ตอนที่ 23 พูดตรงไปตรงมา
เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว ดวงตากระจ่างใสแวววาวก็จ้องมองไปที่จี้ซิวผิง คล้ายกำลังมองหาคำชมเชยอยู่ก็มิปาน ไหนเลยจะมีท่าทางเหมือนเมื่อสักครู่ ยามนี้ล้วนเป็อากัปกิริยาของสาวน้อยทั้งสิ้น
จี้ซิวผิงมองดูท่าทางของถงเชียนและถูกท่าทางเช่นนี้ของนางกระทบจิตใจเข้าอย่างจัง จนถึงกับพูดอะไรไม่ออก
“เชียนเอ๋อร์ เ้าโตแล้วจริงๆ สามารถคิดได้มากมายถึงเพียงนี้ ทว่า หากเงินไม่พอล่ะก็ ห้ามทำให้ตัวเองลำบากเป็อันขาด บ้านหลังนี้ยังคงเป็ที่พักอาศัย ถึงแม้ยามปกติจะต้องไปเรียน แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลามากมายเท่าใดนัก ดังนั้นเื่บ้านไม่ต้องรีบหรอก”
มองเห็นถงเชียนมีท่าทางไม่สบอารมณ์ จึงรีบเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เ้าทำนั้นไม่ดี เพียงแค่ไม่อยากให้เ้าเหนื่อยจนเกินไป ขะ..ข้าคงปวดใจ” เมื่อสิ้นเสียง จึงก้มหน้าลง ด้วยกลัวว่าถงเชียนจะเห็นตนเองดูผิดปกติไป
ทว่าเชียนเอ๋อร์คนปัจจุบันจะมองข้ามไปได้อย่างไร มองเห็นจี้ซิวผิงหน้าแดงลามไปถึงหู ในใจก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก หากตนยังหยอกล้อเขาเช่นนี้อยู่ตลอด เกรงว่าจะเกินพอดี จึงปรับสีหน้าให้ดูเรียบเฉย
“พี่ซิวผิงไม่ต้องเป็กังวล ข้าจะจัดการเื่พวกนั้นให้ดี ท่านเองก็ตั้งใจติดตามอาจารย์ชิวเถิด จากนี้เมื่อถึงเวลาก็แค่ไปร่วมการสอบเท่านั้น ขอเพียงท่านไม่รังเกียจที่ข้ายุ่งมากเกินไปก็พอ”
จี้ซิวผิงมองท่าทางที่เหมาะเจาะลงตัวของนาง แล้วพยักหน้าเบาๆ ด้วยทุกสิ่งอย่างที่ได้เห็นและได้ยินมาในวันนี้ เลยทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วมการสอบเพื่อไปจากที่นี่ มีแต่ต้องทำเช่นนี้ ถึงจะทำให้ถงเชียนหลุดพ้นจากบิดามารดาได้
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ก็เผยรอยยิ้มออกมา “เชียนเอ๋อร์ เ้ายังกลัวอยู่หรือไม่ หากไม่กลัวแล้ว พี่ซิวผิงจะไปทำอะไรให้เ้ากิน วันนี้เหน็ดเหนื่อยจากในเมืองเสียตั้งนาน กลับมายังต้องเจอเื่ราวเช่นนี้อีก เ้าคงจะเหนื่อยแย่”
ถงเชียนได้ยินดังนั้น ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่านอกจากเื่นี้แล้ว มีเื่สำคัญที่ยังไม่ได้พูดอีก คิ้วงามขมวดแน่นเป็ปม ไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดี ถึงจะทำให้จี้ซิวผิงยอมรับในสิ่งที่ตนเองพูดได้
จี้ซิวผิงไม่รู้ว่าในใจถงเชียนคิดเช่นไร เมื่อเห็นนางทำท่าทางเช่นนี้ จึงใช้มือนวดระหว่างคิ้วนางเบาๆ เพื่อให้นางคลายคิ้วที่ขมวดเป็ปมนั้นออก แล้วถามด้วยความร้อนใจ “ถงเชียน เ้าเป็อะไรไป มีเื่ไม่สบายใจรึเปล่า เ้าบอกพี่ซิวผิงมา พี่ซิวผิงจะช่วยจัดการให้เ้า”
ถงเชียนเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าจริงจังของจี้ซิวผิง เลยไม่รู้สึกกังวลใจที่จะพูดอีก ในเมื่อจี้ซิวผิงรักใคร่เอ็นดูร่างเดิมเช่นนั้น ขอเพียงเป็สิ่งที่นางพูด ต่อให้ยากเย็นสักเพียงไรก็จะพยายามสุดความสามารถ แม้ยามนี้ตนจะพูดเื่ที่ผิดจารีตประเพณีก็ตาม อย่างมากเขาก็แค่อบรมตนเองสักรอบ ไม่มีทางที่จะพูดมากความ
แต่หากตนไม่ฉวยโอกาสนี้เอ่ยความคิดของตัวเองออกไป แม้ครั้งหน้าจะมีโอกาสเช่นนี้ แต่ก็ไม่รู้จะมาอีกทีเมื่อไหร่ เมื่อคิดดังนี้ จึงกำมือแน่น เพื่อใช้ความเจ็บนี้ทำให้ตนเองมีสติแจ่มแจ้ง
“พี่ซิวผิง เชียนเอ๋อร์สบายดี ไม่มีใครรังแกข้า เพียงแต่เชียนเอ๋อร์มีบางสิ่งที่อยากพูดกับท่าน หากพี่ซิวผิงคิดว่าสิ่งที่เชียนเอ๋อร์พูดนั้นไม่ถูก ก็อย่าโกรธเคืองจะได้หรือไม่” เมื่อเอ่ยจบ ก็ชำเลืองมองจี้ซิวผิง แล้วไม่พูดไม่จา ตราบใดที่เขายังไม่ตัดสินใจ ตนเองก็จะไม่เอ่ยปาก
จี้ซิวผิงมองดูท่าทางเป็จริงเป็จังของถงเชียน แม้จะสงสัยว่านางพูดเช่นนี้ ไปเพื่ออะไรกันแน่ แต่ดูจากการกระทำในระยะนี้ของนาง นางไม่ใช่แม่หนูที่เอาแต่เอะอะโวยวายไร้เหตุผลคนเดิมในอดีตอีกต่อไป ยามนี้คงจะเป็เื่ที่สำคัญมากจริงๆ มิเช่นนั้น คงจะไม่เผยสีหน้าเช่นนี้ออกมา
“เชียนเอ๋อร์วางใจเถอะ พี่ซิวผิงรู้ ไม่ว่าเ้าจะพูดสิ่งใด ล้วนไม่ใช่ความคิดชั่วร้ายเลยทั้งสิ้น เ้าไม่ต้องเป็กังวล ขอเพียงเ้าพูดออกมา พี่ซิวผิงก็จะเชื่อ หากเป็ความ้าของเ้า ข้าย่อมช่วยเหลือเ้าแน่นอน”
ถงเชียนเห็นเขาทุ่มสุดตัวเช่นนี้ ก็รู้สึกประทับใจยิ่งนัก มุมปากทั้งสองข้างค่อยๆ โค้งขึ้นเป็รอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว ดวงตาแสนงดงามคู่นั้น ไม่ว่าใครได้จ้องมองแล้ว ก็คงละสายตาไปไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
ท่าทางเช่นนี้ของถงเชียน เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะไม่กระจายไปหาจี้ซิวผิงซึ่งนั่งอยู่ด้านข้าง เขาจับจ้องดวงตาของนาง รู้สึกราวกับสีหน้าอากัปกิริยาทุกอย่างโดนดึงดูดก็มิปาน ทำได้เพียงคล้อยตามความคิดของถงเชียน
“พี่ซิวผิง ความจริงเื่ที่ข้าอยากจะพูด คือเื่เกี่ยวกับท่านพ่อท่านแม่ของข้า แม้ตอนนี้จะยังไปที่ว่าการไม่ได้ แต่พวกชาวบ้านต่างก็เห็นโฉมหน้าที่สุดจะทนของพวกเขาแล้ว เมื่อเทียบกับในอดีต นับเป็การเปลี่ยนความคิดที่ใหญ่หลวง”
“เพียงแต่คนที่นี่ อย่างไรเสียก็ให้ความสำคัญกับเื่ความกตัญญู หากวันหนึ่งเราถูกพวกเขาหาข้อผิดพลาดและถูกทำให้กลายเป็เื่ใหญ่โตขึ้นมา ก็คงจนปัญญาดิ้นไม่หลุดเป็แน่ หาก้าเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้จริงๆ ข้าคิดว่าจำต้องทำบางสิ่ง”
จากนั้นมองดูจี้ซิวผิงที่กำลังฟังตนเองอยู่ มีเพียงสีหน้าที่ดูจริงจัง ไม่มีสีหน้าท่าทางที่ไม่สบอารมณ์อื่นใดอีก จึงรู้ได้ว่าเขาอยู่ข้างตนเองแน่นอน เลยไม่คิดลังเลอะไรอีก แล้วพูดความคิดของตนเองออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“บางเื่ข้ายังคิดไม่ออกว่าควรทำเช่นไร แต่ข้าคิดว่า จากนี้ต่อไปพวกเราไม่อาจยอมให้พวกเขารังแกเราเช่นนี้อีก มิหนำซ้ำยังทำลายชื่อเสียงของพวกเรา หากแค่ข้าเพียงลำพัง ก็คงไม่ใส่ใจอันใดเป็พิเศษ ทว่าหากอนาคตท่านได้เป็ใหญ่เป็โตเดินอยู่บนเส้นทางขุนนางล่ะก็”
“ถึงครานั้นจะต้องมีคนตรวจสอบเื่นี้อย่างแน่นอน ทั้งไม่อาจปล่อยให้คำพูดนินทาเหลวไหลของชาวบ้านพวกนี้มาส่งผลกระทบต่อตัวท่านได้ ฉะนั้นข้าจะเตรียมตัวเสียั้แ่บัดนี้ ยามนี้ต้องเปลี่ยนแปลงความคิดของพวกชาวบ้านที่มีต่อตัวท่านเสียก่อน มีเพียงวิธีนี้จึงจะป้องกันเื่ที่ไม่คาดฝันได้ โดยก้าวแรกเริ่มจากบ้านของพวกเราก่อน ท่านมีความเห็นเช่นไร”
จี้ซิวผิงรู้ถึงความสำคัญของเื่ที่นางเล่ามาทั้งหมด ทว่าั้แ่ต้นจนจบกลับคิดไม่ถึงเลย เื่เล็กน้อยเช่นนี้จะเกี่ยวเนื่องกัน ทั้งยังสามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงได้ ในอดีตเขาคิดแค่ว่าการสอบขุนนางเป็ทางออกเพียงหนึ่งเดียวที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าระหว่างทางจะมีความซับซ้อนวุ่นวายเช่นนี้
“เชียนเอ๋อร์ สิ่งที่เ้ากล่าวมานี้ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยสักนิด แต่พอได้ฟังเ้ากล่าวเช่นนี้แล้ว ย่อมเป็เื่ที่สำคัญมาก ในอดีตข้าคิดเพียงแต่จะอยู่ที่นี่เป็เพื่อนเ้าตลอดไป ฉะนั้นจึงไม่เคยสนใจเื่พวกนั้น ข้าคิดว่าต่อให้พวกเขาจะพูดอะไร ก็ไม่อาจส่งผลกระทบต่อเ้า ทว่าบัดนี้ได้เห็นเ้าเป็ห่วงข้าถึงเพียงนี้ ข้ารู้สึกดีใจจริงๆ”
“แต่ยามนี้คนในหมู่บ้าน ไม่ได้มีความประทับใจต่อพวกเราแตกต่างจากตอนเริ่มแรกสักเท่าใดนัก ท่านว่าพวกเราควรทำอย่างไร หากภายหลังมีคนมาตรวจสอบจริง ถึงจะทำให้พวกเขาคิดว่าพวกเราเป็คนดีจริงๆ”
.
.
..
.
.