องค์รัชทายาท” เสียงฮองเฮาโจวหนิงเฟิงเอ่ยทักโอรสคนโตที่ยืนเอามือไพร่หลังมองเสือดำตัวโตที่เดินดมดอกไม้อยู่ในสวนตอนแรกนางกลัวว่าเสือดำตัวโตนั้นจะมาทำลายแปลงดอกไม้ของพระเองเสียอีกแต่จากที่มองแล้วก็คงจะเป็ภัยอะไรเพราะเ้าตัวเพียงเดินไปดมกลิ่นดอกไม้เสร็จแล้วก็ไปต้นอื่นต่อ
“ ถวายบังคมเสด็จแม่พะยะค่ะ ”
“ ว่าอย่างไร องค์รัชทายาทมาทำอะไรที่สวนดอกไม้ของแม่กันปกติไม่เห็นจะเคยสนใจหนิ ”
“ ลูกมาหาเสด็จแม่พะยะค่ะ ”
“ หื้ม มาหาแม่แต่ไม่เข้าไปหาแม่ กลับมาอยู่ในสวนดอกไม้เนี้ยนะ ” คิ้วโค้งสวยเลิกขึ้นเชิงถาม
“ … ” โจวหยางิสบตากับมารดาผู้ให้กำเนิดก็รับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร
“ อย่าบอกนะว่าเพราะเสือตัวนี้ " ฮองเฮามองโอรสคนโตของตนที่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบคำถามเหลือบตามองเสือดำตัวโตที่เดินกลับมายืนข้างกายของชายหนุ่มั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ก่อนหน้านี้ฮองเฮาโจวหนิงเหิงกำลังคุมงานนางกำนัลเพื่อที่จะจัดเตรียมงานเลี้ยงอยู่ให้ออกมาดีที่สุดสวยงาม ไม่ให้น้อยหน้าใคร ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดร้องของนางกำนัลดังขึ้นจากนั้นไม่นานก็มีนางกำนัลวิ่งมาด้วยใบหน้าซีดเซียว บอกว่ามีเสือดำตัวโตอยู่กับองค์รัชทายาทในสวนดอกไม้ตอนแรกพระองค์ก็ไม่ได้คิดอะไร ก็รู้กันอยู่ว่าโจวหยางิเลี้ยงลูกเสือดำเอาไว้
แต่มีนางกำนัลอีกหลายคนก็วิ่งมาอีกบอกว่าพบเสือดำตัวโตเดินอยู่ในสวนดอกไม้ของพระองค์จริง ๆไม่ใช่ลูกเสือดำอย่างที่คิด จึงได้มาดูให้เห็นกับตาตัวเอง ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งมองโจวหยางิที่เป็ถึงองค์รัชทยาทยืนกับเสือดำตัวโตอย่างที่นางกำนัลบอก
ใบหน้าของโจวหยางิดูผ่อนคลายอ่อนโยนลงกว่าทุก ครั้ง แม้ว่าจะไม่ได้ยิ้มกว้างแต่นางมองออกจากภายในใจของเขากำลังฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
นางไม่เคยเห็นชายหนุ่มเป็แบบนี้มาก่อนั้แ่ที่เขารู้ว่าตนเองจะขึ้นเป็องค์รัชทายาทคนต่อไป นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไปไม่ยิ้มแย้มร่าเริงเหมือนเด็กทั่วไป
เ้าตัวตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้หนักกว่าที่ผู้อื่นเรียนรู้จักมีความรับผิดชอบ ฝึกวรยุทธ์เพื่อที่จะได้แข็งแกร่งขึ้นสามารถป้องกันตัวเองจากอันตรายจากรอบทิศทาง ทำงานที่ผู้ใหญ่ทำั้แ่เด็กจากนั้นรอยยิ้มที่พระองค์เคยเห็นก็ค่อย ๆ หายไป มันนานมากที่พระองค์ไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขแบบนี้ของโจวหยางิ
“ แล้วนี่… แม่จำได้ว่าเมื่อวานที่เจอไม่ใช่ตัวนี้นะ ”
โจวหยางิไม่ใช่ว่าอยากจะปิดปังเื่เย่วชิง เพียงแต่ยังหาโอกาสบอกไม่ได้เท่านั้นเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ไหนดี
“ แม่รอเ้าตอบอยู่นะ”
“ เสด็จแม่จะได้รู้แน่พะยะค่ะ ขอเวลาลูกสักหน่อย ”
“ ได้ แม่จะรอ หากว่าเ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็มาบอกแม่ได้เสมอ ”
“ ขอบพระทัยพะยะค่ะ ”
“ ถวายบังคมฮองเฮา ถวายบังคมองค์รัชทายาท เพค่ะ ” หม่าฉีหลินย่อตัวคำนับทั้งสองคนอย่างนอบน้อมด้านหลังนางก็มีขบวนนางกำนัลที่ตามมาจำนวนหนึ่งก็พากันคำนับตามอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ พระสนมหม่าเ้ามาทำอะไรที่นี่กัน ”ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งปลายตามองหญิงสาวที่มาใหม่นิ่งและยังไม่สั่งให้ลุกขึ้นทำให้นางยังต่ออยู่ท่าเดิม
“ หม่อมฉันมาดูว่างานจัดไปถึงไหนแล้ว จะได้ช่วยงานของฮองเฮาอีกแรงเพค่ะ ”
“ เปิ่นกงคงไม่ต้องรบกวนพระสนมหม่าหรอก ”
“ ไม่รบกวนเลยเพค่ะ หม่อมฉันยินดี ”หม่าฉีหลินได้แต่ก้มหน้ากัดฟันพูดเมื่อโดนฮองเฮาแกล้งนางยังอยู่ในท่าย่อตัวเหมือนเดิมจะลุกขึ้นยืนก็ไม่ได้เพราะฮองเฮายังไม่ได้อนุญาตจะตำหนิใครก็ไม่ได้ นางเป็เพียงพระสนมที่มีตำแหน่งต่ำกว่าฮองเฮา ดังนั้นนางจะเอ่ยอะไรได้ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับมันเท่านั้น
“ ขอบใจเ้ามากนะที่คิดจะมาช่วยเปิ่นกงตอนนี้ทั้งที่ผ่ามาหลายวันแล้วแต่ว่าคนของเปิ่นกงมีเยอะแล้ว คงจะไม่มีงานให้สนมหม่าทำถ้าจะมีก็คงเป็งานรดน้ำต้นไม้ดอกไม้ ซึ่งสนมหม่าคงจะทำไม่ได้หรอก ”
หม่าฉีหมินก้มมองพื้นดินนิ่งซ้อนใบหน้าที่บิดเบี้ยวไม่พอใจไม่ให้ใครเห็นเมื่อได้ฟังฮองเฮาตัดขาดความหวังดีของนางหยาดเหงื่อออกตามไรผมขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นมากขึ้นเพราะรับน้ำหนักตัวไม่ไหว
หึพูดดีไปเถอะ อย่าให้ถึงคราวของนางบางแล้วกัน
“ โอ้ เปิ่นกงลืมไปยังไม่ได้สั่งให้พวกเ้าลุกขึ้น พระสนมหม่าคงจะเมื่อยล้าแล้วต้องขออภัยจริง ๆ พวกเ้าทุกคนลุกขึ้นได้ ” ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งมองนางกำนัลที่เข้ามาช่วยประคองขนาบข้างพระสนมหม่าฉีหลินให้ยืนได้อย่างมั่นคง
“องค์รัชทายาทแม่ต้องขอตัวก่อนนะคงอยู่คุยกับเ้ามากไม่ได้ อ้อ แล้วทีหลังถ้าจะมาก็ให้คนมาบอกก่อน ไม่ใช่มาแบบนี้นางกำนัลของแม่ตกอกใวิ่งหนีกันหมด เข้าใจหรือไม่ ”
“ กระหม่อมขอประทานอภัยที่ทำให้เสด็จแม่ต้องเดือดร้อนพะยะค่ะ ” ชายหนุ่มเปลี่ยนคำเรียกแทนตัวเองใหม่เพราะตอนนี้มีบุคคลที่สามที่ไม่ใช่ครอบครัวยืนอยู่ด้วย
“ ไม่เป็ไร แม่ไปก่อนยังเหลืองานอีกเยอะที่ต้องจัดการ เ้าก็ตามสบายเถอะ ”
“ น้อมส่งเสด็จแม่ พะยะค่ะ ”
“ น้อมส่งฮองเฮาเพค่ะ ”
หลังจากที่ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งก็เหลือเพียงองค์รัชทายาทหนุ่มกับเสือตำตัวโตที่ยืนข้างเขาไม่ไปไหนส่วนพระสนมหม่าฉีหลินและเหล่านางกำนัลทั้งหลายก็ยังไม่ได้ไปไหนเช่นกันพวกนางมองเสือดำตัวโตอย่างหวาดระแวง โจวหยางิไม่สนใจที่จะเอ่ยกับใครต่อเขาหันหลังเดินนำเสือดำตัวโตไปที่อื่น ปล่อยให้หญิงสาวมองอย่างไม่พอใจที่ถูกเมิน
เช้าวันนี้ในวังหลวงวุ่นวายเป็อย่างมากเพราะจะมีงานเลี้ยงเกิดขึ้นในอีกไม่นานเหล่านางกำนัลตื่นกันั้แ่ยามอิ๋น (03:00-04:59) เพื่อมาจัดเตรียมเื่อาหารภายในงานและตรวจดูของภายในงานอีกครั้ง
“ พวกเ้าทำให้มันเร็ว ๆ หน่อย อย่ามัวแต่โอเอ้ งานเลี้ยงจะเริ่มในอีกไม่ช้าแล้ว”
“ เ้าค่ะ ”
“ จอกชุดน้ำชาโต๊ะนี้หายไปไหนหนึ่งจอก รีบไปนำมาวางไว้เดี๋ยวนี้ ”
และยังมีคำสั่งอื่นๆ ตามมาอีก ทั้งที่ความจริงแล้วเมื่อวานก็ได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้วแต่พอถึงวันจริงก็ยังมีเื่จุกจิกให้ได้ทำกันอยู่เยอะโดยงานในครั้งนี้วังหลวงได้เปิดให้ขุนนางได้พาเหล่าคุณหนูที่ยังไม่ออกเรือนและบุตรชายสามารถติดตามเข้ามาด้วยได้
งานนี้ยังได้เปิดโอกาสให้เหล่าคุณหนูและคุณชายทุกคนแสดงฝีมือความสามารถของตนเองออกมาแสดงให้ฮ่องเต้และฮองเฮาได้ทอดพระเนตรหากการแสดงใดที่ทำให้ทั้งสองพระองค์พอพระทัยก็จะได้รับรางวัลเป็การตอบแทนทั้งนี้บุตรสาวบุตรชายตระกูลใดที่ได้รับรางวัล ก็จะได้รับคำชื่นชมจากผู้คนรอบๆเป็ที่ชื่นชอบและมี้าของตระกูลอื่นมองมา คนในตระกูลของตนก็จะพลอยมีหน้ามีตารู้สึกยินดีไปด้วย
อีกนัยหนึ่งคืองานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้แสดงความสามารถเพื่อหาคู่หากหนุ่มสาวคู่ไหนที่ชอบพลอกันในงานก็สามารถที่จะขอพระราชทานสมรสกับฮ่องเต้ได้โดยฮ่องเต้จะถามความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายก่อนหากทั้งคู่ยินดีพร้อมใจกันก็จะพระราชทานสมรสให้ หรือไม่หากผ่านพ้นงานนี้ไป รุ่งเช้าหน้าประตูจะมีแม่สื่อจากตระกูลต่างๆ ถูกส่งตัวมาให้ทาบทามหญิงสาวไปเป็ลูกสะใภ้
แต่หากบุตรสาวของตระกูลใดโชคดีมีองค์ชายหรือเหล่าเชื้อพระวงศ์ถูกใจบุตรสาวของตนก็โชคดีไปเพราะไม่ใช้แค่เงินทองที่เพิ่มขึ้น ยังทำให้มีผู้คนมาความเคารพนับหน้าถือตาพวกเขามากอีกด้วยหญิงสาวที่มางานก็ต่างคาดหวังว่าตนจะถูกเลือกเข้าไปในตระกูลที่ดีและร่ำรวยหากตนออกเรือนไปจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย พวกนางฝึกซ้อมการแสดงอยากหนักเพื่องานนี้มีทั้งการร่ายรำ การแต่งบทกลอน วาดภาพ หมากรุก ขับร้อง ดีดพิณ และยิงธนูซึ่งส่วนใหญ่แต่ละตระกูลจะฝึกให้บุตรสาวของตนั้แ่ยังเด็ก
“ เย่วเอ๋อร์ ” โจวหยางิเอื้อมมือแตะไหล่บางเบา ๆ ให้คนที่นอนหลับพริ้มอยู่ตื่น
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่ถูกเรียกเขามองร่างบางที่นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของตนไม่มีทีท่าว่าจะตื่นในเวลานี้ั้แ่ที่รู้ว่าเ้าตัวสามารถเปลี่ยนร่างเป็คนได้โจวหยางิก็บอกให้เย่วชิงเปลี่ยนร่างเป็คนในตอนกลางคืนอ้างว่านอนร่างนี้จะสบายกว่า เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายได้มานอนร่วมเตียงนอนกับเขา
ซึ่งเย่วชิงก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธเพราะเ้าตัวบอกว่าอยากจะเป็คนปกติมากกว่า เพราะสามารถหยิบจับอะไรสะดวกกว่าร่างเสือเป็ไหนๆ
สายตาคู่คมจับจ้องร่างบางอย่างอ่อนโยนมองใบหน้าเรียวสวยยามหลับ แก้มขาวเกรี้ยงเกลา เรียบเนียน ไร้สิวดวงตาคู่สวยปิดสนิท เขารู้สึกไม่อยากละสายตาจากอีกฝ่ายไปแม้แต่เสี้ยววินาทีั้แ่ครั้งแรกที่ได้สบตากลับดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้น
โจวหยางิมองอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะติดสินใจค่อย ๆ ลุกอย่างแ่เบาเพื่อไม่ให้คนบนเตียงตื่นดึงผ้าห่มคลุมร่างบางเอาไว้ จากนั้นก็เดินออกไปเพื่ออาบน้ำแต่งตัว
วันนี้การแต่งกายของโจวหยางินั้นไม่เหมือนเช่นทุกวันปกติแล้วชุดที่เขาใส่จะมีไม่กี่สีเท่านั้น ดำ น้ำเงิน ม่วง เขียว และทั้งหมดปักลายพยัคฆ์ไว้ด้านหลัง
แต่ครั้งนี้เป็ชุดที่สั่งตัดพิเศษสีเหลืองทองมีความปราณีต งดงาม ด้านหลังปักลายัและมีเครื่องประดับเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าเขาคือองค์รัชทายาท ผู้ที่ถูกเลือกให้มาเป็ฮ่องเต้องค์ต่อไป
เมื่อเสร็จแล้วก็ถึงเวลาปลุกร่างบางบนเตียงให้ตื่นเสียทีเช้านี้วังหลวงจัดงาน เขาเองก็ยังมีหน้าที่หลายอย่างที่จะต้องไปจัดการดังนั้นถึงต้องตื่นเร็วกว่าเดิม และต้องพาเย่วชิงไปด้วยแม้นว่าตนจะไม่อยากรบกวนการนอนของอีกฝ่ายก็เถอะ
“ เย่วเอ๋อร์ เด็กดีตื่นได้แล้ว ”
“ อื้อ~ ” ร่างบางพลิกตัวหนีมุดเข้าใต้ผ้าห่มเพื่อนอนต่อหลังจากที่ถูกรบกวนจากการนอน
“ ข้าจะออกไปข้างนอกจะพาเ้าไปด้วย ”
“ ... ” หูใบเล็กขยับเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่โจวหยางิเอ่ยแต่เปลือกตายังคงปิดสนิท ไม่อยากเคลื่อนไหวร่างกาย เขายังรู้สึกง่วงอยู่ไม่อยากลุกไปไหน
“ เ้าจะนอนต่อก็ได้ แต่ช่วยเปลี่ยนกลับไปเป็เสือก่อนได้หรือไม่ข้าจะได้อุ้มเ้าไปแทน ”
เย่วชิงไม่ตอบร่างสูงแต่เปลี่ยนเป็ลูกเสือดำตัวน้อยแทนเป็คำตอบแล้วนอนหลับต่อไม่รับรู้กับสิ่งรอบตัวอีก โจวหยางิเห็นแบบนั้นก็อุ้มเย่วชิงขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนเดินออกจากห้อง