หลังจากหยุดพักให้หายเหนื่อยกันไปได้สักพักเเล้ว ลุงหลงกับต้นข้าวก็เตรียมแบกกระเป๋าเป้ขึ้นหลังออกเดินทางกันต่อ ทั้งสองเดินลัดเลาะตะลุยไปตามลำธารน้ำสีใส ตามทางที่พวกเขาเดินผ่าน ปลาเล็กปลาน้อยและกุ้งป่าตัวสีเเดงๆต่างหลบลี้หลีกหนีกันไปคนละทิศคนละทาง เมื่อต้นข้าวสังเกตเห็นกุ้งตัวสีเเดงๆในลำธารน้ำแห่งนี้ก็เกิดสนใจขึ้นมาทันที
" ลุงๆ ในลำธารนี้มีกุ้งตัวสีแดงๆแบบนี้ด้วยหรอครับ..." ต้นข้าวเอ่ยถามลุงหลง
" อ่อ นั่นมันกุ้งแดงป่าน่ะ รสชาติอร่อยดีเลยล่ะ แต่เราไม่มีเวลาอยู่ที่นี่กันนาน ไม่งั้นลุงจะดักมาทำอาหารให้ชิมกัน..." ลุงหลงกล่าวตอบ
" อ่อ ครับ น่าเสียดายจัง งั้นคงต้องไว้คราวหน้าเเล้วล่ะครับ..." ต้นข้าวพูดพลางรู้สึกเสียดาย
" คราวหน้า? หนุ่มจะไม่บ่นว่าเหนื่อยเเล้วใช่มั๊ย พอมีเรื่องกินเข้ามานี่ ลืมความเหนื่อยเมื่อครู่นี้ไปเลยนะเราน่ะ...ฮ่าๆๆ" ลุงหลงตอบพร้อมหันมามองเขาและขำออกมาเสียงดัง
" ก็มันน่าเสียดายจริงๆนี่ครับลุง ฮ่าๆๆๆ" ต้นข้าวตอบพร้อมขำออกมาอีกคน
ตามทางที่ทั้งสองเดินไปนั้นในเขตป่าช่วงนี้ เริ่มได้ยินเสียงของนกหลายชนิด หลายสายพันธุ์กู่ก้องร้องเรียก ส่งเสียงหากันอยู่มากขึ้น บางครั้งก็มีเสียงของฝูงลิงค่างบ่างชะนีที่กำลังหาผลไม้ป่ากินกัน ส่งเสียงร้องดังระงมไปทั้งป่าบริเวณนั้น เสมือนประกาศศักดิ์ดาให้รู้ว่าที่นี่คือถิ่นฐานของพวกมัน จักจั่นยังคงส่งเสียงร้องเป็นบทเพลงธรรมชาติให้ได้ยินกันเป็นช่วงๆ ตลอดเส้นทางที่เดินผ่านมา ความเหนื่อยล้าของต้นข้าวเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อของทั้งสองขาที่ก้าวเดิน เริ่มเป็นตะคริว เพราะเดินลุยน้ำที่เย็นกว่าปกติ จึงต้องหยุดพักกันเป็นระยะๆส่วนลุงหลงนั้น เดินป่าอย่างกับคนหนุ่ม อาการเหนื่อยหอบแสดงออกมาให้เห็นไม่มากมายเท่าใดนัก ทั้งๆที่ลุงหลงก็ช่วยแบ่งสัมภาระของเขาออกไปช่วยแบกด้วย ต้นข้าวเห็นเเบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาพลางคิดอยู่ในใจว่า...
" คนในเมืองใหญ่กับคนตามชนบทแบบนี้นี่เเตกต่างกันจริงๆ ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน สภาพอากาศทุกๆอย่างส่งผลต่อความแข็งแกร่งพื้นฐานภายในร่างกายอย่างเห็นได้ชัด อายุขนาดนี้เเล้วแต่ยังแข็งเเรงมากๆ นับถือเลยเรา..."
" เราใกล้จะถึงเเล้วล่ะหนุ่ม เดินขึ้นเนินเขาตรงนี้ไปก็จะเห็นตัวน้ำตกแล้ว ฟังสิได้ยินเสียงน้ำตกมั๊ยล่ะ..." ลุงหลงหันมาบอกกับต้นข้าวที่กำลังหอบหายใจยืนเอาหลังพิงต้นไม้ใหญ่ข้างทางอยู่
"จริงนะลุง ไม่ได้โกหกผมใช่มั๊ย? อื้ม...ผมว่าผมก็เริ่มได้ยินเสียงน้ำตกเเล้วเหมือนกันนะ" ต้นข้าวตอบกลับไปพลางเงยหน้าขึ้นสูดอากาศเข้าไปลึกๆอีกครั้ง
" จริงสิ ลุงเคยโกหกหนุ่มที่ไหนล่ะ ฮ่าๆๆ เดี๋ยวไปถึงเเล้วเราจะได้พักกินข้าวมื้อกลางวันกันที่นั่น..." ลุงหลงตอบพลางขำออกมา
ทั้งสองคนพากันเดินไปตามทางลาดชันอีกครั้ง ด้วยการเดินขึ้นเขามาหลายชั่วโมง ต้นข้าวเริ่มปรับสภาพร่างกายให้ทนกับความเหน็ดเหนื่อยเเทบขาดใจได้เเล้ว ถึงจะเหนื่อยเเต่ก็สามารถเดินต่อไปได้เรื่อยๆ การควบคุมลมหายใจของเขาดีขึ้นมาก ลุงหลงเองก็เดินไปด้วยพลางหันมามองดูต้นข้าวไปด้วยเป็นระยะๆ เผื่อว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาจะได้ช่วยได้ทันท่วงที เพราะคำว่า 'ป่า' ถึงแม้จะเป็นความสวยงามที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมา แต่ก็ซ่อนไปด้วยพิษร้ายไว้อยู่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครไปประสบพบเจอเข้าตอนไหนก็เท่านั้นเสียงกระหึ่มของมวลน้ำที่ไหลจากที่สูงกระทบกระทั่งเข้ากับโขดหินสีดำเงา ที่เรียงรายสลับซับซ้อนลดหลั่นกันไปมา กัดกร่อนผิวสัมผัสจนเนียนเรียบเป็นมันวาว ตะไคร่น้ำสีเขียวสดเกาะปกคลุมไปตามโขดหินอยู่ทั่วไป น้ำที่ไหลตกลงมารวมกันจนเกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีระอองน้ำเล็กๆฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณณ ก้อนหินสีเทาเข้มก้อนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแอ่งของน้ำตกป่าหมอก ได้มีชายสองคนปีนขึ้นไปยืนโดดเด่นอยู่บนนั้น พลางทอดสายตาออกไปมองยังคลื่นน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาสูงเบื้องหน้า ทั้งสองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น เป็นลุงหลงและต้นข้าวนั่นเอง ต้นข้าวตื่นตะลึงไปกับภาพที่ตนเห็น...มันช่างสวยงามอย่างแท้จริง!!!
"ลุงหลงที่นี่มันสุดยอดไปเลยลุง...มันสวยงามมากๆ" ต้นข้าวร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
ทั้งห้าชั้นของน้ำตก ที่ทอดเรียงกันเป็นชั้นลดหลั่นกันไปมา อย่างกับภาพจิตรกรรมที่ศิลปินสรรสร้างขึ้นจากจินตนาการ สีเขียวชอุ่มของพันธุ์ไม้ตัดกับสีขาวบริสุทธิ์ของตัวน้ำตก สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว มีจังหวะเเละความลงตัวที่น่าสนใจยิ่งนัก ละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายสร้างเป็นสายหมอกบางๆให้เห็นอยู่รอบๆบริเวณนั้นแสงเเดดที่สาดส่องเข้ามากระทบไปยังน้ำตก ทำให้บังเกิดเป็นสายรุ้งปรากฏเเก่สายตาของผู้คน จนแทบจะเอื้อมมือไปไขว่คว้าได้เลย นี่ช่างเป็นภาพที่เสมือนอยู่ในดินเเดนแห่งสรวงสวรรค์ก็มิปาน
" เป็นยังไงล่ะ สวยใช่มั๊ย? เห็นเเล้วหายเหนื่อยเลยล่ะสิ เดี๋ยวพักหายเหนื่อยแล้วเรามากินข้าวกัน ถ้าอยากเล่นน้ำตก เดี๋ยวค่อยเล่นหลังจากกินข้าวเเล้วละกัน..." ลุงหลงพูดพลางยิ้มตอบ
" ได้ครับ พูดแล้วก็เริ่มหิวขึ้นมาเลย เหนื่อยมาครึ่งค่อนวันเเล้ว..." ต้นข้าวตอบกลับไปพลางจัดเเจงหาลานโล่งๆริมน้ำตกแล้วเอากระเป๋าเป้วางลงกับพื้น ก่อนจะเปิดกระเป๋าเอาข้าวของเครื่องใช้บางส่วนออกมา เขาปูพื้นด้วยเสื่อพับพร้อมกับนอนราบลงไป ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
" เอ้านี่ มื้อกลางวันในป่าเเบบนี้ ต้องนี่เลย ข้าวเหนียวหมูทอด พกพาง่ายไม่หกเลอะเทอะเเถมอิ่มได้นาน ลุงเเวะซื้อมาจากตลาดเช้าของหมู่บ้าน ลุงเป็นขาประจำของร้านนี้เลยนะ ลองชิมดูสิ..." ลุงหลงพูดพลางยื่นข้าวเหนียวหมูที่ห่อด้วยใบตองอย่างดีให้กับเขา
"ขอบคุณครับลุง" ต้นข้าวกล่าวของคุณพร้อมกับลุกขึ้นนั่งเเล้วยื่นมือไปรับเอาข้าวเหนียวห่อใหญ่มาไว้ ก่อนจะจัดแจงเปิดห่อใบตองออกมาพบกับ ข้าวเหนียวสีขาวนวลสีสวยเป็นเงา ที่ปิดหน้าด้วยเนื้อหมูหมักเกลือพริกไทยดำทอดสีน้ำตาลอ่อนชิ้นใหญ่สี่ชิ้น
" น่ากินอยู่นะนี่ เเต่ว่าให้มาเยอะจัง จะกินหมดไหมละเนี่ย..." ต้นข้าวคิด
จากนั้นก็จัดแจงคว้าเอาข้าวเหนียวกับหมูทอดมาปั้นเป็นก้อนกลมๆเเล้วเอาใส่ปาก เขาเคี้ยวข้าวเหนียวหมูจนเเก้มป่อง พร้อมนั่งดูเเละฟังเสียงน้ำตกที่สวยงามเบื้องหน้าไปด้วยอย่างสบายอารมณ์
" บางทีเเค่อาหารอย่างง่ายๆเท่านี้ ก็สามารถทำให้คนเราอิ่มท้องและอารมณ์ดีขึ้นมาได้ ถึงอย่างไรชีวิตของคนเรานั้น ก็ขอเเค่ให้มีอาหารกินในทุกๆวันล่ะนะ คงไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการไม่มีอะไรจะกินอีกเเล้วล่ะ..." ต้นข้าวคิดในใจพลางมองไปยังห่อข้าวเหนียวในมือ และมองไปยังลุงหลงที่นั่งกินข้าวเหนียวอีกห่ออยู่บนโขดหินใกล้ๆ ความรู้สึกขอบคุณบังเกิดขึ้นมาในจิตใจของเขา
หลังจากกินข้าวเหนียวกันเสร็จเเล้วสักพัก ลุงหลงก็ได้ไปจัดเตรียมมัดแปลสำหรับนอนในค่ำคืนนี้ พร้อมกับหาฟืนที่จะก่อเป็น กองไฟสำหรับทำอาหารมื้อเย็น ส่วนต้นข้าวก็ถอดเสื้อ นุ่งเเต่กางเกงขาสั้น เดินไปยืนบนก้อนหินสูงๆก้อนหนึ่ง พร้อมกระโดดท่าซุปเปอร์ฮีโร่ลงไปแหวกว่ายน้ำในแอ่งน้ำตกขนาดใหญ่ของชั้นเเรก น้ำที่ใสจนมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใต้และเย็นสบายทำให้ต้นข้าวผ่อนคลายความอ่อนล้าในการใช้ชีวิตที่ผ่านมาไปได้มากเลยทีเดียว เสมือน 'เกิดจากธรรมชาติก็ควรจะหวนคืนสู่ธรรมชาติ' อะไรทำนอนนั้นในระหว่างที่สนุกสนานกับการเล่นน้ำดำผุดดำว่ายอยู่คนเดียวนั้น เขาก็สังเกตเห็นแผ่นหินแบนๆทรงกลมสีดำสนิทขนาดเท่าฝาโอ่งเล็กๆ วางราบอยู่ที่พื้นและที่ด้านข้างของเเผ่นหินสีดำนั้น ก็มีหินทรงกระบอกห้าแท่งขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่วางกระจายอยู่รอบๆแผ่นหิน หากไม่สังเกตให้ดีๆก็คงจะคิดว่าเป็นหินที่อยู่ในน้ำตกทั่วๆไป นี่หากไม่ดำน้ำมาเล่นใกล้ๆกับสายน้ำที่ไหลเทตกลงมาจากข้างบนภูเขา ก็คงจะไม่สามารถสังเกตเห็นได้เลย
" นั่นมันหินอะไรกัน ทำไมถึงกลมได้ขนาดนี้นะ เเถมสีดำเป็นเงาสวยงามซะด้วย เอาขึ้นไปให้ลุงหลงดูดีกว่า..."
ด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น เขาจึงมุดดำน้ำลงไปหมายจะจับและยกเอาแผ่นหินนั้นขึ้นมาดู เเต่เเล้วในขณะที่เขากำลังพยายามจะยกแผ่นหินนี้นั้น มือของเขาก็ถูกหินก้อนหนึ่งที่อยู่ติดกับแผ่นหินสีดำบาดเข้าให้ จนทำให้เลือดไหลออกมา
" เอาจนได้นะเรา เพราะความอยากรู้อยากเห็นเเท้ๆเลย ได้แผลกลับมาเข้าจนได้..." ต้นข้าวที่ดำอยู่ใต้น้ำคิดในใจ
ทันทีที่เลือดของเขาสัมผัสโดนแผ่นหิน อักขระลวดลายแปลกๆสีทองอร่ามก็ส่องสว่างออกมาจากแผ่นหินสีดำนั้น พุ่งเข้าใส่โอบล้อมรอบตัวของเขาทันที!!!...
____________________________________________