ปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ

    ตอนที่ 44 : ไม่สำเร็จ

    วันรุ่งขึ้น เฉิงหยู่ไม่ได้ออกไปไหนเลย เขามุ่งมั่นอยู่กับการปรุงยาที่บ้านของ หยางลั่วเซวียะ ทั้งวัน เพราะว่าเรื่องที่ตัวเองต้องการก็ได้สั่งการไปแล้ว เหลือแค่รอดูผลลัพท์จาก แก๊งหมาป่าโลหิต ในวันพรุ่งนี้ แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าพวกนั้นจะสามารถหาก้อนหินได้หรือเปล่า


    แล้วถ้าพวกนั้นหาไม่พบล่ะเขาจะทำยังไงดี? หรือว่าจะต้องออกไปหาด้วยตัวเองทีละสถานที่ๆ ? โธ่เอ๊ย แต่ถ้ามันจนปัญญาจริงๆ เราก็คงต้องออกไปหาด้วยตัวเอง


    วันจันทร์ เฉิงหยู่ นั่งอยู่บนโต๊ะเรียน และทำการบ้านภาษาอังกฤษมาสองชั่วโมงแล้ว นี่เป็นการบ้านที่ เหยาน่า ให้เมื่อวันศุกร์ก่อน ถึงแม้ เฉิงหยู่ จะไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่


    แต่ทว่า เหยาน่า บอกกับเขาว่า “ความฉลาดไม่ใช่ทุกอย่าง ต่อให้ฉลาดจริงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำข้อสอบได้คะแนนสูงเสมอไป ในแง่ของการเรียนนั้น ข้อสอบก็เป็นเหมือนกับตัวชี้วัดความสำเร็จในการเรียนอย่างหนึ่ง ต่อให้เธอฉลาดแค่ไหน มันก็อยู่แค่ในสมองของเธอเท่านั้นเอง คนอื่นไม่ได้รู้ด้วยหรอก ขอเพียงแค่เธอสามารถถ่ายทอดมันออกมา คนอื่นถึงจะรู้ว่าเธอนั้นฉลาด”


    เซ็งจริงๆ เฉิงหยู่ ถูกบังคับให้ทำการบ้านอันแสนน่าเบื่อนี้ โธ่เอ๊ย ตัวเองนั้นตลอดชีวิตไม่เคยเขียนหนังสือเยอะขนาดนี้มาก่อน แถมยังเป็นตัวอักษรแปลกๆนี่อีก สักวันหนึ่งฉันจะทำให้เธอรู้สึกเหมือนกัน หึหึ เฉิงหยู่ คิดถึง ใบหน้าน่ารักๆของ เหยาน่าเมื่อคืนนี้


    “โอ๊ย แต่การบ้านเยอะแยะขนาดนี้ แล้วยังข้อสอบอีก จะทำเสร็จเมื่อไหร่เนี่ย? ยังไม่ไม่ทันได้สอบเข้ามหาลัย พระเจ้าก็ลงโทษฉันซะแล้ว” เฉิงหยู่ รู้สึกปวดหัวมาก อย่างไรก็ตาม เฉิงหยู่ ก็ไม่มีทางเห็นพระเจ้าได้ เพราะเขาไม่ใช่สาวกพระเจ้า


    “ที่เรารีบมาจุติใหม่ในโลกๆนี้ไม่ใช่มาเพื่อสอบเข้ามหาลัย แต่มาเพื่อช่วยเหลือสาวๆให้หลุดพ้นจากความเศร้าโศกนะเฟ้ย” เฉิงหยู่ กระทำได้เพียงเท้าคาง สายตาจ้องมองไปยังหนังสือที่ตั้งเรียงรายกว่าครึ่งฟุต แล้วก็คิดอย่างเจ็บปวด


    เฉิงหยู่ ก็หันหน้าไปจ้อง เสี่ยวฮั่นฮั่น ที่กำลังขมวดคิ้วอ่านหนังสืออยู่ ใบหน้านี้ รูปร่างแบบนี้ ความขาวเนียนนี้ ช่างน่าเข้าไปขย้ำซะจริง!


    “เห้! นายจ้องอะไรน่ะ?” หลินหวี่ฮั่น หน้าแดงมองค้อนไปยัง เฉิงหยู่ ที่กำลังใช้สายตาแทะโลมตนเอง ทุกครั้งที่อ่านหนังสือ หรือว่าเขียนการบ้าน เขาจะชอบนั่งจ้องตัวเองตลอดเวลา จนเธอรู้สึกเขินอายไปหมด แถมตอนนี้ยังมาทำท่าน้ำลายหกอีก แน่นอนว่าต้องคิดเรื่องไม่ดีอยู่แน่


    “เอ๊ะ!” เฉิงหยู่ ก็สะดุ้งตัวขึ้นมา แล้วก็เอามือปาดน้ำลายที่หก พร้อมพูดกับ หลินยวีฮั่น ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ ก่อนหน้านี้ฉันเห็นเธอกำลังทบทวนบทเรียน ก็ทำให้รู้ได้ว่าความสมดุลของธรรมชาติกับมนุษย์นั้นช่างกลมกลืนดีจัง มองแล้วผ่อนคลายเหมือนกับอยู่ในสรวงสวรรค์ ถูกดึงดูด จนไม่อาจละจิตวิญาณออกมาได้ อีกนิดเดียววิญญาณของฉันก็จะหลุดลอยออกไปแล้ว โชคดีที่ ฮั่นฮั่น ดึงสติฉันกลับมาได้ทันพอดี ต้องขอบใจเธอมากนะ ฮั่นฮั่น ที่ทำให้ฉันได้สัมผัสถึงสรวงสวรรค์ และในขณะเดียวกันก็ช่วยดึงฉันกลับมาอีก ดังนั้นฉันจะตอบแทนโดยการอุทิศร่างกายให้แก่เธอ”


    สำหรับคำพูดเยินยอของ เฉิงหยู่ แล้ว หลินยวีฮั่น รู้สึกคุ้นชินมานานแล้ว ดังนั้นเธอเลยหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “งั้นเหรอ? เรื่องการอุทิศตัวฉันไม่ต้องการหรอก ไม่ทราบว่าสวรรค์ของ คุณเฉิงหยู่ เป็นแบบไหนกันแน่ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ฉันจะมีโอกาสได้เชยชมบ้างหรือไม่ ให้คนธรรมดามีโอกาสได้สัมผัสปราณวิญญาณของสวรรค์ จนสำเร็จมรรคผลบ้าง ”


    “โอ้ นึกไม่ถึงว่าแม่นางหลิน ก็เป็นสหายร่วมเดินบนเส้นทางเดียวกัน มหาวิถีเต๋าผันแปร ก่อกำเนิดฟ้าดิน เหยียบย่างเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตนอันยาวไกล นับหมื่นนับพันปี หลีกหนีจากวัฏสงสาร เวลาล่วงเลยผันผ่าน กลายเป็นบุคคลหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ทะยานขึ้นสู่สวรรค์มิง่ายดายนัก แต่เพราะแม่นางหลินนั้นงดงามยิ่ง จนเทพธิดาบนสวรรค์ต้องมัวหมอง เช่นนั้นตัวข้าจักขอแสดงวิชาเล็กน้อย แม่นางโปรดรับชม ”


    เฉิงหยู่ ส่ายหัว พร้อมกล่าวคำชี้แนะ กลิ่นอายและคำพูดของเขาดูราวกับเทพเซียนมิปาน


    เฉิงหยู่ ใช้มือซ้ายนาบไปที่อกตามแนวยาว มือขวาชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นก็วาดมือซ้ายออกไป หลินยวีฮั่น ที่อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงกระซิบจากปากเขาว่า “ไท่ซ่างเหล่าจวิน สดับฟังปรารถนาข้า ตั้งขึ้น!”


    ทันใดนั้นก็เห็นปากกาที่อยู่บนโต๊ะตั้งตรงขึ้น เฉิงหยู่ ใช้นิ้ววาดไปมา ปากกาด้ามนั้นก็เขียนบางอย่างลงบนกระดาษ หลินยวีฮั่น นั้นตะลึงตาค้าง เป็นไปได้ยังไงกัน? หลินยวีฮั่น ก็รีบเอื้อมมือไปคว้าปากกานั้น แต่ทว่าปากกานั้นกลับหนีออกไป ราวกับว่าปากกาขยับไปตามการเคลื่อนไหวของ เฉิงหยู่


    หลินยวีฮั่น พยายามจับปากกาแต่จับกี่ครั้งก็จับไม่ได้ เธอเริ่มโมโหขึ้นมานิดๆ เฉิงหยู่ ไม่มีทางเลือก ก็เลยขยับปากกาเข้าไปข้างหน้าเธอ หลินยวีฮั่น จ้องมองปากกาตรงหน้าเธอ ที่กำลังเขียนอยู่ ก็รีบจับมันทันที แต่มันก็ยังเขียนไม่หยุด เธอไม่อาจควบคุมมันได้แม้แต่น้อย หลังจากนั้นเมื่อ หลินยวีฮั่น เห็นตัวหนังสือหน้าเธอก็แดงกร่ำทันที เพราะมันถูกเขียนไว้ว่า --- ฉันชอบเธอ!


    “ฉันต้องทบทวนหนังสือต่อแล้ว อย่าทำอะไรบ้าๆอีกล่ะ” หลินยวีฮั่น หน้าแดง


    พอเห็นอย่างนั้นแล้ว เฉิงหยู่ ก็คลายพลังของตัวเองลง จากนั้นก็ทำการบ้านที่แสนจะทุกข์ทนต่อไป


    การที่จะตั้วใจเรียนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย พอคิดถึงนักเรียนพวกนี้ ต่างก็ทำแบบนี้ทุกวันๆ แถมยังไม่รู้อีกด้วยว่าสองเดือนหน้านี้ผลลัพธ์จะะออกมาเป็นยังไง เฉิงหยู่ รู้สึกเศร้าใจแทน แม้จะอ่านหนังสือเป็นสิบๆปี สุดท้ายแล้วก็ว่างเปล่า


    เวลาเลิกเรียน เฉิงหยู่ ก็ไม่ได้ไปหา เหยาน่า เพื่อติวพิเศษ แตลือกตรงไปยังลานจอดรถ พร้อมขับรถซุปเปอร์คาร์สุดหรูออกไปทันที เสียงคำรามลั่น ทำให้รักเรียนที่อยู่บริเวณนั้นต่างมองด้วยความอิจฉา นี่มันเป็นช่องว่างระหว่างชนชั้น!


    พวกเขาต่างตั้งใจเรียน เพราะหวังว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสซื้อรถแบบนั้นบ้าง แต่ทว่าเจ้านั้นไม่เรียนแถมยังขี้เกียจกลับมีรถแบบนี้ขับ โอ๊ย นั้นก็เพราะพื้นฐานเป็นคนมีเงินหรอก!


    ------------------


    รถแล่นฉิวไปบนถนน จนมาถึงที่ ซินกวงไนท์คลับ เวลาเพียงแค่หกโมงกว่าๆ คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ เฉิงหยู่ ลงจากรถแล้วเดินมุ่งตรงขึ้นไปบนชั้น 3 ตลอดทางก็มีคนคอยพูดต้อยรับทักทายตลอดเวลาว่า “นายน้อยหยู่”


    มาถึงห้องของ ฉินชางไห่ ทั้งสามคนก็นั่งอยู่ด้านในแล้ว แต่ ฉินชางไห่ กลับไม่ได้นั่งที่ประจำที่เขาเคยนั่ง แต่กลับนั่งอยู่ข้างๆเหมือนกับคราวที่แล้ว


    พอเห็น เฉิงหยู่ เดินเข้ามา มันก็ลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวต้อนรับ จน เฉิงหยู่ ไปนั่งประจำที่ เขาก็เอ่ยถามขึ้นทันทีว่า “อู๋ฉาง เรื่องที่ให้จัดการเป็นไง? หาได้บ้างหรือเปล่า?”


    “ขอโทษครับ นายน้อยอยู่ สองวันมานี้ ไม่มีใครหาได้สักคน” อู๋ฉาง หน้าตาไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ เพราะนี่เป็นงานแรกที่ เฉิงหยู่ มอบให้ แต่ไม่นึกว่าสองวันมานี้ ไม่ว่าจะกี่ที่ๆก็หาไม่ได้เลยสักก้อน แล้วยังไม่มีลุ้นอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะเหลือเวลาอีกวันหนึ่ง แต่ความหวังนั้นช่างริบหรี่


    “หือ? พวกนายแน่ใจแล้วหรือว่าหาทั่ว หยุนไห่แล้ว?” พอได้ยินคำพูดนั้น เฉิงหยู่ นั้นก็รู้สึกผิดหวังมาก คิดไม่ถึงว่าก้อนเดียวก็หาไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงต่อดี?


    “พวกเราควานหาไปตามสถานที่ส่วนใหญ่แล้วครับ คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะทั่วทั้งเมืองหยุนไห่ แล้วผมยังให้เถาจิ่วพาคนออกไปหาแถวๆชานเมือง ชิงผิง อีก ทางโน้นมีร้านที่ขายหินอ่อนขนาดใหญ่ ไม่แน่อาจจะมีข่าวดีก็ได้ครับ” อู๋ฉาง ก็อธิบายออกมา


    “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น!” เฉิงหยู่ ตอนนี้ค่อนข้างไม่สบอารมณ์ เขาไม่แน่ใจได้ว่าโลกนี้จะมีศิลาวิญญาณอยู่หรือไม่ ซึ่งมันทำให้ เฉิงหยู่ ค่อนข้างเป็นกังวล ถ้ามันมีอยู่จริง เฉิงหยู่ ก็พอมีวิธีค้นหาอยู่ แต่ถ้าหากมันไม่มีอยู่แล้วล่ะ มันก็คงเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง


    -----------------


    พอกลับถึงบ้าน เฉิงหยู่ ไม่พูดอะไรสักคำ เดินตรงเข้าห้องไป เพื่อที่ตั้งใจฝึกฝนต่อไป เขาสัญญาว่าต่อไปต้องตั้งใจฝึกฝนให้มากขึ้น ต่อให้ไม่มีหินวิญญาณ เขาก็ยังสามารถทำให้คนรอบตัวเขาให้มีชีวิตยืนยาวได้ เพียงแต่ค่าใช้จ่ายนั้นจะมากขึ้นไปอีก


    แถมเขายังต้องลดการใช้โอสถวิเศษเหล่านั้นให้น้อยลง เนื่องจากว่าเขาไม่สามารถพึ่งพายาวิเศษได้อย่างเดียว ยานั้นเป็นเพียงตัวช่วย เพื่อที่จะให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นเท่านั้น แม้แต่ เฉิงหยู่ ที่เป็นถึงเซียนเทพก็ไม่สามารถที่พึ่งพายาวิเศษมากเกินไป ดังนั้น ผู้ที่ฝึกบำเพ็ญตนนั้น ก็ควรที่จะตั้งใจฝึกฝนให้มากขึ้น


    จ้าวหมิงหรง พร้อมกับสมาชิกครอบครัวที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้น เมื่อเห็นว่า เฉิงหยู่ ตรงดิ่งเข้าไปในห้องด้วยหน้าตาบูดบึ้งแถมยังไม่พูดอะไรสักคำ พวกเขาก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เนื่องจากปกติแล้ว เฉิงหยู่ มักจะร่าเริงอยู่เสมอ คนในครอบครัวต่างไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มานานแล้ว


    วันต่อมา เฉิงหยู่ ก็หลุดออกจากภวังค์แห่งการฝึกตน รู้สึกพื้นฐานฝึกตนในปัจจุบันขึ้นมาถึงระดับที่พอรับได้ แต่ถ้ารอบๆมีปราณวิญญาณหนาแน่นมากกว่านี้ก็คงจะดีไม่น้อย


    ใช้สัมผัสตรวจสอบลึกลงไปถึงปราณแท้ภายในร่าง หากยังหมั่นเพียรฝึกตนต่อไป เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะบรรลุเข้าสู่ขั้นกลางก่อนการสอบเข้ามหาลัย


    เฉิงหยู่ กัดหมั่นโถวที่อยู่ในมือคำใหญ่ พร้อมกับดื่มน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ใช้สายตาสอดส่องไปยังนักเรียนหญิงแสนงดงามที่เดินว่อนอยู่ทั่วทุกแห่งหน ชีวิตแบบนี้ช่างวิเศษเหลือเกิน แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในขณะที่เดินมาถึงห้องเรียน ก็โดน เหยาน่า ที่ดักรออยู่ลากตัว เฉิงหยู่ ไปที่ห้องพักครู


    หลังจากเข้าไปในห้อง ครูประจำชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ทั้งหลายก็อยู่ในนั้น โดยเฉพาะ เหอเจี้ยน พอเห็น เฉิงหยู่ ก็รีบหลบหน้าหลบตาเขาอย่างไว เนื่องจากมันอดคิดเรื่องเมื่อคืนก่อนนั้นที่ทำกับเจ้าแว่นไว้อย่างช่วยไม่ได้


    ผลจากเรื่องเมื่อวันก่อนนั้น ทำให้ เหอเจี้ยน รู้สึกหดหู่เป็นอย่างยิ่ง หลังจากวันนั้นมันก็พยายามพูดคุยกับ เหยาน่า แต่เธอก็เลือกที่จะเพิกเฉยมันอย่างสิ้นเชิง เป็นไปได้ว่าคืนนั้นที่เฉิงหยู่พาเธอไปส่งที่บ้าน เขาอาจจะตีไข่ใส่สีกุเรื่องว่ามันต่างๆนานา จนทำให้เธอเป็นแบบนี้ แน่นอนว่าสิ่งนั้นยิ่งทำให้ เหอเจี้ยน รู้สึกเกลียดชัง เฉิงหยู่ มากขึ้นไปอีก พลางคิดในใจว่าแกอย่าพลาดเด็ดขาด ฉะนั้นฉันจะหาทางไปเตะตูดแกออกจากโรงเรียน ก่อนจะได้สอบมหาลัย


    แม้ว่ามันจะกลัวความแข็งแกร่งของ เฉิงหยู่ แต่เมื่ออยู่ในโรงเรียน ตัวมันก็ยังเป็นหัวหน้าระดับชั้น มัธยมปลายปีที่ 3 ซึ่งสิ่งนี้ทำให้มันวางมาดภาคภูมิใจอีกครั้ง


    “ครูเหยา เรียกผมมามีอะไรเหรอครับ?” เฉิงหยู่ ถามเหยาน่า


    “ทำไมเมื่อคืนไม่ไปติวพิเศษ?” เหยาน่า ขมวดคิ้วถามกลับ


    “อ่อ ผมรู้สึกว่าการเรียนนั้นต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรรีบร้อนมากนัก ดังนั้นเมื่อวานเลยรีบตรงกลับบ้านไปทำการบ้านน่ะครับ” เฉิงหยู่ พูดอย่างจริงจัง


    “อ่อ? ถ้าอย่างนั้นการบ้านที่สั่งไปก็ทำหมดแล้วล่ะสิ?”


    “ยังหรอกครับ” คงต้องบอกว่าสิ่งที่ เฉิงหยู่ กระทำเป็นพรสวรรค์เฉพาะบุคคล การโกหกของเขาผสมปนเปไปด้วยความจริง ซึ่งเขาก็พูดออกไปอย่างเต็มปากเต็มคำ ถึงแม้ว่าการทำแบบนี้จะไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปก็ตาม


    เพียงแต่ สมองของ เฉิงหยู่ นั้นประมวลผลได้เร็ว ถ้าได้เห็นอะไรแล้ว ก็ยากที่จะลืม แต่ว่าการบ้านไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด นอกจากนี้มันยังออกไม่ตรงจากที่อ่านอีกด้วย เมื่อวานเขาก็อ่านหนังสือและลองทบทวนอยู่นานพอสมควร ถึงแม้จะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่ม แต่ก็มีอีกหลายส่วนที่เขาไม่รู้เรื่อง แค่อ่านมันก็ปวดหัวจะแย่ แล้วจะเอาเวลาไหนไปทำการบ้านอีก


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ ที่คุณอ่าน