ฝนหลับไหลไม่ได้สติเนิ่นนาน แต่ตอนนี้ร่างที่ไม่ได้สติมานับเดือน ก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น
“ที่นี่ที่ไหนกันนะ” ฝนลืมตามองไปรอบๆ พบว่าตอนนี้ฝนได้นอนอยู่บนแคร่ไม้ที่มี ผ้าบางๆปูเท่านั้น ห้องที่ฝนอยู่เป็ห้องไม้ ค่อนเก่ามากทีเดียว
“หรือว่านี่คือโลกที่ท่านตาคนนั้นบอกกับเรานะ หือ ทำไหมมือของเราถึงได้เล็กอย่างนี้ ” ฝนเริ่มสังเกตร่างกายของตนเองก็พบว่า ร่างกายนี้ค่อนข้างเล็กและผอมมากๆแทบจะเห็นกระดูก ฝนคิดว่าถ้าลมพัดมาแรงๆร่างของนางคงปลิวไปกับสายลมอย่างแน่นอน
“นี่มันอะไรกัน ท่านตาให้ข้ามาเข้าร่างของใครกันแน่นะ” ฝนลุกขึ้นจะเดิน แต่ด้วยความที่ลุกขึ้นกระทั้นหัน ทำให้ร่างกายที่นอนไม่ได้สติล้มลงกับพื้นทันที
ด้วยบ้านที่ทำจากไม้ทำให้ฝนล้มลงเกิดเสียงดังลั่นบ้าน ในขณะที่ฝนใอยู่ประตูห้องนอนก็ถูกเปิด
“น้อง หญิง เ้าเป็ยังไงบ้าง” ประตูที่ถูกเปิดออกก็ปรากฎชายหนุ่มรูปหล่อมองมาที่ฝน จากนั้นชายหนุ่มก็พูดด้วยน้ำเสียงกะตุกกะตักออกมา
ฝนมองการกระทำของชายหนุ่ม แล้วเริ่มขบคิดว่าทำไมชายคนนั้นถึงได้เรียกนางว่าน้องหญิง แล้วจู่ๆดวงตาของฝนก็เบิกกว้าง ‘น้องหญิงใช้เรียกกับภรรยาไม่ใช่เหรอ ถ้าอย่างนั้นคนหล่อตรงหน้าก็คือสามีนางนะสิ’
“อึก กรี๊ดดด” ฝนกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป ทำให้ชายหนุ่มที่เป็สามีของร่างนี้ ใเป็อย่างมาก รีดเดินเข้ามาสวมกอดฝนไว้
“น้องหญิงเ้าเป็ยังไงบ้าง บอกพี่ทีซิ” จางซินเฉิงเมื่อเห็นว่าภรรยาไม่หยุดร้อง จึงค่อยๆปล่อยภรรยาลงบนที่นอน แล้วรีบวิ่งออกจากบ้าน ไปที่รถม้าเพื่อจะไปตามท่านหมอ ที่โรงหมอในตลาด
จางซินเฉิงบังคับรถม้าจนมาถึงตลาด จากนั่นก็วิ่งลงจากรถม้าไปที่โรงหมอทันที
“ท่านหมอ ท่านหมอขอรับ” จางซินเฉิงะโร้องหาท่านหมอ
“เ้ามีอะไรอย่างนั้นเหรอซินเฉิง หรือว่าเหยียนเฟยเป็อะไร” ท่านหมอหวังโย่วจวินเป็หมอคนเดียวของเมืองสายรุ้ง และยังเคยไปรักษาเหยียนเฟยบ่อยๆก่อนนางจะหลับไม่ได้สติ ท่านหมอหวังโย่วจวินพยายามรักษาอย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้เหยียนเฟยฟื้นขึ้นมาได้
“เฟยเออร์นางฟื้นแล้วขอรับ แต่นางมีอาการเ็ปเป็อย่างมาก ท่านหมอช่วยไปดูนางกับข้าหน่อยได้ไหมขอรับ”
“ได้สิๆ ขอข้าเตรียมของสักครู่” ท่านหมอเดินเข้าไปในห้อง ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับอุปกรณ์รักษา
“ไปกันเถอะ” ทั้งสองรีบเดินไปขึ้นรถม้า ซินเฉิงบังคับม้าจากตัวเมืองสายรุ้งจนมาถึงหมู่บ้านแสงจันทร์ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง เพราะว่าหมู่บ้านแสงจันทร์ตั้งอยู่ไม่ไกลตัวเมืองมากนัก
“เชิญท่านหมอทางนี้ขอรับ” ซินเฉิงเชิญท่านหมอขึ้นบ้าน แล้วเดินมาหยุดที่หน้าห้องของเหยียนเฟย เสียงกรีดร้องที่ยังไม่หยุด ทำให้ท่านหมอรีบเปิดประตู แล้วเดินเข้าไปดูคนป่วย
ท่านหมอจับชีพจรของเหยียนเฟยดู พบว่าชีพจรเต้นเป็ปกติ จึงเริ่มมองหาสาเหตุอื่นดูแต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติเลย ไม่นานเหยียนเฟยก็หยุดร้อง
“น้องหญิงเป็อย่างไรบ้าง” ซินเฉิงที่เห็นภรรยาหยุดร้องก็เดินเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับยกมือของเหยียนเฟยขึ้มกุมไว้
หลังจากความเ็ปเกิดขึ้นความทรงจำก็ค่อยหลั่งไหลเข้ามา ภาพต่างๆของเ้าของร่างนี้ฉายชัดให้ฝนได้รับรู้ ฝนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน จนในที่สุดความเ็ปก็หมดลงไป ทำให้ฝนได้รู้ว่าแท้จริงแล้วว่าร่างนี้คือใครกันแน่ ร่างนี้มีชื่อว่าซ่งเหยียนเฟย เป็หญิงสาวที่อาศัยอยู่กับพ่อที่เป็พรานป่า ด้วยร่างกายของเหยียนเฟยอ่อนแอมาั้แ่ยังเด็ก จึงไม่ค่อยได้ออกไปไหนบ่อยๆ จะมีบางครั้งที่นำเอาเนื้อสัตว์ที่บิดาล่ามาได้นำไปขายที่ตลาดบ้าง ใน่ที่บิดาได้รับาเ็จากการไปล่าสัตว์ จนวันหนึ่งเหยียนเฟยได้นำเนื้อสัตว์ไปขายที่ตลาด เมื่อขายเสร็จเหยียนเฟยกำลังจะเดินทางกลับบ้าน แต่ระหว่างทางเหยียนเฟยก็โดนข่มขืน จนนางครรภ์ ดีที่ชายที่ข่มขืนเหยียนเฟยรับผิดชอบ ด้วยการแต่งงานและย้ายมาอยู่บ้านเหยียนเฟย เมื่อเหยียนเฟยคลอดบุตรชายและเลี้ยงดูจนบุตรชายมีอายุ 2 หนาว เหยียนเฟยก็เสียชีวิตลง
เมื่อฝนได้รับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นมากมายกับเ้าของร่างก็รู้สงสารเป็อย่างมาก นางควรได้เลี้ยงบุตรชายให้ได้เติบโตเป็ผู้ใหญ่ ไม่น่ามาจากไปเร็วอย่างนี้เลย และที่สำคัญนางมีครอบครัวที่รักยิ่ง
‘ขอบคุณนะเ้าคะท่านตา ที่ให้ข้าได้มาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นอย่างนี้ ’ ฝนรู้สึกขอบคุณท่านตาเป็อย่างมากที่ได้ให้ชีวิตใหม่กับนาง
‘ข้าขอสัญญาว่าจะดูแลทุกคนที่เ้ารักเป็อย่างดี จะเลี้ยงดูบุตรชายของเ้าให้เป็หนุ่มรูปงานที่เก่งกาจในทุกเื่ และจากนี้ไปเราจะเป็คนคนเดียวกัน เธอก็คือฉัน ฉันก็คือเธอ ’ เมื่อฝนคิดเสร็จจู่ๆก็มีลมพัดผ่านมาที่ฝน พร้อมกับมีเสียงแว่วตามสายลมให้ฝนได้ยิน ‘ขอบคุณเ้าค่ะ’
ระหว่างที่ฝนกำลังนอนอยู่ ก็มีร่างสองร่างที่ยืนมองอยู่
“ไปกันเถอะเ้าก็ปล่อยวางซ่ะนะ” ชายชราพูดกับิญญาของเหยียนเฟย
“เ้าค่ะ” ิญญาของเหยียนเฟยหันมามองร่างของตัวเองและสามีเป็ครั้งสุดท้าย ดีที่ท่านตาใจดีให้ได้ไปดูหน้าบุตรชายกับท่านพ่อก่อนที่จะมาที่นี่ ไม่นานร่างสองร่างก็หายไป
“น้องหญิง น้องหญิง” ซินเฉิงที่เห็นภรรยาไม่ตอบ จึงได้เอ่ยเรียกอีกครั้ง
ทันทีที่ฝนได้สติก็หันไปมองทางสามีทันที ดวงตาของนางแดงกล่ำ น้ำตาค่อยๆไหลลงมาจากดวงตาคู่สวย ฝนถูกสามีประคองให้ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับโอบกอดนางเอาไว้แน่น ท่านหมอเห็นว่าภรรยาอาจ้าเวลาส่วนตัว จึงได้เดินออกมานั่งที่โถงบ้าน
ฝนสังเกตใบหน้าของชายหนุ่ม พบว่าชายที่เป็สามีของนางมีหน้าตาที่หล่อเหลาเป็อย่างมาก ดวงตาคู่สวยมีสีดำสนิท เมื่อมองเข้าไปจะรู้สึกถึงคมดุดัน คมกริบ ทรงอำนาจ และทรงพลัง กลิ่นอายรอบๆตัวดูเยือกเย็น ดูก็รู้ว่าชายหนุ่มเป็ที่เฉียบขาด จมูกคมเป็สัน ริมฝีปากได้รูป ร่างกายแข็งแกร่ง ใบหน้าคมเข้ม
“น้องหญิงจะมองหน้าพี่อีกนานไหม” ซินเฉิงเย้าภรรยา
“เฟยเออร์” เสียงที่มาจากหน้าประตูดังขึ้น ฝนจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็ใคร น้ำตาที่หยุดไหลก็กลับมาไหลอีกครั้ง
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็ชายวัยกลางที่ถึงแม้ว่าจะมีอายุเยอะ แต่ก็ไม่สามารถปิดบังความหล่อเหลาลงได้เลย และสาเหตุที่ทำให้น้ำตาของฝนไหลก็เป็เพราะว่า คนตรงหน้านั้นมีใบหน้าที่คล้ายกันกับพ่อฝนในโลกเก่า ราวกับว่าทั้งสองคือคนคนเดียวกันก็ไม่ปาน
ซินเฉิงที่เห็นภรรยาพยายามที่จะลุกขึ้นไปหาบิดา ที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งอยู่ที่หน้าประตู ก็พยุงภรรยาไปหาท่านซ่งเวยหลงผู้เป็พ่อ
“พ่อจ๋า” คำสั้นที่ฝนเอ่ยออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโหยหา ความคิดถึง ซ่งเวยหลงที่ได้ยินบุตรสาวเอ่ยเรียกก็ได้สติขึ้นมา ดึงตัวบุตรสาวเข้ามาสู่อ้อมกอดทันที
ฝนที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็พ่อก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ซินเฉิงที่เห็นบุตรสาวร้องไห้ก็ได้แต่เอ่ยปลอบ พร้อมกับใช้มือลูบหลังเบาๆ
ไม่รู้ว่าทั้งสองกอดกันนานเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ฝนในร่างของเหยียนเฟยก็คล้อยหลับแล้ว เวยหลงจึงอุ้มบุตรสาวแล้วพากลับเข้าห้องนอน เมื่อมาถึงเตียงเวยหลงก็ค่อยๆวางบุตรสาวลง จากนั้นก็เดินออกมานอกห้อง