ที่ดินสิบหมู่ด้านหลังบ้าน หากจะปลูกธัญพืชตอนนี้คงไม่ทันการแล้ว
แต่หากปลูกผักกาดขาวหรือหัวไชเท้าไว้ให้คนในบ้านกินใน่ฤดูหนาวก็นับว่าดี
หลี่เหลาเอ้อร์และพี่น้องอีกหลายคนต่างแบกจอบร่วมแรงร่วมใจกัน เพียงวันเดียวก็จัดการที่ดินได้หนึ่งหมู่
เจียเหรินพาน้องชายอีกหลายคนขึ้นเขาไปตัดฟืน แล้วลากกลับมากองไว้ที่บ้าน ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนในครอบครัวผ่านพ้นฤดูหนาวอันอบอุ่นไปได้
มีเพียงอู๋ชุ่ยฮวาที่คอยหาโอกาสแอบอู้งานอยู่บ่อยครั้ง แต่พอถึงเวลากินข้าวกลับกระตือรือร้นยิ่งกว่าใคร
แม้ว่าจ้าวอวี้หรูและเถาหงอิงจะขยันขันแข็ง ต่อให้ไม่มีอู๋ชุ่ยฮวาช่วย งานทุกอย่างก็ยังคงเรียบร้อยดี ทว่าแม่เฒ่าหลี่กลับไม่ชอบใจคนที่เ้าเล่ห์เพทุบายเช่นนี้ จึงตั้งใจว่าหลังจากจัดการเื่ที่พักให้เข้าที่เข้าทางแล้ว จะต้องอบรมสั่งสอนลูกสะใภ้รองเสียหน่อย
ในตอนกลางวัน นอกจากเจียเหรินและเจียอี้จะตัดฟืนแล้ว พวกเขายังขุดผักป่าจากูเาหลังบ้านมาได้ไม่น้อย
หลังจากเคาะดินออกจากราก ก็วางเรียงกันอย่างเป็ระเบียบในกระด้ง นำไปตากในที่ที่มีแสงแดดจัดที่สุด
เมื่อถึงฤดูหนาวนำมาแช่น้ำ ลวกด้วยน้ำร้อนแล้วนำมาจิ้มน้ำปรุง ก็ถือเป็อาหารรสเลิศจานหนึ่ง
วันหนึ่ง หลี่เหลาเอ้อร์หิ้วไก่ป่าตัวหนึ่งที่หลี่เหลาซื่อล่าได้จากบนเขาเมื่อวานนี้ไปขอยืมรถลาจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน
ตั้งใจจะเข้าไปในอำเภอเพื่อซื้อธัญพืชมาเพิ่มสำหรับเตรียมไว้ใช้ใน่ฤดูหนาว
ผู้ใหญ่บ้านช่วยจัดเตรียมรถลาให้หลี่เหลาเอ้อร์ แต่ไม่ยอมรับไก่ป่าตัวนั้น
ทว่าหลี่เหลาเอ้อร์ยังคงยืนกรานจะให้ พร้อมกับยิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านลุง นี่เป็น้ำใจเล็กน้อยจากครอบครัวข้า ท่านเก็บไว้ทานเถิด!”
พูดจบเขาก็ขึ้นรถลาเดินทางไปยังอำเภอเพื่อซื้อธัญพืช
ครั้งนี้แม่เฒ่าหลี่ให้เงินเขาห้าตำลึง ซึ่งเพียงพอสำหรับซื้อแป้งและข้าวฟ่างหลายร้อยชั่ง
ถึงตอนนั้นหากเพิ่มแป้งสาลีเข้าไปด้วย จะนำมานึ่งเป็หมั่นโถวหรือทำแป้งทอดก็ช่วยให้อิ่มท้องได้นาน
ยามนี้เจียอินกำลังนอนเล่นกลองป๋องแป๋งอยู่บนเตียงดินเผา พยายามฝึกฝนให้มือน้อย ๆ ทำตามคำสั่งของสมอง
แม่เฒ่าหลี่คอยสั่งการให้พวกเด็กหนุ่มช่วยกันจัดระเบียบห้องเก็บของ ล้างโอ่งดินเผา จากนั้นจึงนำธัญพืชใส่ลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้หนูมาทำลาย
เจียอินมองเพดานบ้าน พลางคิดว่าพรุ่งนี้จะขอตามท่านพ่อไปล่าสัตว์ทีู่เาหลังบ้านด้วย
ไข่ไก่ในมิติวิเศษสะสมได้อีกหลายสิบฟอง มันเทศก็ขุดได้หลายร้อยชั่ง ต้องหาโอกาสนำออกมาใช้
ตอนนี้นางยังเล็กเกินไป เื่ง่าย ๆ ก็ต้องอาศัยผู้อื่น ซึ่งไม่สะดวกเอาเสียเลย นางจึงปรารถนาที่จะโตขึ้นโดยเร็ว
แขนอวบ ๆ ราวกับรากบัวยิ่งเขย่าอย่างร่าเริง กลองป๋องแป๋งก็ส่งเสียงดัง ตึง ตึง ตึง ตามไปด้วย
“ไอ้หยา ฝูหนิ่วของพวกเราวันนี้มีความสุขขนาดนี้เชียวหรือ?”
แม่เฒ่าหลี่ชอบเห็นท่าทางร่าเริงของหลานสาวที่สุด จึงรีบอุ้มนางมาไว้ในอ้อมกอด
เจียอินส่งเสียงอ้อแอ้ตอบกลับสองสามคำ เริ่มเข้าสู่่เวลาสร้างความผูกพันระหว่างย่ากับหลานที่ต้องทำทุกวัน
พวกเจียเหรินต่างพากันเข้ามาใกล้ พลางแอบจับมือจับเท้าของน้องสาวตัวน้อย พร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข...
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากหลี่เหลาซื่อกินข้าวเช้าเสร็จ ก็สะพายคันธนูเตรียมตัวขึ้นเขาไปล่าสัตว์ต่อ
หากล่าไก่ป่าได้มากขึ้น จะได้นำมาตุ๋นน้ำแกงไก่ให้เถาหงอิงเพื่อบำรุงร่างกายและเพิ่มน้ำนม จะได้ไม่ต้องกังวลว่าลูกสาวจะหิว
เจียอินที่กำลังดื่มนมอยู่ได้ยินเสียงหลี่เหลาซื่อคุยกับแม่เฒ่าหลี่ นางรีบเงยหน้าขึ้นจากอกของเถาหงอิง แล้วส่งเสียง 'อา อา' ใส่แผ่นหลังของหลี่เหลาซื่อ
“เ้าสี่ ฝูหนิ่วเรียกน่ะ”
ปกติแม่เฒ่าหลี่ดูแลหลานสาวอย่างละเอียด จึงรู้จักนิสัยหลานสาวดีที่สุด เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงลองเรียกดู ปรากฏว่าเจียอินโบกมือรัว ๆ ด้วยความตื่นเต้น
พอหลี่เหลาซื่อหันกลับมา ก็เห็นลูกสาวชูมือน้อย ๆ อยากให้โอบอุ้ม
เขารู้สึกปลื้มใจจนทำตัวไม่ถูก รีบอุ้มลูกสาวมาจากอ้อมกอดของภรรยา
แขนของเขาแข็งทื่อ ไม่กล้าออกแรงบีบ
เถาหงอิงเห็นแบบนั้นก็หลุดขำออกมา พลางลุกขึ้นสอนหลี่เหลาซื่อ “ท่านต้องอุ้มแบบนี้”
หลี่เหลาซื่อปรับท่าทาง แล้วหยอกล้อกับลูกสาวอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะวางนางกลับคืนสู่อ้อมกอดของเถาหงอิงด้วยความอาลัยอาวรณ์
“รอข้านะ วันนี้ข้าจะหาไข่ไก่ป่ากลับมาให้ลูกสาวหลาย ๆ ฟอง เด็กตัวโตขนาดนี้คงกินไข่ตุ๋นได้แล้วกระมัง?”
ขณะที่พูด เขาก็กำลังจะหันหลังเดินจากไป ผลคือเจียอินส่งเสียงอาอาขึ้นมาอีกครั้ง และยังชูมือขอให้อุ้ม
เมื่อเห็นว่าหลี่เหลาซื่อไม่สนใจนาง นางก็แผดเสียงร้องไห้ออกมา
หลี่เหลาซื่อและเถาหงอิงต่างพากันลนลาน รีบดูว่าลูกสาวปัสสาวะรดผ้าหรือไม่
เจียอินอาศัยจังหวะดึงแขนเสื้อของหลี่เหลาซื่อไว้ไม่ยอมปล่อย แม่เฒ่าหลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วใช้นิ้วแตะหน้าผากหลานสาวพลางถามว่า “ฝูหนิ่วเอ๋ย เ้าไม่อยากให้ท่านพ่อจากไปใช่หรือไม่?”
“อา” เจียอินตอบรับเพียงคำเดียว
แม่เฒ่าหลี่กะพริบตาปริบ ๆ แล้วถามต่อ “ถ้าอย่างนั้น เ้าอยากตามท่านพ่อขึ้นเขาไปด้วยใช่ไหม?”
“อา อา!” ครั้งนี้เจียอินไม่เพียงแต่ตอบรับสองครั้ง แต่ยังโบกไม้โบกมืออย่างร่าเริง...
จะยังมีอะไรไม่ชัดเจนอีก แม่เฒ่าหลี่จึงสั่งลูกชายและลูกสะใภ้อย่างเด็ดขาด
“แบกฝูหนิ่วไปด้วย พวกเ้าไปด้วยกันเถอะ”
“ไม่ได้หรอกท่านแม่ บนเขานั่นหากเจอหมีดำหรือหมาป่าจะทำอย่างไร อีกทั้งยุงและแมลงก็เยอะด้วย!”
หลี่เหลาซื่อเป็คนแรกที่คัดค้าน ส่วนเถาหงอิงก็ลังเล
แต่แม่เฒ่าหลี่กลับโบกมือ “ฮูหยินซุนไม่ได้ให้ผ้าโปร่งมาผืนหนึ่งหรือ เอามาห่อตัวฝูหนิ่วไว้ก็พอแล้ว หลานสาวข้าบอกว่าอยากขึ้นเขา จะปล่อยให้เด็กผิดหวังไม่ได้”
หลี่เหลาซื่อและเถาหงอิงต่างรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เพราะลูกสาวส่งเสียงเพียงอาอา ทุกอย่างเป็การคาดเดาของท่านย่า ซึ่งเกรงว่าจะเชื่อถือไม่ได้
แต่พวกเขาก็ต้องเชื่อฟัง จึงรีบจัดการเตรียมตัว
จ้าวอวี้หรูช่วยหาผ้าโปร่ง ส่วนอู๋ชุ่ยฮวาแอบเบะปากอยู่ด้านข้างด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง ทว่าไม่กล้าพูดอะไรออกมา
บนูเาหลังหมู่บ้านชิงสุ่ยมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และเพราะเหตุนี้จึงมีสัตว์ป่ามากมาย แต่พวกมันล้วนฉลาดหลักแหลม หากมีความเคลื่อนไหวเพียงนิดเดียวก็จะพุ่งหายเข้าไปในพุ่มไม้เตี้ย ๆ จนไร้ร่องรอย
แม้แต่ยอดฝีมือธนูที่ยิงไม่เคยพลาดอย่างหลี่เหลาซื่อ ก็ยังพลาดท่าอย่างหาได้ยาก
เมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์ใกล้จะตรงหัว เถาหงอิงจึงหาที่ว่างแห่งหนึ่ง อุ้มเจียอินนั่งลงพักผ่อน
ดวงตาสีดำขลับของเจียอินกลอกไปมา พอเถาหงอิงไม่ทันสังเกต นางก็โยนกระต่ายที่ถูกทำให้สลบสองตัวออกมาจากมิติวิเศษ
นี่คือกระต่ายที่นางเลี้ยงไว้ในเรือนหลังเล็กในมิติ เดิมทีตอนที่เพิ่งกลับมาที่หมู่บ้าน เพื่อนบ้านได้มอบกระต่ายคู่หนึ่งให้นางเพื่อแก้เหงา
ผลปรากฏว่ากระต่ายคู่นี้ขยายพันธุ์เก่งเกินไป เพียงไม่กี่เดือนก็เกือบจะล้นมิติ วันนี้นางจึงถือโอกาสลดภาระให้กับเรือนหลังเล็กในมิติเสียหน่อย...
เมื่อเถาหงอิงหันกลับมาเห็นกระต่ายโชกเืสองตัวอยู่ใต้ต้นไม้ ก็ใจนรีบร้องเรียก
“ท่านพี่ ท่านพี่ รีบมานี่เร็ว!”
หลี่เหลาซื่อที่ได้ยินเสียงเรียกคิดว่าเกิดเื่ร้ายแรง จึงรีบวิ่งกลับมา
เมื่อเห็นกระต่ายสีเทาตัวอ้วนท้วน หลี่เหลาซื่อก็ประหลาดใจ
“นี่... สงสัยเพราะอากาศร้อน กระต่ายเลยวิ่งจนมึน หัวกระแทกต้นไม้ตายหรือเปล่า?”
เจียอินแอบหัวเราะคิกคัก
ท่านพ่อช่างหาข้ออ้างได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ !
กระต่ายตัวใหญ่ขนาดนี้เพียงพอให้คนทั้งบ้านกินเนื้อได้สองสามมื้อ หลี่เหลาซื่อจึงเก็บกระต่ายใส่ตะกร้าสะพายหลังด้วยความดีใจ
พอสองสามีภรรยาหายเหนื่อย ก็เดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ ต่อ ผลปรากฏว่าพวกเขาพบกระต่ายที่ 'วิ่งจนมึน' อีกเจ็ดแปดตัว และยังมีไข่ไก่ป่าอีกสองรัง รวมแล้วกว่าสามสิบฟอง
สุดท้ายตอนลงจากเขา ตะกร้าสะพายหลังของหลี่เหลาซื่อก็เต็มจนล้น นอกจากนี้ในมือยังหิ้วไก่ป่าที่มีขนหางสีสันสวยงามอีกตัวหนึ่งด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น เถาหงอิงยังพบเห็ดแดงกลุ่มใหญ่ในพุ่มหญ้าอีก
เห็ดชนิดนี้ไม่ว่าจะนำมาตุ๋นหรือผัดก็รสชาติสดชื่นยิ่งนัก ทำให้นางดีใจจนเนื้อเต้น
ครอบครัวสามคนกลับมาพร้อมของเต็มพิกัด เมื่อนำของมาวางลงในลานบ้าน แม้แต่แม่เฒ่าหลี่ก็ยังตกตะลึง
“นี่พวกเ้าหาได้จากูเาหลังบ้านทั้งหมดเลยหรือ?”
แม่เฒ่าหลี่มองเห็ด ไก่ป่า และกระต่ายป่าด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
หลี่เหลาซื่อพยักหน้า เมื่อเห็นว่าคนในบ้านยังมากันไม่ครบ จึงแอบกระซิบที่ข้างหูแม่เฒ่าหลี่
“ท่านแม่ กระต่ายที่เมื่อวานวิ่งไล่ตามไม่ทัน วันนี้กลับวิ่งชนต้นไม้ตายเอง สิ่งเหล่านี้คือตัวที่ชนตายแล้วพวกเราเก็บมา”
เมื่อแม่เฒ่าหลี่ได้ยินเช่นนั้น ก็หันไปมองเจียอินโดยสัญชาตญาณ