เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็แยกย้ายกันกลับ พี่ๆแก๊งค์วิศวะมีประชุมเชียร์และที่สำคัญมื้อนี้พี่ไนท์เลี้ยง เมื่อมาถึงห้องก็รีบอาบน้ำเข้านอนทันที
เช้าวันเสาร์
ติ๊ง!!
Line พี่ไนท์ evil : เจอกันที่ลานเกียร์เก้าโมง
อะไรของเขาเนี่ยจะนัดเช้าไปไหนหย่นจมูกใส่โทรศัพท์จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ ฉันทำธุระส่วนตัวเสร็จภายในเวลาครึ่งชั่วโมง วันนี้แต่งตัวด้วยกางเกงยีนส์ขายาวและเสื้อยืดเข้ารูปพอดีตัว พร้อมกับปัดแก้มบางๆ หลังจากนั้นก็ไปมหา’ลัยทันที
คณะวิศวกรรมศาสตร์
ลานเกียร์
เมื่อเดินเข้ามาในลานเกียร์ก็มีเสียงโห้แซวดังขึ้น “หูยยย” “โหหห น่ารักจังคราบ” “วี๊ดวิ้ว คนสวย” “ชื่ออะไรครับ อยากรู้จักจังเลย” “มีแฟนหรือยังจีบได้ไหมครับ”
“เงียบ!!”
“…..” ฉันสะดุ้งใเสียงของพี่ไนท์ที่ะโขึ้นมาพร้อมกับลากสายตาไปมองเขาที่ยืนอยู่ พี่ไนท์กวักมือเรียกให้ไปหา ฉันส่ายหน้ารัวเป็คำตอบ ‘ใครจะกล้าเดินไป ตรงนั้นมันอยู่ด้านหน้ารุ่นน้องของเขาทั้งคณะเลยนะ’ จากนั้นพี่ไนท์ก็หันไปคุยกับรุ่นน้องแทน
“พี่พราวครับ พี่ไนท์ให้เดินมาหาครับ”
O.O!!! ฉันอ้าปากเหวอมองรุ่นน้องของเขาที่ะโเรียกอยู่ข้างๆเขา โอ้ย!!! พี่ไนท์เล่นอะไรเนี่ย
“ถ้าพี่ไม่เดินมาตรงนี้ พวกผมจะโดนทำโทษครับ”
‘ไอ้พี่ไนท์บ้า’ หลังจากที่รุ่นน้องของเขาพูดจบก็รีบสาวท้าวเดินเข้าไปหาด้วยใบหน้าบึ้งตึง’ “พี่แกล้งพราวอะ” ฉันมุ่ยหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจ แต่พี่ไนท์ไม่พูดอะไรเพียงแค่เอียงคอให้รุ่นน้องตัวเองเข้าไปนั่งที่เดิม
“เรียกดีๆไม่ชอบ ไปนั่งรอกับไอ้พวกนั้น” พี่ไนท์พยักพเยิดหน้าไปที่กลุ่มเพื่อนของเขาที่นั่งอยู่ไม่ไกล ฉันสบัดหน้าแล้วเดินไปนั่งด้วยใบหน้าบึ่งตึง
“พี่ๆสวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้พร้อมกับนั่งลง
“หน้าบูดมาเลย”
“ก็เพื่อนพี่อะแกล้งพราว” ได้ทีก็ฟ้องพี่แทนซะเลย
“ฮึ! มันอยากโชว์ของ” พี่สิงห์พูดขึ้นพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ‘โชว์อะไร ฉันไม่เข้าใจที่พี่สิงห์พูด แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะไม่กล้าถาม คนนี้น่ากลัวจะตาย’
“น้ำเย็นๆจะทำให้ใจเย็น” พี่ขุนยื่นน้ำเปล่ามาให้ฉัน ส่วนฉันก็ไม่รีรอรับน้ำมาดื่มเพื่อหวังจะดับควาร้อนรุ่มในใจตามที่เขาบอก
เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีพี่ไนท์ก็เดินมาที่โต๊ะ “ไง มาสายนะ” เขาพูดขึ้นพร้อมกับเอานิ้วชี้ดันหัวฉันไปอีกทาง
“ไม่ได้สาย เฮอะ” ฉันหย่นจมูกส่งไปให้เขาด้วยความหมั่นไส้ “ว่าแต่พี่ให้พราวมาทำไม”
“ทำการบ้านวิชานี้ให้หน่อย” เขายื่นสมุดมาตรงหน้า “กิจกรรมเยอะไม่มีเวลาทำ”
“แคลคูลัส” ฉันะโเสียงดังเมื่อรับสมุดจากมือของเขามาเปิดดู เงยหน้ามองพี่ไนท์ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วพูดกับเขาอีกครั้ง “เรียนอักษรคือแบบ เอกภาษา ไม่ได้เรียนครูคณิต” คืออยากจะบอกเหลือเกินว่าวิชาคณิตศาสตร์ของน้องพราวคนนี้ห่วยแตกมาก
“คิดจะปฏิเสธเหรอ” พี่ไนท์พูดดักทางตลอด ฉันมองหน้าพี่ๆคนอื่นๆเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ
“กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะโว้ย”
“ไอ้แทนกูไปด้วย” คนที่คิดว่าช่วยฉันได้กลับชิงหนีซะแล้ว ตัวเลือกสุดท้ายถึงแม้เขาจะดุแต่ก็ต้องลอง ฉันลากสายตาไปที่พี่สิงห์
“ไม่ใช่เื่ของฉัน” เฮ้อ! จบกัน
“ถ้าผิดทุกข้อ อย่าว่าพราวก็แล้วกัน” ฉันมุ่ยหน้าส่งไปให้เขาและเปิดสมุด แค่อ่านโจทย์ข้อแรกก็งงแล้วอะ
หลังจากนั่นพี่ไนท์และพี่สิงห์ก็เดินไปยืนด้านหน้ารุ่นน้องโดยมีพี่แทนกับพี่ขุนที่พึ่งกลับจากห้องน้ำเดินเข้าไปสมทบ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงฉันพึ่งทำเสร็จไปหนึ่งข้อ
“ใกล้เสร็จยัง” พี่ไนท์พูดขึ้นพร้อมชะโงกหน้าเข้ามาดูการบ้านตัวเอง
“อะแฮม สัสไนท์ จะทำอะไรเกรงใจพวกกูด้วยครับ”
ฉันขยับออกจากพี่ไนท์ทันทีที่พี่ขุนพูดจบแล้วเกาแก้มเนียนด้วยความเขิน
“เอ่อ แม่ง ทำพวกกูอิจฉาหมดละ”
แง่ พี่แทนจะซ้ำได้ไหม ทำตัวไม่ถูกแล้วเนี่ย แล้วไม่รู้ทำไมต้องเขินพี่มันด้วย
“พวกมึงพอได้แล้ว น้องตัวแดงไปหมดแล้ว” จบกันรวมหัวกันแซวฉันใช่ไหม ขนาดพี่สิงห์นิ่งๆพูดน้อยหน้าดุยังเอากับเขา
“ฮึ! ว่าไง เธอยังไม่ตอบคำถามฉันเลย”
ฉันปรับสีหน้าให้เป็ปกติเท่าที่จะทำได้เงยหน้ามองเขา “เสร็จไปแล้วหนึ่งข้อ”
“ฮะ พึ่งทำเสร็จไปหนึ่งข้อ มีแค่ห้าข้อเนี่ยนะ”
“เอ้า ก็การบ้านพี่ไนท์มันเป็แคลคูลัสนะ พราวเรียนอักษร เผื่อพี่จำไม่ได้”
จ๊อก จ๊อก
“กูว่าพวกเราไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า” พี่แทนพูดขึ้นพร้อมกับมองมาที่ฉันยิ้มๆ ฉันได้แต่เกาแก้มแก้เขิน
“หิวข้าวทำไมไม่บอก”
“คิดว่าทนได้ แฮ่ๆ” ฉันตอบพี่ไนท์พร้อมกับส่งยิ้มแห้งไปให้
“ไปกินข้าว” พี่ไนท์ทำเสียงจิจ๊ะแล้วพูดขึ้น จากนั้นก็เดินออกไปพร้อมกับพี่สิงห์ ฉันหันไปเลิกคิ้วมองเพื่อนเขาอีกสองคนและลากสายตาไปมองพี่ไนท์เชิงถามว่าเพื่อนพี่เป็อะไร พี่แทนส่งยิ้มบางๆ ส่วนพี่ขุนส่ายหน้าเป็คำตอบแล้วเอียงศรีษะไปทางพี่ไนท์บ่งบอกว่าให้เดินตามพวกเขาไป
ฝากกดติดตาม กดคอมเม้นติชม กดเพิ่มในคลัง เพื่อเป็กำลังใจให้กับนักเขียนมือใหม่คนนี้ด้วยนะคะ