“ถึงตาข้าบ้าง พวกท่านทั้งสอง จงดูสิ่งนี้ให้ดี” น้องสี่ของพวกมันกล่าวขึ้น พร้อมทั้งเร่งพลังลมปราณไปทั่วทั้งร่าง ออร่าสีดำแผ่ออกมาจากร่างกายของมันอย่างน่าหวาดกลัว
พลันปรากฏ แสงสีดำเล็กๆขนาดเท่านิ้วก้อย ลอยออกมาจากร่างของมัน
“เมล็ดธาตุกลืนลมปราณ”ทั้งสามะโออกมาอย่างเผลอตัว
แม้แต่ พี่ใหญ่ของมันที่มีท่าทีนิ่งเฉยในการละเล่นของน้องรองและน้องสามถึงกับต้องหรี่ตาแคบลงและจ้องมองไปยังสมบัติที่น้องสี่ของมันนำออกมา
เมล็ดธาตุสีดำลอยออกมาหยุดอยู่บนมือของมัน กลิ่นไอลมปราณแผ่พุ่งอย่างรวดเร็วราวกับเขื่อนที่ไม่สามารถกักเก็บพลังปราณที่กำลังถาโถมนี้ไว้ได้
“น้องสี่นี้คือ......” แม้มันจะรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่พี่สามของมันยังถามออกอย่างไม่เชื่อสายตา
“พี่สี่ ท่านหมายถึงจะมอบ เมล็ดธาตุกลืนลมปราณ ให้กับเทียนเอ๋อ”น้องห้าถามออกอีกครั้ง
“มิผิด น้องห้า มิเช่นนั้นข้าจะกลั่นมันออกมาจากร่างเพื่ออะไร ของชิ้นนี้อยู่ในร่างข้ามานับพันปี” มันกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
“นับถือนับถือ พี่รองคนนี้ยอมแพ้จากใจจริง”
“ครั้งนี้ ข้าคงต้องยอมเ้า”พี่สามของมันกล่าวอย่างไม่เต็มใจนัก
“น้องสี่เ้าคิดดีแล้ว?” แม้แต่พี่ใหญ่ของมันยังต้องถามซ้ำอีกครั้ง
“ข้า้าเช่นนั้นพี่ใหญ่ ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน”น้องสี่ของมันกล่าวอย่างหนักแน่น
หนิงเทียนงวนงงกับการสนทนาของบิดามารดาของมัน “ท่านพ่อสี่ นี้คืออะไร”
“ฮ่าๆ เทียนเอ๋อ ของวิเศษนี้เรียกว่า ‘เมล็ดธาตุกลืนลมปราณ’มิได้มีความสามารถในข้ามมิติเช่นกระดิ่งเร้นรอยหรือมีความสามารถในการต่อชีวิตเหมือนโอสถทิพย์เก้าทิวา
แม้กระทั้งไม่มีความสามารถป้องกันเหมือน โล่ปราการ์ มันเป็เพียงของวิเศษที่สามารถกลืนลมปราณของผู้เป็เ้าของเท่านั้น”
“กลืนลมปราณของข้า?” ในใจของมันยังคงมีคำถามอยู่มากมาย
บิดาสามมองไปยังใบหน้าของหนิงเทียนที่กำลังงุนงง จึงกล่าวออกมา“เ้าไม่ต้องห่วงไป มันเพียงกลืนลมปราณไปกักเก็บไว้ในเมล็ดธาตุนี้เท่านั้น
แต่พลังลมปราณของเ้ามิได้หายไปจากร่างกายแต่อย่างใด มันเป็เพียงการย้ายที่เก็บเท่านั้น”
“เมื่อ ‘เมล็ดธาตุกลืนลมปราณ’อยู่ในร่างกายของเ้า มันจะทำให้ระดับฝึกตนของเ้าลดลงถึง2ดินแดน
มันเป็เพียงการเร้นซ่อนของลมปราณเท่านั้น ทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ระดับฝึกตนที่แท้จริงได้”
“ซ่อนระดับฝึกตน?” ดวงตาของมันเป็ประกายขึ้นมาทันที
“เทียนเอ๋อ เ้าอย่าได้คิดว่ามันเพียงแค่ซ่อนระดับฝึกตนแค่นั้น ผู้ฝึกตนยิ่งแข็งแกร่งมากเพียงใด รังสีที่แผ่ออกมายิ่งซ่อนยากมากขึ้นตาม
แต่ด้วยเมล็ดธาตุกลืนลมปราณนี้มันจะทำให้ลูกเป็ พยัคฆ์ร้ายในคาบลูกแกะ” บิดาใหญ่กล่าวเสริม
“เพราะของวิเศษชิ้นนี้ ในอดีตมันทำให้พ่อสี่ของเ้า หลบการตรวจจับ ของ ‘เย่ชิงอวิ๋น’ผู้ปกครองดินแดนตอนเหนือ
และช่วยเ้าเมื่อครั้งเยาว์จากรังัฟ้าครามได้อย่างไร้ร่องรอย” มารดาห้ากล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน
“ฮ่าๆ เสียที ที่เย่ชิงอวิ๋นได้รับฉายาว่าจอมมารฟ้า มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ทูตมรณะ จูซง ไปวิ่งเล่นอยู่สวนหลังบ้านของมัน” บิดาสี่ของหนิงเทียนกล่าวอย่างเย้ยหยัน
“ขอบพระคุณท่านพ่อสี่” หนิงเทียนเข้าใจถึงการสนทนาของบิดามารดาได้อย่างดี
ในชีวิตก่อนของเขามีคำกล่าวว่า อัจฉริยะมักจะไม่ได้อยู่รอดจนจบา มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะสามารถอยู่รอดได้
เมื่อเมล็ดธาตุกลืนลมปราณเข้าสู่ร่างกายของหนิงเทียน เขาไม่ได้รู้สึกเปลี่ยนแปลงอะไรในร่างกายแม้แต่น้อย มีเพียงลมปราณที่เขาแผ่ออกมาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป
เวลานี้พลังที่แผ่ออกมาของมันเทียบเท่ากับ ดินแดนมนุษย์ขั้น9 เท่านั้น
“เื่ร่างกายเทวะ์ของเทียนเอ๋อ พวกเราจะปกปิดมันอย่างไร” บิดาสี่กล่าวขึ้น
“เื่นี้มิใช่ปัญหา พี่รองได้ครุ่นคิดมาั้แ่หนึ่งปีก่อนแล้ว นี้คือยาเหลืองอำพันที่ข้าคิดขึ้น มันช่วยยับยังพร์ของเทียนเอ๋อได้หนึ่งชั่วยาม”
มันหันไปกำชับกับหนิงเทียนอย่างจริงจัง “เทียนเอ๋อ เ้าต้องกินมันก่อนที่จะทำการทดสอบศิลาพร์ทุกครั้ง
จำไว้ว่าพร์ของเ้าห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้เป็อันขาด ไม่ว่าผู้ใดก็ตาม ส่วนเื่จุดชีพจรทั้ง54 ‘เหมันต์ไร้ใจ’ของน้องห้า สามารถใช้ปราณหยิน เปิดและปิดได้ดั่งใจนึก”
“เทียนเอ๋อมาหาแม่ แม่มีของจะมอบให้”
ทั้งสามจ้องมองไปที่น้องห้าของมันอย่างรวดเร็ว คล้ายว่าพวกมันกำลังอยากรู้ในของวิเศษที่น้องห้ากำลังจะให้เทียนเอ๋อ
“เ้าต้องเดินทางฝึกฝนในพื้นที่ราบภาคกลางนานสิบปี
นี้เป็ชุดขนสัตว์ที่ตัดเย็บอย่างประณีตสามชุด และนี่ไข่มุกเหมันต์หมื่นปี จงนำติดตัวไปด้วยแม่รู้ว่าเ้าชอบอาบน้ำจากมันเป็ที่สุด”
หัวใจของหนิงเทียนสั่นสะท้าน มันมองไปที่เสื้อผ้าทั้งสามชุด ทุกฝีเข็มบนเสื้อผ้าทั้งสามชุดนี้มารดาของมันเป็ผู้ลงมือตัดเย็บด้วยตนเองทั้งสิ้น
เมื่อหนิงเทียนเงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้เป็มารดา สิ่งที่มันพบเห็นคือความรัก ความห่วงใย อย่างไร้ที่สิ้นสุดั้แ่ถือกำเนิดบนโลกใหม่นี้มา
มารดาห้าเป็คนเดียวที่ไม่เคยบังคับให้มันต้องฝึกหนักและเธอทำทุกสิ่งอย่างเพื่อหนิงเทียน
ยามนี้เมื่อมันต้องออกเดินทางไกล มารดาห้าจะต้องเป็ห่วงและคิดถึงอย่างที่สุดเป็แน่...
ดวงตาของหนิงเทียนเริ่มที่จะชื้นขึ้น น้ำตา? ครั้งสุดท้ายที่เขามีล่องรอยของน้ำตามันนานเพียงใดแล้ว “ขอบพระคุณท่านแม่”
หนิงเทียนคุกเข่าและโคกหัวคำนับไปที่มารดาของมัน
มารดาห้าส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนไปที่หนิงเทียน “และของชิ้นสุดท้ายที่แม่จะมอบให้เ้า มันมิใช่ของวิเศษอันใด มันเป็เพียงเครื่องรางป้องกันภัยเท่านั้น”
นางส่งแหวนสีแดงเข้มสลักด้วยลวดลายอันน่ากลัว สร้างความหวาดหวั่นแก่ผู้ที่มอง ด้านในของแหวนมีคำว่า ‘เื’ สลักอยู่
พี่ของมันทั้งสี่จ้องมองที่แหวนอย่าตื่นตะลึง แต่มิได้กล่าวสิ่งใดออกมา…..
“เมื่อเ้าพบปัญหาที่แก้ไม่ตก หรือไปยั่วยุขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในพื้นที่ราบภาคกลาง ให้สวมแหวนวงนี้และเดินทางไปยัง ‘นิกายเอกโลหิต’ มันจะช่วยแก้ปัญญาให้แก่เ้าได้”
“นิกายเอกโลหิตคืออันใดท่านแม่?”
“เมื่อถึงเวลาเ้าจะรู้ด้วยตนเอง”
นางยังกล่าวต่อ“ข้านั้นมิได้ให้ของวิเศษในการช่วยชีวิตแก่เ้าเพราะการเดินทางครั้งนี้ของลูกเพียง เพื่อการฝึกตน มิใช่ให้เ้าไปเสี่ยงตาย จงจำคำของแม่ให้ดี”
“ทราบแล้วท่านแม่”หนิงเทียนรับคำอย่างหนักแน่น
บิดารองหัวเราะร่า “ถูกต้อง ถูกต้อง เ้าไปฝึกตน มิใช่ไปเสี่ยงตาย”
พี่สี่มองไปยังน้องห้าของมันและครุ่นคิดอยู่ภายในใจ
‘เฮอะ! เ้ายังกล้าบอกว่า มิใช่ให้ไปเสี่ยงตาย ตัวข้านั้นให้เพียงของวิเศษ แต่เ้ากับผลาญแก่นโลหิตตัวเองให้ไป ช่างน่าขันสิ้นดี’
“เทียนเอ๋อเ้ามีแผนการเดินทางอย่างไร”
“เรียนพ่อใหญ่ ข้า้าเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วทวีปฟ้า์และแดนเทวะขอรับ”
“ในเมื่อเ้าตัดสินใจเช่นนี้ การที่เ้าพกแหวนมิติสีทองมากมาย อาจก่อปัญหาให้แก่เ้าได้
นี้คือแหวนมิติหยก ในนี้มีทักษะกระบี่สังหารเทพ11กระบวนที่เหลือและหินลมปราณระดับสูงไว้ให้เ้าบ่มเพาะ จงนำสมบัติทั้งหมดของเ้ามาเก็บรวมไว้ในนี้เถิด”
แหวนมิติหยก เป็แหวนระดับที่ห้าจากทั้งหมด มูลค่าของมันเพียงพอที่จะซื้อเมืองหนึ่งเมืองได้เลย
“จงหยดเืเพื่อแสดงความเป็เ้าของมันซะ”
เมื่อหนิงเทียนหยดเืลงไปแหวนมิติหยก มันเลือนหายไปจากนิ้วของหนิงเทียนทันที เพียงแค่ใจคิดมันก็ปรากฏออกมาเหมือนเช่นเดิม
นี้เป็คุณสมบัติของแหวนมิติระดับห้าความสามารถในการซ่อนตัว
“เทียนเอ๋อตอนนี้เ้าเหลือเพียงครึ่งก้าวจะเข้าสู่ดินแดนปราชญ์ เ้าต้องคิดให้ดีเกี่ยวกับการชักนำธาตุจากธรรมชาติเข้าสู่ร่างกาย” พี่รองของมันไม่วายที่จะกล่าวเตือน
หนิงเทียนผงกศีรษะรับอย่างเชื่อฟัง
“เอาล่ะเื่ที่ควรพูดก็ได้พูดไปหมดแล้ว” ตอนนี้เ้าสามารถออกเดินทางได้แล้ว
“ลูกผู้ชายเมื่อถึงเวลาก็ต้องไปจงอย่าได้ลังเล”
หนิงเทียนคุกเข่าลง พร้อมโคกหัวสามครั้ง ‘ท่านพ่อท่านแม่โปรดถนอมตัว’
กลางป่าพฤกษาทมิฬ หนิงเทียนมองไปข้างหน้าอย่างมิหวั่นเกรง กระบี่พิรุณโปรย ปรากฏขึ้นในมือข้างขวา
หนิงเทียนวาดกระบี่ไปข้างหน้า เงากระบี่สายใหญ่พุ่งไปราวกับอัสนีบาท เมื่อใกล้จะปะทะกับอุ้งมือขนาดั์ มันพลันแตกแต้มเป็สายดั่งหยาดพิรุณที่กำลังร่วงลงสู่พื้น
ตูม!!! ฝนเืกระเซ็นออกมาจากอุ้งมือของอสูรตัวนั้น
ทันใดนั้น อุ้งมือขนาดั์อีกข้างก็พุ่งเข้าปะทะ หนิงเทียนพลิ้วร่างหลบด้วยท่าเท้าเก้าิญญาท่องนภา ก่อนที่อุ้งมือนั้นจะฟาดต้นไม้ขนาดใหญ่ด้านหลังหนิงเทียนโค่นลง
มันแผดเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วป่า คร่านี้มันใช้ทั้งสองมือทุบเข้าใส่หนิงเทียน
หนิงเทียนทะยานหลบไปด้านหลังต้นไม้ั์ พยามที่จะใช้ความใหญ่ของต้นไม้ลดแรงปะทะจากอุ้งมือทั้งสองที่ฟาดมา
หนิงเทียนสู้กับมันมานับสิบครั้ง แม้บัดนี้เขาจะอยู่จุดสูงสุดขององครักษ์ขั้นที่9 แต่ไม่มีครั้งไหนเลย ที่หนิงเทียนจะทานพละกำลังระดับนี้ได้
ทุกๆครั้งเขาสามารถสร้างาแให้มันได้แค่เพียงภายนอกเท่านั้น สิ่งที่หนิงเทียนมีเหนือกว่ามันคือความเร็วเท่านั้น
‘แค่เพียงอาศัยพลังปราณของข้าตอนนี้คงไม่มีทางตัดผ่านิัของมันได้แน่’หนิงเทียนครุ่นคิดในใจ
“เ้าลิงเ้าต้องระวังให้ดี คร่านี้ข้าจะใช้กระบวนท่าที่แม้แต่ข้ายังควบคุมมันไม่ได้” หนิงเทียนกระชับกระบี่พิรุณโปรยในมือแน่
พลางวาดเป็วงกลม บรรยากาศรอบๆมืดลงในพริบตา ‘ร่ายรำล้อเงาจันทร์’
กระบ่วนท่าที่2 ของเพลงกระบี่สังหารเทพการใช้ออกด้วยกระบวนท่านี้หนิงเทียนต้องใช้พลังปราณถึง9ใน10ส่วนของทั้งหมดที่ตัวมันมี
ฉับ!!!
าแขนาดั์ปรากฏขึ้นบนกลางอกของพญาวานรภูผา นี้เป็ครั้งแรกที่มันััได้ถึงความรู้สึกในการฟันจริงๆ แต่นั้นก็ไม่เพียงพอที่จะหยุดอุ้งมือั์ที่ฟาดมาใส่มัน
ตูม!!!!
ร่างหนิงเทียนกระเด็นออกไปไกลดุจว่าวที่สายป่านขาด ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศของมันกระแทกต้นไม้ั์โค่นลงมา
กระดูกในร่างมันหักไปหลายส่วน ถ้ามันมิได้ฝึกวิชากายาเทพอสูรป่านนี้มันคงตายั้แ่ยังไม่ได้ออกจากป่าพฤกษาทมิฬ
มองกลับไปยังพญาวานรภูผา บัดนี้ าาแห่งเขตพื้นที่นี้ มันล้มลงปรากฏแผลขนาดั์กลางอกมัน
มันนอนหายใจอย่างแ่เบามองมาที่ หนิงเทียน แม้ว่าาแมันจะสาหัสแต่ด้วยร่างกายที่เทียบเท่ากับปราชญ์ขั้น9 กระบี่นี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มันตายได้
ทั้งสองจ้องหน้ากันโดยที่พวกมันทั้งคู่ยังทรุดอยู่แทบพื้นดิน
“เ้าลิง ยังจะสู้ต่อไหม” หนิงเทียนเปล่งเสียงออกอย่างยากลำบาก
“โคร้งงงง!!!” เสียงคำรามของสัตว์เดรัจฉานดังตอบมา
“ระหว่างเรานี้คงเป็การ ดวลกันครั้งสุดท้าย ข้าจะไปจากป่านี้แล้วคงเป็เวลานับสิบปี กว่าข้าจะกลับที่นี้อีก.....แม้สุดท้ายแล้วข้าก็ยังไม่สามารถเอาชนะเ้าได้อยู่ดี”
หนิงเทียนยังคงพูดอยู่คนเดียวราวกับสัตว์หน้าขนตัวนี้จะฟังคำพูดเขาออก
พญาวานรภูผาจ้องไปที่หนิงเทียน แววตาของมันไม่ได้มีความรู้สึกถึงจิตสังหารแต่อย่างใด คล้ายกับมันมองไปที่เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของมัน
“โคร้กก…..” มันคำรามขึ้นและพยามใช้พลังเฮือกสุดท้ายของมันรุกขึ้นและเดินหายเข้าไปในป่าลึก
หนิงเทียนยันกายขึ้นจากพื้น กระดูกในร่างมันของราวกับกำลังเคลื่อนออกจากกันมันหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พลันะโตามหลังไป
“เ้าลิงโง่ อีกสิบปีเรามาดวลกันใหม่” สิ้นเสียงของหนิงเทียน พลันได้ยินเสียงคำรามออกมา ในขณะที่ร่างของพญาวานรภูผานั้นหายลับไปในป่าลึกแล้ว
หนิงเทียนล้วงเอา ‘โอสถ์ฟื้นฟูกระดูก’ ออกมาจากแหวนหยกมิติ เม็ดยาเหล่านี้เป็ของพ่อรองที่เตรียมไว้ให้มัน
ทุกโอสถที่อยุ่ในแหวนหยกมิตินี้เป็โอสถที่ปรุงโดยพ่อรองของมันทั้งสิ้น มันโยนโอสถพื้นฟูกระดูกเข้าปากและทำการปิดตานั่งสมาธิ
….
..
เช้าวันรุ่งขึ้น
หนิงเทียนลืมตาจากสมาธิ บัดนี้กระดูกที่หักของมันหายกว่าครึ่งแล้ว ‘โอสถฟื้นฟูกระดูก’ที่พ่อรองปรุงช่างมีประสิทธิภาพมากจริงๆ
ถ้าเป็โอสถฟื้นฟูกระดูกที่ข้าปรุงเกรงว่าคงใช้เวลาราว7วันถึงจะเชื่อมกระดูกที่หักให้ต่อกันเหมือนเดิมได้
ถ้าตัวมันรู้ว่ามนุษย์ปกติในพื้นที่ราบภาคกลางนั้นใช้เวลาฟื้นฟูกระดูกนานนับเดือน มันจะต้องรู้สึกเสียดายกับโอสถ์ที่มันใช้ไปอย่างไม่คิดแน่นอน
หนิงเทียนครุ่นคิดกับตนเองอยู่ครู่ มันก็ลุกขึ้น
“ข้าได้รับคำสั่งให้ออกไปฝึกตนในพื้นที่ราบภาคกลางแล้ว เหตุใดเ้ายังตามข้าเป็ิญญาเช่นนี้ละ?”
ชายชราหลังค่อมเดินออกมาจากต้นไม้ใหญ่ “นายน้อยท่านจะไปแล้ว?”
“หึ เ้าคงไม่ใช่จะมาส่งข้า?”
“ข้าน้อยย่อมต้องมาส่งนายน้อยให้ออกจากป่าพฤกษาทมิฬอย่างปลอดภัย”
ตาแก่คนนี่ช่างเล่นลิ้น...หนิงเทียนกล่าวอย่างมีโทสะเล็กน้อย“เ้ามีอันใดก็ว่ามา อย่าได้อ้อมค้อม”
“นายน้อย ข้าน้อยคนนี้มีเื่ที่อยากจะขอร้องท่าน” พ่อบ้านมู่ คุกเข่าของมันลงต่อหน้าหนิงเทียน
หนิงเทียนหรี่ตาลง “เื่หลานสาวของเ้า?”
“นายน้อยถ้าท่านจะกรุณาตาแก่ใกล้ลงโลงคนนี้ ขอให้นายน้อยช่วยเหลือตระกูลมู่ด้วย”
“ด้วยความแข็งแกร่งของเ้า เหตุใดจึงไม่ยืนมือเข้าช่วยด้วยตนเอง??”
“เดิมข้าน้อยเป็แค่ตาแก่ธรรมดาเท่านั้น เพราะได้รับ บุญคุณจากนายท่านใหญ่
ท่านได้นำข้าน้อยมาอยู่แดนภูติเร้นลับ และได้สั่งสอน ชี้แนะทักษะต่อสู้จึงทำให้ข้าน้อยมีความสามารถเช่นทุกวันนี้”
น้ำเสียงของพ่อบ้านมู่เต็มไปด้วยความสำนึกพร้อมกล่าวต่อ“ข้าน้อยได้สาบานกับนายท่านใหญ่ไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าน้อยจะไม่ยุ่งเื่ทางโลกมนุษย์อีก
และความสามารถที่ข้าน้อยมีนั้นเพียงช่วยบรรเทาความสะดวกสบาย แก่นายท่านทั้งห้าเท่านั้น”
หนิงเทียนมองไปยังพ่อบ้านมู่ ในใจพลันนึกถึงเด็กสาว นาม มู่เสวี่ย “เอาล่ะ ถ้าข้าได้ผ่านไปที่เมือง ฉางผิง ข้าจะแวะไปเที่ยวบ้านเ้าสักครั้งแล้วกัน”
“ขอบพระคุณนายน้อยที่กรุณา” พ่อบ้านมู่มองไปที่นายน้อยของมัน ด้วยแววตาเป็ประกาย
“เ้ายังมีเหตุใดอีก ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าอ้อมค้อมกับข้า”
“นายน้อย นี้คือป้ายบรรพชนของตระกูล ท่านกรุณาส่งมันกลับไปยังตระกูลมู่ด้วย
ถ้านายน้อยถึงตระกูลมู่แล้วเห็นใครสมควรแก่ป้ายบรรพชนนี้ที่สุด ก็แล้วแต่ความกรุณาของท่าน”
“ข้าเพียงบอกแค่จะแวะไปเที่ยว แต่มิได้รับปากว่าจะช่วยตระกูลเ้าถ้ามันเกินความสามารถของข้า
ก็คงต้องขอผ่าน ข้าไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยงกับเื่ของผู้อื่น....”
มันหยุดคิดชั่วครู่ก่อนที่จะกล่าวต่ออย่างมีเลศนัย “แต่เอาเถอะมีไว้ดีกว่าไม่มี”
หนิงเทียนหยิบป้ายบรรพชนตระกูลใส่ไปในแหวนมิติอย่างไม่ใส่ใจที่จะมองด้วยซ้ำว่าป้ายตระกูลมู่มีลักษณะหน้าตาเป็อย่างไร
หนิงเทียนจับจ้องไปที่ดวงตามองพ่อบ้านมู่ พร้อมกล่าวอย่างไม่แยแส
“หนึ่งปีมาแล้ว เ้าคิดว่าหลานสาวของเ้ายังมีชิวิตอยู่?”
“ข้าน้อยเพียงหวังว่า ถ้านางยังมีชีวิตอยู่ นายน้อยจะมอบความเมตตาเล็กๆน้อยๆแก่นาง เพียงเท่านี้ตาแก่คนนี้จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดกับตระกูลและคงนอนตายตาหลับแล้ว”
แม้พ่อบ้านมู่จะมักทำนิสัยเ็า แต่หนึ่งปีนับจากที่เขาเห็นหลานสาวตนเอง ความรู้สึกผิดก็เกิดขึ้นภายในใจของเขาอย่างมาก
“มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของข้า ถ้าตระกูลมู่ของเ้าเป็ดั่งเช่นตัวโง่งม ข้าอาจจะช่วยสงเคราะห์ให้หายไปเองก็ได้เ้าไม่ต้องห่วง....”
เมื่อพ่อบ้านมู่ได้ฟังเช่นนั้นก็ได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ มันนั้นรู้ดีว่านายน้อยของมันนิสัยเป็เช่นไร
ถ้าจะมีใครที่สามารถอ่านความคิดของเขาออกคงมีแต่ ‘ธิดาโลหิต’ผู้ที่เป็มารดาบุญธรรมของเขาเพียงคนเดียว
“ว่าแต่ ข้าจะเดินทางไปทวีปฟ้า์ได้เช่นไร??”
“นายน้อยการเดินทางในทวีปฟ้า์นั้น ท่านต้องเดินทางร่วมกับคาราวานบรรณาการเท่านั้น”
ลดราคาพิเศษสุด ติดต่อ Facebook ภพทนันท์ นักเขียน ข้ามกำแพง เพิ่มเพื่อนแล้ว ทักมาหาผมได้เลย
ตัวหนังสือในกลุ่มอ่านง่ายกว่านี้ และ สนุกกว่านี้ รับประกัน100%