ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 49 ห้องน้ำใหม่
เช้าวันต่อมา ลู่ต้ากับลู่ซื่อมาพร้อมกับหอบผ้าผืนใหญ่ จางหย่งที่อยู่หน้าลานบ้านวิ่งออกมาต้อนรับทั้งสองทันที อาเฟยลูกชายคนโตก็วิ่งไปเอาน้ำมาให้ทั้งสองกินให้หายเหนื่อย ลู่ต้าและลู่ซื่อที่ได้กินน้ำก็รู้สึกสดชื่นขึ้นทันที ลู่ต้ามักจะมาขอเติมน้ำดื่มจากบ้านของจางหย่งอยู่เป็นประจำ เพราะเขารู้สึกว่าน้ำจากบ้านหลังนี้อร่อยกว่าบ้านของเขา
"จางหย่ง อันนี้คือผ้าห่มกับชุดของเด็กๆ ป้ากับลูกสาวคนโตช่วยกันทำ ผ้ายังเหลืออีกเยอะป้าก็เลยทำชุดมาให้เจ้าด้วย ลองดูก่อนว่าต้องแก้ตรงไหนหรือไม่"
"ขอบคุณมากๆเลยขอรับ"
จางหย่งกล่าวขอบคุณจากใจ เขารับชุดเหล่านั้นไว้แล้วส่งต่อให้ลูกๆ เด็กทั้งสามรับเอาไว้อย่างดีใจก่อนจะเข้าไปลองชุดในห้อง หลิวจื้อที่เห็นท่าทางดีใจของเด็กๆทั้งสามก็เอ่ยตามหลังขึ้นว่า
"ของกระจอกๆ ทำเป็นดีใจกันไปได้"
จางหย่งที่ได้ยินก็หันไปหาหลิวจื้อแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"หลิวจื้อ หากพูดจาไม่รู้จักคิดอีก เวรล้างจานทั้งสัปดาห์นี้เจ้าจะต้องทำคนเดียวทั้งหมด"
หลิวจื้อที่ได้ยินก็เงียบเสียงลง แต่ไม่วายบ่นอุบอิบกับตัวเอง เมื่อคืนต้องช่วยเก็บจานไปล้างกับอาเฟย พอตอนเช้าก็ถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ก่อนฟ้าสางเพื่อไปช่วยติดไฟทำอาหาร เหตุใดคุณชายผู้สูงส่งอย่างเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยกัน
หลังจากผู้อาวุโสหลิวจากไป จางหย่งก็ให้บ่าวรับใช้ของตระกูลหลิวกลับไปด้วยทั้งหมด เหลือเพียงหลิวจื้อที่อยู่กับพวกเขาสามพ่อลูก หลิวจื้อเองก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่มากนัก แต่เพราะคำปรามาสของอาฟู่ที่บอกว่าเขาไม่มีทางอยู่ที่นี่ได้เกินหนึ่งสัปดาห์ ทำให้เขาไม่ยอมแพ้ เลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป อีกทั้งบ้านของจางหย่งยังมีของเล่นแปลกๆ ที่เขายังไม่ได้ลองเล่น ทำให้เขายังไม่อยากกลับไปในตอนนี้
"เอ๊ะ นั่นลูกใครหรือพี่จางหย่ง"
"หลานผู้อาวุโสหลิวน่ะ"
"ผู้อาวุโสหลิว แห่งสำนักอัคคีคนนั้นหรือ!?!"
จางหย่งพยักหน้ารับ ลู่ต้าที่เห็นเช่นนั้นก็ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที แม้เขาจะไม่มีพลังวิญญาณ แต่เขาเองก็เป็นเด็กหนุ่มที่มีความฝันอยากเป็นผู้มีพลังยุทธ ทำให้เขาติดตามเรื่องราวผู้มีชื่อเสียงอยู่บ้าง
หลิวจื้อที่เห็นเช่นนั้นก็ยืดอกขึ้น อาฟู่ลูกชายคนรองรู้สึกหมั่นไส้จึงเอ่ยขึ้นว่า
"ผู้อาวุโสหลิวเก่งก็จริง แต่หลานของเขากลับเป็นคนไม่ได้เรื่องเลยขอรับ"
"เจ้าว่าใครเป็นคนไม่ได้เรื่อง!!"
"ก็เจ้าไง แค่ล้างจานยังทำไม่เป็นเลย"
สองเด็กน้อยเปิดศึกน้ำลายกันจนจางหย่งได้แต่ส่ายหน้า ผ่านไปแค่หนึ่งคืน ดูเหมือนว่าทั้งสองจะสนิทสนมกันมากขึ้นกว่าเดิมอีกนะนี่ จางหย่งได้แต่คิดในใจ
เสี่ยวเหมายังคงหงอยเหงาเพราะสาวไม่มา มันไม่ได้สนใจสิ่งรอบด้านแม้แต่อาหารเช้าวันนี้ มันได้แต่นอนซมอยู่ใต้โต๊ะหน้าบ้านอย่างน่าสงสาร พร้อมเอ่ยกับจางหย่งขึ้นว่า
'เจ้านาย ข้าคิดถึงสาวสวย'
'ไว้ผู้อาวุโสหลิวมาข้าจะถามให้ก็แล้วกัน'
'ท่านพูดจริงๆนะ!!'
เด็กน้อยทั้งสามก็ว่าดูแลยากแล้ว สุนัขมิติยังดูแลยากกว่าอีก แถมยังเป็นสุนัขมิติโตเต็มวัยที่พบเจอสาวที่ถูกใจ สงสัยต้องรีบหาเงินไปสู่ขอสุนัขสาวจากผู้อาวุโสหลิวแล้วกระมัง เฮ้อ
หลังครอบครัวลู่จากไป แขกชุดใหม่ก็มาเยือน ช่างฉีและช่างชุน พร้อมด้วยคนงานได้มาถึงบ้านของจางหย่งช่วงสาย จากที่ตกลงกันไว้ จางหย่งได้ขอให้ช่างฉีช่วยซ่อมประตูบ้าน และขอให้ช่างทั้งสองช่วยสร้างห้องน้ำเพื่อสุขอนามัยที่ดีของครอบครัวของเขา
แบบของห้องน้ำเป็นทรงสี่เหลี่ยมที่มีหลังคาปิดธรรมดา แต่ด้านในจางหย่งมีความต้องการพิเศษเล็กน้อย ปกติห้องน้ำในยุคสมัยนี้ หากเป็นห้องน้ำของเหล่าชนชั้นสูงจะมีการขุดเป็นหลุมลงไปจนลึก แล้วนำเอาแผ่นไม้กั้นปิดฝาหลุมเอาไว้เพื่อป้องกันกลิ่นสิ่งปฏิกูลลอยออกมา แต่ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปมักจะเข้าไปตามป่าหรือบริเวณบ้าน ขุดหลุมให้ลึกแล้วกลบดินเมื่อทำธุระเสร็จสิ้น
แต่จางหย่งอยากได้ห้องน้ำที่ใกล้เคียงจากยุคสมัยที่เขาจากมามากที่สุด เขาจึงพยายามคิดถึงส้วมในยุคสมัยนั้น และดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่เพื่อทำให้ห้องน้ำของตัวเองออกมาสมบูรณ์ โดยขอคำแนะนำจากช่างผู้มากด้วยประสบการณ์ทั้งสอง จนได้แบบห้องน้ำที่ใกล้เคียงกับที่ตัวเองต้องการ
ช่างฉีกับช่างชุนที่ได้ฟังคำอธิบายการทำห้องน้ำตามความต้องการของจางหย่งคร่าวๆ เมื่อวานนี้ พวกเขาก็กระตือรือร้น นั่งปรึกษากันตลอดวันจนได้เริ่มลงมือทำเด็กๆที่ไม่มีส่วนร่วมในการทำงานครั้งนี้ได้รับอนุญาตให้ไปเที่ยวเล่นกันได้ภายใต้การดูแลของอาเฟยพี่ชายคนโต แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเล่นในป่าหรือริมน้ำ
หลิวจื้อไม่ได้อยากไปกับคนอื่นๆมากนัก แต่เพราะเขาเห็นรถสามล้อที่อาฟู่เอาไปด้วยทำให้เขาตามไปด้วยความจำใจ เขาไม่ได้อยากมีเพื่อนเล่นหรอกนะ แค่เขาจะไปเล่นของเล่นที่ไม่เคยเล่นเท่านั้นเองจริงๆ
หลังจากเด็กๆ ออกไปจนหมด เหล่าช่างและคนงานก็เริ่มงานทันที ประตูที่ถูกพลังของอาเฟยจนเป็นรูโหว่ถูกซ่อมแซมจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญภายในเวลาไม่นาน แต่ห้องน้ำในแบบที่จางหย่งต้องการ เพิ่งเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ลงมือทำ ต้องลองผิดลองถูกอยู่บ้าง จางหย่งขอให้ช่างช่วยดัดแปลงเก้าอี้เป็นที่นั่งปลดทุกข์เพื่อให้ใกล้เคียงกับชักโครกในปัจจุบัน ทำให้ช่างฉีกับช่างชุนรู้สึกประหลาดใจกับความคิดนี้
ผ่านไปจนถึงยามเซินห้องน้ำบ้านจางหย่งเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย ช่างทั้งสองถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถทำห้องน้ำให้มีความสะดวกสบายและไม่ส่งกลิ่นรบกวนโดยไม่ปิดฝาออกมาได้
"พ่อหนุ่ม เจ้าไปนำความคิดเช่นนี้มาจากไหนกัน?"
"ข้าเคยเห็นจากที่อื่นมาก่อน เลยนำมาลองทำตามดูขอรับ"
"จะเป็นอะไรหรือไม่หากข้านำวิธีทำห้องน้ำแบบนี้ไปทำที่อื่น"
สมัยนั้นการขโมยความคิดทางการช่างของผู้อื่นไปทำโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการพึงกระทำที่น่ารังเกียจ ดังนั้นช่างทั้งสองจึงได้แต่หวังว่าจางหย่งจะเอ่ยอนุญาต จางหย่งเองก็อยากให้การทำห้องน้ำแบบนี้แพร่หลายออกไป ให้เมืองนี้มีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะเพื่อตัวของชาวเมืองและตัวของเขาเอง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปฏิเสธคำขอนี้
ช่างทั้งสองที่ได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก หากมีแบบห้องน้ำแบบใหม่ ไม่ต้องกลัวเลยว่าพวกเขาจะไม่มีงานทำ มีแต่คนต้องมาเรียงคิวรอให้พวกเขาไปทำให้ ดังนั้นการมาทำบ้านให้จางหย่งในวันนี้ พวกเขาจึงลดค่าแรงให้จางหย่งเป็นพิเศษ
จางหย่งไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีนี้ เพราะเขาอยู่ในระหว่างหาเงินตั้งตัว ค่าใช้จ่ายอะไรที่สามารถลดได้เขาย่อมยินดีรับไว้
หลังช่างทั้งหมดกลับไป จางหย่งก็เริ่มจัดอาหารมื้อเย็น แม้หลิวจื้อจะมีท่าทางต่อต้านจางหย่งอยู่บ้าง แต่เขาก็เริ่มปรับตัวได้มานั่งกินข้าวกับทุกคน เด็กคือผ้าขาว หากเรามีเวลาดูแลสั่งสอนเขามากพอ ไม่สายเกินไปที่จะดัดนิสัยได้ พื้นฐานหลิวจื้อไม่ใช่เด็กเกเรแต่กำเนิด เพียงแต่ต้องการเรียกร้องความสนใจเท่านั้น
ขณะกำลังจะเริ่มกินข้าวเย็นสองผู้เฒ่าเพื่อนบ้านชั่วคราวได้แวะเวียนมาฝากท้องกับจางหย่ง เมื่อได้เห็นสิ่งปลูกสร้างใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ทั้งสองต่างรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก
แม่เฒ่าจ้าวเป็นคนทดลองห้องน้ำใหม่ก่อน และผู้เฒ่าจ้าวถึงได้เข้าไปลองใช้ หลังจากออกมาทั้งสองต่างคิดเหมือนกันว่า ต่อไปนี้พวกเขาจะมาเข้าห้องน้ำแต่ที่นี่เท่านั้น เพราะนอกจากจะไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้วยังนั่งสบายเหมาะกับผู้สูงอายุอย่างพวกเขาจริงๆ