chapter 1
ฉันสงสัย...จะต้องรอแค่ความตายมาถึงเหรอ...คนเราถึงจะเปลี่ยน จึงเริ่มไตร่ตรอง
คนที่เปลี่ยนแล้วล่ะ...ชีวิตนี้ยัง้าอยู่อีกไหม...
........................
อารัมภบท
เสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายแ่เบา และอกอิ่มกระเพือบไหวในจังหวะเชื่องช้า แลดูจะละลายหายไปตามอากาศ ผิดแต่กายหยาบนั้นยังนั่งแน่นิ่งบนเก้าอี้ปะทะกับสายลมเย็นๆ จึงได้รู้ว่าร่างนี้ยังมีชีวิตอยู่ ทันใดนั้น...เสียงพึมพำแทบฟังไม่ได้ความค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จากชั้นล่างของเรือน จากคำพูดคุยกันธรรมดากลับดังก้องขึ้นจนได้ยินคำถกเถียงกันเต็มสองรูหู หนังตาที่ปิดอยู่ค่อยๆ ลืมขึ้นเชื่องช้า มันเคยมีแววสดใสร่าเริง ทว่าตอนนี้คงมีเพียงั์ตาหม่นหมองไร้จิติญญาใดๆ ...
เสียงโวยวายจากคนทั้งสองยังคงได้ยินอย่างต่อเนื่อง มือสองข้างค่อยยกขึ้นมาปิดหูไว้ อิดระอาใจกับสิ่งที่ได้ยินพร่ำๆ ทุกวี่วัน การแตกสลายของใจคนมันบาดลึกเหลือบรรยาย จนกลายเป็แผลที่ไม่มีวันสมาน หากแต่ผู้พรากชีวิตหนึ่งๆ นั้นหาเป็ซาตาลที่ไหน ทว่าเป็...มนุษย์ด้วยกันเอง...
"หล่อนจะทำอะไรได้ อะไรก็ไม่มีให้อ้าง อำนาจไหนก็ไม่มี จะมีก็แต่รูปร่างประหลาดพิสดารนั่น"
"ฮ่ะ! จงดีใจซะ ที่ฉันผู้นี้ให้โอกาสเรือนร่างอันไร้ค่าของหล่อนได้เป็ประโยชน์ต่อโคลลิน"
ในหัวพร่ำวนบางประโยคซ้ำไปซ้ำมาราวกับเครื่องเล่นเสียงเก่าๆ ขณะสังขารโทรมๆ ค่อยบรรจงสวมชุดกระโปรงสีกรมท่า แล้วจัดอุปกรณ์การสอนใส่กระเป๋าขนาดพอเหมาะ เมื่อเสร็จก็ย่างเท้ามายืนสำรวจตัวหน้ากระจกบานใหญ่ ั์ตาคู่สีน้ำผึ้งจึงเพ่งมองสรีระคุ้นตาแต่ไม่คุ้นเคย กลุ่มผมสีดำสนิทเป็เส้นหยักสลวยถูกมัดรวบเป็หางม้าแล้วม้วนมันจนกอบกุมเป็วงแลดูเรียบร้อย ริมฝีปากอิ่มแต่งแต้มสีหวานเล็กน้อยก่อนจะรุดเดินออกจากห้อง ผ่านห้องโถง เห็นคนคู่กำลังห้ำหั่นกันราวศัตรูคู่แค้น
"พ่อคะแม่คะ หนูไปแล้วนะ" คำเอ่ยลาถูกกลบด้วยเสียงตวาดลั่นของคนทั้งสอง จึงหยุดยืนอยู่ครู่ ข้าพเ้าคงแสดงสีหน้าหม่นเศร้าอยู่ในตอนนี้ แล้วเดินออกไปอย่างไม่ใส่ใจ ทันใดนั้น เสียงทุ้มแหบแห้งก็รั้งเท้าไว้ให้หยุดกึก
"ลาเวนเดอร์"
"ค่ะ คุณพ่อ"
"อะแฮ่ม! พ่อหาคู่หมายใหม่ให้ลูกแล้วนะ เซอร์ฟรานส์น่ะ เขาเป็ลูกชายของคนรู้จักพ่อจึงอยากให้ลูกเจอเขาสักหน่อย" เดวิดกระแอ่มไอ ส่วนมารดานั้นยกมือมากุมขมับ โซเฟียนั่งเพลียลงบนโซฟาราวหมดแรง
"พ่อคะ..."
"จะลูก!" เดวิดตอบด้วยสีหน้าคร่าตาชื่นมื่น
"หนูไม่อยากตกนรก"
"วะ ว่าไงนะ!"
แล้วก็เดินดุ่มๆ ออกจากเรือน ได้ยินเสียงแม่ตวาดพ่อเป็ระยะๆ ตามหลัง ในเมื่อเติบโตมาในครอบครัวแตกหัก ข้าพเ้าก็ไม่มั่นใจในสัตว์ประเสริฐที่ชื่อว่าบุรุษเพศ ผู้ชายคนแรกที่ถือว่าเป็ฐานสำคัญของลูกๆ กลับเป็ได้เพียงไม้ยืนต้นตายที่ให้แม้แต่ร่มเงาไม่ได้ หล่อเลี้ยงเยื่อใยเล็กๆ ให้เติบโตก็ยาก หากไม่มีแม่คอยประคอง คงอดตายกันหมด ไม่ต่างจากไส้เดือนหน้าแล้ง...ตายเป็หย่อมๆ ...เป็ไส้เดือนตากแดด
....ในสังคมที่ชายชาตรีเป็ผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ ผู้หญิงจึงเป็ได้เพียงเครื่องบรรณาการแสนแพง มีไว้เพื่ออวดโอ้ใส่กัน หล่อนๆ ผู้มีดีแต่เนื้อหนังไว้ประดับประดาเครื่องเพชรพลอย คอยแต่โหยหาชีวิตที่เป็ดั่งในนิยาย โลกของสาวน้อยซื่อบื้อเยี่ยงนั้น มันมีจริงเสียที่ไหนเล่า... ไฉนแท้ คงเป็อย่างเหล่าบุรุษพวกนั้นกล่าว
แรกเริ่มเดิมที ใครๆ ก็คิดว่าชีวิตจะผาสุกและเลิศเลอ มันเป็เช่นนั้น... จนถึงวินาทีที่ฝันอันลมๆ แล้งๆ มันสดับลง...
เรือนร่างงดงามที่ตบแต่งมาอย่างดิบดี กลับต้องยืนสั่นเทาในห้องคละคลุ้งอบอวลด้วยเครื่องมึนเมา และบรรดาบุรุษหลากอายุ...ที่กำลังเสพสุขเรือนกายของโสเภณีสี่ห้าร่าง หนึ่งในนั้นรวมไปถึงชายคู่หมายของข้าพเ้า... ร่างอันสั่นเทานี้แทบทรุดลงกับพื้น เมื่อชายผู้เป็ที่รักแนะนำฉันกับเพื่อนชายเ่าั้ว่า รางวัล คำๆ นั้น ไม่ต่างจากคำว่า เครื่องบรรณาการ ราวกับเขาจะเซ่นร่างอันนี้ให้กับคนพวกนั้น ความขยากขยาดจากสายตาที่จับจ้องมาราวกับจะประเมินราคา ตีค่าความบันเทิง... หากฉันไม่หนี ณ วินาทีนั้น สิ่งที่เรียกว่า ตกนรกทั้งเป็ มันจะเกิดขึ้นกับชีวิตอันสุดแสนบรรลัยนี้ทันที
....บัดนั้น ข้าพเ้าก็นึกถึง วันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ความกลัวและความขยะแขยงมันเริ่มซุกไซ้ กัดกินความเชื่อ ความไว้ใจในสิ่งที่เรียกว่า คน คนนั้นไม่ว่าจะเป็ใคร ผู้ใด ก็เลวทรามต่ำช้าราวกับภูตผีปีศาจนับพันนับแสนหล่อรวมกัน และยิ่งเป็คนที่รู้จักรักใคร่...ยิ่งทำให้หมดสิ้นซึ่งศรัทธา...
ชายที่คิดว่าจะได้ร่วมใช้ชีวิตด้วยกันไปนับชั่วลมหายใจ มากระทำเฉกเช่นนี้ราวกับข้าพจ้าเป็ของเหลือเน่าๆ
"วิลเลียม คุณจะทำอย่างนี้ไม่ได้" ฉันต่อว่าเขา โกรธจนใจเจ็บแสบ
"ฉันทำอะไร?" เขาตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สาอันใดทั้งสิ้น
"คุณเป็คู่หมายฉัน โอ้ ลอร์ด...ต่ำช้ายิ่งกว่าสันดานไพร่ น่ารังเกียจยิ่งกว่าตัวเรื้อนตัวใด ก็คุณนี่ล่ะหนา"
"ลาเวนเดอร์... หล่อนไม่มีสิทธิจะว่าฉัน สิ่งที่ฉันทำ..ก็สุดแล้วแต่ฉัน หล่อนแค่ต้องบำเรอ ปรนเปรอและตามใจฉัน มันถึงจะถูก" วิลเลียมผายมือออกกว้างราวจะอวดอ้างความใหญ่โตของเขา
"หล่อนมันแค่ผู้หญิง" สายตาเย้ยหยันมองมาที่ร่างสั่นเทา "เป็ได้แค่นั้น" เขาว่าหัวเราะหึอย่างผู้ชนะ
"คุณไม่เคยรักฉัน.." ฉันว่า น้ำตาคลออยู่รำไรจะไหลออกแลไม่แล "ลอร์ด วิล.. ผู้คนจะประณาม หยามเหยียด ทุกคนจะได้รู้ถึงความเลวทรามของคุณ วิล..." ฉันว่าทั้งน้ำตา
"หล่อนจะทำอะไรได้ อะไรก็ไม่มีให้อ้าง อำนาจไหนก็ไม่มี จะมีก็แต่รูปร่างประหลาดพิสดารนั่น"
สายตาดูถูกของเขาไล่มองฉันั้แ่ศีรษะจรดเท้า แม้แต่เสียงหัวเราะที่ดังมาจากชายฉกรรจ์เ่าั้ยังไม่ทำให้ฉันรู้สึกใจขาดเท่ากับคำพูดของเขาเลย
"ฮ่ะ! จงดีใจซะ ที่ฉันผู้นี้ให้โอกาสเรือนร่างอันไร้ค่าของหล่อนได้เป็ประโยชน์ต่อโคลลิน"
คำพูดโหดร้ายถูกเปล่งออกจากปากที่เคยพร่ำคำหวานหลายต่อหลายครั้ง ทันใดนั้นเขาก็กระดิกนิ้วเรียกบ่าวชายคนหนึ่ง
"เตรียมหล่อนให้พร้อมรับแขก"
"วิลเลียม" ข้าพเ้าะโชื่อชายคนรักอย่างเหลือใจ "โอ้ ลอร์ด คุณมันไม่ใช่คน คนรักกันเขาไม่ทำเยี่ยงนี้ วิล...คุณทำลายฉัน โอ้..วิล..." แล้วหยดน้ำตาที่รั้งรออยู่ขอบตา มันเริ่มไหลหล่นลงช้าๆ ตามดวงใจสั่นเทาที่กำลังแหลกสลาย ฉันรักเขาหมดทั้งหัวใจ มอบให้เขาได้ทั้งชีวิต...มันเจ็บลึก...จนไม่สามารถหาคำใดๆ มาเอ่ยต่อหน้าใบนั่นที่เคยพร่ำมอง พร่ำคำนึงหา ได้แต่ยืนนิ่งให้หยาดน้ำใสมันพรั่งพรูออกมา...
"ตลอดเวลาสองปี...ฉันมีความหมายอย่างไรกับคุณ วิล?"
"หาา...นี่หล่อนเชื่อจริงๆ เหรอ คนอย่างหล่อนจะเทียบเคียงกับยศศักดิ์โคลลิน จะเป็ได้ก็แค่ผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้าไปวันๆ ที่ฉันทำไปก็แค่เล่นสนุกกับหล่อนเท่านั้น คิดดูสิ...คนอย่างฉันจะไปคลุกคลีกับหล่อนทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะฉันแพ้พนันไอ้พวกเพื่อนชั่วพวกนี้....ฮ่ะ! น่าหงุดหงิดสิ้นดี"
แล้วร่างที่ว่าโฉดชั่วราวผีร้ายก็เดินออกจากห้องโดยมีสตรีผู้หนึ่งโอบกอดเคียงกาย... ทิ้งฉันให้ยืนตัวซีดมือชา สันหลังบางเย็นะเืแปลบๆ เหมือนเส้นเอ็นมันขาดสะบั้น เมื่อแลเห็นสายตาละเลียบเลียไล้ไล่ตรวจเรือนร่างของฉันพลันขนแขนขาลุกพองอย่างขยาด หวาดผวา เขาทำราวกับฉันเป็นครโสเภนีชั้นต่ำ...
ผู้หญิง ก็เป็ได้เพียง บางสิ่ง หรือ ของบางอย่าง ด้อยค่า...ยิ่งกว่าทาสขี้เรื้อน
นี่น่ะเหรอ ความรักที่ว่า
............
...งดงามนักหนาดั่งเส้นขอบพสุธาร้อยกับฟากฟ้าสุราลัย
ไฉนไซร้ น่ารังเกียจรังกา แสร้งเป็หงส์ในคราบอีกา
.............