ่นๆ ที่ค่อยๆ ชโลมลงบนศีรษะ ตามด้วยนิ้วมือหนาๆของเด่นที่เริ่มนวดคลึงไปทั่วเพื่อล้างคราบเจลเก่าออกอย่างเบามือ กลิ่นแชมพูหอมๆของโรงแรมฟุ้งกระจายไปทั่ว
อั๋นรู้สึกเหมือนเืทั้งหมดในกายกำลังสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้า...นี่มันใกล้ชิดกันเกินไปแล้ว
หลังจากสระและเช็ดผมให้จนหมาดเด่นก็บีบแว็กซ์แต่งผมกลิ่นหอมของตัวเองลงบนฝ่ามือ ถูไปมาจนอุ่นแล้วบรรจงขยำลงบนเส้นผมของอั๋นอย่างชำนาญ
อั๋นมองภาพของตัวเองและเด่นในกระจกเงาบานใหญ่...ภาพของเด่นที่กำลังตั้งอกตั้งใจจัดแต่งทรงผมให้เขาราวกับเป็สไตลิสต์มืออาชีพนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็ส่ำ
“เออ...แบบนี้ค่อยดูเป็ผู้เป็คนหน่อย” เสียงคนพี่พูดอย่างพึงพอใจหลังจากจัดทรงผมสไตล์ยุ่งๆแต่ดูดีเสร็จเรียบร้อย
อั๋นมองตัวเองในกระจก...เขาดูเปลี่ยนไปเป็คนละคนทรงผมใหม่ทำให้เขาดูโตขึ้นและมั่นใจขึ้นอีกหลายส่วน
“ไปกันได้รึยัง?” เด่นหันมาถามพลางพาดเสื้อยีนไว้บนบ่า
อั๋นพยักหน้าด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำก่อนจะเดินตามร่างสูงที่เปิดประตูออกไปสู่โถงทางเดินของโรงแรมที่ปูด้วยพรมหนานุ่มและเงียบสงบ...ความตื่นเต้นครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว