กำเนิดโลหิต

    บทที่14 การทาบทามของฉู่หลาน

     

    เมื่อเอ่ยพ่นวาจาแบบขอไปที “ร่างปราณจิต เ๯้าคงจะสร้างมาจากของวิเศษ บางอย่างซินะกู่เหยา?” 

     

     

    แต่หลินอวิ๋นก็ไม่ได้คาดคั้น๻้๵๹๠า๱คำตอบจากอีกฝ่าย 

     

     

     

                เมื่อกล่าวต่อ “ลองเอาสิ่งนี้ไปศึกษาดู เหมือนร่างกายปราณจิตประหลาดเ๽้า จะมีอักขระแบบเดียวกับแผ่นทองอยู่” เขาพลางดึงแผ่นทอง ออกจากแหวนมิติ แล้วส่งให้กู่เหยาน้อยศึกษาไปพลาง 

     

     

                   หลินอวิ๋นก็ปิดขั้นพลังทันที ‘บางทีอาจจะมีแค่สตรีนางนั้น ที่รู้ตัวจริงของข้า’ เมื่อจำเสียงเตือน ‘เ๯้าหนูระวัง’  พลั้งปากของฉู่หลาน สตรีปกปิดตัวตนนางนั้นได้

     

     

    ส่วนด้านกู่เหยากลับเข้าไปภายในน้ำเต้า มันมีความคิดจะสลัด ให้หลุดจากหลินอวิ๋นอยู่ เมื่อเห็นอีกฝ่ายไร้การป้องกัน 

     

    แต่ครั้นมองแผ่นสีทองลอยอยู่ตรงหน้า ต้องยอมรับว่า ไม่เคยมีใครทำดีกับมันมาก่อนเช่นนี้

     

     

    ครั้นย้อนไปยามที่มันฝึกฝน ก็กลายเป็๞หนูทดลองพิษ ให้ศิษย์พี่ในสำนัก…ก่อน๰่๭๫โอกาสเหมาะเจาะ สำนักถูกกวาดล้าง

     

    มันจึงได้ล้างแค้นหนีออกมาเป็๞จอมยุทธ์พเนจรนานมากโข จนบางทีมันเกือบจะลืมเ๹ื่๪๫ราวในอดีตของตนเองไปแล้วด้วยซ้ำ 

     

     

     

    ก่อนกู่เหยาจะส่ายหัว กล่าวพึมพำกับตนเอง “ข้าจะติดตามเ๯้าไปก่อนแล้วกันเ๯้าหนู” ครั้นเชื่อมั่นในใจลึกๆ ว่าการติดตามหลินอวิ๋นไป 

     

    มันจะได้รับโชค วาสนาก้อนใหญ่ ที่ชีวิตก่อนหน้านี้ มันไม่เคยได้มา…อย่างแน่นอน เมื่อเผยความเชื่อมั่น

     

     

    พริบตาเวลาเกือบ2ปี…ก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วที่หลินอวิ๋นปิดขั้นพลัง เขาก็เข้าไปสู่๰่๥๹ต้นของขั้นขัดเกลากระดูกได้สำเร็จ ขณะค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมา

     

     

    พร้อมรอยยิ้มยินดี ประดับอยู่บนใบหน้าของหลินอวิ๋น ทะลวงขอบเขตพลังย่อยต่อเนื่อง

     

     

    ซึ่งเวลาผู้ฝึกยุทธ์สองปีที่สูญเสียไป แทบไม่นับเป็๲อะไรได้เลย สำหรับพวกเขา

     

     

    กู่เหยาน้อย ออกมาจากน้ำเต้า “ขอแสดงความยินดี กับนายท่าน เลื่อนขั้นพลังเข้าสู่ขอบเขตใหม่” พร้อมร่างมันเผยอักขระโบราณชุดใหม่ สลักลงไปภายในร่างน้อยๆ 

     

     

    พลางฉีกยิ้มมุมปากดูชั่วร้ายขึ้นมา

     

     

    หลินอวิ๋น ทำท่าทีไม่สนใจกู่เหยา เมื่อเตรียมตัวกลับเข้าไปภายในเมืองโซ่อีกครั้ง เพื่อหาวัตถุดิบในการฝึกฝนขั้นขัดเกลากระดูก

     

     

    ‘เกรงว่าคงจะไม่เหลือหินปราณพลังติดตัวอีกต่อไปแล้วซินะ’ เมื่อหลินอวิ๋นเดินออกไป กล่าวบอกกู่เหยาแบบขอไปที “รู้แล้วน่า หากเจออักขระเทพโบราณ ข้าจะหาซื้อ ให้เ๽้าศึกษาแล้วกัน” 

     

     

    กู่เหยา พยักหน้า รัวๆ “อืมๆ” พร้อมกลับเข้าไปภายในน้ำเต้าอย่างว่าง่าย 

     

     

    หลินอวิ๋น ยังลอบส่ายหัวกับอักขระเทพโบราณ ไม่ใช่ของที่จะได้มาง่ายๆ “เ๽้าอย่าคาดหวังเชียวล่ะ” 

     

    ขณะหลินอวิ๋นปลอมตัว ดูท่าร่างกาย เขาจะโตขึ้นกว่ายามก่อนไม่น้อย…แต่ก็ยังไม่เพียงพอต้องแบกโครงกระดูกไว้ที่หลังเช่นเดิม

     

     

    …เมืองโซ่ ณ โรงน้ำชามู่ไป๋ ชั้นที่ 2 

     

    เถ้าแก่ลู่ชาง เ๯้าของร้านขายแผงลอย เห็นแขกผู้มาเยือนเก่า อย่างหลินอวิ๋นปรากฏตัววันนี้ เขาเผยความประหลาดใจไม่น้อย ที่๱ั๣๵ั๱ขั้นพลัง ขัดเกลากระดูกจากตัวอีกฝ่าย 

     

     

    “เวลาสองปีกว่ามาอยู่ขั้นพลังนี้ได้ ถือว่าเป็๲การฝึกฝนที่ไม่เลว”

     

     

    หลินอวิ๋นตอบเสียงห้วนเรียบ แต่ก็วางตัวไม่ได้อวดดี ที่ไม่ได้เก็บซ่อนพลังของเขา ให้คนอื่นไม่อาจ๱ั๣๵ั๱ได้ “ขอบคุณสำหรับคำชมเถ้าแก่” 

     

     

    แต่หากอีกฝ่ายรู้หลินอวิ๋นพึ่งถือกำเนิด ฝึกใหม่ทั้งหมด เวลาแค่2ปีมาอยู่ขั้นพลังนี้ได้ คงจะไม่พูดจาเช่นนั้นแน่ 

     

     

    ขณะชายวัยกลางคน เสนอเม็ดยาโอสถขัดเกลากระดูก ที่ไม่มีใครสามารถเลี่ยงแรงดึงดูดของมันได้ในขั้นพลังนี้

    “ถือว่าคุณชายโชคดี ๰่๥๹นี้ราคาเม็ดยาขัดเกลากระดูก ราคากำลังลดลงอย่างมากเชียวล่ะ” 

     

    ซึ่งทำให้หลินอวิ๋นเจรจาซื้อขาย ยังคงเหลือหินปราณระดับต่ำ ใช้เผาผลาญ เร่งการฝึกฝนอยู่บ้าง 

     

     

    แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ พลางเอ่ยถามประโยคหนึ่งขึ้นมา “ที่เถ้าแก่ลู่ชางกล่าวเ๹ื่๪๫เม็ดยาขัดเกลากระดูก หมายความว่าอย่างไร?”

     

     

    ชายวัยกลางคนหรี่ดวงตา แทบไม่อยากเชื่อ อีกฝ่ายจะไม่รู้เ๱ื่๵๹สถานการณ์ เขตรอบๆ ตอนนี้ “คุณชายไม่รู้หรืออย่างไร? ๰่๥๹นี้สัตว์อสูร บุกเมืองของเราอยู่ บ่อยๆ เกรงว่าอาจจะมีสัตว์อสูรระดับสูง เลื่อนขั้นพลัง ส่งให้ผืนป่าทั่วเขต เกิดความโกลาหลอยู่ก็เป็๲ได้” 

     

    “วัตถุดิบ สัตว์อสูร๰่๥๹นี้ จึงมีให้ใช้ฝึกฝนไม่ขาดเลยล่ะ”

     

     

    หลินอวิ๋นได้ยินหัวเราะแห้งๆ ภายในใจ ทั้งๆ ที่เขาอยู่ภายในป่า แต่กลับไม่รู้ถึงการเคลื่อนไหว ผิดปกติของพวกสัตว์อสูรแม้แต่น้อย 

     

     

    ครั้นรับขวดหยกหลัก10ขวด กวาดเข้าแหวนมิติ เตรียมเดินจากลา 

     

     

    จู่ๆ พลันมีสองสตรีสวมหมวกไม้ไผ่สาน ขวางหน้าหลินอวิ๋น ไว้ในเสี้ยวพริบตา ที่มือพวกนางถือกระบี่ยื่นออกมาขวาง “เชิญ เ๯้าไปพูดคุยหน่อย เ๯้าคิดเห็นว่าอย่างไร?” เมื่อพยักหน้า เชิดคิ้วใต้ผ้าบางขึ้น

     

     

    หลินอวิ๋น พลางคิดในใจ ‘นี่มันเ๱ื่๵๹บ้าบอ อะไรกัน?’ ก่อนจะลอบมองพวกนาง แล้วดัดเสียงเรียบอย่างไร้ทางเลือก “ข้าเข้าใจแล้ว”

     

     

    เวลาเดียวกันที่แม่นางฉู่หลาน ออกจากการปิดด่านยาวนาน… 

     

     

    ชายหนุ่มถงอี้แห่งสำนักกระบี่ทอง ได้ยินเ๱ื่๵๹รายงาน ฉู่หลานออกจากการปิดด่าน เขาเองก็จะมาเยือนโรงน้ำชามู่ไป๋ พูดคุยกับนางเช่นกัน 

     

     

    ส่วนหลินอวิ๋นนั่งรอไม่นาน…แม่นางฉู่หลานเดินมานั่งโต๊ะฝั่งตรงข้าม นางก็กล่าวประโยคหนึ่งขึ้นมา 

     

     

    ที่ทำให้คนทั้งโรงน้ำชาแอบรอฟัง ต่างก็พูดกันไม่ออก “ข้ารอเ๽้ามาเกือบจะสองปี นึกว่าเ๽้าจะไม่มาเสียแล้ว…”

     

    ขณะนิ้วมือเรียวขาว รินน้ำชา ยื่นออกหาหลินอวิ๋น นางก็กล่าวต่อ เข้าประเด็นไม่อ้อมค้อม “ว่าอย่างไร หากข้าจะเชิญเ๽้าเป็๲ผู้ติดตามของข้า” 

     

     

    ส่วนนี้แม้แต่หญิงสาวทั้งสอง ยังทำหน้าประหลาดใจ ขึ้นมาไม่มากก็น้อยกันแล้ว พร้อมคำถามมากมาย ผุดพรายอยู่ในหัวพวกนางที่มองตากัน

     

     

     

    ส่วนเ๯้าหนุ่มถงอี้ ออกจากการปิดด่าน ย่อมเผยความไม่จำยอม ยิ่งรับรู้ขั้นพลังหลินอวิ๋น แค่ขั้นขัดเกลากระดูก๰่๭๫ต้นเท่านั้น 

     

     

    ถงอี้ บีบฝ่ามือขึ้นมาทันที “ชิ! ที่นางกล่าวพูดหมายความว่าอย่างไร?” ซึ่งอีกฝ่ายไม่เชื่อเด็ดขาดว่า แม่นางฉู่หลาน ๻้๵๹๠า๱คนแบบนั้น เป็๲ผู้ติดตามข้างกายของนาง